|

ชมทะเลหมอกที่ม่อนกิ่วลม-ม่อนปุยหมอก
อุทยานแห่งชาติแม่เมย จ.ตาก
เป็นดินแดนดอนสูงที่มีทะเลหมอกอันตระการตาที่ม่อนกิ่วลม
ที่มีองค์ประกอบธรรมชาติอยู่อย่างครบถ้วน ทั้งขุนเขา
พระอาทิตย์ขึ้น เนื่องจากว่า
ม่อนกิ่วลมเป็นจุดเดียวที่สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าได้
ส่วนม่อนพูนสุดา ม่อนครูบาใส เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกได้เช่นกัน
ไม่เห็นพระอาทิตย์ขึ้น เนื่องจากเป็นมุมด้านตะวันตก
อีกทั้งมิติของทิวทัศน์ยังแบนราบ สู้มุมที่ม่อนกิ่วลมไม่ได้
เนื่องด้วยมีเทือกเขาสลับซับซ้อน
องค์ประกอบจะดีกว่ากันเป็นหลายเท่า
เริ่มต้นเดินทางวันแรกตั้งแต่ช่วงเย็น
ถึงแม่สอดราวเที่ยงคืน เติมน้ำมันให้เต็มถัง
พร้อมเดินทางกันต่อไปยังอุทยานฯ แม่เมย
ที่อยู่ไกลออกไปอีกประมาณ 120
กม.
ไปตามเส้นทางสายแม่สอด-แม่ระมาด-ท่าสองยาง จนมาถึงบ้านแม่สลิด
ก็จะพบทางแยกขวาไปยังอุทยานฯ แม่เมย
เป็นเส้นทางเดียวกับบ้านแม่ระเมิง
ตลอดเส้นทางสายนี้ค่อนข้างเปลี่ยว พอมีรถวิ่งสวนทางกันบ้าง
เรื่องความปลอดภัยก็จัดว่าดี เพราะมีด่านทหารอยู่ตามจุดสำคัญๆ
เป็นระยะ
จากแยกบ้านแม่สลิด ขึ้นไปตามเส้นทางสูงชันและคดเคี้ยว
สิบกิโลเมตรแรกก็ผ่านที่ทำการอุทยานฯ แม่เมย
แล้วเราก็เดินทางต่อไป ผ่านม่อนพูนสุดา ม่อนครูบาใส
ผ่านน้ำตกแม่ระเมิง ไปท่ามกลางความมืด จนมาถึงม่อนกิ่วลม
อยู่ทางซ้ายมือ มีลานหญ้าเหมาะสำหรับการพักค้างแรม
มีห้องน้ำพร้อม
ซึ่งทำเลดังกล่าวจะมองเห็นทิวทัศน์ขุนเขาเปิดโล่งอยู่เบื้องหน้า
ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่เราจะได้เห็นในยามเช้าตรู่
หากมาถึงเร็วก็งีบหลับไปก่อนได้
แต่ต้องตั้งนาฬิกาปลูกไว้ด้วย
มิเช่นนั้นจะหลับลืมจนไม่ทันจะได้เห็นความสวยงามที่เกิดขึ้น
ราวประมาณตี 5
กว่าๆ
ที่เราได้เห็นท้องฟ้าได้แปรเปลี่ยนสีสัน จากท้องฟ้ามืดๆ
มีดวงดาวใสสกาวเต็มฟ้า จนท้องฟ้ามีสีฟ้าฟ้าอมม่วง แล้วค่อยๆ
แปรเปลี่ยนสีเป็นสีส้มสีเหลือง
ประกอบกับผืนทะเลหมอกที่ซุกซ่อนตัวอยู่ตามหลืบเขา
ได้ปรากฏตัวเด่นชัดขึ้น
เราเฝ้ารอการเดินทางของวันเวลาและแสงตะวันที่จะผ่านมา ณ
ขอบฟ้าเบื้องหน้าที่มองเห็นขุนเขาสลับซับซ้อน
ภายใต้ท้องฟ้าที่ยังมืด
เราได้เห็นแนวทะเลหมอกนอนสงบนิ่งตามซอกหลืบเขา
จนกระทั่งท้องฟ้าเริ่มแปรเปลี่ยนสีอย่างช้าๆ
โดยเริ่มต้นจากขอบฟ้าที่ขับสีอย่างสวยงาม
และต่อเนื่องด้วยเฉดสีที่สร้างความงดงามในช่วงขณะท้องฟ้าเริ่มเปิด
แนวทิศทางของพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าที่เห็นเป็นโค้งสีที่ขับแสงสว่างอย่างช้าๆ
โทนสีดำ ที่ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีฟ้าอมม่วง
แล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้ม
เป็นสีทองเมื่อยามพระอาทิตย์สาดแสงออกมาเหนือแนวขุนเขา
พร้อมกับการขับเคลื่อนสูงขึ้นมา
พร้อมไออุ่นที่ช่วยไล่ความหนาวในตัว
ที่ม่อนกิ่วลม
จัดว่าเป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามกว่าจุดใดในอุทยานแห่งชาติแม่เมย
ถ้าเป็นม่อนพูนสุดากับม่อนครูบาใส จะเป็นมุมทางด้านตะวันตก
จะมองไม่เห็นพระอาทิตย์ขึ้น
ทั้งที่เป็นทำเลที่มีทะเลหมอกขึ้นหนาแน่นเช่นกัน
และยังเป็นมุมที่ต่ำกว่าม่อนกิ่วลม
จึงทำให้เรามองเห็นแนวทะเลหมอกเป็นแนวระนาบ
ไม่มีแนวเขาสลับซับซ้อนที่เป็นการเติมมิติให้กับภาพ
ในช่วงฤดูหนาวของวันนี้
นับว่าเป็นโอกาสที่ดีที่เราได้พบเห็นทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นอย่างงดงาม
สมกับคำร่ำลือถึงความงามของทะเลหมอกที่แห่งนี้
และปัจจุบันก็มีนักท่องเที่ยวขับรถมาจอดตั้งแค้มป์รอชมความงามในยามเช้ากันมาก
ยิ่งเป็นช่วงวันหยุดยาวๆ พื้นที่กางเต็นท์ก็ไม่เพียงพอ
ต้องกระจายไปหลายๆ พื้นที่ของอุทยานฯ
ย้อนกลับมาทางอุทยานฯ เราก็พบกับน้ำตกแม่ระเมิง
เป็นน้ำตกขนาดปานกลางที่ตั้งริมถนน
นักท่องเที่ยวจอดรถลงไปชมได้เลย มีน้ำตลอดปี
จัดว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่กลุ่มท่องเที่ยวแบบแค้มคาร์หรือแนวครอบครัวชื่นชอบเป็นพิเศษ
คือรถถึงและเดินไม่ไกล
และถัดลงมาก็เป็นจุดชมวิวของม่อนครูบาใส และม่อนพูนสุดา
จะมีลานสนามหญ้าโล่งกว้าง
จะมองเห็นทะเลหมอกแผ่คลุมขาวโพลนในหุบเขาด้านด้านล่าง
อันเป็นบริเวณหุบลำน้ำเมยที่ติดกับประเทศพม่า
ภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่เมย
ยังมีเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติแบบเส้นทางเดินป่าที่ต้องไปค้างแรมกลางคือ
เส้นทางที่ทำการอุทยานฯ ขึ้นไปยังยอดเขาด้านหลังที่เรียกว่า
ม่อนปุยหมอก
จะเป็นทะเลมุมสูงที่สามารถชมทิวทัศน์ได้กว้างขวาง
โดยจุดชมพระอาทิตขึ้นและทะเลหมอกที่สวยงามยอดเยี่ยม
นอกจากนี้ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกได้ด้วย
สำหรับเส้นทางเดินป่าสายนี้ นักท่องเที่ยวที่สนใจ
ต้องติดต่อทางอุทยานฯ แม่เมย
เพื่อจัดเจ้าหน้าที่นำทางและดูแลความปลอดภัย
รับรองว่าในช่วงฤดูหนาว
จะได้พบกับภาพที่สวยงามยิ่งใหญ่ไม่แพ้ใครทีเดียว
หากท่านใดที่ต้องการชมทะเลหมอกที่ม่อนกิ่วลม
อุทยานแห่งชาติแม่เมย ก็สามารถเลือกเที่ยวได้ในช่วงฤดูหนาว
หรือบางช่วงโอกาสของฤดูฝนก็ได้
การเดินทาง
จากกรุงเทพฯ-แม่สอด แล้วเดินทางต่อไปยัง อ.ท่าสองยาง
โดยใช้เส้นทางหลวงสายแม่สอด-แม่สะเรียง
จนมาถึงทางแยกบ้านแม่สลิด จะมีทางแยกขวาไปยังบ้านแม่ระเมิง
ซึ่งจะผ่านอุทยานแห่งชาติแม่เมย
การติดต่อ
อุทยานแห่งชาติแม่เมย โทร.08-5272-1171
(ที่ทำการอุทยานฯ) และ 08-5732-2532
(ถ้ำแม่อุสุ)
|