Member Login
username
password
สมัครสมาชิก

ท่องเที่ยวภาคตะวันออก

ท่องเที่ยวภาคเหนือ

ท่องเที่ยวภาคกลาง

ท่องเที่ยวภาคอิสาน

ท่องเที่ยวภาคใต้

ท่องเที่ยวต่างประเทศ

www.MooHin.com > จังหวัดสุราษฎร์ธาน> เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก

ฉึกฉัก ปู๊น ปู๊น…"เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก"  ไปกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ (ททท.)

                "เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก"การรถไฟแห่งประเทศไทย และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับ สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (สทอ.) สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) สมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย (สนท.) สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.)  สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA)   

                และทริปนี้เราได้ 4 สาวหมูหิน.คอม  เกียร์ ตอง มุข และ แอล เป็นไกด์พาเที่ยวกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นั่งรถไฟไปตีกอล์ฟที่จังหวัดสุราษธานี  เมืองคนดี หอยใหญ่  ทริปนี้เราได้รับเกียรติจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ (ททท.) ได้เชิญทีมงานหมูหิน.คอม เข้าร่วมทริปด้วย  เรา 4 สาวเลยได้เก็บภาพบรรยากาศและวีดีโอที่สนุกสนานมาฝากกันให้ได้ชม และ หัวหน้าทีมพาเที่ยในทริปนี้คือ พี่แอ้ด คุณณิตยา อ่วมพิทยา ผู้ช่วยผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ (ททท.) ,พี่สุคนธ์คุณสุคนธ์ ริ้วทอง หัวหน้างานพัฒนาและส่งเสริมการตลาดภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ (ททท.) ,พี่แป๊ะ คุณยุทธพงษ์ วิชัยดิษฐ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายสถานีวิทยุเอฟเอ็ม 99.0 อสมท. คุณเฉลิมวงศ์ บวรกีรติขจร บรรณาธิการบริหารนิตยสาร Golfer Online และคุณเบญจพร  สุขไตรภพ  ผู้บริหารจากเว็บไซน์หมูหิน.คอม www.moohin.com ไปร่วมทริปในครั้งนี้ด้วย และใครที่อยากร่วมทริปในครั้งหน้าเค้ามีขายบัตร  แต่จะเต็มแล้วหรือป่าวนั้น ติดตามข่าวสารกันได้ที่หมูหิน.คอม


                ทริปนี้ใช้เวลาเดินทาง 2 คืนบนรถไฟ(ไป-กลับ) นอนโรงแรมอีก 1 คืน เริ่มออกเดินทางกันตั้งแต่วันศุกร์เย็น รถไฟที่เราเดินทางไปนั้นเป็นรถตู้นอนแบบสบายๆ  แต่ก่อนที่เค้าจะเป็นตู้นอนนั้นเป็นโต๊ะที่นั่งคุยกันดริ้งดื่มกันตามประสา  มีอาหารที่ตู้เสบียงจำหน่ายให้ได้ทานสบายๆไม่ต้องกลัวหิว และมีเจ้าหน้าที่เดินขายเครื่องดื่มบริการถึงที่ด้วย     รวมตัวกันที่สถานีรถไฟหัวลำโพงมีป้ายของ จาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ใหญ่หลารอรับเราอยู่ที่หัวลำโพงด้านประตูทางเข้ าด้านใน  มีพนักงานของบริษัททัวร์แบบมืออาชีพมารอต้อนรับเราอยู่  ลงทะเบียนการเข้าร่วมทริปในครั้งนี้  ถ่ายรูปหมู่  แล้วก็ออกเดินทางขึ้นรถไฟไปสุราษธานี นั่นคือการเริ่มต้นการเดินทางในทริปที่ประทับใจในทริปนี้  เพราะเพื่อนร่วมทริปแต่ละคนนั้นน่ารักไม่เบา




เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก

                เริ่มออกเดินทางกันเลย  อย่างที่เห็นในภาพบรรยากาศที่เราได้เก็บภาพมานั้น  เพื่อนๆคงเห็นได้ว่ามันส์แค่ไหน   สองไกด์สาวให้การต้อนรับและเอ็นเตอร์เทนลูกทัวร์อย่างดี  ทำให้เราประทับใจในทริปครั้งนี้ด้วย 

วันที่ 1
                เมื่อไปถึง  จากกรุงเทพมหานครใช้เวลาเดินทาง 8 ชั่วโมงโดยประมาณ(ช่วงเวลาหลับพอดี)ถึงสถานีรถไฟสุราษธานี เวลาประมาณตี 4 ตามกำหนดการ ตู้นอนของการรถไฟแห่งประเทศไทยนี้สามารถนอนยาวมีผ้าม่านปิดให้ด้วยไม่เมื่อย นอนสบายๆ ใกล้ถึงสถานีก็มีพนักงานการรถไฟมาปลุกและบริการเก็บที่นอนให้ด้วย หลังจกาที่ลงรถไฟที่สถานีสุราษธานีแล้ว  ก็มีรถบัสมารอรับทั้งหมด 3 คัน มีรถตู้ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) อีก 1 คันที่ขนทีมงาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)มาขอรับเราล่วงหน้าก่อนแล้ว  หลังจากที่ลงจากรถไฟแล้วขบวนก็มุ่งหน้าสู่ อุทยานแห่งขาติเขาสก เขื่อนรัชชประภา หรือที่รู้จักกันก็คือ “เขื่อนเชี่ยวหลาน” ที่เขื่อนเชี่ยวหลานแห่งนี้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น กุ้ยหลินเมืองไทย เลยทีเดียว  ใช้เวลาในการเดินทาง 1 ชั่วโมงกับอีก 30 นาทีโดยประมาณ มุ่งหน้าเข้าสู่เขื่อนรัชชประภา กุ้ยหลินเมืองไทย จะเหมือนขนาดไหนนั้นติดตามชมภาพกันได้  ใครๆที่ตีกอล์ฟก็อยู่ในสยามกอล์ฟที่เขื่อนรัชชประภา(เขื่อนเชี่ยวหลานเพราะที่นี่สนามกอล์ฟวิวสวยมากทีเดียว  ส่วนทีมงานหมูหิน.คอม ที่ตีกอล์ฟไม่เป็นอย่างเราก็ติดสอยห้อยตามไปกับ ผู้ติดตามมากับคณะทัวร์กอล์ฟก็มาท่องเที่ยวชมกุ้ยหลินเมืองไทยที่เขื่อนรัชชประภา(เขื่อนเชี่ยวหลาน)แห่งนี้ด้วย สวยเย็นสบายน้ำใสมาก ถึงมากจริงๆ

                หลังจากที่คณะผู้ติดตามได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าหน้าผมดูดีกันแล้ว  มุ่งหน้าพาเราทานอาหารเช้ากันที่เขื่อนรัชชประภา(เขื่อนเชี่ยวหลาน) ข้าวต้มปลาแสนอร่อยหลังจากที่หลับกันมาแบบเต็มอิ่มจากบนรถไฟตู้นอนของการรถไฟแห่งประเทศไทยแล้ว  พวกนักกอล์ฟก็ทานกันที่สนามแยกย้ายกันทำภารกิจ  เจอกันอีกทีก็ที่ร้านอาหารเพื่อรับประทานอาหารเย็นแสนอร่อยที่เต็มไปด้วย อาหารทะเลที่ทางพี่สุคน หัวหน้างานภูมิภาคภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่สั่งด้วยอารมณ์หิวจัด  กุ้ง หอย ปู ปลา เต็มโต๊ะไปหมดกลัวพวกเราไม่อิ่มกันหอยนางรมสุราษธานีอีก 200 ตัว กินกันให้เต็มอิ่มไปเลย  และได้มีการมอบรางวัลแก่ผู้ชนะ  หลังจากที่รับประทานอาหารกันอิ่มหนำสำราญแล้ว  ส่วนจะเป็นใครนั้นดูในรูปและวีดีโอที่เก็บมาฝากกันได้เลยค่ะ

วันที่  2
                เสร็จสิ้นการแข่งขันกอล์ฟแล้ว  แต่ใครที่อยากจะไปตีกอล์ฟก็ยังสามารถไปได้อยู่ที่เขื่อนรัชชประภา(เขื่อนเชี่ยวหลาน)   หรือใครอยากจะเลือกไปกับครอบครัวดำน้ำดูปะการังก็ได้  ครานี้ก็มาถึงเวลาที่รอคอยกันแล้ว  นั่นก็คือทริปดำน้ำที่ทุกๆท่านรอคอยมาตั้งแต่ออกเดินทางเพื่อที่จะได้ไปดำน้ำดูปะการังที่สวยงามที่เกาะง่ามเล็กและเกาะง่ามใหญ่  แต่ก่อนอื่นก่อนที่เราจะออกเรือนั้นก็ได้พาไปสักการะกรมหลวงชุมพร ที่หาดทรายลี เพื่อขอพรเพราะใครๆที่จะออกทะเลจะมาขอพรที่นี่เพื่อให้ออกทะเลอย่างปลอดภัยเพื่อที่จะไม่เจออุปสักอันใด    แต่ด้วยกระนั้นเองอย่างไรก็แล้วแต่  ฟ้าฝนก็ยังไม่เป็นใจ อาจจะเป็นเพราะเรานั้นเดือนทางมาในช่วงที่กำลังเปลี่ยนฤดู  ก็ยังมีพายุเข้ามาทำให้การดำน้ำที่เกาะง่ามเล็กและเกาะง่ามใหญ่นั้นค่อนข้างที่จะลำบากเพราะมีการแสน้ำแรงเราจึงเปลี่ยนไปดำน้ำที่เกาะสุมาตรากัน  แต่ก็ไม่ผิดหลังเพราะใต้น้ำก็สวยไม่แพ้สองเกาะ  ก็ยังสามารถชมความงานของปะการังใต้น้ำได้ดีทีเดียว  และมีชายหาดที่เต็มไปด้วยปะการังขาวทั้งหาดให้ได้เล่นน้ำกันอีกด้วย  ทานอาหารกลางวันบนเรื่ออย่างหิวโหยหลังจากที่ได้ดำน้ำกันแล้ว  ช่วงระหว่างนั้นก็เดินทางกลับเข้าฝั่ง  แต่แหม พี่แป๊ะจาก อสมท. นั้นที่ว่าแน่ๆคนสุราษธานี้เอง  ยังเมาเรื่อได้จนหมดสภาพเลยแฮะ!  นึกว่าจะช่วยไรเราได้  เมาเรือไม่เป็นท่าเลยซะงั้น  ก็เลยกลายเป็นเรื่องขบขันกันไป อุส่าห์หลบการตีกอล์ฟมาดสาวๆดำน้ำ  ตกลงแล้วก็เมาเรือหน้าซีดไปเลยทีเดียว  หลังจากที่เมาเรือ ไม่สิมีพี่แป๊ะ อสทม.คนเดียวนี่น่าที่เมาเรือ  พวกเราสบายดี หลังจากกลับเข้าฝั่งก็เข้าโรงแรมอาบน้ำอาบท่า และพักผ่อนตามสบาย 

วันที่  3
                หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยในการเที่ยวกันมาหลายวันนั้น  ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ก็เลยพาเที่ยววัด กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของเมืองสุราษธานี  วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร วัดเก่าแก่อายุ 1,200 ปี ที่มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาเข้าไปแล้ว  หลังจากที่ได้กราบไหว้สิ่งศักศิทธิ์แล้วก็ชักภาพรูปหมู่กันสักหน่อย  แล้วก็เดินทางไปช้อปปิ้งผลไม้และของฝากจากชุมพรที่สวนนายดำ สวนผลไม้ที่ขึ้นชื่อจังหวัดชุมพรเค้าหละ  ประวัติต่างๆนั้นอ่านดูด้ายล่างเราได้เอามาไว้เป็นความรู้ไว้ให้แล้ว และที่สวนนายดำแหงนี้เองนั้นเค้าเคยได้รับรางวัลสุขาดีเด่น  ห้องน้ำที่สะอาด  และห้องน้ำทาซานที่อยู่บนต้นไม้หากอยากจะเข้าก็ต้องปีนขึ้นไป  แต่ห้องน้ำด้านล่างปกติเค้าก็มี  แต่กระนั้นเองก็ยังจัดได้สวยสะอาด  มีสวนให้เดินเล่นกันด้วย 

                หลังจากที่ช๊อปกันกระจายและได้เข้าห้องน้ำทาซานกะเค้าแล้ว ก็ออกเดินทางไปสถานีรถไฟชุมพร  ระหว่างนั้นก็ได้ทานข้าวที่ร้านใกล้สถานี อารหารในทริปนี้เราได้ประทับใจอีกเช่นกันเพราะเป็นอาหารของชาวใต้จริงๆแทบจุทุกมื้อใครที่โปรดปรานอาหารใต้แบบหมูหินละก็ถูกใจไม่เบา แกงเหลือง  ใบเหลือผัดไข่ แกงไตปลา  เพียบ  อิ่มอร่อยแล้วก็เดินเล่นรอรถไฟที่ไนท์มาเก๊ตของจังหวัดชุมพรเค้า  หากไม่อิ่มมาจากร้านที่เราทานกันคงฟาดไปอีกเพียบเพราะที่ไนท์มาเก็ตเคามีให้เลือกกินอีกเยอะเลย    มีเวลาเดินเล่นประมาณ 1 ชั่วโมง  เพราะไนท์มาเก๊ตเค้าติดกับสถานีรถไฟชมพรเลย  หมูหินก็ได้หมวกสวยมาอีก 1 ใบในราคา 120 บาท 

                หลังจากนั้นก็ขึ้นรถไฟกลับกรุงเทพเวลาประมาณ 3 ทุ่มเศษๆ  ถึงกรุงเทพประมาณ 7 โมงเช้าที่หัวลำโพง หากใครอยากจะลงก่อนถึงสถานี้หัวลำโพงก็ได้  แล้วแต่สะดวกใกล้บ้านใครมากกว่ากัน  ถึงหัวลำโพงแล้วกักทายไหว้อำลาจบทริปนี้อย่างสมบูรณ์สนุกสนาน  รถแท็กซี่มารอหน้าสถานีหัวลำโพงเพียบ  แต่เราไม่ขึ้นเราขึ้นตุ๊ก ตุ๊กไปเลย  เหมาจ่ายมารีรอ  120 บาท ถึงราชดำริ  เพราะจอดรถไว้คอนโดเพื่อนใกล้ที่สุดเดินทางสบาย  เพราะจากสีลมมานั่งรถไฟฟ้าใต้ดินมาลงสถานีหัวลำโพงได้เลย  เดินขึ้นจาก MRT มาก็ถึงหัวลำโพงแล้ว  ช่างสะดวกสบายๆเสียจริง  จบทริปความประทับใจจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

                ทริปนี้ทำให้เราได้รับความประทับใจมาก  เพราะที่เค้าได้จัดทริปตีกอล์ฟเข้ามาร่วมด้วยนั้น  เนื่องจากว่าผู้ที่ชื่นชอบกอล์ฟนั้นหากเวลาออกไปตีกอล์ฟครอบครัวก็จะไม่มีกิจกรรมทำ  จึงเกิดทริปนี้ขึ้นมาและนั่นเองก็ทำให้ผู้ที่ร่วมขบวนมากขึ้นในทุกเดือนๆ  เนื่องจากว่าเป็นการเดินทางแบบครอบครัว  ทำให้ครอบครัวได้มีกิจกรรมและมีคนดูแลให้ครบครันงานนี้นักกอล์ฟหายห่วง

เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก

                ทริปในครั้งนี้หมูหินได้ร่วมทริปเป็นครั้งแรกทำให้เราได้เห็นถาพความประทับใจไม่น้อยจากครอบครัวที่น่ารักเพราะมีหนูน้อยผู้น่ารักที่ติดสอยห้อยตามมากับคุณพ่อและคุณแม่ด้วย  ได้เห็นภาพที่น่ารักแบบนี้ทำให้อยากกลับไปเป็นเด็กอีกจังเลยค่ะ

                การท่องเที่ยวนั้นสำคัญสำหรับครอบครัวมากเพราะทำให้ได้ไกล้ชิดกันมากขึ้น  ขอขอบคุณท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ (ททท.) ที่ได้จัดทริปดีดีนี้ขึ้นมาทำให้ทั้งได้เที่ยวและได้เห็นภาพครอบครัวที่น่ารัก  สนุกสนานไปตามๆกัน  ทริปหน้าหากมีทริปเที่ยวดีดีแบบนี้อีกทีมงานหมูหิน.คอม  จะเก็บภาพมาฝากเพื่อนได้ชมกันอีกแน่นอน  หรือใครที่อยากจะร่วมทริปในครั้งหน้าติดตามข่าวสารใน หมูหิน.คอมกันได้จะมีมาบอกเป็นระยะๆนะคะ

                เที่ยวไทยครึกครื้นเศรษฐกิจไทยคึกคักนะคะ  เที่ยวกับหมูหิน.คอม  ภาพ เรื่อง และวีดีโอจากทีมงานหมูหิน.คอม ค่ะ  วันนี้สาวหมูหินไปก่อนแล้ว..บายค่ะ  เจอกันทริปหน้านะ

กองประชาสัมพันธ์ในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
1600  ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400

โทรศัพท์ 0 2250 5500 ต่อ 4520-22  โทรสาร 0 2250 5681-3  http://thai.tourismthailand.org  E – mail : prdiv@tat.or.th
หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม   กรุณาโทรสอบถามที่เบอร์  TAT Call Center 1672  สายด่วนท่องเที่ยว

ติมตามข่าวสารเกี่ยวกับรถไฟและ ททท.ได้ที่นี่ค่ะ 
http://thai.tourismthailand.org/package-promotion/content-160.html

ประวัติประวัติของเขื่อน รัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) หรือ กุ้นหลินเมืองไทย
               เขื่อนรัชประภา สร้างปิดกั้นลำน้ำคลองแสง ที่บ้านเชี่ยวหลาน ตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียว สูง 94 เมตร ความยาวสันเขื่อน 761 เมตร และมีเขื่อนปิดกั้นช่องเขาขาดอีก 5 แห่ง มีความจุ 5,638.8 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่อ่างเก็บน้ำ 185 ตารางกิโลเมตร ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเฉลี่ยปีละ 2,598 ล้านลูกบาศก์เมตร ติดตั้งเครื่องผลิตไฟฟ้า เครื่องละ 80,000 กิโลวัตต์ จำนวน 3 เครื่อง

               เขื่อนรัชประภา เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ ใช้ประโยชน์ทั้งในด้านการชลประทานและการผลิตกระแสไฟฟ้า สร้างปิดกั้นลำน้ำคลองแสง ที่บ้านเชี่ยวหลาน ตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ชื่อเดิมเรียกว่า เขื่อนเชี่ยวหลาน เริ่มดำเนินการก่อสร้าง เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2525 แล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2530 เมื่อสร้างแล้วเสร็จได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามให้ใหม่ว่า “เขื่อนรัชประภา” มีความหมายว่า “แสงสว่างแห่งราชอาณาจักร” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินเปิดเขื่อนรัชประภา และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เมื่อวันพุธที่ 30 กันยายน 2530
ประโยชน์

               ด้านพลังงานไฟฟ้า มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 240,000 กิโลวัตต์ ให้พลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยปีละประมาณ 554 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง ส่งพลังไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้า ด้วยสายส่งไฟฟ้าขนาด 230 กิโลโวลต์ วงจรคู่ไปยังสถานี ไฟฟ้าแรงสูงสุราษฎร์ธานี ระยะทาง 50 กิโลเมตร และขนาด115 กิโลโวลต์ วงจรคู่ไปยังสถานีไฟฟ้าแรงสูงพังงา ระยะทาง 82 กิโลเมตร

               การชลประทานเพื่อการเพาะปลูก ปริมาณน้ำที่ปล่อยจากเขื่อนให้ประโยชน์ต่อการเพาะปลูกพืช บริเวณสองฝั่งแม่น้ำในตอนล่าง เป็นผลให้พื้นที่ประมาณ 100,000 ไร่ ในเขตท้องที่ตำบลตาขุน อำเภอคีรีรัฐนิคม และอำเภอพุนพิน สามารถปลูกพืชในฤดูแล้งได้ผลดีบรรเทาอุทกภัย การกักเก็บน้ำของเขื่อนในฤดูฝน จะช่วยลดความรุนแรงของสภาวะน้ำท่วมในพื้นที่ตอนล่างได้เป็นอย่างดี

               การประมง อ่างเก็บน้ำของเขื่อนรัชประภาเป็นแหล่งประมงน้ำจืดที่สำคัญ สร้างรายได้ให้กับราษฎรในพื้นที่ได้อีกทางหนึ่ง

               การผลิตไฟฟ้า พลังน้ำจากเขื่อนสามารถนำมาผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ถึงปีละ 554 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง ช่วยเสริมระบบไฟฟ้าในภาคใต้ให้มั่นคงยิ่งขึ้น แก้ไขน้ำเสียและผลักดันน้ำเค็ม ในฤดูแล้งลำน้ำตาปี-พุมดวงมีปริมาณน้ำลดลง ทำให้เกิดภาวะน้ำเน่าเสียได้ง่าย ขณะเดียวกันบริเวณปากแม่น้ำจะมีน้ำเค็มหนุนขึ้นมา น้ำที่ปล่อยจากเขื่อน รัชประภาจะช่วยเจือจางน้ำเสียในลำน้ำ และผลักดันน้ำเค็มที่ปากแม่น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ที่พักในเขื่อนเชี่ยวหลาน (เขื่อนรัชชประภา) มีอยู่ด้วยกัน 4 แบบ คือ


1.  ที่พักของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ( เขื่อนเชี่ยวหลาน)
เป็นห้องแอร์ทั้งหมด มีหลายลักษณะและหลายราคา 500-1200 บาท/ห้อง
ติดต่อขอรายละเอียดหรือจองที่พักได้ที่  โทร.077-242561

2.  ที่พักแบบเรือนแพ ของทางอุทยานแห่งชาติเขาสก
- แพนางไพร  เป็นแพที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากที่สุด และวิวหน้าแพสวยที่สุด โทร. 077-095025, 077-299318, 077-395139
- แพคลองคะ  อยู่ถัดจากแพนางไพรเข้าไป ใกล้กับน้ำตกคลองคะ   โทร. 077-299078-9
- แพโตนเตย  เป็นแพที่อยู่ใกล้กับ ถ้ำน้ำทะลุ โทร. 077-395139
- แพไกรสร  เป็นแพที่อยู่ไกล และเป็นธรรมชาติ โทร. 077-395139
ประมาณค่าใช้จ่าย คนละ 560 บาทต่อคืนพร้อมอาหาร 3 มื้อ อยู่ไม่ครบมื้อก็หักไปตามมื้อ
ค่าที่พัก 200 บาท ค่าอาหารเช้า 60 บาท เที่ยง 150 บาท เย็น 150 บาท รวม 560 บาท


3. ที่พักแบบเรือนแพ ของกรมป่าไม้
- แพหน่วยฯคลองหยา หรือ แพคลองแสง เป็นแพที่อยู่ไกลที่สุด เป็นจุดต้นน้ำ เป็นแหล่งตกปลา และส่องสัตว์
   ทางเราจะประสานการติดต่อให้ โทร.คุณโอ 08-6593-3440
ประมาณค่าใช้จ่าย คนละ 700 บาทต่อคืนพร้อมอาหาร 3 มื้อ


4.  ที่พักแบบเรือนแพ ของทางเอกชน
- แพเชี่ยวหลาน (เชี่ยวหลานรีสอร์ท หรือ เชี่ยวหลานจังเกิ้ลราฟท์)  คุณโอ/คุณหน่อง โทร : 08-6593-3440, 08-1554-3585
- แพภูตะวัน คุณโอ/คุณหน่อง โทร : 08-6593-3440, 08-1554-3585
- แพเพลินไพร  คุณโอ/คุณหน่อง โทร : 08-6593-3440, 08-1554-3585
- แพสายชล  คุณโอ/คุณหน่อง โทร : 08-6593-3440, 08-1554-3585  
- แพ 500 ไร่ หรือ แพทะเลใน  (ปิดชั่วคราว)
- แพไพรวัลย์ (ปิดชั่วคราว)

เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก


ประมาณค่าใช้จ่ายทั่วไป คนละ 560 บาทต่อคืนพร้อมอาหาร 3 มื้อ อยู่ไม่ครบมื้อก็หักไปตามมื้อ
ค่าที่พัก 200 บาท ค่าอาหารเช้า 60 บาท เที่ยง 150 บาท เย็น 150 บาท
ห้องพักจะพักได้ห้องละ 3-4 คน แล้วแต่ขนาดของห้อง
บางแพ หากมาเป็นกลุ่มแต่ต้องการพักเพียง 2 คนสามารถทำได้แต่ต้องจ่ายเพิ่มคนละ200 บาท จะได้พัก2 คนต่อห้องได้ (ต้องสอบถาม)
แพเชี่ยวหลาน ห้องใหม่แบบไม้(A) 660 บาท/คน รวมอาหาร 3 มื้อ
                ห้องใหม่แบบไม้ไผ่ (B) 560 บาท/คน รวมอาหาร 3 มื้อ
แพภูตะวัน คนละ 600 บาท/คน รวมอาหาร 3 มื้อ

สวนนายดำ
นายดำ ฉิ่งสุวรรณโรจน์ เกิดเมื่อปีพ.ศ.2475 เป็นชาวหลังสวนโดยกำเนิด ผ่านการเป็นลูกจ้างโรงสีข้าว โรงน้ำแข็ง และขับรถสองแถว ด้วยความพากเพียร และอุสาหะในอาชีพที่ทำมาจนมีเงิน 10,000 บาท สามารถซื้อที่ดิน 13 ไร่ที่ ต.ตะโก เบ็นเข็มสู่อาชีพเกษตรกรอย่างเต็มตัว เงาะโรงเรียนเป็นผลไม้แรกที่เริ่มลงดิน ปลูก ณ ที่ดินแปลงนี้ จากการหมั่นสังเกต จึงเริ่มพัฒนาเงาะโรงเรียนจนมีคุณภาพ สามารถส่งออกขายต่างประเทศ ค้นพบวิธีการทำเงาะให้ติดผลบนหลังกิ่งและเริ่มขยายพื้นที่เพาะปลูกออกเป็น 200 ไร่ กว่า 10 ปีที่ทำเงาะ พบอุปสรรคและปัญหาเรื่องการเก็บเกี่ยวและการรักษาคุณภาพ จึงเริ่มมองหาพืชตัวใหม่เข้ามาทดแทน ทุเรียน จึงเป็นผลไม้ที่นำ มาปลูก ใช้ประสบการณ์เช่นเดียวกับเงาะ และประสบผล ขยายพื้นที่ปลูกทุเรียนออกเป็น 300 ไร่ มีการปลูกทุเรียนนอกฤดู จนมีชื่อเสียง ได้รับรางวัล จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เมื่อปี 2535 เมื่อต้นทุเรียนเริ่มมีอายุมากขึ้น พื้นที่ปลูกมากขึ้น จึงต้อง มีการปลูกพืชหมุนเวียนบ้าง ส้มโชกุน เป็นผลไม้ที่นำมาลงพื้นที่นี้ จนเป็นพืชเศรษฐกิจหลัก ที่สร้างชื่อให้กับสวนนายดำเป็นที่รู้จัก และยอมรับถึงรสชาติที่ดีที่สุดในโลก หอมหวาน ชานนิ่ม รวมถึง มะละกอพันธุ์ทุ่งตะโก ที่ได้รับกล่าวจากปากต่อปากของผู้ลิ้มลองว่า หอมหวาน ติดลิ้น แก้วมังกร ก็เป็นผลไม้อีกชนิดที่เริ่มมีผู้ติดใจ ในรสชาติ ตลอดระยะเวลา 40 ปีที่สร้างชื่อเสียงมาทางด้านผลไม้ ที่มีรสชาติเป็นที่ติดใจของผู้คนสวนนายดำ ได้เปลี่ยนแปลงตัวเอง อีกครั้ง โดยทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของจ.ชุมพร เพื่อศึกษาพืชพรรณธรรมชาติ ท่ามกลางบรรยากาศรื่นร่ม เสียงน้ำ การจัดสวน เป็นจุดพักรถนักท่องเที่ยวที่พร้อมรอต้อนรับ ด้วยน้ำส้มโชกุนคั้นสด กาแฟสด อาหารอร่อยและผลิตภัณฑ์ โอท็อป จากสวนนายดำ เพื่อเติมเต็มความสุขดั่งใจปรารถนา ในบรรยากาศร่มไม้ เสียงน้ำที่สวนนายดำบรรจงสรรสร้าง มอบให้ ด้วยใจจริง
ติดตามสวนนายดำได้ที่ http://www.suannaidum.com

วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร
                วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร เป็นที่ประดิษฐานขององค์พระบรมธาตุไชยา ซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นปูชนียสถานสำคัญคู่บ้านคู่เมือง และเป็นหนึ่งในสามของโบราณสถานอันศักสิทธิ์ของภาคใต้ อันประกอบด้วย พระบรมธาตุไชยา พระบรมธาตุนครศรีธรรมราช และพระพุทธไสยาสน์ถ้ำคูหาภิมุขจังหวัดยะลา องค์พระบรมธาตุเป็นสถาปัตยกรรมแบบศรีวิชัยองค์เดียวที่ยังคงสภาพที่ดีที่สุด เข้าใจว่าสร้างในสมัยที่อาณาจักรศรีวิชัยเจริญรุ่งเรืองสูงสุด สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อประมาณพุทธศตรรษที่ 13-14 ไม่ปรากฏประวัติของผู้สร้าง รอบองค์พระธาตุมีเจดีย์เล็กๆ 4 ทิศ ล้อมรอบด้วยวิหารคด ซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ทั้ง 4 ด้าน นับเป็นปูชนียสถานทางพุทธศาสนาที่สำคัญของจังหวัดสุราษฎร์ธานี วัดพระบรมธาตุไชยาฯ ตั้งอยู่ที่ตำบลเวียง อำเภอไชยา จัดเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร ภาพของเจดีย์พระบรมธาตุนี้เป็นสัญลักษณ์ในดวงตราประจำจังหวัด ในธงและผ้าพันคอลูกเสือ ซึ่งถือกันว่าหากนักท่องเที่ยวยังไม่ได้ไปนมัสการพระบรมธาตุไชยา ก็เหมือนยังไปไม่ถึงสุราษฎร์ธานีที่แท้จริง

การเดินทางไปยังวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร

ทางรถยนต์
ถ้าขับรถจากกรุงเทพฯผ่านชุมพรมาตามทาง หลวงหมายเลข 41 ผ่านทางแยกเข้าอำเภอท่าชนะมาจนถึงทางแยกไชยาเลี้ยวเข้าไปทางอำเภอไชยาตาม ทางหลวงหมายเลข 4011 อีกประมาณ 2 กม.ก็ถึงวัดพระบรมธาตุไชยาฯ
ทางรถไฟมาลงรถไฟที่สถานีไชยาแล้วต่อรถโดยสารไปถึงวัดระยะทางประมาณ 2 กม.
รถโดยสารรถทัวร์และรถโดยสารสายใต้ที่ผ่านชุมพรมาตามทางหลวงหมายเลข 41ไปทางสุราษฎร์ธานี จะผ่านทางแยกไชยาทุกคัน
คำแนะนำในการท่องเที่ยว
นักท่องเที่ยว สามารถเที่ยวชมวัดพระบรมธาตุไชยาฯได้อย่างทั่วถึงโดยใช้เวลาไม่มากนัก จากนั้นก็อาจไปเที่ยวต่อ ที่สวนโมกขพลาราม หรือที่หมู่บ้านพุมเรียง หรือชายทะเลแหลมโพธิ์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมากนัก
หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ

  • วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร 0 7743 1402, 0 7743 1090

วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร อยู่ตำบลเวียง ห่างจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ประมาณ ๕๔ กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข ๔๑ และแยกเข้าทางหลวงหมายเลข ๔๐๑๑ เลี้ยวซ้ายบริเวณกิโลเมตรที่ ๑๓๗ องค์พระเจดีย์เป็นโบราณสถาน ที่สร้างขึ้นตามแบบลัทธิมหายาน ตั้งแต่ครั้งอาณาจักรศรีวิชัยรุ่งเรือง รอบองค์พระธาตุมีเจดีย์เล็กๆ ๔ ทิศ ล้อมรอบด้วยวิหารคด ซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ขนาดต่างๆ โดยรอบทั้ง ๔ ด้าน พระธาตุไชยานับเป็นปูชนียสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนาของจังหวัดสุราษฎร์ธานี โทร. ๐ ๗๗๔๓ ๑๐๙๐, ๐ ๗๗๔๓ ๑๔๐๒
พระบรมธาตุไชยา
พระบรมธาตุไชยา เป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นับเป็นปูชนียสถานสำคัญคู่บ้านคู่เมือง ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี และเป็นหนึ่งในสามของ โบราณสถานอันศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพบูชาของภาคใต้ ได้แก่ เจดีย์พระมหาธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช และพระพุทธไสยาสน์ถ้ำคูหาภิมุข จังหวัดยะลา
ที่ตั้ง
พระบรมธาตุไชยาอยู่ในวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก และเป็นวัดโบราณของจังหวัด ตั้งอยู่เลขที่ 50 หมู่ที่ 3 ตำบลเวียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 2 กิโลเมตร ห่างจากสถานีรถไฟทางตะวันตกประมาณ 1 กิโลเมตร มีถนนรักษ์นรกิจตัดผ่านหน้าวัด

ข้อมูลทั่วไป

                 จากคำบอกเล่าของชาวเมืองไชยาได้มีตำนานที่เล่าขานเกี่ยวกับเจดีย์พระบรมธาตุไชยาว่า ครั้งหนึ่งมีพี่น้องชาวอินเดียสองคนชื่อ ปะหมอ กับปะหมัน ทั้งสองเดินทางโดยเรือใบเข้ามาถึง เมืองไชยา ได้พาบริวารขึ้นบกที่บ้านนาค่ายตรงวัดหน้าเมือง ในตำบลเลเม็ด เจ้าเมืองมอบให้ปะหมอ ซึ่งเป็นนายช่างมีความเชี่ยวชาญการก่อสร้าง สร้างเจดีย์พระบรมธาตุไชยา ครั้นเสร็จก็ตัดมือตัดเท้า เสีย เพื่อมิให้ปะหมอไปสร้างเจดีย์ที่งดงามเช่นนี้ให้ผู้ใดอีก ปะหมอทนบาดพิษบาดแผลไม่ได้ ถึงแก่ความตาย เจ้าเมืองได้หล่อรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรไว้ เป็นเครื่องหมายแทนตัวปะหมอ ส่วนน้องชายที่ชื่อปะหมันได้ไปครองเกาะพัดหมัน และตึงรากอยู่ที่นั้นจนกระทั่งสิ้นชีวิต สถานที่ตั้งบ้านเรือนของปะหมันนั้นเป็นที่ดอนน้ำท่วมไม่ถึง มีนาล้อมเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่เศษ สมัยโบราณที่นี่ศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านมาก คณะมโนราห์ที่เดินทางผ่านจะต้องหยุดไหว้รำร้องถวายมือ คณะใดไม่เคารพคนในคณะจะชัก หรือเกิดเหตุขัดข้องต่างๆ ถ้าใครไปตั้งคอกเลี้ยวหมูในบริเวณดังกล่าวหมูจะตายหมดทั้งคอก
เจดีย์พระบรมธาตุไชยาเป็นสถาปัตยกรรมแบบศรีวิชัยองค์เดียวที่ยังอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นประมาณพุทธศตวรรษที่ 13-14 ไม่ปรากฎประวัติการสร้างและผู้สร้าง เข้าใจว่าสร้างในขณะที่เมืองไชยาสมัยศรีวิชัยกำลังเจริญรุ่งเรืองสูงสุด
หลักฐานที่ยืนยันถึงอาณาจักรศรีวิชัยอายุไม่ต่ำกว่า 1200 ปี จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ใช้ภาพของ เจดีย์พระบรมธาตุนี้เป็นสัญลักษณ์ในดวงตราประจำจังหวัด และเป็นสัญลักษณ์ในธงประจำกอง และผ้าพันคอลูกเสือด้วย ซึ่งถือกันว่าถ้าใครไปเที่ยวจังหวัดสุราษฎร์ธานี หากไม่ได้ไปนมัสการ พระบรมธาตุไชยาแล้วก็เหมือนกับยังไปไม่ถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานี

                 ส่วนทางด้านสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมนั้น มีลักษณะเป็นเจดีย์องค์เดียว ในปัจจุบันที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุด โดยองค์เจดีย์พระบรมธาตุมีความสูงจากฐานใต้ดินถึงยอด 24 เมตร ตั้งอยู่ บนฐาน สี่เหลี่ยมสูงย่อเก็จ ขนาดฐานวัดจากทิศตะวันตกยาว 13 เมตร ฐานนี้สร้างก่อนสมัยที่ พระชยาภิวัฒน์ (หนู ติสโส) จะบูรณะ ตั้งอยู่บนผิวดินซึ่งมีระดับต่ำกว่าพื้นดินปัจจุบัน ทางวัดได้ขุด บริเวณโดยรอบ ฐานเป็นเสมือนสระกว้างประมาณ 50 เซนติเมตร ลึกประมาณ 60-70 เซนติเมตร เพื่อให้ฐานเดิม ปัจจุบันมีน้ำขังอยู่รอบฐานตลอดปี บางปีในหน้าแล้งรอบๆ ฐานเจดีย์พระบรมธาตุ จะแห้ง มีตาน้ำพุ ขึ้นมา ซึ่งชาวบ้านถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์สามารถแก้โรคภัยต่างๆ ได้ ต่อมาทางวัด ได้ใช้ปูนซีเมนต์ ปิดตาน้ำเสีย
โดยองค์เจดีย์พระบรมธาตุเป็นทรงสี่เหลี่ยมจตุรมุขย่อ มุขด้านหน้าหรือมุขด้านตะวันออก เปิดมีบันไดขึ้นสำหรับให้ประชาชนเข้าไปนมัสการพระพุทธรูปภายในเจดีย์ เมื่อเข้าไปภายใน จะเห็นองค์พระเจดีย์หลวง เห็นผนังก่ออิฐแบบไม่สอปูนลดหลั่นกันขึ้นไปถึงยอดมุข อีกสามด้าน ทึบทั้งหมด ที่มุมฐานทักษิณมีเจดีย์ทิศหรือเจดีย์บริวารตั้งซ้อนอยู่ด้วย หลังคาทำเป็น 3 ชั้นลดหลั่น กันขึ้นไป แต่ละชั้นประดับรูปวงโค้งขนาดเล็กและสถูปจำลองรวม 24 องค์ เหนือขึ้นไปเป็นส่วนยอด ซึ่งได้รับการซ่อมแซมครั้งใหญ่ในรัชกาลที่ 5 เป็นการบูรณะปฏิสังขรณ์ยอดเจดีย์ที่เดิมหักลงมาถึงคอ ระฆัง ทำให้เห็นลวดลายละเอียดเสียหายมาก รวมทั้งฐานเจดีย์ที่จมอยู่ใต้ดินได้ขุดดินโดยรอบฐาน พระเจดีย์ และทำลายรากไม้ในบริเวณนั้นแล้ว ก่ออิฐถือปูนตลอดเพื่อให้เห็นฐานเดิมของเจดีย์
อีกทั้งลวดลายประดับเจดีย์ ได้มีการสร้างเพิ่มเติมใหม่ด้วยปูนปั้นเกือบทั้งหมด เป็นลายปั้นใหม่ ตามความคิดของผู้บูรณะ มิได้อาศัยหลักทางโบราณคดี รวมถึงลานระหว่างเจดีย์และพระระเบียง เปลี่ยนจากอิฐหน้าวัวเป็นกระเบื้องซีเมนต์ จนถึงในรัชกาลปัจจุบัน พ.ศ.2521-2522 ได้รับการ บูรณะปฎิสังขรณ์ใหญ่อีกครั้ง โดยการบูรณะในครั้งนี้เป็นการซ่อมแซมของเก่าที่มีอยู่เดิมให้คง สภาพดี เพื่อไว้เป็นปูชนียสถานที่สำคัญของชาติสืบต่อ

ศาลเจ้าพ่อ กรมหลวงชุมพร ฯ
หาดทรายรี  อยู่ห่างจากเขต เทศบาลเมืองชุมพร ไปทางทิศ ตะวันออกเฉียงใต้ ตาม ทางหลวง หมายเลข 4119 และ 4098 ประมาณ 20 กิโลเมตร มี รถโดยสาร วิ่งจากตัวเมืองถึง ชายหาด เป็นหาดทราย ที่ยาวและมี ทรายสีขาวสะอาดตา มี ที่พัก และ ร้านอาหาร บริการ ริมหาด บริเวณใกล้ๆ แนว ชายหาด เป็นที่ตั้งของ อนุสรณ์สถาน ของ พลเรือเอก พระบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพร เขตรอุดมศักดิ์ ผู้ทรงสถาปนา กองทัพเรือ อันทันสมัยให้กับ ประเทศไทย และเป็นที่เคารพสักการะของ ชาวชุมพร และจังหวัดใกล้เคียง สำหรับ อนุสรณ์สถาน ของพระองค์ประกอบด้วย            
ศาลเจ้าพ่อ กรมหลวงชุมพร ฯ (ศาลเก่า)

            สวนตำหนัก กรมหลวงชุมพร บนเนินเขาเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าพ่อ กรมหลวงชุมพร ฯ ซึ่งสร้างขึ้นใหม่
            สวน สมุนไพร หมอพร อยู่บริเวณเชิงเขา เป็นโครงการของ กระทรวงสาธารณสุข เพื่ออนุรักษ์ สมุนไพร ที่มีคุณค่า สืบทอดเจตนารมณ์ของ “กรมหลวงชุมพร ฯ” หรือ “หมอพร” ของชาวบ้าน
กำลังรบทางเรือของไทย   มีกำเนิดมาควบคู่กับ การสร้างอาณาจักรไทย ตั้งแต่สมัยสุโขทัย  แต่ในอดีตไม่ได้มี การแบ่งแยกเป็น กองทัพบก หรือกองทัพเรือ ดังเช่นปัจจุบัน  เมื่อยาตราทัพไป ทางบก เพื่อทำสงครามก็เรียกว่า " ทัพบก "    หากเมื่อยาตราทัพ ไปทางเรือ ก็เรียกว่า   " ทัพเรือ " ในอดีต และปัจจุบันทหารเรือ ได้ยกย่อง พล.ร.อ. พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เป็น " องค์บิดาแห่งกองทัพเรือ " ซึ่งนับเป็น การเทิดทูน พระเกียรติคุณ อย่างสูงสุด เนื่องจากพระองค์ ได้ทรงนำความ เจริญรุ่งเรือง มาสู่กองทัพเรือ และ ประเทศชาติ โดยทรงวางรากฐาน การบริหารงานของกองทัพเรือ  ระเบียบวิธีปฏิบัติต่าง ๆ ภายในกองทัพเรือ  จนทำให้ทัพเรือไทย มีความทันสมัย มีมาตรฐาน และ เจริญก้าวหน้า ทัดเทียมกับ อารยะประเทศ มาจวบจนทุกวันนี้ พล.ร.อ.พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ทรงมี พระนามเดิมว่า " พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ " เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 28 ใน พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2423 เป็นพระเจ้าลูกยาเธอองค์ที่ 1 ในเจ้าจอมมารดาโหมด ธิดาเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ (  วร  บุนนาค  ) ผู้บัญชาการทหารเรือวังหลวง 

พล.ร.อ.พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพร เขตรอุดมศักดิ์ เป็นเจ้านายพระองค์แรก ที่สำเร็จการศึกษา วิชาการทหารเรือ  จากประเทศอังกฤษ พระองค์ทรงมีจุดประสงค์ อันแรงกล้าที่จะฝึก ให้ทหารเรือไทย เดินเรือทะเลได้อย่างชาวต่างประเทศ และ สามารถทำการรบ ทางเรือได้เนื่องจากในอดีต ประเทศไทย ได้ว่าจ้างชาวต่างชาติ มาเป็นผู้บังคับการเรือ มาโดยตลอด แม้แต่ในคราวที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ เสด็จประพาสฯ ยุโรปครั้งแรก ก็ยังได้ว่าจ้าง " กัปตันคัมมิ่ง" และคณะนายทหาร เรืออังกฤษ เป็นผู้เดินเรือ ภายหลังจากที่พล.ร.อ. พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ สำเร็จการศึกษา และเข้ารับราชการ ทหารเรือแล้ว พระองค์ได้แก้ไข ปรับปรุงระเบียบการ  ในโรงเรียนนายเรือ ทรงเป็นครูสอนนักเรียนนายเรือ และริเริ่มการใช้ ระบบการปกครองบังคับบัญชา ตามระเบียบ การปกครองในเรือรบ คือการแบ่งให้นักเรียนชั้นสูง บังคับบัญชารองลงมา นอกจากนี้ยังทรงจัดเพิ่ม วิชาสำคัญสำหรับชาวเรือขึ้นเพื่อให้สำเร็จการศึกษา สามารถเดินเรือ ทางไกลในทะเลน้ำลึกได้คือ วิชา ดาราศาสตร์ ตรีโกณมิติ อุทกศาสตร์ การเดินเรือเรขาคณิต พีชคณิต ฯลฯ 

ในปี 2462 พระองค์ทรงเป็นผู้บังคับการเรือ โดยนำเรือหลวงพระร่วงจากประเทศอังกฤษ เข้ามายังกรุงเทพมหานคร นับเป็นครั้งแรกที่นายทหารเรือไทย เดินเรือได้ไกลข้ามทวีป ที่สำคัญพระองค์ทรงเป็นหัวเรี่ยวหัวเเรงที่สำคัญ
ที่ทำให้พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ทรงเห็นความสำคัญ และโปรดเกล้าฯ พระราชทาน พระราชวังเดิม ให้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนนายเรือ เมื่อ วันที่  20  พ.ย. 2449 ทำให้กิจการทหารเรือมี รากฐานมั่นคงนับตั้งแต่บัดนั้น
และกองทัพเรือจึงยึดถือ วันดังกล่าวของทุกปีเป็น "วันกองทัพเรือ" จากการที่พระองค์ ทรงเป็นนักยุทธศาสตร์ ที่เล็งเห็นการไกล พระองค์ได้ทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานที่ดินบริเวณอำเภอสัตหีบ เพื่อสร้างเป็นฐานทัพเรือ
เนื่องจากทรงพิจารณาแล้วเห็นว่า อ่าวสัตหีบเป็นอ่าว ที่มีขนาดใหญ่ น้ำลึกเหมาะแก่การฝึกซ้อม ยิงตอร์ปิโดได้และเกาะน้อยใหญ่ ที่รายล้อมรอบสามารถบังคับคลื่นลมได้เป็นอย่างดี อีกทั้งเรือภายนอกเมื่อแล่นผ่าน
พื้นที่ดังกล่าว จะไม่สามารถมองเห็นฐานทัพได้เลย นอกจากพระองค์ ทรงเป็นนักยุทธศาสตร์แล้ว ด้านการแพทย์พระองค์ทรงศึกษาค้นคว้าอย่างจริงจัง และเสด็จไปรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ให้กับประชาชนด้วยพระองค์เอง ไม่ว่าเป็นคนไทยหรือคนจีน จนกระทั่งชาวจีนย่านสำเพ็ง มีความทราบซึ้ง ในพระกรุณาธิคุณ  และได้เรียกพระองค์ท่านว่า "เตี่ย" ซึ่งหมายถึงพ่อ ทำให้ในเวลาต่อมาทหารเรือได้เรียกพระองค์ว่า "เสด็จเตี่ย" สำหรับในหมู่คนไข้ชาวไทย ที่พระองค์รักษานั้น มักจะเรียกขานนามพระองค์ว่า "หมอพร" 

พล.ร.อ.พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทรงประชวร และสิ้นพระชนม์ ในขณะที่ประทับอยู่ที่หาดทรายรี
ปากน้ำเมืองชุมพร เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2466 เวลา 11.40 น. ยังความโศกเศร้ามาสู่บรรดาทหารเรือยิ่งนัก
บันทึกของเสด็จใน
กรมหลวงชุมพร เขตรอุดมศักดิ์

เจอบันทึกนี้ให้เอาคำต่อไปนี้ของกูไปประกาศให้คนรู้ว่า
"กูกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักด์"
ผู้เป็นโอรสของพระปิยมหาราช ขอประกาศให้พวกมึงรับรู้ไว้ว่า
แผ่นดินสยามนี้ บรรพบุรุษ ได้เอาเลือดเอาเนื้อเอาชีวิตแลกไว้
ไอ้อีมันผู้ใด คิดชั่วร้ายทำลายแผ่นดิน ทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
ฤา กระทำการทุจริต ก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อส่วนรวม
จงหยุดการกระทำนั้นเสียโดยเร็ว
ก่อนที่ที่กูจะสั่งทหารผลาญสิ้นทั้งโคตรให้หมดเสนียดของแผ่นดินสยาม
อันเป็นที่รักของกู
ตราบใดที่คำว่า "อาภากร"
ยังยืนหยัดอยู่ในโลก กูจะรักษาผืนแผ่นดินสยามของกู
ลูกหลานทั้งหลาย แผ่นดินใดให้เรากำเนิดมา
มิให้อนาทรร้อนใจ จงซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินนั้น
แผ่นดินใดที่ให้ซุกหัวนอน ให้ความร่มเย็นเป็นสุข
มิให้อนาทรร้อนใจ จงซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินนั้น
จากหนังสืออนุสรณ์พระนคร '39

แม้นว่าพระองค์จะสิ้นพระชนม์มาเป็นเวลานานแล้วก็ตาม
แต่พระราชกรณียกิจและคุณงามความดีของพระองค์
ที่ทรงมีต่อประเทศชาตินั้น  ยังคงจารึกไว้ในความทรงจำ
ของปวงชนชาวไทยอยู่อย่างมิลืมเลือน
ความเลื่อมใสศรัทธาของชาวไทยที่มีต่อพระองค์นั้น
จะเห็นได้จากอนุสาวรีย์และศาลของพระองค์ที่มีมากมาย
ทั่วประเทศกว่า  120  แห่ง


เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก

หมูหิน.คอม คิดจะเที่ยวเว็บเดียวก็พอ...ภาพ เรื่อง และวีดีโอ.....ทีมงานหมูหิน.คอม

   
 
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวรถไฟครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก
ขยาย: 1024x768 : 800x600

เรื่องท่องเที่ยวในจังหวัด สุราษฎร์ธานี
ตำนานกระจูด บ้านห้วยลึก พันธุ์ไม้พื้นเมือง หัตถกรรม
วัดพระใหญ่ พระใหญ่ เกาะสมุย เกาะฟาน สมุย หาดเฉวง หาดเชิงมน วัดพระใหญ่ จังหวัดสุราษฏร์ธานี
ล่องใต้ เส้นทาง ชุมพร - สุราษฏร์ธานี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
เกาะเต่า
ฮูลาฮูล่า เกาะพงัน
วันแม่ กอดแม่ พาแม่เที่ยวสมุย คืนมะพร้าวให้สมุย ตะลุยเที่ยวเกาะ ทริปเที่ยวทะเล ทริปสมุย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคใต้ เที่ยวกับhappiness Group
ถ้ำน้ำทะลุ สุราษฎร์ธานี
เกาะเต่า สุราษฎร์
samuicoconuttrip หมูหินคลับปลูกมะพร้าวเกาะสมุย เที่ยวสมุย ปลูกมะพร้าวที่สมุย ทัวร์สมุย เกาะเต่า ดำน้ำดูปะการังที่อ่าวม่วง เที่ยวเกาะนางยวน
เขื่อนรัชชประภา กุ้ยหลินเมืองไทย เชี่ยวหลาน เขาสก เดินถ้ำ สุราษฎร์ธานี
เชิญแนะนำการเดินทาง ที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ความประทับใจ
comment
ชื่อ หรือ E-mail
captcha
  reset

 

ข้อมูลท่องเที่ยวน่าสนใจ
 
HOT LINK
タイ(バンコク)のホテル・サービスアパート
หากไปญี่ปุ่นต้องH.I.S.


 

moohin logo
Copyright © 2010 www.moohin.com. All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form prior permission.
ทางทีมงานหมูหิน.คอม ขอสงวนลิขสิทธิ์ การเผย แพร่ข้อมูล ภาพ เรื่อง และ วีดิโอ โดยไม่ได้รับอนุญาติ
*** ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลและแผนที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ พันธุ์พืช ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลและแผนที่และภาพ ***
หมูหิน.คอม:เว็บท่องเที่ยวอันดับหนึ่งในเมืองไทย :: การท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทย ท่องเที่ยว ไทย สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศ ไทย ท่องเที่ยว สถานที่ท่อง เที่ยว การท่อง เที่ยว