กินกะหรี่ปั๊บ 11 ไส้ ร้านคุณเจี๊ยบ ขนมอร่อยแห่งเมือง สระบุรี
สระบุรีประตูสู่แผ่นดินถิ่นราบสูงของคนอีสาน นอกจากเป็นเมืองเศรษฐกิจและมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจมากมายแล้ว จังหวัดสระบุรีก็มีขนมชื่อดังประจำจังหวัดที่หลาย ๆท่านน่าจะเคยแวะเข้าไปชิมมาแล้ว ก็คือขนมกะหรี่ปั๊บที่พัฒนามาเป็นไส้ต่าง ๆ มากมายหลายรูปแบบจนกลายเป็นขนมที่เป็นเอกลักษณ์ประจำจังหวัดสระบุรี ดังเช่นร้าน กะหรี่ปั๊บคุณ เจี๊ยบ ที่หมูหิน.คอมจะพาไปชิม ร้านนี้แหละครับ เป็นกะหรี่ปั๊บที่มีไส้ให้เลือกถึง 11 ไส้ ชิ้นอ้วน ๆ แป้งน้อย ๆ ไส้เต็ม ๆ ทอดกรอบ ๆ เก็บได้นาน ๆ ไปลองชิมกันเลยครับ
ขนมกะหรี่ปั๊บนั้นเป็นขนมที่นิยมทำกินกันมาตั้งแต่โบราณในหลายภูมิภาคของไทย แต่ที่เป็นที่นิยมและขึ้นชื่อก็ต้องให้ที่จังหวัดสระบุรี ส่วนจะเป็นต้นตำหรับหรือต้นกำเนิดหรือไม่นั้นก็ไม่ทราบแน่ชัดครับ ในจังหวัดสระบุรี ก็ทำขนมกะหรี่ปั๊บกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะที่อำเภอมวกเหล็กนั้นนิยมทำกันมาก จนทำให้ขนมกะหรี่ปั๊บกลายเป็นสินค้าโอทอปและเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัดสระบุรีในปัจจุบัน ที่ใครแวะเวียนมาก็ต้องไปหาซื้อขนมกะหรี่ปั๊บกลับไปทุกครั้ง
เที่ยวสระบุรีคราวนี้ หมูหิน .คอม
พลาดไม่ได้ที่จะพาไปชิมขนมกะหรี่ปั๊บอร่อย ๆ ของดีเมืองสระบุรี เราพาไปในย่านขายขนมกะหรี่ปั๊บ บริเวณทางรถไฟตัวเมืองสระบุรี บริเวณนี้เต็มไปด้วยร้านขายขนมกะหรี่ปั๊บมีมากกว่า 10ร้านแม้จะเป็นย่านเล็ก ๆ แต่ก็เต็มไปด้วยผู้คนที่แวะเข้ามาซื้อขนม เราเดินชมเดินชิมอยู่หลายร้าน แต่มีร้านที่คนเข้ามาซื้อแบบว่าไม่ได้หยุดหย่อนเลยครับ ก็คือร้านคุณเจี๊ยบ ซึ่งเรารู้มาว่าเป็นร้านแรกที่มาเปิดขายบริเวณนี้ ต้องอร่อยแน่ เข้าไปชิมกันเลยครับ
ร้านกะหรี่ปั๊บคุณเจี๊ยบตั้งอยู่ร้านที่สอง มีจุดสังเกตุได้อย่างชัดเจนครับ คือมีไก่โต้งตัวใหญ่ ๆ ตัวเดียว ยืนอยู่หน้าร้าน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของร้านคุณเจี๊ยบ เจ้าของร้านคือ จ่าสิบเอก ศิริศักดิ์ ขุนารักษ์ ชื่อเล่นเจี๊ยบ ท่านรับราชการทหารพร้อมกับทำขนมขายไปด้วย มีแม่บ้านคือคุณพี่กัลยา คอยดูแลช่วยอีกแรง คุณเจี๊ยบและพี่กัลยาอยู่วงการขนมกะหรี่ปั๊บมานาน ตั้งแต่เป็นลูกไก่ จนเป็นพ่อไก่ เรียกว่าขายมานานเกิน 10 ปี และท่านมาเปิดขายบริเวณทางรถไฟนี้ได้ซักประมาณ 7-8 ปี แล้ว ร้านกะหรี่ปั๊บบริเวณนี้จะมีแค่หน้าเท่านั้นครับ จะไม่มีที่นั่ง คือเป็นจุดทำและขายโดยตรงอย่างเดียว และทำแบบร้อน ๆออกจากกระทะเลยครับ
เราได้มีโอกาสคุยกับพี่กัลยา แม่บ้านเจ้าของร้าน ท่านบอกว่าทำขนมกะหรี่ปั๊บขายมานานร่วมสิบปีแล้วและมาเปิดขายบริเวณนี้เป็นร้านแรก ๆ และได้รับกระแสตอบรับที่ดี ต่อมาจึงมีร้านอื่น มาเปิดเรื่อย ๆ จนเป็นแถวยาวในปัจจุบัน โดยทางร้านจะเน้นทำแป้งบาง ชิ้นอ้วนใหญ่ ไส้เยอะ ทอดให้กรอบเล็กน้อยเพื่อให้เก็บได้นานไม่เสียรสชาติเมื่อนำมาอบอีกรอบแป้งไม่แข็งซึ่งแป้งทางร้านผ่านการนวดอย่างดี และคิดค้นไส้ขึ้นมาใหม่อยู่ตลอดเพื่อให้มีความแปลกและลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่น่ายกย่องและนำไปพัฒนาต่อไปครับ ทำให้ขนมกะหรี่ปั๊บร้านคุณเจี๊ยบเป็นที่นิยมของผู้บริโภคที่ซื้อไปกินแล้วไม่ผิดหวัง และอยู่ได้มาจนถึงทุกวันนี้
ที่ร้านคุณเจี๊ยบ
มีขนมกะหรี่ปั๊บชิ้นอ้วน ๆ
มากมายหลายรูปแบบให้เลือก
โดยทางร้านจะคิดค้นสูตรทำไส้ต่าง ๆ
ขึ้นมาเองอยู่เรื่อย ๆ
จากเดินมีอยู่ไม่กี่ไส้ตอนนี้พัฒนามาจนมีไส้ทั้งหมด
11 ไส้ให้เลือกด้วยกัน
ที่ร้านเขาไม่ใช่มีแต่กะหรี่ปั๊บขายอย่างเดียวนะครับ
ที่ร้านทำพายสับปะรดรสชาติเยี่ยมขายด้วยซึ่งเป็นสูตรเฉพาะตัวของทางร้านเอง
และมีของฝากอีกหลายอย่างให้เลือก
กะหรี่ปั๊บก็จะมี 11 ไส้และ 12 แบบ ให้เลือก คือ
ไส้ไก่ ไส้ไข่เค็ม ไส้ถั่ว ไส้เผือก ไส้สับปะรด
ไส้องุ่น ไส้หมูเห็ดหอม ไส้หมูหยองพริกเผา ไส้สตรอเบอร์รี่ ไส้ ช็อกโกแลต ไส้ทุเรียน รวมทุกไส้ อยากทานแบบไหนรสชาติอะไรมีให้เลือกอย่างจุใจครับ แต่ไส้ที่เป็นที่นิยม ก็จะมีไส้ไก่ ไส้หมูเห็ดหอม ไส้ถั่ว ไส้หมูหยองน้ำพริกเผา
เรียกว่ารสชาติดีเป็นที่นิยมของคนทั่วไป
สินค้าดี มีคุณภาพ ถึงมีไม่มาก
ก็ต้องตามไปชิมครับ
เคล็ดลับความอร่อยนั้น พี่กัลยาบอกว่าทางร้านจะเน้นที่ความสดใหม่ทุกวันและทำแบบร้อนๆ เรียกว่าออกจากกระทะทอดก็ขายกันเลย ขายกันสด ๆ ใกล้หมดแล้วทำกันใหม่ไม่มีสินค้าตกค้างขายข้ามวัน ส่วนแป้งนั้นใช้แป้งหมักผสมอย่างดี ตามสูตรของทางร้านเองที่เอาใจใส่ทุกขั้นตอนของการนวดแป้ง เวลาทำก็ใส่แป้งพอประมาณไม่เยอะพอทอดออกมาแล้วขนมจะไม่แข็ง ไส้ต่าง ๆทางร้านเน้นปรุงรสชาติให้เข้มข้นคือให้รสจัดมาก ๆ เข้าไว้พร้อมใส่เครื่องเทศให้หอม เวลาทอดเสร็จแกะออกมารู้สึกได้ถึงความหอมของขนม วัตถุดิบที่ใช้ทำไส้ต่าง ๆ ก็คัดสรรมาอย่างดี และใหม่ทุกวันไม่มีทำค้างคืนครับ
ขั้นตอนการทำโดยจะนำแป้งที่นวดได้ที่แล้วมาห่อด้วยไส้ต่าง ๆ ตามต้องการ เน้นมากคือต้องใส่แป้งบาง คือแป้งบางไส้เยอะครับ จากนั้นนำเข้าพิมพ์กดตามแบบแล้วนำลงทอดด้วยน้ำมันที่สะอาด ใช้ความร้อนพอประมาณและวางไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน ก็เป็นอันเรียบร้อยครับ เราก็ได้กะหรี่ปั๊บชิ้นอ้วนไส้เต็มรสชาติเยี่ยมทานกันแล้ว เวลาขายก็จะห่อด้วยกระดาษมันและใส่กล่องรูปแบบน่ารักสวยงามสัญลักษณ์ เราสามารถเลือกไส้ได้ตามใจชอบครับ และราคาไม่แพง เพียงกล่องละ 50 บาท มี 10 ชิ้น เก็บไว้ได้นาน หรือจะซื้อเป็นชิ้นก็ได้ ชิ้นละ 5 บาท ส่วนพายสับปะรดชิ้นละ 7 บาท อิ่มอร่อย แบบเศรษฐกิจพอเพียงกันไปเลย
ขนม กะหรี่ปั๊บแสนอร่อยกว่าจะได้ออกมาวางให้เราได้ชิมกันเรียกว่ามีหลายขั้นตอนพอสมควรครับ ร้านคุณเจี๊ยบ เขาเริ่มทำขนมกันตั้งแต่ตีสามกันเลยเพราะมีขั้นตอนการทำที่ค่อนข้างมากโดยเฉพาะการนวดแป้ง และเพื่อให้ได้ความสดใหม่ของขนมในทุก ๆ เช้าวันใหม่ เรียกว่าไม่เอาเปรียบผู้บริโภคครับ สุดยอดไปเลย หมูหิน.คอม ชิมเอง อร่อยแทบทุกไส้ เอาซะเต็มท้องเลยครับ แต่เด็ดสุดคือไส้ไก่ และไส้หมูเห็ดหอม ยกให้เป็นเมนูเด็ดประจำร้านกันไปเลยครับคุณเจี๊ยบ นอกจากที่ราซื้อกะหรี่ปั๊บแสนอร่อยแล้วที่ร้านก็ยังมีพายสับปะรดรสชาติเยี่ยมมากมายและสินค้าของฝากอีกหลายอย่าง ให้เลือกอาทิ เช่น ขนมโมจิ ผลไม้แปรรูป และขนมพื้นเมืองอีกหลายอย่าง ภายในร้านทำสะอาดสะอ้าน และมีน้อง ๆน่ารักคอยบริการตลอดเวลา และที่สำคัญพี่กัลยาท่านใจดีมาก ๆ อัธยาศัยดีเป็นกันเองกับลูกค้าทุกคน เข้าไปแล้วไม่ผิดหวัง เนื่องจากมีลูกค้าเยอะทั้งขาประจำและขาจรทำให้ต้องเปิดอีก 1 สาขาเพิ่ม อยู่บริเวณใกล้เคียง อยู่ห่างกันประมาณ 50 เมตร เข้าร้านไหนก็ได้หมดครับ
ร้านกะหรี่ปั๊บคุณเจี๊ยบนอกจากที่เราจะได้กินขนมประจำจังหวัดสระบุรีแสนอร่อยแล้ว ร้านนี้ตั้งอยู่ในตัวเมืองสระบุรีใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทั้ง ที่พักแรม ตลาดร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า และเราสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวในเส้นทางเที่ยวอำเภอมวกเหล็กและอำเภอเสาไห้ ได้ต่อ เพราะอยู่ห่างจากตัวเมืองไม่ไกลมากนัก มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งให้เราได้พักผ่อนท่องเที่ยว ที่อำเภอมวกเหล็กอาทิเช่น น้ำตกเจ็ดสาวน้อย,น้ำตกมวกเหล็ก,แหล่งของฝากมวกเหล็กพลาซ่า,อุโมงค์ต้นไม้,ไร่องุ่น ที่อำเภอเสาไห้ เช่น เสาร้องไห้ ตำนานเรือเทพนรสิงห์ อยากเที่ยวแบบไหนก็ไปได้ถึงที่ครับ
ร้านกะหรี่ปั๊บคุณเจี๊ยบตั้งอยู่ที่ 212 ถ.พหลโยธิน ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ เวลา 05.30 - 21.00 น. อยากชิมโทรไปได้เลยที่ 036-220118 ,086-6655154,081-3637360 หรือท่านที่สนใจต้องการจะซื้อไปจำหน่าย สั่งจองล่วงหน้าได้โดยตรงตามเบอร์โทรนี้ครับ
การเดินทางมายังร้านกะหรี่ปั๊บคุณเจี๊ยบก็ไม่ยากครับร้านตั้งอยู่ในตัวเมือง เดินทางจากกรุงเทพ-สระบุรี แยกเข้าตัวเมืองตรงแยกไปอีสานหรือนครราชสีมา เข้าเมืองตรงไปข้ามทางรถไฟ แล้วกลับรถมาก็จะเจอร้านขายขนมกะหรี่ปั๊บหลายร้านตั้งอยู่ ร้านคุณเจี๊ยบจะตั้งอยู่ร้านที่สอง จุดสังเกตุง่าย ๆ ของร้านนี้ก็คือจะมีไก่โต้งตัวใหญ่ ๆ ตัวเดียวยืนอยู่หน้าร้าน มีป้ายบอกขนาดใหญ่ครับหาง่าย
เป็นไงครับทริปนี้เราพามาชิมขนมประจำจังหวัดสระบุรีกันถึงที่ คงอยากมาลองชิมกันบ้างแล้วใช่ไหมครับ เอาเป็นว่า ถ้าท่านใดมีโอกาสเดินทางผ่านมาสระบุรี อยากได้ขนมกะหรี่ปั๊บรสชาติเยี่ยมไส้เต็ม ๆ เข้าไปที่ร้านกะหรี่ปั๊บคุณเจี๊ยบก็ไม่ผิดหวังกันอย่างแน่นอนครับ เอาไว้ทริปหน้าหมูหิน .คอม จะพาไปกินขนมประจำจังหวัดของที่อื่น ๆ กันอีกนะครับ
หมูหิน.คอม คิดจะเที่ยวเว็บเดียวก็พอ...ภาพ เรื่อง และวีดีโอ.....ทีมงานหมูหิน.คอม
|
Concept
สำหรับการถ่ายภาพเส้นแสงบนท้องถนนยามราตรี เป็นการใช้ประโยชน์ในเรื่องของการใช้สปีดชัตเตอร์ที่
เปิดรับแสงนานเพื่อบันทึกแสงที่มีลักษณะของความต่อเนื่อง ซึ่งในที่นี้ก็คือดวงไฟตามจุดต่างๆ ของ
รถยนต์เช่นไฟหน้า ไฟท้าย โดยที่แหล่งแสงเหล่านี้มีการเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ เมื่อกล้องเปิดรับแสงนาน
การเคลื่อนที่ของแหล่งกำเนิดแสงจะถูกบันทึกเก็บเอาไว้อย่างต่อเนื่อง เกิดเส้นของแสงเป็นทางยาวตาม
ทิศทางที่รถมีการเคลื่อนที่ไป
และเพราะเป็นการบันทึกภาพที่ต้องเปิดรับแสงนาน การที่จะให้กล้องบันทึกภาพออกมาได้สวยงามจำเป็น
ที่จะต้องใช้อุปกรณ์เสริมเข้ามาช่วย การเตรียมความพร้อมของร่างกายก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะเราอาจจะต้อง
เดินไปตามท้องถนนเป็นระยะทางไกลๆ
สำหรับเลนส์ที่ใช้งานได้ดีก็คือเลนส์มุมกว้างหรือเลนส์ระยะมาตรฐาน ส่วนเลนส์เทเลโฟโต้อาจจะใช้งาน
ได้บ้าง แต่มุมภาพที่ได้จะแคบและไม่ดูน่าตื่นตะลึงเท่าเลนส์มุมกว้างเพราะเส้นสายที่ได้จะมีความยาวไม่มากจนดูไม่ค่อยน่าสนใจ |
 |
 |
Equipments
สิ่งที่สำคัญเป็นอันดับหนึ่งสำหรับอุปกรณ์เสริมในการนี้ก็คือ "ขาตั้งกล้อง" เพราะ
เราต้องเปิดรับแสงนาน มันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะใช้มือเปล่าถือกล้องหากต้องการ
ให้ภาพออกมาสวยงาม ยิ่งขาตั้งกล้องมีความนิ่งสนิทได้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีต่อภาพ
เท่านั้น เพราะตลอดช่วงของการเปิดรับแสงหากมีการสั่นไหวของกล้องขึ้นเพียง
เล็กน้อย ก็จะส่งผลให้ภาพขาดความคมชัดไปทันที ดังนั้นขอตั้งกล้องที่มั่นคงและ
ส่วนหัวที่ยึดจับตัวกล้องที่แข็งแรงจึงเป็นสิ่งจำเป็นแม้จะต้องแลกมาด้วยน้ำหนัก
ที่มากขึ้นกว่าเดิม
อุปกรณ์ตัวต่อมาที่แนะนำให้ต้องมีก็คือสายลั่นชัตเตอร์ ซึ่งในการถ่ายภาพแบบนี้
เราอาจจะใช้สปีดชัตเตอร์ต่ำแบบที่ควบคุมด้วยตัวกล้องหรือใช้ชัตเตอร์ "B" ก็เป็นได้ เพราะเกี่ยวเนื่องกับเรื่องของตัวแบบที่มีการเคลื่อนที่ การใช้ระบบหน่วงเวลาถ่ายภาพ (Self-Timer) ใช้งานได้กับสปีดชัตเตอร์ที่ควบคุมด้วยตัวกล้อง แต่ไม่สามารถใช้กับ ชัตเตอร์ "B" ได้ ซึ่งข้อเสียของการไม่มีสายลั่นชัตเตอร์ก็คืออาจจะทำให้พลาดช่วง จังหวะสำคัญในการลั่นชัตเตอร์ |
|
|
|
The Exposure
สปีดชัตเตอร์
สปีดชัตเตอร์เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เพราะเราต้องเลือกใช้สปีดชัตเตอร์ต่ำๆ ตั้งแต่ประมาณ 5 วินาทีไปจนถึงเป็นนาที (ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับปริมาณและความเร็ว
ของรถบนท้องถนน) โหมดการถ่ายภาพที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการถ่ายภาพแบบนี้คือโหมด "M" (Manual) เพราะเราสามารถที่จะกำหนดได้เองทั้งค่า
สปีดชัตเตอร์และรูรับแสง
รูรับแสง
เพราะเราต้องการใช้สปีดชัตเตอร์ต่ำ การบีบรูรับแสงให้แคบลงจึงเป็นสิ่งที่ต้องกระทำ ซึ่งค่าที่เหมาะจะเริ่มต้นตั้งแต่ f/8 เป็นต้นไป เรื่องนี้ต้องพิจารณาจาก
หลายปัจจัย เพราะยิ่งต้องการเปิดรับแสงนาน (เช่นรถวิ่งช้าหรือปริมาณแสงไม่มาก) ก็ยิ่งต้องบีบรูรับแสงให้แคบลงเพื่อป้องกันการเกิดค่าแสงโอเวอร์ขึ้นในภาพ
เช่นหากใช้สปีดชัตเตอร์ที่ 5 วินาทีใช้ f/8 แต่เมื่อต้องการเปิดรับแสงนานขึ้นก็เพิ่มสปีดชัตเตอร์เป็น 10 วินาที ก็จะต้องใช้รูรับแสงที่แคบลงมาเช่น f/16 เป็นต้น
แต่โดยปกติที่ถ่ายภาพแนวนี้กัน จะเลือกใช้รูรับแสงแคบสุดของเลนส์เพื่อเปิดรับแสงนาน และเพื่อให้ดวงไฟอื่นๆ ตามท้องถนนเกิดเป็นประกายแฉกในภาพด้วย
ค่า ISO
เลือกใช้ค่า ISO ต่ำที่สุดเพื่อให้ภาพมีคุณภาพดีที่สุดและเพื่อสนับสนุนการเปิดรับแสงนานด้วย แต่ภาพในแนวนี้มักจะเกิด Noise ขึ้นในภาพถึงแม้ว่าจะใช้ ISO
ต่ำที่สุดก็ตาม ซึ่ง Noise ที่เกิดขึ้นจะเป็น Noise ที่เรียกว่า Long Exposure Noise หรือเกิดขึ้นจากการเปิดรับแสงนานนั่นเอง อาจจะมากหรือน้อยก็อยู่ที่ระยะ
เวลาการเปิดรับแสงและระบบการจัดการในตัวกล้อง ซึ่งกล้องรุ่นใหม่ๆ มักจะทำได้ดีในส่วนนี้อย่างเห็นได้ชัด |
|
|
Suggestion
คำแนะนำสำหรับการถ่ายภาพเส้นแสงบนท้องถนน
ควรศึกษาเรื่องการวางองค์ประกอบภาพให้ดี โดยเฉพาะเรื่องของการใช้เส้น เพราะตัวแบบหลักที่จะปรากฏในภาพจะมีลักษณะเป็นเส้น
ซึ่งหากวางไม่ไดีจะทำให้ภาพดูสับสนได้ง่าย
สถานที่ในเวลากลางวันและกลางคืนจะต่างกันค่อนข้างมาก เวลากลางวันอาจะดูว่าสวยเพราะมีแสงที่ช่วยให้เห็นรายละเอียดต่างๆ ได้มาก แต่เวลากลางคืนอาจจะเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลยก็ได้ ดังนั้นควรคิดเผื่อกรณีนี้เอาไว้ด้วย
หากบริเวณที่วางกล้องเป็นแยกไฟแดง ต้องสังเกตุหลายๆ อย่างเช่น ลักษณะการออกตัวของรถ ปริมาณของรถในการมุ่งหน้าไปยังทิศทางต่างๆ
ระยะเวลาของไฟเขียว-แดง ฯลฯ สิ่งเหล่านี้มีความสำตัญเพราะจะช่วยให้เราเลือกจังหวะลั่นชัตเตอร์ได้ดีขึ้น เช่นต้องการให้มีภาพรถจอดนิ่งๆ
ในขณะที่มีเส้นแสงวิ่งเป็นทางยาวในภาพด้วย ก็อาจจะรอจังหวะที่ทางตรงเป็นไฟเขียวแต่ทางเลี้ยวเป็นไฟแดงเป็นต้น
ในมุมที่ไฟหน้ารถมีทิศทางวิ่งเข้ามาหากล้อง ให้ระวังเรื่องของการเกิดแสงโอเวอร์ขึ้นในภาพ เพราะไฟหน้ารถจะมีปริมาณแสงมากกว่าไฟหลังรถ
ยิ่งหากรถมีความเร็วไม่มากนัก จะทำให้มีปริมาณแสงสะสมในภาพมากขึ้น อาจจะหลีกเลี่ยงด้วยการตั้งกล้องในมุมที่อยู่ฝั่งที่เห็นไฟหลังและ
ฝั่งตรงข้ามเป็นไฟหน้า ซึ่งปริมาณรถที่วิ่งผ่านกล้องจะบังแสงไฟหน้าจากฝั่งตรงข้ามเป็นช่วงๆ
ควรวางองค์ประกอบให้มีสิ่งปลูกสร้างที่ดูเด่นเพื่อเป็นวัตถุตายตัวอยู่ในภาพ จะช่วยให้ภาพน่าดูยิ่งขึ้น และสามารถบอกมิติของภาพได้ดีกว่าภาพ
ที่มีแต่เส้นแสงเพียงอย่างเดียว สิ่งที่ควรเลือกใช้ก็เช่นอาคารสูงทรงแปลกตา, อนุสาวรีย์, เสาโคมไฟ ฯลฯ
มุมสูงจะได้ภาพที่ดูแปลกตาและน่าตื่นเต้น แต่หากต้องไปอยู่บนสะพานหรือสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ต้องสังเกตุดูก่อนว่ามีการโยกคลอนหรือกระเทือน
ในช่วงที่มีรถวิ่งหรือไม่ เพราะการสะเทือนเพียงเล็กน้อยก็สร้างความเสียหายให้กับภาพที่มีการเปิดรับแสงนานได้
ในช่วงงานเทศกาลจะมีปริมาณแสงไฟหน้ารถมาก ซึ่งเป็นสิ่งดีสำหรับการถ่ายภาพแนวนี้ แต่สิ่งที่ควรระวังก็คือจะมีจังหวะที่รถติดได้มากเช่นกัน
ซึ่งหากรถติดอยู่กับที่หรือเคลื่อนตัวช้า ก็จะทำให้เกิดปริมาณแสงมากขึ้น ดังนั้นต้องดูจังหวะการวิ่งของรถให้ดี โดยมากแล้วจะเป็นจังหวะที่รถ
กำลังออกจากแยกในจังหวะเริ่มไฟเขียว ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานรถก็จะเริ่มติดหรือวิ่งช้าลง
ควรลดอุปกรณ์ต่างๆ ที่ไม่จำเป็นลงให้น้อยที่สุดเพื่อให้เกิดความคล่องตัว เพราะอาจจะต้องเดินแบกน้ำหนักเป็นระยะทางไกล
เมื่อจะถ่ายภาพให้ปรับตั้งรูรับแสงและสปีดชัตเตอร์โดยอาจจะเริ่มที่ f/8 สปีดชัตเตอร์ 5 วินาที จากนั้นลองถ่ายภาพทดลองดูว่าต้องปรับเพิ่ม
หรือลดส่วนไหน หากแสงจ้าเกินไปก็ลองหรี่รูรับแสงลง หรือหากมืดเกินไปก็ลองใช้สปีดชัตเตอร์ที่ต่ำลงไปอีก ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขึ้นอยู่กับปริมาณแสง
และความเร็วของรถอย่างที่ได้บอกไปแล้ว
เมื่อเล็งภาพในช่องมองภาพเพื่อจัดองค์ประกอบ ให้กำหนดตำแหน่งเป็นเช็คมาร์คทั้งสองด้านของภาพจากวัตถุที่ปรากฏให้เห็น เพื่อใช้เป็น
จุดกำหนดในการเปิดและปิดชัตเตอร์เมื่อรถวิ่งเข้ามาหรือผ่านออกไป ซึ่งนี่จะเป็นเทคนิคสำหรับการเปิดใช้ชัตเตอร์ "B" เพราะในขณะที่กำลัง
บันทึกภาพอยู่นั้นเราจะไม่สามารถมองเห็นภาพได้ จึงต้องใช้วิธีกำหนดจุดแบบนี้ช่วยในการเลือกจังหวะบันทึกภาพ
อาจจะแขวนกระเป๋ากล้องกับขาตั้งในแนวดิ่ง เพื่อใช้สำหรับการถ่วงน้ำหนักช่วยให้ขาตั้งกล้องเกิดความมั่นคงยิ่งขึ้น และจะช่วยให้เราไม่ลืม
ของเมื่อต้องย้ายทีไปยังจุดอื่นๆ ด้วย
ควรติดไฟฉายเล็กๆ ไปด้วย เพราะมันจะช่วยได้มากสำหรับการถ่ายภาพในเวลากลางคืนสำหรับการปรับตั้งต่างๆ ที่อาจจะมองเห็นได้ไม่ดีนัก
เพราะมีแสงน้อย |
|
|
การถ่ายภาพเส้นแสงบนท้องถนนในยามราตรีเป็นสิ่งที่คนใช้กล้อง DSLR ควรจะได้ทดลอง เพราะนี่เป็นการใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติจากกล้องชนิดนี้ได้เต็มที่
นอกจากนี้ยังเป็นการถ่ายภาพที่สนุกจนแทบไม่อยากจะเลิกหากหามุมที่ถูกใจได้จริงๆ และมันจะยังช่วยพัฒนาทักษะการใช้กล้องและอุปกรณ์ให้กับเราได้อย่าง
มากมาย นอกจากนี้ภาพลักษณะนี้มักจะทำให้ผู้ชมตื่นตะลึงได้ไม่ยากหากมีการเปิดรับแสงที่ลงตัว
|
|
|
|
|