|
เดินทางสำรวจแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
เพื่อประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยว
ระหว่างวันที่ 26 29 พฤศจิกายน 2552
เส้นทาง แพร่-น่าน
กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
เข้าสู่ฤดูหนาวกันอีกแล้ว
ทริปนี้หมูหินดอทคอมได้รวบรวมบรรยากาศความหนาวเหน็บจากสายน้ำและม่านหมอก ของเมืองเหนือ ซึ่งรับรองได้ว่ามีครบทุกรสชาดอย่างแน่นอน เพราะทริปนี้ เราได้รับเกียรติจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เข้าร่วมกิจกรรมเดินทางสำรวจแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของผู้ประกอบการและสื่อมวลชน เส้นทางที่เราเดินทางสำรวจในครั้งนี้ ได้แก่จังหวัด แพร่และน่าน ระหว่างวันที่ 26 -29 พฤศจิการยน 2552 (4 วัน 3 คืน) ในครั้งนี้มีสื่อมวลชนหลายแขนงและผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ร่วมเดินทางกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มากหน้าหลายตาและพวกเราชาวหมูหินดอทคอม ขอขอบพระคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ ที่ให้เกียรติร่วมเดินทางสำรวจแหล่งท่องเที่ยวที่ให้ทั้งความรู้และความสนุกไปพร้อม ๆ กัน
การเดินทางในครั้งนี้ เราสตาร์ทที่กุรงเทพด้วยสายการบิน TG 160 จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังท่าอากาศยานจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งมีรถตู้รอรับเราอยู่ถึง 3 คันกันทีเดียว แล้วเราก็มุ่งหน้าไปสู่จังหวัดแพร่แวะนมัสการพระธาตุช่อแฮ วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง ซึ่งตั่งอยู่บนเนินเขาเตี้ย ๆ ในพื้นที่ตำบลช่อแฮ ห่างจากตัวเมืองแพร่ไปตามถนนช่อแฮ ประมาณ 9 กิโลเมตร เป็นปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ลักษณะเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม ย่อมุมไม้สิบสอง ศิลปะเชียงแสน สูง 33 เมตร ฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ 11 เมตร สร้างด้วยอิฐโบกปูนหุ้มด้วยแผ่นทองเหลืองลงรักปิดทอง มองดูคล้ายพระธาตุดอยสุเทพ ซึ่งครูบาศรีวิชัยเป็นผู้ทำการบูรณะพระธาตุเจดีย์องค์นี้ โดยขยายส่วนฐานและต่อเติมส่วนยอดให้มีขนาดสูงขึ้น พร้อมกันนี้เราได้รับเกียรติในการต้อนรับจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ นายวัลลภ พริ้งพงษ์ เป็นอย่างดี ขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้ครับ
เราแวะรับประทานอาหารกลางวันกันที่จังหวัดแพร่แล้วเดินทางต่อไปที่จังหวัดน่าน วันนี้เป็นคืนแรกและเราจะแวะพักกันที่ เรือนรับรองแขกของพระตำหนักภูฟ้า ที่อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่านกัน เดินทางกันตั้งแต่บ่ายครับ ถึงที่พักที่อำเภอบ่อเกลือก็มืดแล้ว อากาศที่นี่ เราได้สัมผัสกับอากาศหนาวเย็นแบบบนดอยจริง ๆ อากาศต่ำกว่า 10 องศา แน่นอนครับ เราได้รับการต้อนรับจากผู้ดูแลศูนย์ภูฟ้าอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมทั้งอาหารมื้ออร่อยที่เตรียมให้เรากว่า 6 อย่าง ไม่ว่าจะเป็น ปลานิลสามรส แกงจืดไก่ใส่ฟัก แกงเขียวหวานหมู ผัดผักรวมน้ำมันหอย ไข่เจียวหมูสับและน้ำพริกอ่องรสเด็ด ซึ่งวัตถุดิบที่ทำอาหารมื้อนี้ ล้วนแล้วแต่ปลอดสาพิษและสด สะอาด ซึ่งปลูกจากศูนย์ภูฟ้าที่นี่เอง และอร่อยอย่าบอกจริง ๆ ครับ อาหารอร่อย ผักก็สดปลอดสารพิษ รับประทานใต้บรรยากาศความหนาวเหน็บยิ่งอร่อยอย่าบอกใคร เมื่ออิ่มท้องกันแล้วก็ชักง่วงครับ อยากอาบน้ำนอนห่มผ้าให้อุ่น ๆ และก็ไม่ผิดหวังครับเพราะที่นี่ห้องพักเค้ามีเครื่องทำน้ำอุ่นให้เราทุกห้อง เลยไม่กังวลกับความหนาวเย็นแต่อย่างใด เตียงนอนและผ้าห่มก็หนา นุ่ม นอนอุ่นสบาย ห้องพักก็สะอาดสอ้าน ไม่ผิดหวังครับหนาวนี้ถ้าอยากมาสัมผัสบรรยากาศเมืองหนาวที่นี่ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน ที่นี่มีที่พักรองรับมากมาย มาแล้วไม่ผิดหวังครับ
เช้านี้พร้อมกัน 7 โมงเช้าที่ห้องอาหาร เตรียมพร้อมกับการเดินทางในวันนี้ด้วยข้าวต้มหมูสับ และกาแฟ โอวัลติน พร้อมด้วยคุกกี้งาดำ ที่ทางศูนย์เค้าทำเอง พวกเรารับประทานด้วยความเอร็ดอร่อยและเมื่ออิ่มหนำสำราญกันถ้วนหน้า ก็จัดเตรียมสัมภาระของใครของมันให้เข้าที่ ใครที่กลัวว่าจะหิว ก็กักตุนกันด้วยขนมกรุบกรอบ และของแห้งทั้งหลาย ที่ทางศูนยน์ภูฟ้าเค้ามีไว้บริการสำหรับผู้เข้าพัก ส่วนหมูหินดอทคอมก็เตรียมของแห้งไปค่อนข้างมากมายกันทีเดียว (กลัวหิวน่ะซิครับ...หุหุ) ส่วนเหล่าบรรดาช่างภาพก็ตระเตรียมกล้องตัวเก่ง ประจำกายของแต่ละคนกันอย่างถ้วนหน้า แต่ก็ไม่วายต้องเป็นห่วงและเพ็คเก็บเป็นอย่างดีเพื่อไม่ให้โดนกระแทกหรือโดนน้ำ และเวลา 8 โมงกว่า ๆ เราก็ออกเดินทางโดยรถตู้ไปหมู่บ้านห้วยลอย เมื่อถึงบ้านห้วยลอยเราก็โดนขนถ่ายขึ้นรถกระบะกันอีกทอด เพื่อนำพาเราไปสู่แม่น้ำว้า แม่น้ำแห่งการผจญภัยของพวกเราในวันนี้
เรื่องราวเกี่ยวกับการล่องแก่งน้ำว้า หมูหินดอทคอมได้นำเสนอให้ท่านผู้ชมมาแล้ว ท่านที่สนใจในการล่องแก่งก็เข้าไปดูรายละเอียดกันได้ที่
http://www.moohin.com/trips/nan/namwa51/ ซึ่งภาคแรกนั้นได้บอกรายละเอียดเกี่ยวกับการล้องแก่งไว้อย่างครบถ้วน ส่วนในทริปนี้เราจะขอนำเสนอในรูปแบบของความสนุกสนานที่ทางพี่ ๆ ทีมงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้มอบให้เรา ซึ่งอยากนำเสนอในรูปแบบของความสนุกสนานในรูปแบบต่าง ๆ ที่ทาง ททท. ได้มอบสิ่งดี ๆ ให้กับหมูหินดอทคอม
เริ่มต้นการล่องแก่งครั้งนี้ เราเริ่มที่ตอนกลางของน้ำว้า เพราะช่วงนี้ระดับน้ำลดลงจากเดิมค่อนข้างมาก ถ้าระดับน้ำเยอะกว่านี้เราจะได้ล่องแก่งตั้งแต่ช่วงแรก ๆ กันเลย แต่ตอนนี้ช่วงแรกจะมีแต่โขดหินค่อนข้างมากบวกด้วยระดับที่น้อยลงจึงต้องเริ่มกันที่ตอนกลาง
ระดับแรก ๆ นั้น เป็นระดับที่ยากและอันตรายสอบถามจากนายเรือก็ได้ความว่าความยากของระดับแรก ๆ นั้นถึงระดับ 7 กันเลยทีเดียว และนายท้ายเรือของเรายังบอกอีกด้วยว่าปีนี้ระดับน้ำลดลงเร็วมาก จริง ๆ แล้วในช่วงเดือนนี้ระดับน้ำจะไม่น้อยขนาดนี้ และยังบอกอีกว่าปีนี้ช่วงของการล่องแก่งคงจะสั้นลง ประมาณเดือนช่วงท้ายของเดือนมกราคมคงจะล่องไม่ได้แล้ว ใครที่สนใจต้องรีบกันหน่อยแล้วล่ะครับ ไม่งั้นก็คงต้องรอไปอีกหน่อย
การล่องแก่งในครั้งนี้ เรามีเรือด้วยกันถึง 6 ลำ แต่ละลำจะมีนายหัวเรือ และนายท้ายเรือที่จะคอยควบคุมบังคับทิศทางเรือและจะคอยบอกให้ข้างไหนพายหนัก , พายเบาหรือพายทวน เรือแต่ละลำในวันนี้นั่งกันประมาณ 5-7 คน การล่องแก่งในครั้งนี้เป็นช่วงเวลาสั้นซึ่งใช้เวลาเพียง 1 คืน สองวันเท่านั้น แต่ก็จะมีสองคืนสามวัน หรือสามคืนสี่วัน แต่เพียงแค่หนึ่งคืนพวกเราก็อ่อนเพลียและเปียกปอนไปตาม ๆ กัน ตลอดเส้นทางงของการล่องแก่งในวันนี้ ล้วนเต็มไปด้วยความสนุกสนานและตื่นเต้นตลอดเส้นทางในการล่องแก่ง ทั้งเหนื่อยและสนุกจริง ๆ ครับ
เราออกล่องแก่งกันตั้งแต่เก้าโมงเช้า ผจญภัยกันเรื่อยมาและมาแวะพักทานข้าวห่อกันที่ริมน้ำว้าในตอนเที่ยงตรง แต่ละคนหิวกันสุด ๆ เพราะการล่องแก่งต้องใช้พลังงานค่อนข้างมาก เรือแต่ละลำก็เตรียมพร้อมด้วยขนมกรุบกรอบเพื่อชดเชยพลังงาน แต่จะควักมาทานกันได้ก็ต้องตอนอยู่ในช่วงน้ำนิ่งเท่านั้น ถ้าเห็นแก่งอยู่ข้างหน้าก็ต้องรีบเก็บลงถุงกันเป็นแถว ไม่งั้นล่ะก็....อดทานแน่ล่ะครับ กระจายกันไปตามระเบียบ
ในระหว่างการล่องแก่งน้ำว้าครั้งนี้ เราได้ชื่นชมธรรมชาติที่ยังคงความสวยงาม อุดมสมบูรณ์ ตลอดเส้นทาง ระหว่างทางเราได้เห็นธารน้ำเล็ก ๆ บ้างก็เป็นน้ำตกที่ไหลลงมาจากภูเขา เห็นแล้วช่างชื่นใจไปตาม ๆ กันครับ แต่ละคนก็ทึ่งไปกับความสวยงามของธรรมชาติที่ถูกสร้างสรรค์มาอย่างลงตัว แต่ก็ไม่วายที่จะเหน็บหนาวไปกับน้ำที่เย็นเฉียบบวกกับช่วงฤดูหนาว ทำให้คนที่เปียกหนาวซีดไปตาม ๆ กัน ส่วนเรือลำที่หมูหินนั่งนี่ซิครับ หนักกว่าใครเพื่อน เพราะหลังจากอาหารกลางวัน พวกเราตกเรือกันทั้งลำ เล่นเอาเปียกปอนกันทั้งลำเรือซะเลย แต่ตื่นเต้นและสนุกสุด ๆ เลยครับ เป็นประสบการณ์ที่หาได้ยาก พร้อมได้ความรู้ในหลาย ๆ ด้านอีกด้วย
วันนี้เราผจญภัยกันมาทั้งวัน ทั้งเหนื่อยและหิวกันสุด ๆ เมื่อมาถึงแคมป์นอนของเรา บรรดาสต๊าฟก็จัดแจงขนสัมภาระลงเรือและกางเต้นท์ให้เรานอนในคืนนี้ พวกเราก็ต้องรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่แล้วน้ำประปาภูเขาของเราก็ดันไม่ไหลซะงั้นครับ ก็เลยต้องลงอาบแม่น้ำว้ากันซะเลย หนาววววววววววอีกแล้ววววววววววว เมื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันเสร็จ ก็มานั่งรอคอยอาหารมื้ออร่อยของเราที่ทางทีมสต๊าฟจะทำให้เราทานในเย็นนี้ บางท่านก็เข้าไปช่วยกันตระเตรียมอาหาร แต่พื้นที่ไม่พอครับ เลยต้องถอยให้เหล่าบรรดาสต๊าฟโชว์ฝีมือกันไป และแล้ว...เราก็ได้ทานอาหารมื้อที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยทานมา
(ฮ่า ๆ หิวจนตาลายไงครับ ทานอะไรก็อร่อยไปหมด) แต่อร่อยจริง ๆ ครับ ไข่เจียวแผ่นใหญ่ หนา นุ่ม รสกลมกลอม และเด็ดสุดเลยครับ ต้มยำปลาคัง สด ๆ จากแก่งน้ำว้า เพราะเราได้มาระหว่างการล่องแก่งจากคนหาปลา ตัวใหญ่มาก ได้หม้อใหญ่ทีเดียว และยังมีผักกูดที่เก็บจากริมน้ำว้า ผักน้ำมันหอย ทานกันสด ๆ ปลอดสารพิษและอร่อยอย่าบอกใครครับ มื้อในเย็นวันนี้อร่อยอย่าบอกใครเลยครับ อิ่ม....
หลาย ๆ คนรู้สึกปวดแผ่นหลังและแขน บางคนรู้สึกมีไข้ ทางทีมงานเลยแจกยาแก้ไข้ แก้ปวด และยาบรรเทาให้หลังอาหารมื้อเย็นนี้ เพราะถ้าไม่ทานยา มีหวังว่าพรุ่งนี้เช้าเราคงไม่มีเรี่ยวแรงพายเรือต่อกันแน่ ส่วนพี่ ๆ บางคนก็มานั่งแลกเปลี่ยนและเล่าถึงความตื่นเต้นในรูปแบบต่าง ๆ ที่ตนเจอมาเล่าสู่กันฟัง พร้อมทั้งจุดฟืน ผิงไฟ บรรเทาความหนาวเหน็บในคืนนี้ด้วย ส่วนคนที่เหนื่อยและอยากพักผ่อนก็สวมใส่เสื้อผ้าอุ่นเข้าเต้นท์นอนกันไปตามระเบียบ น้ำค้างที่นี่แรงมากครับ เต้นท์เปียกชุ่มไปด้วยน้ำค้างกันทุกหลังเลย
รุ่งเช้าของอีกวันในการล่องแก่งน้ำว้า เราได้ยินเสียงปลุกจากสต๊าฟตั้งแต่เช้าตรู่กันเลยทีเดียว โอยยยยยยยย อยากนอนต่อจัง เพราะเรารู้สึกปวดกล้ามเนื้อหลังและด้วยอากาศที่หนาวเหน็บเลยทำให้ไม่อยากจะตื่นเลย แต่ด้วยความที่อยากล่องแก่งต่อก็ต้องรีบลุกขึ้นมาล้างหน้าแปรงฟัน แต่ไม่ต้องถึงการอาบน้ำในตอนเช้านะครับ คงไม่ไหวแน่นอน หนาวซะขนาดนี้ เราทานอาหารเช้ากันเสร็จสรรพ จึงพร้อมที่จะลุยกันต่อ และก็ต้องระทึกใจกันอีกรอบ เพราะเราต้องกลับมาใส่ชุดเมื่อวานที่เราใส่มาล่องแก่งกันอีกครั้ง ถึงแม้จะตากก็แล้ว มันก็ไม่สามารถแห้งได้ครับ เพราะน้ำค้างแรงซะขนาดนี้ ก็ต้องใส่กันแบบเปียก ๆ นี่แหละครับ เพราะยังไงครึ่งวันนี้เราก็ต้องเปียกกันอีกอยู่ดี ไม่เป็นไร สู้ ๆ วันนี้เราเจออีกสิบสามแก่ง และแล้วก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี วันนี้มีคนตกน้ำอีกสองคน สนุกกันสุด ๆ ครับ แล้วเราก็มาขึ้นฝั่งที่บ้านหนองแดง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน มีรถมารับเราเพื่อเดินทางออกไปถนนใหญ่และแวะรับประทานอาหารกลางวัน พร้อมขึ้นรถตู้กลับกันที่ร้านอาหารเพื่อกลับเข้าตัวอำเภอจังหวัดน่านกันต่อไป
ทริปนี้พวกเราชาวหมูหินดอทคอมขอขอบพระคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ ที่ให้เกียรติร่วมเดินทางสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวของไทยในครั้งนี้
เที่ยวไทยครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามและสนุกในรูปแบบต่าง ๆ อีกมากมายในประเทศที่รอให้ท่านไปพิสูจน์
หมูหิน.คอม คิดจะเที่ยวเว็บเดียวก็พอ...ภาพ เรื่อง และวีดีโอ.....ทีมงานหมูหิน.คอม |