|
เที่ยวชมวิหารไม้ทรงไทยใหญ่แบบพม่าที่วัดนันตาราม
ทริปนี้หมูหิน.คอม พาเพื่อน ๆ เดินทางมุ่งหน้าสู่จังหวัดพะเยา เพื่อไปเที่ยวชมวิหารไม้ทรงไทยใหญ่ แบบพม่าที่สร้างขึ้นตามสถาปัตยกรรมไทยใหญ่ โดยชาวไทยใหญ่ ที่วัดนันตาราม วัดแห่งนี้มีประวัติความเป็นมา และมีสถาปัตยกรรมแบบไทยใหญ่ ที่น่าศึกษาเรียนรู้มากมาย รวมไปถึงโบราณวัตถุเก่าแก่อันล้ำค่า ที่ถูกเก็บรวบรวมไว้ภายในพิพธภัณฑ์จัดเก็บวัตถุโบราณของวัดนันตาราม
วัดนันตาราม
ตั้งอยู่บริเวณด้านข้างห้างสรรพสินค้า เทสโก้ โลตัส สาขาเชียงคำ ไม่ปรากฎว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยใด เดิมชื่อว่า วัดจองคา หรือ วัดจองเหนือ เพราะมุงด้วยหญ้าคา (คำว่า จอง เป็นภาษาไทยใหญ่ หมายถึงวัด) ตามตำนานเล่ากันว่า บริเวณวัดแห่งนี้ในสมัยก่อนเป็นพื้นที่ว่างเปล่า ชาวบ้านมักจะเห็นดวงไฟผุดขึ้นเหนือบริเวณแห่งนี้ในคืนวันเพ็ญ ชาวบ้านจึงเรียกบริเวณนี้ว่าเป็นบริเวณศักดิ์สิทธิ์ ต่อมามีพระภิกษุสงฆ์ชาวไทยใหญ่เดินทางเข้ามา ชาวบ้านก็เลยร่วมกันสร้างเรือนไม้ทรงไทยใหญ่ถวายเป็นที่พำนักแก่พระภิกษุเหล่านั้น ต่อมามีพระภิกษุสงฆ์มากขึ้น เริ่มมีผู้คนรู้จักและนำอาหารมาถวายพระภิกษุมากขึ้น ชาวบ้านก็เลยร่วมกันสร้างเป็นวัด
วัดนันตารามเป็นวัดประจำชุมชนชาวไทยใหญ่ สร้างขึ้นโดยพุทธศาสนิกชนชาวไทยใหญ่ โดยพ่อหม่องโพธิ์ขิ่น เป็นผู้บริจาคที่ดิน เนื้อที่ ๓ ไร่เศษ ให้เป็นสถานที่ก่อสร้างวัด และพ่อเฒ่าอุบล เป็นประธานในการก่อสร้างครั้งแรก ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2467 พ่อนันตาอู๋ วงศ์อนัน คหบดีอำเภอเชียงคำ ได้ชักชวนประชาชน ร่วมกันบูรณะ ปฏิสังขรณ์ วัดจองคาขึ้นใหม่ โดยแม่นางจ๋ามเฮิง ได้บริจาคที่ดิน เนื้อที่ 5 ไร่ งาน 72 ตารางวา สำหรับขยายอาณาเขตของวัด รวมเนื้อที่วัดทั้งหมด 8 ไร่ 1 งาน 72 ตารางวา
จากนั้นพ่อนันตาอู๋ วงศ์อนัน ผู้มีศรัทธาแรงกล้าที่จะทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ได้บริจาคทรัพย์เพื่อบูรณะปฏิสังขรณ์ และเป็นเจ้าภาพศรัทธาสร้างวิหารหลวง โดยให้นายช่างชาวพม่า ออกแบบก่อสร้างเป็นศิลปะแบบพม่า สร้างเป็นวิหารไม้ทั้งหลัง รูปแบบทรงไทย ทรงคาทรงเจตมุข หลังคาหน้าจั่วยกเป็นช่อชั้น ลดหลั่นกันสวยงามมุงด้วยแป้นเกร็ด (กระเบื้องไม้) ปานต่อง และปานซอยเป็นลวดลาย และเทคนิคการฉลุไม้ ซึ่งถ้ามองจากภายนอกจะแบ่งกลุ่มออกเป็น 3 จอง ได้แก่ จั่ว เป็นประธานสูงสุด เรียกว่า จองพารา ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปบริเวณจองพาราจะเน้นเป็นพิเศษ เรียกว่า ข่าป่าน ส่วนจั่วต่ำสุด อยู่หน้ามุข เรียก จองตก่าผก่ามะ ที่นั่งสำหรับฆราวาส ส่วนจั่วที่แยกออกไปต่างหากทางทิศตะวันออก เรียกว่า จองซักฆะ หรือกุฏิที่พำนักของเจ้าอาวาส ภายในวิหารก็ยกพื้นสูงต่างระดับกันเป็น 3 ชั้น สูงสุดคือชั้นพุทธะ ลดลั่นลงมาคือชั้นพระสงฆ์ บริเวณด้านหน้าของพระพุทธรูปและจองซักฆะ เป็นระดับเดียวกัน ต่ำสุดเป็นที่นั่งอุบาสก อุบาสิกา ซึ่งสัมพันธ์กับจั่ว หรือหลังคานั่นเอง มีเสาวิหารทั้งหมด 68 ต้น ลงรักปิดทองทั้งหมด 40 ต้น ส่วนเพดานประดับประดาด้วยกระจกสีลวดลายวิจิตรพิศดารไม่ซ้ำกัน ประดับด้วยแก้วสี ใช้เวลาในการก่อสร้าง 10 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2468 พ.ศ. 2477 ค่าใช้จ่ายทั้งหมดประมาณ 4,5000 บาท หลังจากการก่อสร้างเสร็จสิ้น ในวันที่ 1 15 มีนาคม พ.ศ. 2477 ได้จัดงานฉลองเป็นครั้งแรก และได้เปลี่ยนชื่อจาก วัดจองคา เป็น วัดนันตาราม เพื่อเป็นอนุสรณ์และยกย่องพ่อเฒ่านันตาเป็นพ่อตก่าจองนันตาอู๋ วงค์อนัน คือมหาอุบาสกผู้สร้างวิหาร นอกจากการทำบุญ และจัดมหรสพสมโภชแล้ว ยังมีการตั้งโรงทาน แจกจ่ายวัตถุทานแก่ยาจกวณิพกและคนยากจนทั่วไปจำนวนมากอีกด้วย นับเป็นมหากุศลที่ยิ่งใหญ่
ภายในวิหารไม้เป็นที่ประดิษฐานพระประธานองค์ใหญ่ ซึ่งแกะสลักด้วยไม้สักท่อนใหญ่ อันเชิญมาจากวัดร้างชื่อ เหม่ถ่า ซึ่งเป็นวัดร้างในชุมชนไทยใหญ่เดิมที่อำเภอปง (ปัจจุบันเป็นสถานีอนามัยบ้านดอนแก้ว ตำบลออย อำเภอปง) เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย แกะสลักจากไม้สักทองทั้งต้น ลงรักปิดทอง ทรงเครื่องแบบไทยใหญ่ สวยงามมาก ขนาดหน้าตักกว้าง 51 นิ้ว สูงจากฐานถึงยอดเกศา 9 ศอก ประดิษฐานบนสิงหบัลลังก์ฐานไม้ประดับลวดลายและกระจกสี ชั้นบนสุดมีเรื่องราวของพระเวสสันดรชาดก มีแผงไม้กั้นด้านหลังประดับประดาด้วยกระจกสีที่สวยงาม ประกอบด้วยไม้ฉลุแบบฆัณทเลย์และแกะสลักลายเครือเถามีเทวดาซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากตะวันตก เพราะสร้างในยุคที่ไทยใหญ่เป็นคนในบังคับของอังกฤษ และสัตว์ป่าหิมพานต์ ล่างสุดเป็นนางกินรีและกินนร ซึ่งชาวไทยใหญ่เรียกว่า นางนกกิงคลา ทั้งหมดใช้ไม้จากต้นเดียวกันมีพระพุทธอัครสาวก คือพระสารีบุตรประกอบเบื้องขวา และพระโมคคัลลานะประกอบเบื้องซ้ายของพระพุทธรูป อันเชิญมาจากวัดจองเหม่ถ่า ซึ่งเป็นวัดของชาวไทยใหญ่ที่ทิ้งร้างไว้ เมื่อปี พ.ศ. 2476
นอกจากพระประธานที่น่าสนใจแล้ว ยังมีพระพุทธรูปหินขาว หรือหยกขาว เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย แกะสลักจากหยกขาว หรือหินขาว ทรงเครื่องแบบไทยใหญ่ หน้าตักกว้าง 14 นิ้ว สูง 18 นิ้ว แม่คำหล้า วาระกุล เป็นผู้สร้างถวาย
นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปเกสรดอกไม้ ซึ่งปั้นจากดอกไม้หอมนานาชนิดในเมืองต่องกี ประเทศพม่า ตามกรรมวิธีการปั้นพระพุทธรูปแบบไทยใหญ่ โดยนำบรรดาดอกไม้ทั้งหลายมาตากแห้งและบดให้ละเอียด ผสมกับยางรัก เถ้าฟางเผ่าคลุกกับดินจอมปลวกและอิฐป่น ปั้นเป็นพระพุทธรูปลงรักปิดทอง ทรงเครื่องไทยใหญ่ ประทับบนสิงหบัลลังก์อยู่ด้านขวามือของพระประธาน พระพุทธรูปองค์นี้พ่อเฒ่าผก่า หัวอ่อน และแม่เฒ่าป้อง สุมาลย์เจริญ เป็นผู้สร้างถวาย
พระเจ้าแสนแซ่ พระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์สมัยเชียงแสน ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 9 นิ้ว สูง 24 นิ้ว แม่เฒ่าบัวได้บูชามาจากพ่อเฒ่าส่างติ (พี่ชาย) ในราคา 1 ชั่ง (80 บาท) นำมาถวายวัด (โดยมีปลัดอำเภอท่านหนึ่งได้ว่าจ้างเกวียนชาวบ้านในราคา 75 สตางค์ บรรทุกมาจากบ้านถ้ำ ตำบลแม่ลาว อำเภอเชียงคำ นำมาตั้งไว้ใต้ถุนเรือนพ่อเฒ่าส่างติ ) ต่อมากรมศิลปากรได้จดทะเบียนรับรองเป็นวัตถุโบราณ
สำหรับเพื่อน ๆ ที่ชื่นชอบในการอนุรักษ์วัตถุโบราณเก่าแก่ ก็ต้องเดินเข้ามาบริเวณด้านหลังองค์พระประธาน เพราะมีพิพิธภัณฑ์เก็บรักษาวัตถุโบราณ ชื่อว่า พิพิธภัฑณ์อู่เต็งมง ซึ่งภายในเก็บรักษาพระเครื่องพิมพ์เก่าแก่นับร้อยองค์ คัมภีร์พระไตรปิฎก เงินตราสกุลต่าง ๆ ในสมัยโบราณ และพระพุทธรูปปางต่าง ๆ ทรงเครื่องแบบไทยใหญ่ และอื่น ๆ อีกมากมาย ส่วนมากจะเป็นของไทยใหญ่ครับ
สำหรับเพื่อน ๆ ที่ชอบเข้าวัดเข้าวา หรือสนใจอยากจะมาเที่ยวชมวัดนันตาราม ก็มาได้ทุกวันนะครับ วัดนันตาราม ตั้งอยู่ที่อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา หรือว่าจะมาที่ห้างสรรพสินค้า เทสโก้โลตัส สาขาเชียงคำ จะเห็นวัดนันตารามเด่นเป็นสง่าอยู่ด้านข้างครับ และหากเพื่อน ๆ มาในตรงกับวันสำคัญทางพุทธศาสนาแล้วละก็ จะได้เห็นถึงวัฒนธรรมประเพณีการทำบุญของชาวไทยใหญ่ที่รับรองว่าเพื่อน ๆ ไม่เคยเห็นที่ไหนเลยละครับ
หมูหิน.คอม คิดจะเที่ยวเว็บเดียวก็พอ...ภาพ เรื่อง และวีดีโอ.....ทีมงานหมูหิน.คอม |