|

ดอกบัวผุด
เรื่อง...บัวผุด ดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ชื่อเสียงของแหล่งท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติเขาสกที่มีทั้งพื้นที่ทางน้ำและทางบก
หากได้ยินคำกล่าวว่า
กุ้ยหลินเมืองไทย
ก็คือ
พื้นที่ทางน้ำที่เขื่อนเชี่ยวหลานที่มีนักท่องเที่ยวต่างชอบที่จะได้เห็น
หรือจะกล่าวถึง
บัวผุด
ทุกคนต่างก็รู้จักอุทยานแห่งชาติเขาสกขึ้นมาทันที
เพราะภาพลักษณ์ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเขาสก ก็คือ
บัวผุดนี้เอง
แม้ว่าบัวผุดที่ขึ้นอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติคลองพนมที่อยู่คนละฝั่งถนน
ทุกคนยังคิดว่าเป็นของอุทยานแห่งชาติเขาสก
ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่มีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารที่ดี
ผลประโยชน์ต่างๆก็ตกไปยังเขาสกแทบทังสิ้น
ชาวต่างชาติที่มาเที่ยวเขาสก
ต่างมุ่งหาบัวผุดเพื่อชมความยิ่งใหญ่ของดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดโลกที่มีอยู่ในเมืองไทยไม่กี่แห่งเท่านั้น
เท่าที่ทราบว่า บัวผุด
จะมีแหล่งกระจายพันธุ์เพียงไม่กี่จังหวัดในภาคใต้เท่านั้น คือ
จังหวัดชุมพร ระนอง พังงา สุราษฎร์ธานี
ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อกันทั้ง 4 จังหวัดนี้
คงด้วยเหตุผลทางด้านสภาพอากาศ ความชื้น ที่เหมาะสม
สภาพแวดล้อมของหมู่พรรณไม้ต่างๆ
ที่ช่วยประโยชน์ต่อการเจริญเติบของบัวผุด
บัวผุด บัวตึง บัวกระด้ง บัวตุง
หรือ บัวพระพุทธองค์
(Rafflesia kerrii Meijer) จัดได้ว่า
เป็นพันธุ์ไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่พบในประเทศไทย
บัวผุด
เป็นพืชเบียนหรือพืชกาฝาก (Parasite Plant)
มันอาศัยดูดน้ำ ดูดอาหารจากเถาย่านไก่ต้ม
ซึ่งเป็นพืชวงศ์องุ่น ในสกุล Tetrastigma
ปัจจุบันมีการค้นพบพืชสกุลบัวผุดแล้วทั้งสิ้น
14 ชนิด
ล้วนมีถิ่นกำเนิดอยู่ในภูมิภาคอินโด-มาลายาเท่านั้น
บัวผุดที่พบในเขตป่าอุทยานแห่งชาติเขาสก
ได้รับการยืนยันจาก Dr. M Meijer
จากมหาวิทยาลัยแคนตักกี ในปี พศ. 2527
ว่าเป็นพันธุ์ใหม่ของโลก Dr. M Meijer
ได้ตั้งชื่อให้เป็นเกียรติแก่ Dr.
A.F.G. Kerr นายแพทย์ชาวไอริช
ผู้สำรวจพบไม้พันธุ์นี้เป็นครั้งแรก เมื่อปี พศ. 2472
ปัจจุบันบัวผุด เป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี
เส้นทางชมบัวผุดที่คลองศก
จากเส้นทางไปบัวผุด
ที่เลียบสายน้ำคลองศกขึ้นไปบางหัวแรด
จนกระทั่งมาถึงจุดทางแยกขวามือ
เพื่อไปยังจุดที่มีบัวผุดอีกประมาณ 1.5
กม.
หากรวมระยะทางจากที่ทำการมาเป็นระยะทาง 3.5
กม.
แยกขวาขึ้นไปจะเป็นทางชันยาวจนลงมายังหุบเขาก็จะพบปาล์มหลังขาวและบัวผุดขึ้นอยู่ในบริเวณเดียวกัน
จุดบริเวณในอดีตเคยเป็นแหล่งบัวผุดที่สมบูรณ์แห่งหนึ่ง
ปัจจุบันก็ไม่พบบัวผุดบานที่จุดนี้อีกแล้ว
คงเนื่องจากผลกระทบจากนักท่องเที่ยวที่เข้าไปเที่ยวกันเยอะๆ
และทางอุทยานแห่งชาติเขาสกก็ได้ปิดเส้นทางสายนี้
เพื่อให้ธรรมชาติปรับฟื้นตัวขึ้นมาอีกครั้ง
ปกติที่เราพบดอกบัวผุดในบริเวณใด
ก็จะพบอยู่หลายดอก ถ้ามีดอกหนึ่งบานเต็มที่ และจะดอกอื่นๆ
มีลักษณะเป็นดอกตูม เพื่อรอผลิบานในช่วงถัดไป
ดอกที่บานใหม่จะมีสีสันสดใส
ผิวพรรณสีสันเป็นสีน้ำตาลแดงมีลายกระไปทั่วดอก
โดยมีกลีบดอกอยู่ 5 กลีบ
ล้อมรอบใจกลางที่มีลักษณะคล้ายกระโถนและภายในรูปทรงกระโถนนั้นจะมีเกสรคล้ายกับเกสรดอกบัว
บัวผุด
เป็นพันธุ์ไม้ที่แปลกชนิดหนึ่งของเมืองไทย
ยังไม่มีใครค้นพบรากเหง้า หน่อ
ลำต้นของบัวผุดอันเป็นที่มาของดอกได้เลย กล่าวกันว่า บัวผุด
จัดเป็นจำพวกกาฝากที่อาศัยน้ำเลี้ยงจากเถาองุ่นป่า
หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ย่านไก่ต้ม
ซึ่งเป็นเถาวัลย์ชนิดหนึ่ง
ย่านไก่ต้มที่เลื้อยแทรกไปตามพื้นดินได้พบตุ่มดอกบัวผุดที่เพิ่งแตกเป็นตุ่มเล็กๆ
รอวันที่เติบโต โดยอาศัยน้ำเลี้ยงจากย่านไก่ต้ม
จนขยายรูปทรงคล้ายกับดอกกระหล่ำ แล้วจากนั้น
ก็ผลิบานเป็นดอกขนาดใหญ่
เท่าที่สำรวจพบว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดวัดได้ 80
ซม.
แต่โดยเฉลี่ยแล้วจะมีขนาดความกว้างของดอกประมาณ 55-65
ซม. จึงได้กล่าวกันว่า ดอกบัวผุด
เป็นดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
เส้นทางชมบัวผุด ที่ กม. 111
จุดชมบัวผุดอยู่ในป่าบนเขาลูกหนึ่งซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาสก
ไม่ไกลจากควนลูกช้าง ซึ่งเป็นจุดชมบัวผุดเดิม
ต้นกำเนิดคลองศกห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 7
กิโลเมตร
ปัจจุบันก็เหลือบัวผุดที่จะให้ชมได้เพียงแหล่งเดียว
ก็เป็นที่บริเวณ กม.111 เพียงแห่งเดียว
นักท่องเที่ยวจะต้องสอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่
พร้อมกับคนนำทางไปยังจุดดังกล่าว
เพราะเป็นเส้นทางที่ไกลอยู่เหมือนกัน
เริ่มต้นที่ทางหลวงแผ่นดินหลักกิโลเมตรที่
111
ต้องเดินไต่เนินเขาชันอย่างต่อเนื่อง มีระยะทางประมาณ 3
กิโลเมตร จุดที่พบบัวผุดมี 2
จุด จุดแรกขึ้นเป็นกลุ่มใหญ่ เนื้อที่ประมาณ
30 ตารางเมตร
ย่านไก่ต้มมีความอุดมสมบูรณ์ ทางอุทยานฯ
กั้นรั้วลวดหนามล้อมไว้ เพื่อไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปใกล้ชิด
จนเกิดผลกระทบตามมาทีหลัง
บัวผุดกลุ่มที่สอง
อยู่ถัดจากบัวผุดกลุ่มแรกลงมาทางใต้ลงมาราว 200
เมตร ก็มีความสมบูรณ์น้อยกว่าจุดแรก
แต่ก็จะเป็นการหมุนเวียนการผลิบานของดอกบัวผุดอย่างต่อเนื่อง
การไปชมดอกบัวผุดในแต่ละพื้นที่
ควรติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางและทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
เส้นทางชมบัวผุดที่ถ้ำผึ้ง อช.คลองพนม
เป็นเส้นทางหนึ่งที่เรามีโอกาสได้ชมดอกบัวผุดที่สวยงามและสมบูรณ์
เนื่องจากในบริเวณดังกล่าว
จะเป็นแหล่งย่านไก่ต้มที่พบกระจายอยู่ทั่วป่า
เริ่มต้นจุดเดินเท้าเข้าไปยังแหล่งดอกบัวผุดที่มีระยะทางประมาณ
3 กม. มีจุดแรกที่พบอยู่ถึง 3 ตำแหน่ง อยู่ในสภาพป่าดิบชื้น
หากว่าไม่พบดอกบัวผุดในจุดดังกล่าวนี้
ก็เดินป่าต่อไปยังอีกจุดหนึ่ง
ที่จะพบดอกบัวผุดที่ขึ้นตามต้นเถาวัลย์ในลักษณ์ที่แขวนอยู่ตามต้นเถาวัลย์
ซึ่งปกติเราจะพบอยู่ตามพื้นเสียส่วนใหญ่
ในเส้นทางเดินป่าชมดอกบัวผุดในเส้นทางนี้จะต้องมีเจ้าหน้านำทางที่ทุกครั้ง
เราเข้าไปเองก็คงต้องหลงอย่างแน่นอน
วงจรชีวิตของบัวผุด
บัวผุด
เป็นพืชป่าฝนเขตร้อนที่มีระบบวงจรชีวิตที่เปราะบาง
เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่ง
เนื่องจากต้องอาศัยเงื่อนไขเฉพาะหลายประการในการแพร่พันธุ์
นอกจากนั้นโอกาสที่จะติดเป็นผลหลังการผสมเกสร มีไม่เกินร้อยละ
20
เงื่อนไขที่ 1
ดอกตัวผู้กับดอกตัวเมีย จะต้องบานพร้อมกัน
และบานอยู่ไม่ห่างกันนัก
มันจะปล่อยกลิ่นคล้ายซากเน่าออกมาล่อแมลงวันหัวเขียว
ซึ่งเป็นแมลงชนิดเดียวที่ทำหน้าที่ผสมพันธุ์ให้บัวผุด
จากนั้นดอกก็จะเหี่ยวแห้งไป
เงื่อนไขที่ 2
สัตว์ป่าที่ช่วยผสมพันธุ์ คือ กระแต มันจะกินผลบัวผุดที่แก่จัด
เมล็ดจากผลบัวผุดที่มีขนาดเล็กเท่าเส้นด้าย
อาจติดตามเล็บของมัน การแพร่พันธุ์จะเกิดขึ้นเมื่อกระแตใช้เล็บ
(ที่มีเมล็ดติดอยู่)
ไปตะกุยบนผิวย่านไก่ต้ม ในตำแหน่งที่พอเหมาะ
คือ ต้องเจาะเข้าไปในท่อน้ำเลี้ยงของย่านไก่ต้มเท่านั้น
เงื่อนไขที่ 3
เถาย่านไก่ต้ม เป็นตัวอิงอาศัย (host)
ชนิดเดียวของบัวผุด
โดยที่บัวผุดจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากท่อน้ำเลี้ยงของย่านไก่ต้ม
การบานของดอกบัวผุดเกิดจากแรงดันของน้ำที่อยู่ในเถาย่านไก่ต้มนั่นเอง
ช่วงฤดูกาล
การที่เราจะชมดอกบัวผุดบานได้จังหวะที่เหมาะสม
เราต้องตรวจสอบช่วงเวลาของฤดูกาลการผลิบานของบัวผุดให้ชัดเจน
โดยปกติทั่วไปดอกบัวผุดจะบานในช่วงเดือนธันวาคม
จนถึงเดือนพฤษภาคม อย่างไรก็ตาม
เพื่อความแน่นอนควรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
อุทยานแห่งชาติเขาสก โทร. 077-395139, 077-395154,
077-395155
เรื่องและภาพโดย ภูฟ้า
|