|

หมอกช้าง...แห่งน่านนคร
หมอกช้าง
หากเป็นหมอกปกติธรรมดาก็พบได้กันทั่วไปอยู่แล้ว แต่หมูหิน.คอม
วันนี้ขอแนะนำหมอกช้าง
หมอกเม็ดใหญ่ๆ ที่ตกลงมาคล้ายกับละอองของฝน
รู้สึกได้เมื่อหมอกมาสัมผัสกับผิวหนังของเรา
หมอกที่เป็นสายเป็นละอองเม็ดใหญ่ๆ แบบนี้ โบราณเขาเรียกกันว่า
"หมอกช้าง"
และที่ที่พบหมอกช้างและเป็นที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากๆแห่งหนึ่งของเมืองไทยคือ
เมืองน่าน
เพราะตลอดเส้นทางของแม่น้ำน่านที่ไหลลงขนานมากับถนนสายเวียงสาน่าน
และสาย น่านไปท่าวังผา จะพบหมอกช้างได้เป็นปกติในช่วงหน้าหนาว

หมอกมีส่วนอย่างมากทำให้เราเที่ยวได้อย่างสนุกและเพิ่มความสุขให้เราได้มากขึ้น
นายหมูหินและหมูน้อยท่องเที่ยวมาหลายที่
เรามาลองคิดดูหากว่าเราไปกางเต้นท์นอนที่ไหนสักแห่งหนึ่ง
หากตื่นตอนเช้ามามีหมอกเต็มหน้าเต็นท์ไปหมดจะสวยงามขนาดไหน
บางคนก็ชอบหมอกมากเห็นหมอกก็ชอบถ่ายรูป
ถนนสายหมอกที่คนนิยมไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึกอีกแห่งหนึ่งคือที่
อำเภอปาย สายน้ำปายทำให้เกิดหมอก
ทำให้นักท่องเที่ยวมีความสุขกันนับแสนนับล้านคนมาแล้ว
ยิ่งหากเป็นหมอกช้าง หมอกเม็ดใหญ่ๆ
ที่ตกลงมาจนเรารู้สึกเหมือนฝนตกก็ยิ่ง
Happy สุดๆ
และด้วยการที่หมอกตกลงมาเป็นสายเหมือนรากไม้
คนโบราณเขาจึงเรียกหมอกช้างอีกชื่อหนึ่งว่า
"รากฝน"
หากเช้าวันไหนหมอกช้าง หรือ รากฝน
ลงจัดขับรถมอเตอร์ไซต์ไปตลาดเช้าๆก็จะเปรียก
ดังนั้นต้องใส่ผ้าป้องกันอย่างดี
ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะรู้จักทะเลหมอก
ซึ่งต้องขึ้นไปที่ยอดเขาสูงๆ และมองลงมาที่เป็นหุบเขา
จะเห็นเป็นทะเลหมอกสวยมาก ทะเลหมอกในประเทศไทยมีหลายที่
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยก็ได้รวบรวมให้นักท่องเที่ยวไปเที่ยวกันดังนี้
ภาคเหนือ
- ทะเลหมอกอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง จังหวัดเชียงใหม่
สามารถมองเห็นได้โดยไม่ต้องเดินป่า ยิ่งมาในในช่วงเดือนธันวาคม
- กุมภาพันธ์ จะเห็นซากุระบานหรือนางพญาเสือโคร่งอยู่ทั่วไป
- ทะเลหมอกภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย
อันดับหนึ่งของภาพทะเลหมอกอันแสนคลาสสิก
มองเห็นหน้าผามุมฉากตัดกับทะเลหมอกเบื้องล่างในแผ่นดินลาว
- ทะลหมอกม่อนกิ่วลม ม่อนครูบาใส ม่อนพูนสุดา ม่อนกระทิง
อุทยานแห่งชาติแม่เมย จังหวัดตาก
- ทะเลหมอกยอดโมโกจู อุทานแห่งชาติแม่วงก์ จ.กำแพงเพชร
สวยงามดั่งฝัน แต่ต้องฝ่าฟันต้องเดินป่าค้างแรมแบบทรหดสุด ๆ
ฤดูกาลท่องเที่ยวคือช่วงเดือนพฤศจิกายน - กุมภาพันธ์
- ทะเลหมอกที่เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ชมได้สบาย ๆ ในรีสอร์ทบนเขา
เพียงพยายามตื่นแต่เช้า ก็จะเห็นทะเลหมอกได้
- ทะเลหมอกดอยหัวหมด อำเภออุ้มผางจังหวัดตาก
เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขาดไม่ได้ คู่กับน้ำตกทีลอซูและกิจกรรมล่องแก่งแม่กลอง
- ทะเลหมอกภูทับเบิก มีลานกางเต็นท์ที่จุดชมวิว
มองเห็นทะเลหมอกยามเช้าและ"ดาวบนดิน" ในยามค่ำคืน
เดือนตุลาคมชมแปลงปลูกกะหล่ำปลี ส่วนเดือนธันวาคม
ชมดอกซากุระบาน
- ทะเลหมอกดอยเสมอดาว อุทยานแห่งชาติศรีน่าน จังหวัดน่าน
- ทะเลหมอกดอยมด ดอยลังกา อุทยานแห่งชาติขุนแจ จังหวัดเชียงราย
- ทะเลหมอกที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ที่ จซ.5
(แม่แจ่ม) จังหวัดลำปาง
- ทะเลหมอกดอยปุกผักกา อุทยานแห่งชาติเชียงดาว อำเภอฝาง
จังหวัดเชียงใหม่
- ทะเลหมอกอุทยานแห่งชาติขุนตาล ณ จุดชมวิว ย.4
จุดชมวิวโรงอาหาร
- ทะเลหมอกอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ชมดอกชมภูภูคา
ดอกไม้หากยากในเดือนกุมภาพันธ์
- ทะเลหมอกยอดดอยหนอก อุทยานแห่งชาติดอยหลวง จังหวัดพะเยา
ช่วงเดือนต้องเดินป่าระยะไกล
- ทะเลหมอกอุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช จังหวัดตาก
เหมาะมาดูช่วงสิงหาคม - ธันวาคม
- ทะเลหมอกอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์
จังหวัดแม่ฮ่องสอนบริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ สร.1, 2
และ 5 ช่วงเดือนพฤศจิกายนจะได้ชมทุ่งดอกบัวตอง
- ทะเลหมอก อุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย ณ
จุดชมทิวทัศน์สโมสรครัวดอย เดือนตุลาคม - มีนาคม
- ทะเลหมอก จุดชมทิวทัศน์ชมตะวัน ตาดเดือน อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย
จังหวัดสุโขทัย ระหว่างพฤศจิกายน - กุมภาพันธ์
ภาคอีสาน
- ทะเลหมอกผานกแอ่น อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย
ตุลาคม - มกราคม ชมป่าสน น้ำตก และเมเปิลเปลี่ยนสี
- ทะเลหมอก อุทยานแห่งชาติภูเรือ จังหวัดเลย
- ทะเลหมอกผาชนะได อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี
พบเห็นได้ในช่วงพฤศจิกายน - ธันวาคม พร้อมกับชม
พระอาทิตย์ก่อนใครในสยาม
- ทะเลหมอกเนิน 1408 อุทยานแห่งชาตินาแห้ว จังหวัดเลย
เดือนพฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ และชมน้ำตกตาดเหือง
- ทะเลหมอกจุดชมวิวหินช้างสี อุทยานแห่งชาติน้ำพอง
จังหวัดขอนแก่น ตุลาคม - ธันวาคม
พร้อมกับชมทิวทัศน์อ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์
- ทะเลหมอกภูก่อ อุทยานแห่งชาติภูผายล จังหวัดสกลนคร พฤศจิกายน
- กุมภาพันธ์
ภาคกลาง
- ทะเลหมอกเขาพะเนินทุ่ง จุดชมวิว กม. 36
อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี มีให้ดูตลอดปี
- ทะเลหมอกยอดเขาใหญ่ ในอุทยานแห่งชาติเขาแหลม
จังหวัดกาญจนบุรี พฤศจิกายน - มกราคม
ชมทิวทัศน์อ่างเก็บน้ำเขื่อนเขาแหลม
- ทะเลหมอกบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์
จังหวัดกาญจนบุรี กันยายน - กุมภาพันธ์
และยังได้เที่ยวชมน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นอันสวยงาม
- ทะเลหมอก บริเวณจุดชมทิวทัศน์ อุทยานแห่งชาติปางสีดา
จังหวัดสระแก้ว ตุลาคม - ธันวาคม เหมาะแก่การดูนก
และเที่ยวน้ำตก
- ทะเลหมอกอุทยานแห่งชาติพุเตย จังหวัดสุพรรณบุรี กันยายน -
พฤศจิกายน ชมป่าสนสองใบแห่งเดียวในภาคกลาง
- ทะเลหมอกสันมะค่า อุทยานแห่งชาติกุยบุรี
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตุลาคม - กุมภาพันธ์
กิจกรรมมีทั้งเดินป่าและชมน้ำตก
|
หมอก (Fog)
คือ ละอองน้ำเล็ก ๆ
ที่เกิดจากการกลั่นตัวของไอน้ำในบรรยากาศใกล้ผิวโลกหรือหมอก
คือเมฆที่เกิดในระดับใกล้พื้นโลกนั้นเอง
การเกิดหมอก
เกิดจากการกลั่นตัวขนาดเล็ก
ทำให้เกิดน้ำค้าง น้ำค้างแข็ง หมอกไรม์
บริเวณใกล้พื้นดิน
และมักเกิดในเวลากลางคืนหรือเช้า ๆ
ที่อากาศเย็น กลางวันไม่ค่อยมีหมอก
และส่วนใหญ่จะเกิดกับบริเวณที่อากาศเย็นท้องฟ้าแจ่มใสไม่มีลมหรือลมมีเล็กน้อย
หมอกจะแพ้ลม
หมอกเกิดในช่วงอากาศเย็นเป็นส่วนมาก เช่น
กลางคืน เช้าตรู่ กลางวันก็มีแต่น้อย
เมื่ออากาศเย็น
ไอน้ำในอากาศจะกลั่นตัว
หมอกที่เกิดสูงขึ้นไปหน่อยเรียกว่า
หมอกน้ำค้าง (Mist) ซึ่งอาจเกิดจกเมฆสเตรตัสที่มีฐานอยู่ใกล้พื้นดิน
(เมฆถ้าขึ้นเครื่องบินดูจะเห็นว่ามันคล้ายภูเขา
) ส่วนหมอกฝุ่น (Dust fogs) หรือ หมอกควัน (Smoke
Fogs) หมายถึง การสะสมของควันหรือฝุ่นในอากาศ
ก็เรียกว่าหมอกได้เหมือนกัน
ยังมีหมอกอีกแบบหนึ่งที่เกิดจากควันและฝุ่นมาก
เกิดในเมืองที่มีมลภาวะทางอากาศ เช่น กรุงเทพ
เราจะเรียกว่า หมอกบนควัน (Smog)
การเกิดหมอก
1.
เกิดจากการแผ่รังสีความร้อน (Radiation fog)
หรือหมอกบนพื้นดิน (Ground Fog)
ในเวลากลางวันพื้นดินได้รับแสงอาทิตย์
และเย็นตัวลงในเวลากลางคืน
(เพราะดินเป็นของแข็งจะคายความร้อนเร็วกว่าน้ำอยู่แล้ว)
ดังนั้น
อากาศที่มากระทบพื้นดินอากาศก็จะเย็นลงจนกลั่นตัวเป็นหมอก
อุณหภูมิของอากาศต้องต่ำกว่าจุดน้ำค้าง
หมอกแบบนี้มักเกิดในหุบเขา
เนื่องจากอากาศเย็นจะลอยตัวต่ำลงรวมกันบริเวณหุบเขา
ถ้าเกิดที่ขั้วโลกจะเรียกว่า หมอกน้ำแข็ง (Ice
fog)
2. หมอกแอดเวกชัน( Advection Fog) เมื่ออากาศ
แบบว่าเมื่อมีกลุ่มอากาศที่ ร้อนชื้น
เคลื่อนที่ผ่านไปบนพื้นที่(ในแนวนอน)ที่เย็นกว่า
อากาศจะเย็นตัวลงและอาจจะอิ่มตัวจนกลั่นตัวเป็นหมอกได้
หมอกที่เกิดจากอากาศที่เคลื่อนที่ไปในแนวนอนเรียกว่า
หมอกแอดเวกชัน มักเกิดตามชายทะเล
ชายฝั่งโดยเฉพาะในฤดูร้อนที่พื้นดินร้อนกว่าน้ำทะเล
(แปลว่าน้ำทะเลเย็นกว่าพื้นดินนั่นล่ะ)
ดังนั้นหมอกแบบนี้จะเกิดในทะเล
จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าหมอกทะเล (Sea Fog)
ส่วนพื้นดินก็เกิดหมอกแบบนี้ได้เหมือนกัน
โดยที่พื้นดินจะเย็นมากเช่นมีหิมะปกคลุม
เมื่ออากาศร้อนชื้นผ่านไปจะกลั่นตัวคล้ายๆข้อที่
1
การกลั่นตัวจะมรกานคายความร้อนแฝงออกมาทำให้หิมะละลายได้
3. หมอกไอน้ำ (Steam Fog)
เมื่ออากาศหนาวเคลื่อนที่ผ่านผิวน้ำที่
อุ่นกว่า อากาศข้างล่างจะถูกทำให้ร้อนขึ้น
พื้นที่อุ่นกว่าจะมีการระเหยของไอน้ำมากไปยังด้านบนเพราะอากาศคลุกเคล้ากัน)อากาศด้านบนจะทำให้ไอน้ำ(ที่มาจากข้างล่าง)
อิ่มตัวและกลั่นตัวเรียกว่าหมอกไอน้ำ
พบมากที่อาร์กติก แอนตาร์กติก
และเกิดในทะเลจึงเรียกว่า หมอกควันทะเล (Sea
smoke)
4. หมอกตามลาดเขา (Upslope Fog)
เกิดเมื่ออากาศที่เคลื่อนที่ไปตามลาดเขา
ตามแรงลมหรืออะไรก็ช่างมันเถอะ
แต่เมื่อมันเคลื่อนไปตามลาดเขาที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ
แน่นอนว่าอากาศที่สูงเย็นกว่าข้างล่างทำให้อากาศนั้นเย็นลงๆ
จนถึงจุดน้ำค้าง และกลั่นตัวเป็นหมอก
ยังมีหมอกที่ผกผันตามความสูง (Inversion fog)
ซึ่งมักเกิดตามที่สูง ๆ จากระดับน้ำทะเล 200
600 เมตร
ปกติในระดับสูงหมอกจะมีความหนาน้อยแต่บางครั้งยิ่งสูงหมอกจะหนาแน่นมากขึ้นในขณะที่ใกล้พื้นดินกลับบางลง
หมอกแบบนี้เรียกว่า หมอกผกผันตามสูง
ประเทศไทยยังมีชื่อเรียกหมอกอีกแบบที่เท่ห์มาก
เรียกว่า ฟ้าหลัว เป็นหมอกที่ไม่หนาทึบ
แต่จะบาง ๆ โดยมีมาตรวัดว่า
ในระยะทางที่ไม่สามารถมองเกินไปมากกว่า 1
กิโลเมตร เราจะเรียกว่าสภาพฟ้าหลัว
ที่เราได้ยินบ่อย ๆ ในวิทยุ
จะเห็นว่าหมอกเกิดจากการกลั่นตัวของน้ำในอากาศนั้นเอง
ถ้าอากาศมีอุณหภูมิสูงกว่าจุดน้ำค้าง
อากาศจะไม่อิ่มตัว
จนกว่าจะเย็นลงถึงจุดน้ำค้างจึงจะกลั่นตัว
ถ้าอากาศที่ยังไม่อิ่มตัวทำให้เย็นลง
ความชื้นจำเพาะก็ยังคงที่
แต่ถ้าอากาศที่อิ่มตัวทำให้เย็นลงความชื้นจำเพาะจะลดลงขณะที่ควมชื้นสัมพัทธ์ของอากาศจะเพิ่มชึ้น
เช่น อากาศอุณหภูมิ 20 องศา
และอุณหภูมิจุดน้ำค้างเท่ากับ 7 องศาเซลเซียส
ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศร้อยละ 50
ถ้าอากาศที่ว่านี้เย็นลง จนมีอุณหภูมิ 7 องศาฯ
ความชิ้นสัมพัทธ์อาจเป็นร้อยละ 100
(ในขณะนั้นอากาศอิ่มตัว)
ความชื้นจำเพาะของอากาศ
และความชื้นจำเพาะของอากาศที่อิ่มตัวจะมีไอน้ำอยู่
6 กรัม/ กิโลกรัมของอากาศ
(ขณะที่อุณหภูมิของอากาศและอุณหภูมิของจุดอิ่มตัว)
แต่ถ้าเย็นกว่านี้ (ต่ำกว่า 7 องศา)
การกลั่นตัวจะเกิดขึ้น
ไอน้ำบางส่วนจะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ
สรุปว่าการกลั่นตัวเกิดจาก
1. อากาศร้อนเคลื่อนที่ผ่านไปที่เย็นกว่า
2.
การผสมกันของอากาศร้อนชื้นที่ไม่อิ่มตัวกับอากาศเย็นที่อิ่มตัว
3.
พื้นดินเย็นลงเนื่องจากไม่ได้รับความร้อนการแผ่รังสีรังสีจากดวงอาทิตย์
4. อากาศลอยตัวขึ้นสู่เบื้องบน
พจนานุกรม ไทย-ไทย
ราชบัณฑิตยสถาน |
|