|
|
|
|
www.MooHin.com
>
น่าน
>
ถีบจักรยานยามเช้า แอ่วรอบเมืองน่าน
ถีบจักรยานยามเช้า แอ่วรอบเมืองน่าน
| จ.น่าน เป็นเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ชาวเมืองน่านเป็นคนที่รักสงบและมีความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย หลายๆครั้งที่หมูหินได้มาที่ จ.น่าน ก็ได้ประสบการณ์และความรู้สึกดีๆกลับมาทุกครั้ง แต่การมาเที่ยวในครั้งนี้ หมูหินขอนำเสนอการเที่ยวชมในตัว อ.เมืองน่าน โดยการขึ่จักรยานในยามเช้า ที่อากาศแสนจะเย็นสบาย ข่วงนี้ใกล้หนาวแล้วที่ในตัวเมืองน่านก็มีหมอกจางๆแล้วด้วยครับ |
จริงแล้วหมูหินพักอยู่ที่ อ.เวียงสา ่จ.น่าน แต่วันนี้ต้องตื่นแต่เช้าหน่อยเพื่อเตรียมตัวไป ปั่นจักรยาน (หรือที่คนเหนือจะรียกกันว่า ถีบจักรยาน) ในตัวเมืองน่านสักหน่อย อากาศที่นี่เริมเย็นแล้วครับ ยิ่งบริเวณที่พักของเราที่อยู่ห่างจากตัวเมืองน่าน 18กิโลเมตร อากาศเกือบๆจะถึงขั้นหนาวแล้วครับ ต้องพึ่ึ่งเครื่องทำน้ำอุ่นแล้วล่ะตอนนี้ ไม่งั้นมีโอกาสเป็นหวัดแน่ๆ ด้านนอกที่พักหมอกลงหนาพอสมควร
|
| ทริปถีบจักรยานยามเช้านี้ หมูหินเริ่มเดินทางจากที่พักก็สายเกือบๆ 6โมงครึ่งแล้ว เพราะท้องฟ้ายังไม่สว่างนักก็เลยนึกว่ายังไม่ 6โมง ใช้เวลาเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองก็ประมาณ 20 นาที ระหว่างการขับรถเข้ามาในเมือง สังเกตุเห็นทั้งเด็กและผู้ใหญ่ รวมกลุ่มกันถีบจักรยานออกกำลังกายกันหลายกลุ่มมาก แสดงว่าการถีบจักรยานออกกำลังเป็นที่นิยมของคนน่านมากๆ งานนี้เราอินเทรนแฮะ.. แต่ไม่้ลงทุนเช่ารถจักรยานครับ555 ขอยืมรถจักยานของน้าไว้ที่ในเมือง แต่ว่าจะหถีบไปคนเดียวคงไม่มัน เลยหาไกด์กิติมาศักดิ์ร่วมก๊วนไปด้วยหนึ่งคนครับ จะได้ไม่ต้องคลำทางไป |
| ทริปนี้เริ่มต้นจาก สะพานบ้านศรีบุญเรืองละกันนะครับ เพราะเรามาเอารถที่นี่.. สะพานนี้จะเป็นสพานที่เชื่อมฝั่งตัวเมืองไปยังหมู่บ้านรอบนอกต่างๆ ซึ่งจะอยู่ถัดไปทางทิศตะวันตกของสะพานพัฒนาภาคเหนือ(ที่มีการแข่งเรือยาวประจำปีของ จ.น่าน) จากสะพานบ้านศรีบุญเรือง เราถีบจักรยานมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมือง โดยใช้เส้นทางผ่านหมู่บ้านท่าลี่ ผ่านแยกสี่แยกท่าลี่(สี่แยกที่ออกทีวีบ่อยที่สุด เพราะหน้าฝนทีำไร ถ้าแม่น้ำน่านมีน้ำมาก ที่นี่น้ำจะท่วมก่อนที่อื่น สำนักข่าวต่างๆเลยมาตั้งกล้องทำข่าวที่สี่แยกนี้บ่อยที่สุด..หุๆๆ) |
จากสี่แยกท่าลี่ เราถีบตรงขึ้นไปผ่านหน้าเรือนจำ และผ่านหน้าวัดภูมิทร์ ผ่านหน้าศูนย์บริการการท่องเที่ยว และข่วงเมือง(ลานกิจกรรม) บริเวณสี่แยกวัดช้างค้ำ ซึ่งข่วงเมืองในตอนเช้าวันนี้มีการจัดกิจกรรมของจังหวัดเลยทำให้บริเวณนี้คึกคัก และมีรถหนาแน่น และบริเวณนี้เองมีสถานที่สำคัญคือ วัดช้างคำวรวิหาร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน จากแยกวัดช้างค้ำ เราเลี้ยวขวาผ่านหน้าวัดช้างค้ำไปเพื่อมุ่งหน้าไปชมวิวบนสะพานพัฒนาภาคเหนือ ระหว่างทางเราผ่านหน้าศาล ผ่านหน้าศาลากลางจังหวัด ผ่านสถานีตำรวจภูธรจังหวัดน่าน
|
| ตั้งแต่เราเดินทางจากหน้าเรือนจำจังหวัดน่าน ถึงสี่แยกสะพานเก่าสวนศรีเมือง บริเวณสองข้างถนนหมูหินชอบเสาไฟของถนนสายนี้มาก เค้าทำเสาไฟถนนที่ปลายเสาเป็นรูปเรือแข่งที่เป็นเอกลักษ์ของจังหวัด มีโคมไฟห้อยลงมา แต่เป็นที่น่าเสียดายที่โคมไฟหลายๆอันได้เสียหายไป มันเลยดูแหว่งๆชอบกล ช่วงค่ำคืนหากเปิดไฟครบทุกดวงถนนสายนี้คงสวยงามมากๆ ไว้ถ้าเมื่อไหร่ทางเทศบาลเค้าซ่อมแซมเสร็จหมูหินจะมาเก็บภาพมาให้ดูกัน |
สี่แยกสะพานเก่าสวนศรีเมือง เลี้ยวขวาเข้าถนนสุมนเทวราช ถึงสี่แยกที่คนน่านเค้าเรียกว่าสี่แยกหมอชูศักดิ์ เหตุที่เรียกอย่างนี้เพราะมีคลีนิกหมอชูศักดิ์ที่เปิดมานมนานตั้งอยู่หัวมุมถนน จากสี่แยกหมอชูศักดิ์เลี้ยวขวาผ่านตึกแถวร้านค้าต่างๆที่มีบางร้านเท่านั้นที่เปิดในยามเช้าๆอย่างนี้ ด้านหน้ามีแยกไฟแดงอีกหนึ่งแยกเราตรงไปเพื่อขึ้นบนสะพานพัฒนาภาคเหนืออย่างที่วางแผนไว้ ทางขึ้นสะพานเป็นเนิน เล่นเอาหมูหินเหนื่อยพอประมาณแต่ไกด์เราดูเฉยๆ ถีบขึ้นเอาขึ้นเอาแทบไม่เห็นฝุ่น (คราวหน้าหมูหินคงต้องฟิตร่างกายมาบ้างแล้ว) ถึงด้านบนสะพานเราแวะพักชมวิว-สูดอากาศกันถ่ายรูปกันนิดๆหน่อยๆ มองดูในสายน้ำน่านมีเรือยาวจอดลอยลำอยู่หลายๆลำ นี่คงเพราะใกล้ถึงวันแข่งขันนัดปิดสนามกันแล้วล่ะสินะ ทุกๆเย็นในบริเวณนี้ในแม่น้ำสายนี้จะมีการซ้อมกันทุกๆเย็นเหมือนทุกๆปี เราพูดคุยเรื่องเรือแข่งกันพอให้ได้หายเหนื่อย ไกด์กิติมาศักดิ์เราบอกว่าจะพาไปดูสุดยอดของเรือแข่งของเมืองน่าน ว่าแล้วไกด์ของเราก็ควบจักรยานย้อนกลับทางเดิมนำหมูหินลงสะพานแล้วเลี้ยวซ้ายวกกลับไปลอดไต้สะพานผ่านเข้าไปยังลานกิจกรรมข้างน้ำน่าน ด้านหลังเวทีลานกิจกรรมนี่เองมีพิพิธภัณฑเรือแข่ง เราต้องยกรถจักรยานขึ้นไปบนบริเวณสวนริมน้ำน่านเพื่อชมเรือ สุดยอดเรือแชมป์ถูกเก็บไว้ที่นี่ครับ และเรือที่ว่านี้ชื่อ"ขุนน่าน" ที่ใครก็รู้จักกันดี
|
ในบริเวณสวนริมน้ำเราต้องจูงรถไปออกประตูทางออกบริเวณหน้าโรงเรียนสตรีศรีน่าน จากประตูทางออกสวนเราตรงไปเพื่อผ่านเข้าไปยังตลาดสดยามชาวที่เก่าแก่ของชาวเมืองน่าน ตลาดที่ว่านี้คือ "ตลาดตั้งจิตนุสรณ์ หรือ ตลาดเจ๊กสร ตามคนเก่าแก่ที่เรียกกัน"เข้าสู่บริเวณตลาดสองข้างทางก็มีของวางขายกับพื้น บ้างก็ตั้งขายบนโต๊ะ ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส มีเหล่านักปั่นนักถีบจักรยานหลายๆกลุ่มแวะซื้อของติดไม้ติดมือกลับบ้านกัน ข้าวของที่ขายก็จะเป็นพืชผักผลไม้พื้นบ้านซะส่วนใหญ่ จากตลาดเราผ่านซอยขึ้นไปถนนหน้าโรงแรมเทวราช พบโรงแรมเก่าแก่ที่อยู่คู่เมืองน่านมาช้านาน เป็นโรงแรมที่ทำจากไม้ทั้งหลัง ชื่อ"โรงแรมน่านฟ้้า" นักท่องเที่ยวคนไหนผ่านโรงแรมนี้ หมูหินว่าน่าจะแวะถ่ายรูปกะโรงแรมนี้หน่อยเพราะเป็นโรงแรมไม้ของเก่าแก่ที่หาดูยากอีกที่หนึ่งในไทยที่ยังสวยงามและสมบูรณ์ ผ่านโรงแรมนี้ไปยังสี่แยกนรา ตรงไปผ่านหน้าวัดหัวเวียงเหนือ ผ่านศาลเจ้าจีน ไปจนถึงสามแยกที่ก่อนถึงโรงเรียนสารพัดช่าง เราเลี้ยวซ้ายเพื่อจะไปเยี่ยมชมวัดสวนตาล วัดที่เก่าแก่อีกแห่งหนึ่ง ถึงสี่แยกวัดสวนตาลเราแวะเข้าไปในพักนึง ประตูอุโบสถวัดยังไม่เปิดเราก็ออกจากวัดมุ่งหน้าผ่านตลาดโต้รุ่งที่ตอนเช้าเงียบเหงา ไกด์พาเราผ่านตลาดเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งที่ชาวน่านเรียกกันว่า "กาดบน" กาดนี้ส่วนใหญ่จะค้าขายกันตอนเย็น ตอนเช้าก็เงียบเหงาผู้คน
|
เส้นทางหน้ากาดบนพาเรามายังบริเวณกำแพงเมืองเก่า ที่เค้ายังดูแลรักษากันเป็นอย่างดี มีการจัดสวนจัดม้านั่งให้ได้พักผ่อนกัน ข้างๆกำแพงด้านในมีถนนสายเล็กให้ชาวบ้านแถวนั้นได้มาวิ่งจ๊อกกิ้งออกกำลังกันด้วย ผ่านพ้นกำแพงเมืองมา ไกด์พาเราผ่านหน้า"วิทยาลัยเทคนิคน่าน" ไกด์บอกว่าเดี๋ยวเราจะไปวัดอีกแห่งหนึ่งที่มีสถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนใครในจังหวัด เราถีบจักรยานถึงถนนสายน่าน-ปางค่า เลียวซ้ายประมาณ 100เมตร พบวัดศรีพันต้น เราแวะถายรูปวัดนี้อยู่พักใหญ่ เพราะวัดแห่งนี้วิหารมีลวดลายที่แปลกตา หมูหินไม่เคยเห็นที่ไหนเหมือนกัน เลยเก็บภาพมาฝากกันเยอะหน่อยครับ ออกจากวัดศรีพันตัน เราเลี้ยวซ้ายเพื่อไปยังวัดต่อไป คือวัดมิ่งเมือง ระหว่างทางร้านค้าเริ่มเปิดกันหมดแล้ว รถต่างๆก็วิ่งกันค่อนข้างเยอะแล้ว ซึ่งจากวัดศรีพันต้นมาถึงวัดมิ่งเมือง ห่างกันไม่ถึง 500เมตร
|
วัดมิ่งเมืองหมูหินได้เคยพามาเที่ยวกันแล้ว แต่ทริปนี้แวะมาถ่ายภาพและสัการะเสาหลักเมืองน่านอีกครั้ง ออกจากวัดเรามาถึงสี่แยกวัดช้างค้ำอีกครั้ง แต่ทีนี้เราเลี้ยวซ้ายผ่านหน้าพิพิธภัณฑ์ ตรงนี้เราแวะถ่ายรูปวัดช้างค้ำและพิพิธภัณฑกันนิดหน่อย บริเวณใกล้เคียงนี้ยังมีที่น่าสนใจอีกที่หนึ่ง เราจึงถีบจักรยานตรงมาอีกนิดนึง ถึงสามแยกวัดหัวข่วง วัดนี้เราก็เคยพามาแล้ว แต่วันนี้เราจะเลี้ยวซ้าย เพื่อไปเที่ยวชม"คุ้มเจ้าราชบุตร" คุ้มเก่าแก่อายุกว่า 150ปี ซึ่งเราได้พบกับ "เจ้าป้าสมปราถนา ณ น่าน" ซึ่งเจ้าป้าได้ให้เกียรติพาเราเยี่ยมชมส่วนต่างๆของคุ้ม แนะนำสิ่งของเครื่องใช้โบราณที่เป็นของเจ้าครองเมืองน่านคนสุดท้าย และท่านได้เล่าเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เมืองน่่าน ที่เป็นประโยชน์มากให้เราฟังนานนับชั่วโมง หมูหินคงนำมาเล่าให้ฟังในที่นี้ไม่หมดหรอกครับ เอาไว้โอกาสหน้าเราจะมาเที่ยวเยี่ยมชมกันอีกครั้งนะครับ
|
| จากคุ้มราชบุตรเวลาก็เกือบๆสิบโมงเช้าแล้ว ท้องเริ่มหิวแล้วครับ เราต้องมุ่งหน้าไปหาข้าวทานกันแล้วละครับ และร้านที่ไกด์เราแนะนำพาไปก็อยู่เยื้องๆหน้าโรงแรมเทวราชนี่เองครับ ออกจากประตูคุ้มเลี้ยวซ้ายตรงไปผ่านสี่แยกเลี้ยวซ้ายอีกที 50เมตรจะเจอไฟแดง เราเลี้ยวขวาไป ผ่านที่ทำการไปรษณีย์ที่อยู่ด้านขวามือ ถึงสี่แยกที่เราเคยผ่านมาคือสี่แยกหมอชูศักดิ์ เราเลี้ยวซ้ายอีกที พอเลี้ยวปุ๊บสังเกตุเห็นป้าย "ร้านเลิศรส" อยู่ฝั่งขวาของถนน เห็นป้ายร้านหมูหินเห็นถึงหม้อข้าวเลยอ่ะ หิวๆ หิวมากๆมองซ้ายขาวข้ามถนนอย่างรวดเร็ว ทริปนี้เลยจบลงที่ ต้มเลือดหมูข้าวเปล่า ที่ร้านนี้นี่เองครับ |
หากใครมีโอกาสลองดูนะครับ ปั่นจักรยานชมเมือง เพลินตาเพลินใจดีครับ ได้ออกกำลังกายไปในตัวด้วย ดีต่อสุขภาพจริงๆเล้ย...
|
เส้นทางการถีบจักรยานของหมูหินคร๊าบบบ.. |
|
|
|
|
|