Member Login
username
password
สมัครสมาชิก

ท่องเที่ยวภาคตะวันออก

ท่องเที่ยวภาคเหนือ

ท่องเที่ยวภาคกลาง

ท่องเที่ยวภาคอิสาน

ท่องเที่ยวภาคใต้

ท่องเที่ยวต่างประเทศ

www.MooHin.com > แม่ฮ่องสอน > เดินป่าไปบ้านกะเหรี่ยง

เดินป่าไปบ้านกะเหรี่ยง
จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยว ส่วนใหญ่เป็นการท่องเที่ยวแบบวัฒนธรรม ชมชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเขา อีกส่วนหนึ่งก็มาเที่ยวชมทุ่งบัวตอง แม่ฮ่องสอนสมัยก่อนถนนหนทางก็ยังไม่ค่อยมีมากนัก จะไปหมู่บ้านไหนก็เดินป่ากันไป แม่ฮ่องสอนเต็มไปด้วยเสน่ย์ที่นักท่องเที่ยวต้องการมาเที่ยวกันเสมอตลอดมา


จังหวัดแม่ฮ่องสอนวันนี้ถนนหนทางถูกตัดเพิ่มมากขึ้น ความเจริญเข้ามาเยือน ชาวเขาเองก็ไกล้กับเมืองมากขึ้น ย้ายบ้านลงมาอยู่ในจุดที่มาซื้อของในเมืองได้ง่ายขึ้น เพราะจะทำอะไรก็สะดวกสบายไปหมด คนรุ่นใหม่ ชาวเขารุ่นใหม่ก็กลายเป็นคนเมืองใช้ชีวิตแบบเมืองไปกันแทบหมดแล้ว แม้กระทั่งกะเหรี่ยงคอยาวเอง ก็มีการดึงตัวมาที่เชียงใหม่ เชียงราย เพื่อตอบสนองความต้องการนักท่องเที่ยวให้มากขึ้น จยแม่ฮ่องสอนในวันนี้ การท่องเที่ยวซบเซาเอามากๆ

จุดมุ่งหมายของหมูหินในการมาเยือนแม่ฮ่องสอนวันนี้ เราต้องการไปใช้ชีวิตกับชาวกะเหรี่ยงที่ไม่มีถนนหนทางเข้าถึง ต้องการไปชมความเป็นอยู่ที่แท้จริงว่าเป็นอย่างไร และแล้วโชคดีก็ยังเป็นของเราอยู่บ้าง เราได้รับความเอื้อเฟื้อจาก ทีเอ็นทัวร์ ในที่สุดเราก็ได้ทริปสามวันสองคืน เพื่อไปนอนกับชาวกะเหรี่ยงสองคืน ติดตามเรามาว่าจะสนุกแค่ไหน

หมู่บ้านกะเหรี่ยงที่เราจะไปคือหมู่บ้านกะเหรี่ยงหัวน้ำ หรือบ้านหัวน้ำ และบ้านห้วยเป๊าะ รวมสองคืนพอดี การเดินทางเริ่มต้นด้วยการเดินป่าเส้นทางที่ชาวกะเหรี่ยงใช้เดิน เราใช้เวลาเดินทาง 5 ชั่วโมง โดยทีไกด์ชาวกะเหรี่ยงเป็นคนนำทางให้ เราเองไม่ได้เตรียมอาหารอะไรเข้าไปเลย เพราะตั้งใจจะไปกินแบบชาวเขา นอนแบบชาวเขา เส้นทางที่เราไปนี้หากเป็นชาวเขาแท้ๆ เขาเดินกันจะใช้เวลาอยู่ที่ 3 ชั่วโมงเท่านั้น

การเดินทางไปยังบ้านหัวน้ำเพื่อพักในคืนแรก ต้องเดินป่า ตามธารน้ำไปเป็นเวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง และเดินขึ้นดอยอีกเป็นเวลา 2 ชั่วโมงกว่าๆ ทางขึ้นเขาไม่ชันมากนักเดินสบายๆ นับว่าเป็นเส้นทางที่น่าสนใจมากๆ หากใครที่ต้องการไปเดินป่าแบบหมูหินก็ไม่ยาก แต่ก็เหนื่อยพอควรเลยครับ

เราใช้เวลาเกือบ 5 ชั่วโมง ก็เดินทางมาถึงบ้านของชาวกะเหรี่ยงหัวน้ำ ที่มีด้วยกันประมาณ 20-30 หลังคาเรือน มีโรงเรียน มีเด็กนักเรียนประมาณ 30 คน มีครูสองคน ชาวบ้านก็ปลูกข้าว ตำข้าวกินกันเอง หาปลาในธาร และก็ออกหาหนูหาของป่า ล่าสัตว์กิน ต้องบอกก่อนครับว่าในการล่าสัตว์ เขาจะมีการควบคุมกันเองห้ามออกล่าสัตว์ทุกวัน เนื่องจากเขาต้องถนอมไว้เพื่อกินในวันหน้าด้วย ใครที่เข้าป่าเกินเดือนละ 1 ครั้ง จะโดนว่าโดยเพื่อนบ้าน บ้านกะเหรี่ยงจะยกพื้นสูง เลี้ยงหมูไว้ใต้ถุนบ้าน ในตัวบ้านจะมีเตาไฟอยู่ด้วย ใช้ทำกับข้าว หุงข้าว รวมถึงให้ความอบอุ่นในบ้าน

อาหารการกินของชาวกะเหรี่ยงก็ออกเรียบง่าย อาหารหลักคือฝักเขียวและผักต่างๆที่ปลูกกันเอง เอามาต้มมาผัดใส่เนื้อสัตว์ ปลาแห้ง ปรุงด้วยน้ำพริกกะเหรี่ยง แค่นี้ก็อยู่กันได้แล้ว ข้าวก็เอาข้าวที่เขาปลูกกันเอง นำมาอบโดยการวางไว้ในกระด้งไม้ไผ่ สุมควันไว้เหนือเตาเพื่อให้ตำแล้วข้าวจะได้ไม่หัก ข้าวของเขากินอร่อยดีนะครับ สำหรับมื้อพิเศษเมื่อเราซึ่งเป็นนักเดินทางไทยชุดแรกที่ไปถึง เขาก็มีเนื้อหมูป่า ปลาแห้ง ไก่บ้านที่เขาเลี้ยงไว้ นำมาทำเลี้ยงเราอย่างดี ชาวกะเหรี่ยงนี่น้ำใจเขาดีจริงๆ

หนังหมูป่า ชาวกะเหรี่ยง

ความเป็นอยู่ของเขานั้นก็เรียบง่าย หาเช้ากินค่ำ ชาวเขาจะออกไปทำสวน ทำนากันแต่เช้ามืด และกลับมาช่วยเย็นๆ เขาจะขยันกันมากบ้านไหนไม่ขยันก็มีแต่อดตาย ผมได้นอนได้คุยกับชาวกะเหรี่ยงทำให้ทราบว่า ในหนึ่งปี เขาจะใช้เงินเพียงครอบครัวละ 2,000 - 3,000 บาท เท่านั้น เงินนี้ก็เอามาซื้อเกลือ ซื้อกะปิน้ำปลา ซึ่งหกเดือนก็ออกมาซื้อครั้งหนึ่ง แค่นี้ก็อยู่กันได้แล้ว พอเพียงดีไหมครับ

ชาวกะเหรี่ยงทุกบ้านจะเลี้ยงไก่เลี้ยงหมู เมื่อถึงงานเลี้ยง งานบุญเขาก็จะล้มหมูกัน เมื่อมีการล้มหมูเขาจะไม่ขายออกนอกหมูบ้าน ไม่ขายให้คนเมือง เขาจะขายกันเองกินกันเอง เอาไปบ้านละ 3-4 โล ทุกบ้านก็จะซื้อเป็นการเอาแรงกัน มีก็แบ่งกันกิน แบบว่าช่วยๆกันไป

หมูป่าส่วนสัตว์อื่นๆที่เลี้ยงก็มีวัวกับควาย ซึ่งจะเลี้ยงกันบ้านละหลายๆตัว ปล่อยให้โตในป่า เมื่อโตพอจะขายได้แล้วจะมีพ่อค้ามาให้ราคาถึงบ้าน และก็จ่ายเงินจ่ายทองเรียบร้อยก็จูงเอาไปเลย ข้ามเขาข้ามห้วยไป ปีนึงก็จะมาตะเวณซื้อไม่กี่ครั้ง เงินที่ได้จากการขายวัวขายควายก็เอามาซื้อเสื้อผ้าใส่ ซื้อกะปิน้ำปลาเข้าครัวครับ

เมื่อป่วยไข้ชาวกะเหรี่ยงหมูบ้านที่ผมไปเที่ยวจะต้อง เดินป่าห้าชั่วโมงมายังเมืองแม่ฮ่องสอน หากไม่เป็นอะไรมาก เขาจะไม่มีการหาหมอ เขาจะต้มยา หาวิธิธรรมชาติในการรักษาตัวเอง หากมีคนป่วยแบบเดินไม่ไหว ก็ต้องผูกไม้ไผ่หามกันลงมา ซึ่งลำบากมาก บ้านที่ผมไปพักอยู่ด้วยนั้น มีผู้เฒ่าคนหนึ่งป่วยด้วยโรคไขข้อ เขาต้องนอนปวดห่มผู้ทุกวันเนื่องจากยาหมด ไม่มีตังซื้อยาน่าสงสารมากครับ ด้วยอาหารที่หนาวๆ นอนน้ำตาไหลด้วยความปวดที่ไม่มีทางไหนจะแก้ได้

ท่องเที่ยวเดินป่าแม่ฮ่องสอนครั้งนี้หมูหินขอขอบคุณทีเอ็นทัวร์ที่ช่วยเหลือเรื่องที่พัก หากเพื่อนๆ ต้องการจะไปเที่ยวบ้างก็ติดต่อได้ที่ ทีเอ็นทัวร์ 107/17 ถ.ขุนลุมประพาส. ต.จองคำ อ.เมือง. จ.แม่ฮ่องสอน 58000. 0-5362-0557 ซึ่งเป็นทั้งที่พักและจัดทัวร์ให้นักท่องเที่ยวด้วย สนใจเที่ยวทุ่งบัวตอง ปางอุ๋ง บ้านรวมไทย จะมาแม่ฮ่องสอนก็ลองโทรหาพี่อร ซึ่งเป็นเจ้าของดูก่อนได้ แกบริการดีมากครับ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับชาวกะเหรี่ยง

เดิมทีกะเหรี่ยงอาศัยอยู่แถบบริเวณต้นแม่น้ำสาละวิน ต่อมาได้อพยพเข้าสู่เมียนมาร์และไทย แต่คำกล่าวนี้ไม่มีหลักฐานแน่ชัด มีการบันทึกของมิชชันนารีอเมริกันแบบติสต์ซึ่งไปทำงานกับชาวกะเหรี่ยงในเมียนมาร์ได้ให้รายละเอียดว่ามีชาวกะเหรี่ยงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ต่อมาเกิดความขัดแย้งระหว่างฝ่ายปกครองของเมียนมาร์กับชาวกะเหรี่ยงรวมทั้งชนกลุ่มน้อยกลุ่มอื่น ๆ กระทั่งเกิดเป็นสงครามขึ้น ซึ่งอันเป็นแรงกดดันอันสำคัญที่ทำให้ชาวกะเหรี่ยงจำนวนมากอพยพเข้าสู่ประเทศไทย ตามเขตชายแดน ซึ่งเดินทางเข้ามาได้ไม่ยากนัก

กะเหรี่ยงจัดอยู่ในตระกูลภาษาจีน - ธิเบต ในประเทศไทยมี ๑,๙๙๓ หมู่บ้าน ๖๙,๓๕๓ หลังคาเรือน ประชากร ๓๕๒,๒๙๕ คน คิดเป็นร้อยละ ๔๖.๘๐ ของจำนวนประชากรชาวเขาในประเทศไทย กระจายตัวอยู่ในเขต ๑๕ จังหวัดคือ กาญจนบุรี กำแพงเพชร เชียงราย เชียงใหม่ ตาก ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ลำปาง ลำพูน สุโขทัย สุพรรณบุรี และอุทัยธานี ปัจจุบันมีกะเหรี่ยงอพยพเข้าไปอยู่ในเมืองจำนวนหนึ่ง ทำงานเป็นข้าราชการ รับจ้าง อีกส่วนหนึ่งศึกษาเล่าเรียน กะเหรี่ยงในประเทศไทย มี ๔ กลุ่มย่อยคือ ๑. สะกอ หรือยางขาว เรียกตัวเองว่า "ปะกาญอ" เป็นกลุ่มที่มีประชากรมากที่สุด ๒. โป เรียกตัวเองว่า "โพล่ง" ส่วนใหญ่อยู่ในเขต จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และลำพูน ๓. ปะโอ หรือ "ตองสู" อาศัยอยู่ในเขต จังหวัดแม่ฮ่องสอน ๔. บะเว หรือ "คะยา" อาศัยอยู่ในเขต จังหวัดแม่ฮ่องสอน

การตั้งถิ่นฐานรวมตัวกันเป็นหมู่บ้านเป็นสิ่งสำคัญคือ เป็นแหล่งหรือสถานที่สำหรับการประกอบพิธีกรรมของตนเอง ในหมู่บ้านหนึ่ง ๆ นั้นจะมีหัวหน้าฝ่ายชายซึ่งมีตำแหน่งหมอผีเพียงคนเดียวเป็นผู้ทำพิธีกรรมนี้ นอกจากนั้นแต่ละหมู่บ้าน (ในอดีต) ยังได้แบ่งเขตของตนหรืออาณาเขตของหมู่บ้านโดยใช้รัศมีการเดินทางระยะเดินเท้า ๑ ชั่วโมง เป็นตัวกำหนด คนในหมู่บ้านหนึ่งจะไปทำไร่ในเขตของอีกหมู่บ้านหนึ่งไม่ได้ นอกจากการทำนาเท่านั้น เพราะนาซื้อขายกันได้ แต่ไร่นั้นเป็นการถือกรรมสิทธิ์ครอบครองสังคมกะเหรี่ยงเป็นครอบครัวเดี่ยว ซึ่งหมายถึงในบ้านหลังหนึ่งจะประกอบไปด้วยพ่อแม่ และลูกเท่านั้น เมื่อลูกแต่งงานก็จะแยกครอบครัวไปปลูกบ้านใหม่หลังเล็กๆ แต่มีข้อแม้ว่า ถ้าแต่งงานแล้ว ชายจะต้องมาอยู่กับบ้านภรรยาก่อนเป็นเวลา ๑ ฤดูกาลเกษตร (คือเริ่มจากการถางไร่ ปลูกข้าวและเก็บเกี่ยวข้าวประมาณ ๗-๘ เดือน)

หลังจากนั้นก็จะปลูกบ้านใกล้ชิดกับพ่อแม่ฝ่ายภรรยา คำว่าครัวเรือนในสังคมกะเหรี่ยงนอกจากมีความหมายถึงพื้นฐานขั้นแรกในด้านการผลิตและบริโภคแล้วยัง หมายถึงว่าแต่ละครัวเรือนมีไร่ของตนเอง พิธีการด้านการเกษตรและการรักษาพยาบาลเป็นหน้าที่ของหัวหน้าครัวเรือนยกเว้นพิธีทางศาสนาหรือการเลี้ยงผีตามประเพณี ของผีฝ่ายมารดา การสืบสายฝ่ายมารดา กะเหรี่ยงโปเป็นกลุ่มที่นับถือผีบรรพบุรุษฝ่ายมารดาซึ่งหมายถึงว่าพ่อแม่จะต้องเป็นกะเหรี่ยงโป สำหรับผู้มีบิดาหรือมารดาเป็นกลุ่มอื่น เช่น สะกอ หรือลัวะ จะไม่มีผีบรรพบุรุษหรือผีในสายฝ่ายมารดาเดียวกัน จะมีแต่ผีเรือนของตนเองเท่านั้น การแต่งงาน การแต่งงานเป็นแบบผัวเดียวเมียเดียว ซึ่งเป็นกฎที่เคร่งครัดมาก การหย่าร้างมีน้อยและการแต่งงานใหม่ไม่ค่อยปรากฎ การสมสู่ก่อนที่จะแต่งงานกันนั้นเป็นกฎข้อห้ามและจะถูกรังเกียจ ถึงขั้นปรับไหม และเชื่อกันว่าผีเจ้าที่จะขุ่นเคือง

ปกติการเกี้ยวพาราสี มักจะเกิดขึ้นในโอกาสพิธีงานศพ ซึ่งจัดให้มีขึ้นในหมู่บ้าน (เหมือนกับงานเทศกาล) เพราะหนุ่มสาวที่อยู่กันไกลๆก็เดินทางมาร้องเพลงสวดรอบๆศพที่บ้านคนตาย ตลอดคืนงานศพอาจจะมีขึ้น ๓-๕ คืน โอกาสนี้ชายหนุ่มก็จะมีโอกาสเลือกคู่ครองได้ การเลือกคู่ครองนั้น ฝ่ายหญิงจะบอกตกลงแต่งงานกับชายก่อน และบางครั้งหญิงสาวก็จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดซึ่งไม่ถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติในสังคม การแต่งงานระหว่างผู้นับถือผีบรรพบุรุษของสายฝ่ายเดียวกันจะกระทำมิได้ปกติกะเหรี่ยงโปจะแต่งงานกับพวกเผ่าเดียวกันแต่ก็มีบ้างที่แต่งงานกับคนนอกเผ่า เช่น กะเหรี่ยงสะกอ ลัวะ และคนไทยก็มี การสืบมรดก ทรัพย์สินต่างๆจะแบ่งกันในระหว่างที่คู่สมรสยังมีชีวิตอยู่กับลูกๆ ถ้าหากลูกยังเล็กเกินไปทรัพย์สินต่างๆก็จะ ให้ผู้อื่นซึ่งได้แก่ญาติฝ่ายบิดามารดาเป็นผู้ดูแลให้ แต่ของส่วนตัวเล็กๆน้อยๆ ของผู้ตาย ซึ่งหมายถึงบิดามารดาก็จะถูกเผารวมกับศพ เช่น ปืน เสื้อผ้า ถุงย่าม ถ้าหากมีการพิพาทในเรื่องมรดกเกิดขึ้น หมอผี หรือเชี่เก็งคูจะปรึกษาหารือกับกลุ่มผู้อาวุโสและตัดสินใจร่วมกัน

ความเชื่อถือของกะเหรี่ยงได้แผ่แทรกซึมและมีอิทธิพลมากต่อการประพฤติปฎิบัติในชีวิตประจำวันของเขา ดังนั้นกะเหรี่ยงจึงให้ความสำคัญในทางศาสนามาก นั่นคือการนับถือผีและพุทธรวมกัน ผีที่กะเหรี่ยงนับถือซึ่งมีความสำคัญ ได้แก่ ผีเจ้าที่ และผีต่างๆที่สิงสถิตอยู่ตามป่า ภูเขา ลำห้วย ในไร่ และในหมู่บ้าน ฯลฯ ผีที่ถือกันว่า เป็นผีร้ายนั้นเชื่อว่าเป็นผีที่จะทำให้ประสบภัยพิบัติทั้งปวง จึงต้องมีการเอาอกเอาใจด้วยการเซ่นสังเวยด้วยอาหารต่างๆ ซึ่งได้แก่ หมู ไก่ ฯลฯ นอกจากมีความเชื่อ ในเรื่องผีต่างๆซึ่งมีอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันต่อพวกเขาแล้ว กะเหรี่ยงยังเชื่อในเรื่องขวัญซึ่งมีประจำตัวของแต่ละคน กะเหรี่ยงเชื่อว่าในร่างกายของคนเรามีอยู่ทั้งหมด ๓๓ ขวัญ ส่วนใหญ่ไม่สามารถนับได้หมดว่าขวัญอยู่ในส่วนไหนบ้างของร่างกาย เพียงแต่บอกได้ว่าอยู่ในส่วนสำคัญๆของรางกาย เช่น ขวัญที่ศีรษะ ขวัญสองขวัญที่ใบหูทั้งสองข้าง ขวัญจะละทิ้งหรือหายไปก็ต่อเมื่อคนๆนั้นได้ตายไป นอกจากนั้นแล้วเชื่อกันว่าขวัญชอบที่จะหนีไปท่องเที่ยวตามความต้องการของมันเอง และก็อาจจะถูกผีร้ายต่างๆทำร้าย หรือกักขังไว้ ซึ่งจะทำให้ผู้นั้นล้มป่วย การรักษาพยาบาลหรือวิธีที่จะช่วยเหลือคนเจ็บป่วยได้ก็คือ การล่อและเรียกขวัญให้กลับมาสู่บุคคลที่เจ็บป่วย พร้อมกับทำพิธีผูกข้อมือ รับขวัญด้วย ในสังคมของกะเหรี่ยงนั้นถือเป็นปกติธรรมดา เมื่อแต่ละวันในหมู่บ้านจะทำพิธีเลี้ยงผีและการเรียกขวัญของคนเจ็บป่วยแทนการรักษาด้วยหมอสมัยใหม่  บางครั้งถึงแม้จะมีมิเข้าไปช่วยรักษาให้ตามแบบทันสมัย แต่ถ้าหากที่บ้านผู้ป่วยนั้นได้รักษาด้วยการเลี้ยงผีแล้วเขาจะปฎิเสธที่จะรักษาทันทีอย่างน้อย ๓ วัน

เศรษฐกิจของกะเหรี่ยงอยู่ในสภาพที่เรียก "เพื่อยังชีพ" ซึ่งหมายถึงการทำมาหากิน เพื่อบริโภคเท่านั้น ได้แก่ การปลูกข้าวไร่เป็นหลัก และการทำนาขั้นบันไดตามหุบเขา โดยไม่มีการปลูกพืชเงินสดแต่อย่างใด กะเหรี่ยงไม่เคยปลูกฝิ่นแต่เป็นผู้เสพฝิ่นการมาก ทั้งนี้เพราะกะเหรี่ยงนิยมใช้ฝนดิบและสุกมาใช้เป็นยารักษาโรคต่างๆ และบำบัดความเจ็บปวดเนื่องจากได้รับอุบัติเหตุ ปัจจุบันนี้กะเหรี่ยงเริ่มรู้จักการปลูกพืชเงินสดหรือปลูกพืชเพื่อขายกันมากขึ้น เช่น กล่ำปลี มะเขือเทศ มันฝรั่ง พืชผักและผลไม้และดอกไม้เมืองหนาว โดยเฉพาะในหมู่บ้านที่อยู่ในโครงการหลวง และหมู่บ้านที่มีการคมนาคมค่อนข้างสะดวกมีน้ำใช้สำหรับการเกษตร ได้ตลอดฤดูกาลเพาะปลูก กะเหรี่ยงได้ชื่อว่า เป็นเผ่าที่รู้จักการใช้พื้นที่ทำกินแบบอนุรักษ์โดยวิธีที่เรียกว่า "ไร่หมุนเวียน" คือ ทำไปแล้วก็พักทิ้งไว้ ๓-๕ ปี ก็จะกลับไปทำใหม่วนเวียนกันอย่างนี้ตลอดไปเพื่อป้องกันการสูญเสียของหน้าดิน อันจะทำให้ดินเสื่อมคุณภาพจึงนับว่ากะเหรี่ยงเป็นพวกที่อยู่อย่างถาวร ไม่เคลื่อนย้ายด้วยเหตุผลดังกล่าว การเลี้ยงสัตว์ กะเหรี่ยงนิยมเลี้ยงสัตว์ต่างๆ เช่น วัว ควาย หมู ไก่ โดยเฉพาะไก่และหมูเลี้ยงไว้เพื่อใช้ในพิธีกรรมต่างๆ ความสำคัญทางเศรษฐกิจของการเลี้ยงสัตว์ในหมู่บ้านได้แก่ การเลี้ยงช้าง ในอดีตใช้ช้างเพื่อรับจ้างทำงานกับบริษัททำไม้แต่ปัจจุบันก็ยังมีการเลี้ยงช้างไว้เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ขี่เดินทางชมธรรมชาติในป่านอกจากนี้กะเหรี่ยงเป็นนักล่าสัตว์ป่า

เพื่อการบริโภคและชำนาญในการหาของป่ามาขายเป็นรายได้อีกด้วย การตั้งหมู่บ้านและการปกครองหมู่บ้าน กะเหรี่ยง จัดตั้งหมู่บ้านในบริเวณภูเขาที่ไม่สูงนัก หรือตามพื้นราบ หมู่บ้านมีขนาดตั้งแต่ ๒๐ - ๓๐ หลังคาเรือนขึ้นไป ถึง ๑๐๐ หลังคาเรือน โดยแต่ละกลุ่ม จะไม่ตั้งหมู่บ้านปะปนกัน ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ ๑ ชั่วโมง (อ้างจาก จินตนา มัธยมบุรุษ ไทยศึกษา เชียงใหม่ ๒๕๔๐ : ๒๒๔ - ๒๒๕) กะเหรี่ยงดอย ชอบสันโดษ ไม่ชอบอยู่ปะปนกับใคร มักจะหาที่สูง ๖๐๐ -๑๐๐๐ ฟุตจากระดับทะเล ปลอดลมพายุ และใกล้แหล่งน้ำ กะเหรี่ยงลุ่ม อยู่ตามที่ราบระหว่างภูเขา ทำการเกษตรกรรมตามแบบอย่างคนไทย ผู้ชายแต่งกายแบบชายไทย ผู้หญิงยังคงสวมเครื่องแต่งกาย ประจำเผ่า กะเหรี่ยงเมือง มีอิทธิพลต่อความรู้สึกนึกคิดของตนเองมากที่สุด เพราะสร้างฐานะเป็นปึกแผ่น มีการศึกษาดี เป็นที่นับถือ ชาวกะเหรี่ยงด้วยกัน

บ้านกะเหรี่ยงแท้ ใต้ถุนสูงแบบต่าง ๆ พื้นและฝากฝ้า หลังคามุมตองตึง ใต้ถุนที่ทำเป็นกิจกรรมเอนกประสงค์ มีห้องเดียว สมาชิกครอบครัว ปูเสื่อนอน รอบเตาผิง (เตาไฟ) ซึ่งอยู่กลางห้อง อาจจะมีที่กั้นบางตาเป็นส่วนใหญ่ ให้ลูกสาวทุกบ้าน มีชานเรือนใต้หลังคา เป็นที่ทอผ้า หุงอาหาร ผู้นำหมู่บ้าน บุคคลที่สำคัญในหมู่บ้าน คือ พระประจำหมู่บ้าน ซึ่งบวกโปว เรียกว่า "สัปวาฮีอาขุ" พวกกะเหรี่ยงสกอเรียก "ซาซาเกอาขุ" เป็นตำแหน่งที่สืบทอดมาโดยสายเลือด จะเปลี่ยนพระประจำหมู่บ้านก็ต่อเมื่อ พระรูปเก่าสิ้นชีวิต พระเป็นผู้นำในการประกอบพิธีการต่าง ๆ การเซ่นไหว้ บวงสรวง ที่สำคัญคือ เจ้าที่เจ้าทาง ซึ่งพลเมืองทั้งหมู่บ้านต้องเข้าร่วมพิธีและพระมีหน้าสอดส่องดูแล  ทุกข์สุขของสมาชิกในหมู่บ้านรวมทั้งรับสมาชิกใหม่ และขับไล่สมาชิกที่ทำผิดประเพณี การเกิด การตั้งครรภ์ หญิงมีครรภ์ จะไม่ทานอาหารที่ไม่คุ้นเคย ข้อห้าม - ห้ามไปงานศพ วิญญาณของเด็กอาจตามวิญญาณของผู้ตาย ไปเผอิญไปเห็นศพ หรือคนตาย ต้องทำพิธีเรียกขวัญ อย่างรีบด่วน - กินขนุน ลูกออกมาจะเป็นโรคผิวหนัง

การคลอด คลอดใต้บ้านโดยห่มผ้าที่ผูกกับผื่อ ช่วยผยุงตัว ถ้าทารกพ้นจากครรภ์มารดา จะตัดสะดึงด้วยผิงไม้ไผ่ไปแขวนไว้บนต้นไม้ป่า หรือฝั่งที่ตีนบันไดหน้าบ้าน หมอตำแยงเก่ง ๆ จะช่วยเป็นสื่อคมนาคมระหว่างหมู่บ้าน ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง หลังคลอดมารดา จะนั่งอยู่ไฟ ๓ วัน จะนอนราบไม่ได้ เพราะเชื่อว่าโลหิต จะไหลขึ้น สมองตาย บางรายนั่งกอดหิน ซึ่งเผ่าไฟร้อน แล้วห่มผ้า แนบท้องไว้ อาหารคือ ข้าวกับไก่ จัดการคว่ำเข่งไม้ไผ่ ใกล้ประตูบ้าน และเสียบมีดไว้ เพื่อป้องกัน ทั้งแม่และเด็กจาภูตผีปีศาจ

(อ้างจาก ประเสริฐ ชัยพิกุสิต ๑๒ ชนเผ่าในประเทศไทย วัฒนธรรมประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ เชียงใหม่ โรงพิมพ์ ปูเป้ หน้า ๖ - ๑๒ )

เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: เส้นทางที่เราต้องเดินป่าไป
ภาพขวา: ห้ามห้วยธารน้ำกลางป่า
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: เดินลุยน้ำแบบนี้
ภาพขวา: เดินข้ามน้ำ
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: ในป่ายังมีป้ายยินดีต้อนรับด้วยคิดได้งัยเนี่ยวเจ๋งดี
ภาพขวา: หลุดจากลำธารก็เดินขึ้นเขาตรงนี้เหนื่อยมาก
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: ขึ้นเขาแบบนี้
ภาพขวา: พักก่อนนะเหนื่อยๆ
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: ปีเขาเดินหน้าต่อไป
ภาพขวา:ทางเดินช่วงบนเขาเป็นแบบนี้ครับ
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: เริ่มเย็นแล้วครับดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า
ภาพขวา: เขาลูกหน้าที่เราจะไป
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: แล้วก็ลุยน้ำอีกหนึ่งรอบครับ
ภาพขวา: บางช่วงน้ำแรงแบบนี้
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: บางช่วงก็เดินยากหน่อยครับ
ภาพขวา: หลุดพ้นแล้วกำลังเข้าไร่ชาวบ้านครับ
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: วิวที่เราเห็นครับ
ภาพขวา: ควายที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ครับเทย์ไหม
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: นอนด้วยความเหนื่อยเดินมา 5 ชั่วโมง
ภาพขวา: พี่พอดีกำลังหั่นเนื้อสัตว์เพื่อแกงใส่ฟักเขียว
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: เจ้าของบ้านชาวกะเหรี่ยงหั่นฟักเขียวเดี๋ยวก็ได้กิน
ภาพขวา: พี่คนนี้เป็นคนแกงให้เราและย่างหนังหมูป่าให้เราชิมกัน
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: หน้าตาของแกงฟักแบบกะเหรี่ยงเป็นแบบนี้
ภาพขวา: หิวจริงๆเลยวันนี้
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: พร้อมกินแล้วครับ
ภาพขวา: อาหารอีกอย่างนึง
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: ลองสูบบุหรี่แบบกะเหรี่ยงบ้าง
ภาพขวา: ที่นอนสำหรับผู้มาเยือน
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: เย้ๆ เช้าแล้วๆ ดวงอาทิตย์กำลังจะขึ้นแล้วครับ
ภาพขวา: ตื่นๆๆๆๆ
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: ชาวเขากำลังทำอาหารเช้า
ภาพขวา: ก่อกองไฟผิงไฟกันหน่อย
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: ผิงไฟๆ ก่อนอาหารเช้าครับ อาการดีมาก
ภาพขวา: ควันจากเตาที่อยู่ในบ้านกะเหรี่ยงทำให้เกิดควันขึ้นมาจากหลังคา ทำให้ไม้ไผ่ทน ไม่มีมอดและแมลงมากิน
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: ฉันคือหมูบ้านฉันก็หนาว อู๊ดๆๆ
ภาพขวา: ผู้เฒ่าที่นอนปวดไขข้อในหน้าหนาว
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: อาหารเช้าเรามาแล้วแกงหมูป่าใส่ฟัก
ภาพขวา: ผัดเผ็ด
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: หม่ำๆๆ
ภาพขวา: นี่คือแกงปลาแห้งครับ
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: กินก่อนเดินป่าต่อไปยังบ้านกะเหรี่ยงอีกหลังนึงเดินก็ 3-4 ชั่วโมงครับ
ภาพขวา: หนังหมูป่าแท้ๆหน้าตาเป็นแบบนี้ จิ้มน้ำปลาและกัดกินอร่อยมาก
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: ถ่ายรูปหมู่ก่อนออกเดินทางต่อไปครับ
ภาพขวา: แวะเยี่ยมโรงเรียนในหมูบ้าน
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: ถ่ายรูปกับคุณครูสองคน ปีหนึ่งๆ เดินทางมาแม่ฮ่องสอนไม่กี่ครั้งเองครับ
ภาพขวา: ชาวบ้านที่กำลังจะไปทำสวน
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: เขาลูกนี้ที่เราต้องผ่านไป
ภาพขวา: ป้ายต้อนรับบ้านกะเหรี่ยงอีกหลังนึง
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: พี่คนนี้เป็นชาวกะเหรี่ยงที่เราพักไปกินอาหารกลางวันด้วยกัน
ภาพขวา: เคี้ยวหมูป่าของแท้วางทั่วไปในบ้านหลังนี้
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: อาหารกลางวันของเรา
ภาพขวา: ออกเดินทางกันต่อไปบ้านกะเหรี่ยงอีกหมู่บ้านนึงครับ
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: และแล้วก็มาถึงบ้านกะเหรี่ยงห้วยเป๊าะ หมูบ้านนี้มีเหลือแค่ 6-7 คน ที่เหลือหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่ไปอยู่เมืองกันหมด
ภาพขวา: หมูบ้านพันธุ์ไกล้เคียงหมูป่านอนเล่นสบายๆ
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: พักกินน้ำชาอากาศเย็นสบายๆ
ภาพขวา: ชมวิวจิบชาไปด้วย
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: ชาวกะเหรี่ยงให้อาหารหมูที่เลี้ยงไว้
ภาพขวา: กลับมาจากทำสวนแล้วครับ
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: มาเจอรอบทากดูดเลือดตอนจบ
ภาพขวา: หนุ่มกะเหรี่ยงแบกใบตองมาซ่อมหลังคาบ้านตัวเอง
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: เดินเล่นในหมูบ้านก่อนอาหารเย็นครับ
ภาพขวา: ถ่ายรูปคู่กันหน่อยก่อนหม่ำๆ
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: เขียดแห้งผัดเผ็ดอาหารมื้อนี้ของเรา
ภาพขวา: เอามาสับๆๆๆ แบบนี้
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: ถือให้ดูก่อนนำไปสับ อร่อยดีครับ
ภาพขวา: ที่นอนของชาวกะเหรี่ยงเป็นแบบนี้ครับ
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: นี่ดวงจันทร์นะครับ
ภาพขวา: ผิงไฟกันหน่อย
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: ลุงแกทำไก่นึ่งให้เรากินครับ
ภาพขวา: เขียดบางส่วนเอามาย่างกินด้วย เขียดนี่เราซื้อมาจากชาวบ้านครับ 50 บาท
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: พี่พอดีไกด์ชาวกะเหรี่ยงทำอาหารให้เรากินกัน
ภาพขวา: ไก่นึ่งที่นี่อร่อยดีครับหอม
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: ขอยกนิ้วให้ครับอร่อยๆ
ภาพขวา: อาหารมื้อนี้ของเราหม่ำๆๆๆ
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: ยกนิ้วให้เล้ยๆๆๆๆ
ภาพขวา: เช้าวันใหม่มาแล้ว หมาสองตัวผิงไฟกัน
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: คนกับหมาก็ผิงไฟ
ภาพขวา: ชาวกะเหรี่ยงดักหนูป่ามาให้เรากิน
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: เขาเอาหนูทั้งตัวมาเผา และล้างน้ำผ่าท้อง เอาเครื่องในออก 
ภาพขวา: แล้วนำมาสับแบบนี้ก่อนไปผัดเผ็ด สรุปว่าเหม็นคราวมากกินไม่ได้เลยครับ ขนาดหมูหินที่ว่าเซียนๆ กินได้แทบทุกอย่าง เจอหนูเผาเข้าไปขอบายๆ กินไม่ได้จริงๆ
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: ยาวเช้าๆ
ภาพขวา: จะลงมือหม่ำกันแล้วครับ
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: หน้าตาอาหารมื้อนี้ครับ มีหนูป่าผัด แกงเขียดฟักเขียว ฝักต้ม
ภาพขวา: ดูชัดๆผัดเผ็ดหนูป่า
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: และนี่แกงเขียดที่อร่อยครับ
ภาพขวา: ถ่ายรูปก่อนเดินทางกลับแม่ฮ่องสอนครับ
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
ภาพซ้าย: วิวขากลับเดินบนเขาตลอดเลย วิวสวย อากาศดีมาก เห็นตัวเมืองเลยครับบางช่วง
ภาพขวา: เดินตามสันเขาแบบนี้ครับสนุกดีนะ 6 ชั่วโมงก็เข้าเมืองแม่ฮ่องสอนครับ
เดินป่าไปบ้านกระเหรี่ยง
ขยาย: 1024x768 : 800x600
#25 : Comment
31 ธ.ค 2006 10:02:00

อร tntour@hotmail.com
ธรรมชาติจริง ๆ

#24 : Comment
31 ธ.ค 2006 10:21:00

บ่าววี
อยากมีโอกาสไปแบบนี้เหมือนกันครับ ตอนนี้ก็พยายามอยากเดินตามรอยพี่อยู่ http://www.reviewthailand.com

#23 : Comment
31 ธ.ค 2006 23:24:00

-
ข้อมูลอับเดทช้าครับ รอนาน

#22 : Comment
01 ม.ค 2007 22:33:00

b0ombraaahotmail.com
อยากไปจังกั๊ป

#21 : Comment
03 ม.ค 2007 23:26:00

คนจันทบุรี
อยากไปมากแต่เห็นอาหารแต่ละมื้อแล้วคงต้องพกมาม่าไปด้วย

#20 : Comment
06 ม.ค 2007 11:43:00

suriya_tai@thaimail.com
ถ้าไปเที่ยวจะติดต่อไกด์ชาวกระเรี่ยงได้ที่ไหนค่ะ น่าไปมากๆ เลย

#19 : Comment
07 ม.ค 2007 18:00:00

ต้นน้ำ@hotmail.com
น่าไปเที่ยวมากๆเลยว่าแต่ต้องเตรียมตังค์เท่าไหร่คะสำหรับtripนี้

#18 : Comment
08 ม.ค 2007 03:21:00

terdsakes@hotmail.com
ผมเคยสัมผัสบรรยากาศเเบบนี้มาเเล้วครับ สมัยเป็นครูถิ่นลานนาไทย

#17 : Comment
08 ม.ค 2007 16:40:00

ปรีชา
นี่แหละครับการท่องเที่ยวที่ได้ธรรมชาติ การกินอาหารท้องถิ่น การได้นอนบ้านท้องถิ่น ได้สัมผัสความจริง

#16 : Comment
09 ม.ค 2007 11:09:00

นายหมูหิน
สำหรับการเตรียมเงินก็อยู่ที่เราครับแต่ค่าไกด์ท้องถิ่นวันละ 800 บาทค่าที่พักวันละ 50 บาทพร้อมอาหาร

#15 : Comment
18 ม.ค 2007 14:14:00

pakapong-2523@hotmail.com
ดูแล้ว คิดถึงแม่ฮ่องสอนมากๆค่ะ ไม่อยากมาอยู่ที่นี่เลย

#14 : Comment
18 ม.ค 2007 15:03:00

ปรีชา
เที่ยวแบบธรรมชาติอย่างแท้จริง ไม่พึ่งพาสังคมเมือง ไม่ต้องนอนโรงแรม ไม่ต้องกังวล แต่ขอให้มีเงินบ้าง

#13 : Comment
18 ม.ค 2007 15:08:00

ปรีชา
อยากไปเที่ยวแต่กลัวทาก

#12 : Comment
27 ม.ค 2007 18:36:00

siwa2630@hotmail.com
ลำบากน่าดูเลยนะ แต่ก็น่าสนุกดี

#11 : Comment
21 ก.พ 2007 16:52:00

dryut@thaimail.com
ผมก็เป็นคนกะเหรี่ยงครับ ใครจะไปเที่ยวแม่ฮ่องสอนพวกเรายินดีต้อนรับครับ 08-4623-6827

#10 : Comment
23 มี.ค 2007 09:00:00

Bob
ขอบมากครับ เคยไปแบบนี้เหมือนกันแถวเชียงราย ทำให้รู้สึกดีมากครับ

#9 : Comment
05 ต.ค 2007 14:20:00

yaitrek@hotmail.com
ทริปนี้สุดยอดมากครับ..ครั้งหนึ่งในชีวิต.ที่พลาดไม่ได้..ไม่ลองก็ไม่รู้จัก..กำไรชีวิต.ที่คุณเลือกได้.

#8 : Comment
30 ธ.ค 2006 15:33:00

เจ๋ง
เยี่ยมมาก

#7 : Comment
27 ธ.ค 2007 10:37:00

1855
กำไรชีวิตอยู่ที่มือเราว่าลองสักครั้งแ

#6 : Comment
11 ก.พ 2008 18:42:00

ดิว
สวยมากเลย

#5 : Comment
18 พ.ค 2008 12:42:00

nut-tee@hotmail.com
พี่หมูหิน...เก่งจังเลย เที่ยวเก่งจริง....แล้วอย่าลืมแวะมาชิมกาแฟสดที่ โครงการหลวงแม่หลอดนะค่ะ...

#4 : Comment
18 พ.ค 2008 12:45:00

nut-tee@hotmail.com
ที่โครงการหลวงแม่หลอด ก็มี บ้านกะเหรี่ยงผาแตก ค่ะที่นี่มีอะไรที่น่าสนใจม๊ากมากค่ะ

#3 : Comment
18 พ.ค 2008 12:54:00

nut-tee@hotmail.com
ชิมกาแฟสด กับวิถีกะเหรี่ยงที่บ้านผาแตกได้จ้า ชม.

#2 : Comment
01 ก.ย 2008 10:29:00

bokdee1991@hotmail.com
อย่าลืมเที่ยวแม่ลาน้อยบ้างนะ

#1 : Comment
04 ก.ย 2008 14:40:00

sri2528@windowlives.com
ที่ดอยเต่าก็มีจ่ะ บรรยากาศดีเช่นกัน ขอเชิญชวนนะ

เชิญแนะนำการเดินทาง ที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ความประทับใจ
comment
ชื่อ หรือ E-mail
captcha
  reset

 

ข้อมูลท่องเที่ยวน่าสนใจ
 
HOT LINK
タイ(バンコク)のホテル・サービスアパート
หากไปญี่ปุ่นต้องH.I.S.


 

moohin logo
Copyright © 2010 www.moohin.com. All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form prior permission.
ทางทีมงานหมูหิน.คอม ขอสงวนลิขสิทธิ์ การเผย แพร่ข้อมูล ภาพ เรื่อง และ วีดิโอ โดยไม่ได้รับอนุญาติ
*** ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลและแผนที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ พันธุ์พืช ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลและแผนที่และภาพ ***
หมูหิน.คอม:เว็บท่องเที่ยวอันดับหนึ่งในเมืองไทย :: การท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทย ท่องเที่ยว ไทย สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศ ไทย ท่องเที่ยว สถานที่ท่อง เที่ยว การท่อง เที่ยว