|

ลอยกระทงสวรรค์ที่พระธาตุดอยกองมู
หมูหิน.คอม
พาเที่ยวลอยกระทงสวรรค์ที่พระธาตุดอยกองมู จังหวัดแม่ฮ่องสอน
ประเพณีอันดีงามของเมืองสามหมอกที่มีแห่งเดียวในโลก
ที่นี่ที่เดียวเท่านั้น หมูหิน.คอม
นายหมูหินพาเที่ยวพระธาตุดอยกองมู มาแอ่วลอยกระทงสวรรค์
ที่นี่ที่เดียวในโลก ประเพณีอันดีงามนี้สืบทอดมายาวนาน
ตั้งแต่ปี พ.ศ.2403
จนกระทั่งปัจจุบันนี้ก็ยังมีอยู่เลยครับ
"พระธาตุดอยกองมู"
เป็นปูชนียสถานที่สำคัญและอยู่คู่บ้านคู่เมืองของชาวแม่ฮ่องสอน
คนเมืองสามหมอกนี้ให้ความสำคัญกับพระธาตุดอยกองมูเป็นอย่างมาก
และงานลอยกระทงสวรรค์นี้ก็เป็นงานประจำปีที่ทุกๆคนมาเที่ยวกัน
และจะจัดขึ้นปีละ 1 ครั้ง
ช่วงเทศกาลลอยกระทงของไทยเรา
แต่เค้าจะจัดอยู่บนเขาเท่านั้นเอง
เนืองจากว่าเป็นกระทงสวรรค์ ใน 1
ปีจะจัดอยู่ 5 วันโดยประมาณ
หากใครที่สนใจและอยากไปสัมผัสบรรยากาศของการลอยกระทงสวรรค์
ก็สามารถสอบถามข้อมูลได้จากการท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอนได้ว่าในแต่ละปีเค้าจะจัดวันไหน
วันที่เท่าไหร่ กันบ้างเพราะแต่ละปีอาจจะจัดไม่ตรงวัน
เพราะต้องดูวันเพ็ญเดือน 12 ด้วย

วัดพระธาตุดอยกองมูมีชื่อเรียกเดิมๆตั้งแต่สมัยไหนมาแล้วว่า
"วัดปลายดอน"
แต่คำนี้เป็นภาษาเหนือล้านนาที่แปลเป็นภาษากลางที่เราๆพูดกันอยู่ว่า
"วัดที่อยู่ปลายภูเขา"
นั่นเอง เพราะคำว่า "ดอน"
แปลว่าเนินหรือภูเขา
และพระธาตุดอยกองมูจะตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของตัวเมืองแม่ฮ่องสอน
หากใครที่อยากดูพระอาทิตย์ตกดินก็สามารถมาดูได้ที่นี่
พระธาตุดอยกองมูมีอยู่ 2
พระธาตุด้วยกันคือพระธาตุเจดีย์องค์เล็ก
และพระธาตุเจดีย์องค์ใหญ่ และมีความสวยงามไม่แพ้กันเชียว
คลิปวีดีโอลอยกระทงสวรรค์พระธาตุดอยกองมู
หากเราขึ้นไป "วัดพระธาตุดอยกองมู"
นี้
เราก็สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ตัวเมืองแม่ฮ่องสอนได้ชัดเจน(ชัดเจนกว่าที่เราเดินไปหมู่บ้านกระเหรี่ยงที่ถนนเข้าไม่ถึง
อิๆ) หรือหากใครที่อยากจะชมแสงไฟของเมืองเล็กและสงบ
ที่อยู่ท่ามกลางขุนเขาอย่างเมืองแม่ฮ่องสอนก็สามารถดูได้จากที่นี่
"วัดพระธาตุดอยกองมู"
นี้ แต่ทางขึ้นจะคดเคี้ยวและชันมาก แต่ลาดยางแล้วนะครับ
ความยาวของถนนก็ 5
กิโลเมตรโดยประมาณ
แต่ถ้าหากใครที่ไปช่วงที่มีงานเทศกาลต่างๆบนพระธาตุดอยกองมู
หมูหิน.คอม
ขอแนะให้นั่งรถสองแถวขึ้นไปดีกว่า
โดยเฉพาะเวลากลางคืน
ปลอดภัยและไม่ทำให้การจราจรติดขัดบนพระธาตุดอยกองมู
หากเราขับรถไปก็ฝากรถไว้กับพี่ที่ขับสองแถว ขึ้นลงๆได้
ค่าโดยสารขึ้นลงก็อยู่ที่เที่ยวละ 10
บาท/คน
นำหากใครที่ไปก็ขับระวังๆหน่อยก็แล้วกันนะครับ
หรือหากใครที่ไม่มีโอกาสไปก็ลองดูรูปที่เราเก็บมาฝากกันไปก่อน
แต่วันออกพรรษาจะมีการตักบาตรดาวดึงส์หรือว่าตักบาตรเทโว
ตามทางลงเขาจากพระธาตุดอยกองมูลงมาถึงตีนดอย
อย่างที่ชาวล้านนาเค้าเรียกกัน
หากใครที่สนใจอยากร่วมทำบุญก็ไปกันได้ที่พระธาตุดอยกองมู จ.แม่องสอนก็หาเวลาว่างมากันได้เลย
แต่ปรกติแล้ว
ทางการท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอนเค้าได้มีการจัดทริปแบบ
one day trip
โดยมีการไหว้พระเก้าวัดภายในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน
และก่อนจะถึงงานเทศกาลลอยกระทงสวรรค์
พระภิษุและสามเณรก็จะทำกระทงสวรรค์ออกมาจำหน่าย
เพื่อให้เป็นรายได้เข้าวัดพระธาตุดอยกองมู
โดยที่ลอยกระทงสวรรค์นี้มีรูปร่างไม่เหมือนกระทงที่เราลอยในน้ำ
เพราะลอยกระทงสววรค์จะต้องลอยขึ้นบนฟ้า
จึงมีการประดิฐษ์จากลูกโป่งอัดแกสเพื่อที่จะได้ลอยขึ้นสวรรค์
และเอาเชือกมาผูกกันกระทงที่ทำมาจากกระดาษษา ลวด และโฟม
แล้วก็จะมีเทียนเล่มเล็กๆ อยู่ตรงกลางกระทง
ความยาวของเที่ยวก็ประมาณ 1 นิ้ว
เป็นมินิเทียนก็ว่าได้ กระทงสวรรค์จะขายอยู่ที่
20 บาท/กระทง มีลูกโป่งหลายสีให้เลือก
หมูหิน.คอม
ขอแอบแนะนำทริกการเลือกสีอยู่หน่อยนะครับ
คือหากว่าเราเลือกสีสดๆ
เวลาเราลอยขึ้นท้องฟ้าจะเห็นเด่นชัดมาก
(เราก็เลยเลือกสีส้มอิๆ)
เพราะเวลากระทงสวรรค์ลอยขึ้นไปบนฟ้าแล้วก็จะมีแสงสวางจากเทียน
จึงทำให้เราได้เห็นสีสันอันงดงามของกระทงสวรรค์ที่ลอยลิ่วเป็นเส้นสายของกระทงสวรรค์อยู่บนฟ้าหลากหลายสี
หลากหลายลูกด้วยกัน
จึงทำให้สีสันในการลอยกระทงสวรรค์เป็นที่ต้องตาต้องใจของผู้ที่ได้เห็นได้ชม
และนี่เองก็เป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของเมืองสามหมอกที่
หมูหิน.คอม
ได้นำเสนอเรื่องราวดีๆ


แต่ที่ขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือ "'งานวัด"
ฮั่นแน่ไม่มีใครที่จะปฎิเศษได้ว่าไม่มีใครรู้จัก
เพราะเป็นงานที่อยู่คู่คนไทยมานานแสนนาน แน่ล่ะครับ
ผม(นายหมูหิน)เที่ยวมาตั้งแต่เด็ก จนวันนี้ที่ผมมีงานทำ
มีภรรยาที่น่ารัก ผมก็ยังเที่ยวงานวัดอยู่
และวันนี้ผมเองก็ได้พา ชาวหมูหิน.คอม
มาเที่ยวงานวัดที่พระธาตุดอยกองมู
ที่นี่เป็นงานวัดเล็กๆไม่ใหญ่เหมือนที่อื่น
เพราะด้วยเนื้อที่อันจำกัด
จึงทำให้งานวัดที่นี่น่าเที่ยวมากไม่มีวัยรุ่นกวนเมือง
คนไม่จอแจ และเรียบง่าย
มีเกมส์ให้เล่นอยู่แค่อย่างสองอย่าง มีขนมนมเนยขาย
ปลาหมึกไม้ละ 2 บาท น้ำเขียว
น้ำแดงถุงละ 5 บาท
ไส้กรอก ลูกชิ้นไม้ละ 2 บาท
5 บาท แบบฉบับงานวัด
อาจจะเป็นเพราะวัฒนธรรมของชาวล้านนาด้วยที่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายจึงทำให้ที่นี่ไม่มีความวุ่นวายเข้ามามากนัก
คนพื้นที่ก็มาเที่ยวเล่นดูลิเก ดูเสร็จก็กลับบ้านนอน
นี่แหละครับที่ผม(นายหมูหิน)ดั้นโด้นเก็บข้อมูล
รูปภาพและวีดีโอมาฝากเพื่อนนักท่องเที่ยวหมูๆและหินๆ

หมูหิน.คอม
ขอสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามให้อยู่คู่เมืองไทยไปอีกยาวนาน
และเราชาวทีมงาน หมูหิน.คอม
จะพยายามเก็บเรื่องราวดีๆในแง่มุมของการท่องเที่ยวเชิงบวกของไทยให้ยั่งยืนและยาวนาน
เพื่อให้เป็นประโยชน์สูงสุด
แก่ผู้เข้าชมเว็บไซน์ของเราครับ.....นายหมูหิน
ติดตามเรากันต่อไปเพื่อเป็นกำลังใจในการทำงานท่องเที่ยวแบบหมูๆและแบบหินๆเพื่อเราจะได้เก็บร้อยเรื่องราวการท่องเที่ยวที่เรารักมาฝากทุกคนชาว
หมูหิน.คอม
หากต้องการติชมเว็บสามารถติดต่อมาได้ที่นี่เลยครับ
e-mail :
webmaster@moohin.com


|