|

โบสถ์เซ้นต์ปอลและจตุรัสเซนาโด มาเก๊า
หลังจากมาถึง
พากินเป็นย่างไปแล้ว ทีนี้เรามาเดินเล่นจุดกลางเมืองมาเก๊า
ที่นักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเที่ยวจะต้องมาเดินเล่นที่จุดนี้
นั่นคือเซนาโด้สแควร์
เรามาทำความรู้จักเซนาโด้สแควร์กันหน่อยครับ
ย่านการค้าเซนาโด้สแควร์
โดดเด่นด้วยพื้นถนนที่ปูลาดด้วยกระเบื้อง
เป็นลอนคลื่น
เปรียบเสมือนท้องทะเลอันอุดมสมบูรณ์
ล้อมรอบไปด้วยอาคารสไตล์ยุโรปหลากสีสัน
ที่นี่จัดว่าเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่รวมไว้ซึ่งร้านค้าต่างๆ
มากมาย ทั้งแฟชั่น แบรนด์เนม
ร้านแผงลอย เฟอร์นิเจอร์โบราณ
อัญมณี เครื่องประดับ
ของที่ระลึก ฯลฯ
เรียกว่าจะหาซื้ออะไรในมาเก๊า
มาที่นี่ที่เดียวก็ได้ครบครัน


เดินไม่ไกลจากเซนาโด้สแควร์ก็ไปเจอ
โบสถ์เซนต์ปอล (Ruins of St.
Paul's) :
นับเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองมาเก๊าที่ทุกคนจะต้องขอไปเยือน
โบสถ์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี
ค.ศ. 1602
เพื่อใช้เป็นโรงเรียนสอนศาสนาแห่งแรกของชาวตะวันตกในดินแดนตะวันออกไกล
ต่อมาในปี ค.ศ. 1835
ได้เกิดเพลิงไหม้อย่างรุนแรง
ทำให้เกิดความเสียหายทั้งหลัง
คงเหลือเพียงประตูหน้าและบันไดทางเข้าเท่านั้น
และได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ในปี
ค.ศ. 1991
ปัจจุบันได้รับการเสนอชื่อแก่องค์การยูเนสโก้
ให้เป็นมรดกโลกอีกด้วย
ด้านหลังของประตูโบสถ์ได้จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ทางศาสนา
เพื่อรวบรวมภาพเขียนและจัดแสดงอุปกรณ์ที่ใช้ในการพิธีทางศาสนา
มีหลุมฝังศพของบาทหลวง
วาลิคนาโน ผู้ก่อตั้ง
และโครงกระดูกของชาวคริสต์ญี่ปุ่น
และเวียดนามที่เสียชีวิตเมื่อคราวที่เกิดไฟไหม้ครั้งนั้น
ในอดีตกาล
มาเก๊า
เป็นเพียงหมู่บ้านเกษตรกรรมและประมงเล็กๆ ชนชาติดั้งเดิม
ที่เข้ามาตั้งรกรากคือ ชาวจีนกวางตุ้งและฟูเจี้ยน
จนกระทั่งในช่วงต้นศตวรรษที่ 16 พ่อค้าชาวโปรตุเกสหลายคน
ได้เข้ามาบุกเบิกในแถบทวีปเอเชีย อาทิ วาสโก ดา กามา
ซึ่งได้เดินทางบุกเบิกมาถึงช่องแคบมะละกา และต่อมาในปี ค.ศ.
1513 จอร์จ อัลวาเรส
เป็นชาวโปรตุเกสคนแรกที่ได้เดินเรือมาถึงดินแดนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเพิร์ล
และได้ติดต่อทำการค้ากับจีน
ความสัมพันธ์อันดีระหว่างจีนและโปรตุเกสจึงได้เริ่มต้นขึ้น

ตลอดระยะเวลากว่า 400 ปี แห่งการครอบครอง
ผู้คนมักพูดถึงมาเก๊าในฐานะ อาณานิคมของโปรตุเกส
แต่ในความเป็นจริงแล้ว โปรตุเกสปฏิบัติต่อมาเก๊าในฐานะ
เป็นจังหวัดหนึ่งของโปรตุเกส
แม้ว่าจะมีการแต่งตั้งข้าหลวงใหญ่เข้ามาปกครอง
แต่ชาวมาเก๊าก็ได้รับสิทธิเสรีภาพอย่างเต็มที่
มาเก๊าได้รับเอาความเจริญรุ่งเรืองทางด้านสถาปัตยกรรมและศิลปวัฒนธรรมของชาติตะวันตกเข้ามาอย่างมากมาย
สังเกตได้จาก ตึกรามบ้านช่อง, โบสถ์,
ถนนสายคดเคี้ยวที่ปูด้วยกระเบื้องและหิน และสถาปัตยกรรมอื่นๆ
แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมแบบจีน นี่เองที่ทำให้มาเก๊า
เป็นเมืองที่มีการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกได้อย่างลงตัวที่สุด
มาเก๊า
จึงนับว่าเป็นเมืองยุโรปใจกลางเอเชียอย่างแท้จริง

ที่เซนาโด้สแควร์เป็นสถานที่นักท่องเที่ยวมาซื้อเสื้อผ้า
ทั้งของมียี่ฮ่อและของธรรมดาๆ ที่นี่ไม่เคยหลับครับ
คนเดินกันตลอด 24 ชั่วโมง
ร้านเหล้าที่มาเก๊าก็เปิดกันทั้งวันคนจะมากก็ช่วงหกโมงเช้า
ตามถนนหนทางมีนักท่องเที่ยวเดินกัน 24
ชั่วโมง มาเก๊าเป็นเมืองคาสิโน
นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็นิยมมาเสี่ยงโชคเล่นๆและแบบจิงจังก็มีครับ
แถวๆเซนาโด้สแควร์มีร้านกาแฟสตาร์บัค มีแมคโดนัล
มีร้านขายน้ำปั่น หรือจะเดินไปกินบนตลาดสดก็ได้
วันหน้าผมจะพาไปชิมดูครับ ติดตามหมูหินกันต่อไปนะครับ
สนุกแน่นอน
 |