ทริปนี้ หมูหิน.คอม จะพาคุณล่องเรือเมล์กินลมชมวิวไปตามลำน้ำโขง ซึ่งจุดหมายปลายทางของทริปนี้อยู่ที่เมืองหลวงพระบาง มรดกโลกแห่งลุ่มน้ำโขง ในประเทศลาวนี่เอง ซึ่งการเดินทางในครั้งนี้ มีความสนุกตรงที่ เราต้องนั่งเรือเมล์ที่มีเพื่อนร่วมเดินทางกว่า 120คน แล่นผ่านเกาะแก่งของลำน้ำโขงที่มีความยากง่ายแตกต่างกันไป รวมระยะทางถึงหลวงพระบางก็ 2 วัน 1คืน ก่อนอื่นหมูหิน.ดอมต้องขอบอกเล่าเรื่องราวของแม่น้ำโขงและเมืองหลวงพระบาง ก่อนสักนิดนะครับ เผื่อว่าบางคนอยากจะรู้ความเป็นมาของแม่น้ำสายและเมืองๆนี้
แม่น้ำโขง มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาหิมาลัย ไหลผ่านมณฑลชิงไห่ ประเทศจีน และบริเวณที่ราบสูงธิเบต ไหลลงสู่ทะเลจีนใต้ ผ่านประเทศจีน ประเทศลาว ประเทศพม่า ประเทศไทย ประเทศกัมพูชา และประเทศเวียดนาม มีความยาวทั้งหมด 4,880 กิโลเมตร เป็นความยาวในประเทศจีน 2,130 กิโลเมตร ช่วงที่แม่น้ำไหลผ่านประเทศจีนมีชื่อเรียกว่า แม่น้ำล้านช้าง และเมื่อไหลผ่านเข้าเขตประเทศพม่า และประเทศลาว เรียกว่า แม่น้ำโขง
ปัจจุบันแม่น้ำโขงเป็นเส้นเขตแดนกั้นระหว่างประเทศไทยกับประเทศลาว ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ตอน ตอนแรกอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ระยะทางประมาณ 85 กิโลเมตร และตอนที่ 2 อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่จังหวัดเลยถึงจังหวัดอุบลราชธานี ระยะทางประมาณ 832 กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งสิ้น 917 กิโลเมตร
ลักษณะที่สำคัญของแม่น้ำโขงนั้น ตลิ่งทั้งสองฝั่งจะมีความสูงชันมาก กระแสน้ำจะไหลออกเหนือลงใต้ตลอดทั้งปี ระดับน้ำในฤดูแล้งกับฤดูฝนจะมีความแตกต่างกันมากถึง 14 เมตร ความเร็วของกระแสน้ำขึ้นอยู่กับฤดูกาล ซึ่งโดยปกติจะมีความเร็วของกระแสน้ำ ตั้งแต่ 2 - 12 นอต สภาพในลำแม่น้ำโขงจะมีลักษณะเป็นเกาะ หรือดอน หรือสันทราย และแก่งหินโขดหินปรากฎอยู่ทั่วไป โดยทวีขนาดและเพิ่มจำนวนมากขึ้นในช่วงฤดูแล้ง
ส่วน "หลวงพระบาง" เป็นเป็นเมืองเก่าแก่ของอาณาจักรล้านช้าง ตั้งแต่สมัยสถาปนาอาณาจักรซึ่งแต่เดิมมีชื่อว่าเมืองชวา และเมื่อ พ.ศ. 1300 ขุนลอ ซึ่งถือเป็น ปฐมกษัตริย์ลาว ได้ทรงตั้งเมืองชวาเป็นราชธานีของอาณาจักรล้านช้างและได้เปลี่ยนชื่อเมืองใหม่ว่าเชียงทอง
เมื่อเจ้าฟ้างุ้มเสด็จกลับจากกัมพูชา อันเนื่องจากพระองค์และพระบิดาต้องเสด็จลี้ภัยเพราะถูกขับไล่จากกษัตริย์องค์ก่อน ซึ่งแท้จริงก็คือพระอัยกาของเจ้าฟ้างุ้มนั่นเอง เจ้าฟ้างุ้มทรงรวบรวมกำลังขณะอยู่ในเสียมเรียบ และนำกองทัพนับพันกำลังเพื่อกู้ราชบัลลังก์กลับคืน และสถาปนาอาณาจักรขึ้น
ต่อมาในสมัยพระโพธิสารราชเจ้าพระองค์ได้อาราธนาพระบางซึ่งเดิมประดิษฐานอยู่ที่เมืองเวียงคำ ขึ้นมาประดิษฐานอยู่ที่เมืองเชียงทองอันเป็นนครหลวง เมืองเชียงทองจึงถูกเรียกว่า หลวงพระบาง นับแต่นั้นมา
ทีนี้พอจะรู้เรื่องราวของ หลวงพระบางและแม่น้ำโขงอย่างคร่าวๆกันแล้วนะครับ เรามาเริ่มต้นการเดินทางกันเลยดีกว่า จุดเริ่มต้นการเดินทางสู่หลวงพระบางของหมูหิน.คอม ครั้งนี้ เริ่มต้นที่แขวงห้วยทราย ในฝั่งประเทศลาว ตรงข้ามกับ อ.เชียงของในไทยครับ.. มาถึงแขวงห้วยทรายเรามาไม่ทันเรือในวันนี้ เลยต้องนอนค้างที่ห้วยทราย เพื่อจะรอเรือวันต่อไป พอดีช่วงที่ หมูหิน.คอม พักอยู่ที่ห้วยทรายเป็นช่วงที่เหตุการณ์ไม่ค่อยปรกติ เราเลยไม่ค่อยได้เก็บข้อมูลของแขวงห้วยทรายมาฝาก แต่ก็ยังมีรูปเล็กๆน้อยๆมาให้ชมครับ
เช้าต่อมา หมูหิน.คอม มาถึงท่าเรือห้วยทรายก่อนคนอื่นใครเค้า มาถึงปุ๊บเราก็มองหาที่ซื้อปี้ หรือตั๋วโดยสารก่อนเลย ซื้อปี้มาในราคา 190,000 กีบ คิดเป็นเงินไทยก็688 บาท ราคานี้ถึงหลวงพระบางเลยครับ บอกหน่อยนะครับว่าเงินไทยใช้ได้ที่ลาวก็จริง แต่ถ้าจ่ายเป็นเงินไทยจะแพงกว่านะครับ อย่างค่าเรือถ้าเราถามว่ากี่บาท เค้าจะเก็บเรา760 บาทน่ะคับ เวลาจะถามราคาอะไรควรจะถามเป็นเงินกีบนะครับ และทางที่ดีก็ควรจ่ายเป็นเงินกีบด้วย
ได้ปี้(ตั๋ว)มาแล้วก็รอเวลาที่เรือจะออกจากท่า อ่อ..อย่าลืมตุนของหรืออาหารกลางวันมาทานบนเรือด้วยนะครับ เพราะเรือไม่ได้แวะพักทานอาหารนะครับ แต่บนเรือก็มีเบียร์ลาว-น้ำเปล่า-ขนมขบเคี้ยว ขายด้วย และราคาก็จะสูงกว่าบนฝั่งเกือบครึ่ง วันนี้มีคนที่จะไปหลวงพระบางมากเป็นพิเศษ กะด้วยสายตาก็เกือบๆ180-200 คนเห็นจะได้ สงสัยเพราะเป็นวันเสาร์ คนเยอะอย่างนี้เรือลำเดียวไม่พอบรรจุคน ต้องมีเรือเสริมออกไปด้วยกันอีก 1ลำ ทำให้เรือเราต้องออกล่าช้าไปอีกเป็น 11โมงเกือบๆจะครึ่ง คนส่วนใหญ่ในเรือที่เรานั่งโดยสารเป็นฝรั่งกว่า 70เปอร์เซ็น ที่เหลือก็เป็น คนลาว คนญี่ปุ่น สุดท้ายคนไทยครับ
พอเรือเริ่มออกจากท่าเรามองเห็นบรรยากาศ2ข้างฝั่ง ที่เต็มไปด้วยบ้านเรือน,โรงแรม และร้านอาหาร สายน้ำโขงบริเวณนี้ยังคงไหลเอื่อยๆ ไม่รุนแรง สักประมาณ ไม่เกิน30 นาที 2ข้างฝั่งเริ่มเปลี่ยนเป็นป่าเขา ซึ่งป่าบางจุดก็ถูกตัดโค่นเพื่อทำเป็นพื้นที่กสิกรรม แต่ป่าบางจุดก็ยังสมบูรณ์อยู่มาก
และในแม่น้ำโขงก็จะมีโขดหินขนาดเล็กใหญ่โผล่พ้นน้ำอยู่เป็นระยะ ๆ บางช่วงมีเกาะแก่งน้ำที่เชี่ยวกราด บางช่วงก็มีกระแสน้ำวน ทำให้นายน้ำ(ผู้บังคับเรือ)ต้องใช้ฝีมือและประสบการณ์ในการบังคับเรืออยู่พอสมควร ผู้โดยสารก็ตื่นเต้นมิใช่น้อย
ส่วนบรรยากาศภายในเรือเป็นไปด้วยความสนุกสนานบางคนก็นั่งจิบเบียร์ชมบรรยากาศสองฝั่งโขง บางคนอ่านหนังสือแก้เบื่อ บางกลุ่มก็สรรหาเกมส์ต่างๆมาเล่นกัน อ่อ..หมูหิน.คอม ขอแนะนำเพื่อนๆที่จะนั่งเรือเมล์ไปหลวงพระบางอย่างเรานิดนึงนะครับ...ว่าใครที่ไม่สูบบุหรี่หรือแพ้ควันบุหรี่ ควรหาที่นั่งที่อยู่หน้าๆใว้นะครับ เพราะในเรือที่มีกรุ๊ปฝรั่งเยอะๆก็จะมีสิงห์รมควันเยอะเหมือนกันครับ อยู่ต้นลมใว้นะครับ อีกอย่างนึง..นั่งด้านหน้าไม่หนวกหูกับเสียงของเครื่องยนต์เรือด้วยครับ
6โมงกว่าๆเราถึงที่พักระหว่างทางคือปากแบง ทุกๆคนต้องพักที่นี่ 1คืน ราคาห้องพักที่นี่ก็ไม่แพงครับ ช่วงนี้ราคาห้องพักอยู่ที่80-250 อาหารการกินก็มีร้านให้เลือกหลายสิบร้านเหมือนกัน ส่วนราคาอาหารก็ทั่วๆไปครับ ที่ปางแบงหมูหินได้มีโอกาสนั่งจิบเบียร์และพูดคุยกับชาวบ้านที่ปากแบง มีเรื่องราวที่น่าสนใจอยู่เหมือนกัน ใว้หมูหินจะบอกเล่าในContentของปากแบง ตอนต่อไปนะครับ
เช้าวันที่2 หมูหินตื่นแต่เช้ามาจับจองที่นั่งบนเรือเช่นเดิมครับ เพราะรู้มาว่าจะมีเรือออกเพียงลำเดียว..(อีกแล้วครับ) แต่สุดท้ายก็ต้องออก 2ลำ เพราะยังไง ยังไง ก็ไม่พอกับจำนวนผู้โดยสารที่เยอะและมีจำนวนเพิ่มขึ้นอีก กะด้วยสายตาก็เกือบๆ 250คนน่ะครับ
|
|
| |
เรือออกจากท่าปากแบง ก็ยังคงมีความตื่นเต้นกับกระแสน้ำและบรรยากาศสองฝั่งโขงอยู่เหมือนเมื่อวาน แต่วันนี้จะมีเกาะแก่งให้เร้าใจค่อนข้างมากกว่าเมื่อวาน ลำน้ำโขงก็จะมีความกว้างมากกว่าที่ผ่านมา ช่วงที่ใกล้จะถึงหลวงพระบางด้านขวาของเรือเราจะมองเห็นถ้ำติ่ง แหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่งของเมืองหลวงพระบาง เราเดินทางจากปากแบง 7ชั่วโมงเริ่มเห็นฝั่งด้านซ้ายมีบ้านเรือนที่แตกต่างบ้านเรือนที่ผ่านมา วิถีชีวิตของคนริมฝั่งโขงก็จะดูคึกคักกว่า ทำให้รู้ได้ว่าเราใกล้จะถึงเมืองมรดกโลกที่หลายๆคนใฝ่ฝันอยากจะมาเยี่ยมชมแล้วล่ะ จากนั้นประมาณ 30นาทีเราก็ถึงท่าเรือของเมืองหลวงพระบาง บริเวณท่าเรือยังไม่มีอะไรที่ทำให้เราตื่นตาตื่นใจมีเพียงความรู้สึกและเสียงร้องที่ดังอยู่ในใจว่า "ถึงแล้วววววว..เมืองหลวงพระบาง"
ขอบคุณทัวร์เทลเวลเล่อล์คลับ
|
ขอบคุณทัวร์เทลเวลเล่อล์คลับ(ประเทศไทย)
|
แผนที่การเดินทาง ทางเรือ จากห้วยทราย ถึง หลวงพระบาง
|
|