|

ขึ้นสายการบินลาวไปตักบาตรข้าวเหนียวที่หลวงพระบาง
เมืองหลวงพระบางครั้งหนึ่งเคยเป็นของไทยและได้ตกไปเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส
ในอดีดนั้นเมืองหลวงพระบางนี้เป็นเมืองหลวงเก่าแก่แรกตั้งแต่พุทธศตวรรษที่
17 ก็ตกราว 800 ปี โดยพระเจ้าฟ้างุ้ม (ครองราชย์ พศ 1846-1915
ซึ่งทรงสามารถรวบรวมเป็นอาณาจักรได้สำเร็จ
แต่เดิมนั้นชื่อว่า "เมืองเชียงดง - เชียงทอง"
แต่มาในสมัยพระเจ้าวิชุลราช ครองราชย์เมื่อ พ.ศ. 2043-2063
พระองค์ได้อัญเชิญ "พระบาง"
ซึ่งได้มาจากอาณาจักรขอมไปประดิษฐานอยู่ที่เมืองเวียงคำ
ใกล้กับนครเวียงจันทน์มาไว้ ณ.เมืองแห่งนี้
หลังจากนั้นจึงเปลี่ยนชื่อเมืองเชียงดง - เชียงทอง มาเป็น
นครหลวงพระบาง
ต้องตามชื่อของพระพุทธรูปปางห้ามสมุทรที่ศักดิ์สิทธิ์พระองค์นี้
ต่อมาในสมัยของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ครองราชย์ พ.ศ 2093-2115
ทรงย้ายเมืองหลวงจากหลวงพระบางมายังเมืองเวียงจันทน์
ทั้งนี้เพราะเกรงภัยจากสงครามพม่า ในสมัยของพระเจ้าบุเรงนองเรืองอำนาจ
เรื่องของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช
น่าสนใจมากเพราะพระองค์ทรงมีเชื้อสายรางวงศ์มังราย
และเคยครองราชย์อยู่ที่เชียงใหม่
อาณาจักรล้านช้างก็อยู่เย็นเป็นสุขได้ระยะหนึ่ง
ก็แตกแยกออกเป็น 3 อาณาจักรไม่ขึ้นต่อกัน มีอาณาจักรหลวงพระบาง
อาณาจักรเวียงจันทน์ และอาณาจักรจำปาศักดิ์
วันนี้หมูหินขอพาเที่ยวหลวงพระบาง โดยขึ้นเครื่องบินไป
จริงๆแล้วเราวสามารถไปเที่ยวหลวงพระบางได้ทั้งทางเรือ
ทางรถยนต์ และทางนั่งเครื่องไป เมืองหลวงพระบางเป็นเมืองที่
เดินทางไปค้อนข้างยาก หากนั่งเรือก็ 2
วัน 1 คืนจากเชียงของ
หากไปทางรถก็ 2 คืน
ต้องไปที่เวียงจันทร์ก่อน ส่วนไปเครื่องบินก็
1 ชั่ง 45
นาทีครับ

สายการบินลาว
เป็นสายการบินที่น่าสนใจครับ เป็นเครื่องใบพัด มีบริการจาก
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บินตรงสู่หลวงพระบาง
เครื่องบินมีทุกไม่ทุกวัน ต้องไปตรวจสอบข้อมูลที่
http://www.laos-airlines.com/
ก่อนครับ หรือสอบถามข้อมูลที่ 02- 664
0661-2
ช่วงที่เราอยู่บนเครื่องบิน
หากมองลงไปพื้นดินเจอแต่ป่าเขาอุดมสมบูรณ์มากๆ
เป็นภูเขาต้นไม้และจะเห็นแม่น้ำโขงทอดตัวยาวด้านล่าง
แม่น้ำโขงนี้ไหลมาจากประเทศจีน ผ่านหลายประเทศรวมทั้งลาวด้วย
ประเทศลาวไม่มีทางออกทะเล เขาจะติดต่อสื่อสารผ่านนอกผ่านไทย
จีนครับ เมืองหลวงพระบางจากมุมบนสายการบินลาวแห่งนี้สวยงามมากๆ
เครื่องบินไม่สูงสวยครับ

"สบายดี หลวงพระบาง"
สบายดีก็แปลว่า สวัสดีนั่นเอง
ชาวลาวเขาจะทักทายกันด้วยคำว่าสบายดีครับ
ส่วนหากต้องการจะขอบคุณใครสักคนก็ต้อง "ขอบใจ"
เขาจะไม่ใช้คำว่าขอบคุณกันครับ หลวงพระบางนี้ UNESCO
ได้ประกาศให้หลวงพระบางเป็นเมืองมรดกโลกด้วยคำจำกัดความของเมืองนี้ว่า
หลวงพระบางนั้นเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นมากในเรื่องของการผสมกลมกลืนกันของสถาปัตยกรรมลาวดั้งเดิมและสถาปัตยกรรมสมัยอาณานิคมที่สร้างโดยชาวยุโรป
รวมทั้งโดดเด่นในด้านการรักษาโครงสร้างทางด้านผังเมืองที่สามารถผสมกลมกลืนสองวัฒนธรรมนี้ได้อย่างดีเยี่ยม
การประกาศเป็นมรดกโลกของหลวงพระบางนั้นเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่รับบาลลาวประกาศให้เป็นปีท่องเที่ยวด้วย
(ท้ายปี 1995 กับต้นปี 1996)
จึงทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวทะลักเข้าในหลวงพระบางที่มีประชากรในขณะนั้น
(ปี 1995) เพียง 365,000 คนอย่างมากมาย
โดยมีนักท่องเที่ยวเข้ามาถึง 35,000 คน

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาหลวงพระบางก็มีนักท่องเที่ยวมากขึ้นๆ
ทุกวัน ในปี 2001
จากรายงานของสำนักงานมรดกโลกหลวงพระบางประชากรของทั้งจังหวัดหลวงพระบางอยู่ที่
360,000 คน และเป็นประชากรที่อยู่ในเขตตัวเมือง 30,000 คน
แต่ที่อยู่ในเขตอนุรักษ์มรดกโลกนั้นมีจำนวน 12,000 คน
ในขณะที่ตัวเลขจากฝ่ายท่องเที่ยวบอกว่า ถึงปี 2005
ประชากรของจังหวัดหลวงพระบางทั้งหมดมี 400,000 คน
และที่อยู่ในตัวเมืองมีอยู่จำนวน 80,000 คน
ในขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็น 250,000 คน
และมีนักท่องเที่ยวเป็น 3 เท่าของประชากรที่อยู่ในเขตมรดกโลก

แน่นอนครับมาหลวงพระบางครั้งนี้
ที่พลาดไม่ได้คือตักบาตรข้าวเหนียว
ในถนนสายหลักช่วงเช้าพระสงฆ์นับร้อยๆรูป จะมาบิณฑบาต
ชาวหลวงพระบางจะ คอยใส่บาตรข้าวเหนียวกัน แน่นอนครับ
ผมจะเล่าเรื่องและพาเที่ยวให้เต็มอิ่ม อย่างแน่นอน
และที่จะพาเที่ยวอีกที่คือ เดินตลาดเช้าที่หลวงพระบาง
เพราะสุดยอดมากๆ มีของแปลกที่คาดไม่ถึง
ติดตามหมูหินต่อไปนะครับ

ขอบคุณทัวร์เทลเวลเล่อล์คลับ
|
ขอบคุณทัวร์เทลเวลเล่อล์คลับ(ประเทศไทย)
|

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.manager.co.th/Entertainment/EntView.asp?NewsID=1423145836591
http://superteenasia.exteen.com/20070706/entry
|