|
นั่งรถรางเที่ยวชมเมืองลำพูนในอดีต
ทริปนี้หมูหิน.คอมจะพาเพื่อน ๆ มานั่งรถรางเที่ยวชมเมืองลำพูนในอดีตครับ จังหวัดลำพูนเป็นจังหวัดเล็ก ๆ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีวัดวาอาราม บ้านเรือนแบบโบราณ เรียงรายอยู่สองข้างทางถึงแม้ว่าจะเป็นเมืองเล็ก ๆ แต่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานที่สุดในแผ่นดินล้านนา อาณาจักรหริภุญไชยเป็นอาณาจักรพระพุทธศาสนาที่เจริญรุ่งเรืองมากว่า 600 ปี ก่อนที่พญาเม็งรายจะสร้างเมืองเชียงใหม่ขึ้น เมืองลำพูนจึงเหมาะแก่การเที่ยวชมวัดวาอาราม ศิลปวัฒนธรรม และงานหัตถกรรม โดยเฉพาะความเก่าแก่ในเขต อ.เมือง
และด้วยเหตุนี้เอง จังหวัดลำพูนจึงได้กำหนดยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวของเมืองลำพูนให้มีประสิทธิภาพ และเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น จึงได้ดำเนินการจัดบริการนักท่องเที่ยวด้วยรถรางประยุกต์ จำนวน 2 คัน สำหรับพานักท่องเที่ยวเยี่ยมชมสถานที่สำคัญและน่าสนใจของเมืองลำพูนจำนวน 12 แห่ง ภายใต้ชื่อโครงการ รถนำเที่ยวลำพูน เมืองบุญหลวงแห่งล้านนา บริการทุกวันๆละ 2 รอบ เช้ากับบ่าย ซึ่งทางจังหวัดจัดรถบริการรอรับนักท่องเที่ยวไว้ที่บริเวณด้านหน้าวัดพระธาตุหริภุญชัย โครงการนี้หวังว่าจะช่วยฟื้นฟูการท่องเที่ยวของเมืองลำพูนให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
ก่อนที่จะขึ้นรถรางที่จอดรอรับนักท่องเที่ยวที่บริเวณด้านหน้าวัดพระธาตุหริภุญไชย หมูหิน.คอมต้องไปซื้อบัตรก่อน บัตรราคา 50 บาท บัตร 1 ใบสำหรับนักท่องเที่ยว 1 คนครับ นอกจากจะนั่งรถรางชมเมืองแล้ว ยังมีไกด์คอยให้ความรู้เกี่ยวกับสถานที่ต่าง ๆ พร้อมทั้งคอยตอบคำถามแก่นักท่องเที่ยวอีกด้วยครับ เพื่อน ๆ พร้อมหรือยัง ถ้าพร้อมแล้วไปกันเลยครับ
จุดที่ 1 วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร เป็นหลักเมืองของนครลำพูน เป็นพระธาตุ 1 ใน 8 ของจอมเจดีย์แห่งสยาม และเป็นพระธาตุประจำปีระกา สร้างขึ้นในรัชสมัยของพญาอาทิตยราช ยุคหริภุญไชย ราว 1,000 ปีที่ผ่านมา พระธาตุหริภุญไชยจัดเป็นพระธาตุที่ก่าแก่ที่สุดในภาคเหนือ ภายในวัดมีโบราณสถานสำคัญ คือสุวรรณเจดีย์ หรือ ปทุมวดีเจดีย์ หอระฆัง หอไตร วิหารพระเจ้าทันใจ วิหารพระละโว้ วิหารพระสังขจาย อุโบสถพระเจ้าทองทิพย์ หอกังสดาล วิหารพระนอน วิหารพระแดง และพิพิธภัณฑ์ประจำวัด
จุดที่ 2 พิพิธภัณฑ์ หริภุญไชย ก่อตั้งมาแล้ว 80 ปี เป็นแหล่งรวบรวมโบราณวัตถุตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงสมัยหริภุญไชยและล้านนา จุดเด่นที่น่าสนใจของพิพิธภัณฑ์ หริภุญไชย มีอยู่หลายจุดครับ เช่น พระมีหนวด พระสิงห์ ศิลาจารึกหลักที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โครงกระดูกบ้านวังไฮ อายุราว 3,000 ปี
จุดที่ 3 พิพิธภัณฑ์ชุมชนเมือง เดิมเป็นคุ้มเจ้าราชสัมพันธวงศ์ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2455 ในสมัยเจ้าหลวงจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าผู้ครองนครลำพูนองค์สุดท้าย ภายในพิพธภัณฑ์จัดแสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนชาวลำพูนเมื่อราว 100 ปีที่ผ่านมา ตัวอย่างเช่น รูปภาพเก่า ๆ ร้านขายเครื่องเขียน ผลิตภัณฑ์ของใช้รุ่นเก่า ตู้ไปรษณีย์ รถสามล้อ
จุดที่ 4 อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี ปฐมกษัตรีย์แห่งนครหริภุญไชย ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2525 รูปปั้นของพระนางทรงแสดงสุนทรียภาพของสตรีพื้นเมืองที่ใบหน้าละม้ายชาวรามัญ พระหัตถ์ขวาทำท่าผายมือ แผ่เมตตาบารมีให้แก่อาณาประชาราษฎร์ พระหัตถ์ซ้ายถือคทาวุธซึ่งสะท้อนความเป็นนักรบผู้เกรียงไกร สรีระมีความงดงาม สมส่วน เป็นประติมากรรมขนาดใหญ่กว่าคนจริง หล่อด้วยสำริด ฉากหลังของอนุสาวรีย์เป็นซุ้มโคปุระแบบทวารวดี และละโว้
จุดที่ 5 วัดจามเทวี ( กู่กุฏิหรือสุวรรณจังโกฏ ) ภายในเจดีย์บรรจุอัฐิของพระนางจามเทวี โดยพระเจ้ามหันตยศ โอรสของพระนางสร้างขึ้นเป็นสถูปทรงเหลี่ยมซ้อนขึ้น 5 ชั้น มีพระพุทธรูป 60 พระองค์ภายในซุ้มและอีกองค์หนึ่งเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม เรียกว่า รัตนเจดีย์
จุดที่ 6 วัดมหาวัน เป็นต้นกำเนิดพระรอดลำพูน 1 ในพระเครื่องชุดเบญจภาคี ( พระสมเด็จวัดระฆัง พระรอดมหาวัน พระนางพญา พระผงสุพรรณ และพระซุ้มกอ ) เป็นพระพิมพ์ที่ถูกจัดให้อยู่สูงสุดของพระสกุลลำพูน ค้นพบที่กรุวัดมหาวัน
จุดที่ 7 วัดพระคงฤาษี เป็นวัดต้นกำเนิดพระพิมพ์รุ่นพระคงอันลือลั่น เป็นแหล่งชุมพระฤาษีทั้ง 5 ตนผู้ร่วมสถาปนานครหริภุญไชย
จุดที่ 8 พิพิธภัณฑ์สถานีตำรวจลำพูน เป็นการประยุกต์อาคารไม้โบราณอายุกว่า 100 ปีเศษ เป็นสถานที่เก็บรวบรวมภาพถ่ายเก่า พระพิมพ์โบราณที่ขุดได้จากวัดพระคงฤาษี รวมทั้งอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ
จุดที่ 9 วัดสันป่ายางหลวง เดิมชื่อวัดมาลุการาม หรือ วัดป่ายางทราย เป็นเขตของโบสถ์พราหมณ์ เคยพบประติมากรรมฮินดู เช่น พระอุมา พระพิคเณศ ศิวลึงค์ วัดป่ายางทรายเป็นสถานที่ถวายพระเพลิงศพของพระนางจามเทวี ปัจจุบันเป็นศูนย์รวมสล่าชาวยองฝีมือเยี่ยม มีวิหารอลังการ ภายในประดิษฐานพระโขงเขียว และพิพิธภัณฑ์พระเครื่องนับร้อยรุ่น
จุดที่ 10 กู่ช้าง กู่ม้า เป็นโบราณสถานสำคัญอีกแห่งหนึ่งที่ชาวลำพูนให้ความเคารพนับถือ จนปัจจุบันตั้งเป็นศาลเจ้าพ่อช้าง เพราะเชื่อว่าเป็นกู่หรือสุสานที่สร้างขึ้นเพื่อบรรจุซากของพระยาช้างคู่บารมีของเจ้ามหันตยศและอนันตยศ พระโอรสฝาแฝดของพระนางจามเทวี ส่วนกู่ม้าเป็นม้าศึกของพระนางจามเทวี เป็นสัญลักษณ์ของรัตนะทั้งเจ็ดประการที่แสดงถึงความเป็นจักรพรรดินีของพระนางจามเทวี
จุดที่ 11 วัดพระยืน เดิมชื่อวัดอรัญมิการาม เป็นวัดป่าหนึ่งในวัดสี่มุมเมืองทิศตะวันออก มีพระเจดีย์ประธานเป็นทรงปราสาทมณฑป ที่สร้างเลียนแบบสถาปัตยกรรมพุกาม เช่น อานันทเจดีย์ เป็นการบูรณะใหม่ในสมัยเจ้าหลวงอินทยงยศโชติ เจ้าผู้ครองนครลำพูน นอกจากนี้ยังมีวิหารโถงหรือศาลาเก้าห้อง ศิลาจารึก อักษรไทยหลักแรกในภาคเหนือ ซึ่งกล่าวถึงพญากือนาได้อาราธนาพระสุมนเถระจากสุโขทัยมาเผยแพร่พระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ โดยให้พำนักที่วัดพระยืนก่อนที่จะไปจำพรรษาที่วัดสวนดอกและสร้างพระธาตุดอยสุเทพ
จุดที่ 12 วัดต้นแก้ว ในอดีตชื่อเชตวนาราม สมัยหริภุญไชยพบศิลาจารึกอักษรมอญโบราณระบุถึงชื่อของกษัตริย์ผู้มีนามว่า พญาสรรพสิทธิ์ ได้ทรงผนวชระหว่างครองราชย์และสร้างสถูป 3 องค์ในส่วนของวัดต้นแก้ว มีสิ่งที่น่าสนใจคือ พระเจดีย์ต้นก๊อ เป็นสถูปทรงกลมล้านนา พระพุทธรูปทรงเครื่องในวิหารโถง พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านชาวยอง โรงทอผ้าฝ้ายแบบโบราณ
นอกจากนี้ยังมีกาดขัวมุง ( สะพานที่มีหลังคา ) ตั้งอยู่บนสะพานไม้มีหลังคาคลุม เป็นสะพานข้ามแม่น้ำกวง กาดขัวมุงแห่งนี้เป็นแหล่งสินค้า OTOP พื้นบ้านของเมืองลำพูน เช่น ผ้าฝ้ายทอมือ ลำไยอบแห้ง ไม้แกะสลัก เสื้อเมืองสำเร็จรูป ธูปเทียนหอม และอื่น ๆ อีกมากมาย
หากเพื่อน ๆ สนใจที่จะเที่ยวทั่วเมืองลำพูนโดยที่ไม่ต้องขับรถเอง ประหยัดทั้งน้ำมัน ประหยัดทั้งเวลา ก็มานั่งรถรางกันดีกว่าครับ
ราคาค่าบริการก็คนละ 50 บาทเอง ในหนึ่งวันจะมีรถรางนำเที่ยว 2 รอบ เที่ยวแรกเวลา 09:00 12:00 น. ส่วนเที่ยวที่สองก็ตั้งแต่เวลา 13:30 16:30 น. ถ้าเพื่อน ๆ สนใจก็มาขึ้นรถได้ที่บริเวณหน้าวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหารครับ
หมูหิน.คอม คิดจะเที่ยวเว็บเดียวก็พอ...
ภาพ เรื่อง และวีดีโอ.....ทีมงานหมูหิน.คอม |