|
เฉาก๊วยชั่งเถอะ (จับตูด งัดนม ยกซด)
เฉาก๊วย
ขนมหวานชนิดหนึ่งที่มีที่มาจากประเทศจีนและแพร่หลายมาจนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สำหรับประเทศไทยนั้นเฉาก๊วยถือเป็นขนมหวานและเครื่องดื่มสุขภาพที่มีสรรพคุณแก้โรคต่าง
ๆ
ได้จึงเป็นที่นิยมและมีวางขายอยู่ทั่วไปหาซื้อได้ง่ายและราคาก็ไม่แพง
เฉาก๊วยมีสรรพคุณแก้ร้อนในกระหายน้ำ
และยังเป็นสมุนไพรสำหรับรักษาโรคความดันโลหิตสูง
โดยตามตำราจีนกล่าวว่าให้ใช้ใบสดหรือแห้ง
น้ำมาต้มกับน้ำสะอาดแล้วดื่มเป็นประจำ
จะทำให้อาการของโรคความดันค่อย ๆ
ลดลงและควบคุมไม่ให้กำเริบขึ้นได้
วิธีการทำเฉาก๊วยอย่างง่าย
ๆ
ก็นำต้นเฉาก๊วยแห้งมาต้ม จนยางไม้และแพคตินละลายออกมาก็จะได้น้ำสีน้ำตาลดำ
จากนั้นกรองเอาแต่น้ำ แล้วผสมแป้งท้าวยายม่อม
และแป้งมันสำปะหลังลงไป
โดยที่แป้งมันจะทำให้เฉาก๊วยนิ่ม ส่วนแป้งท้าวยายม่อมจะทำให้เนื้อเฉาก๊วยคงรูปได้นาน
อาจจะเพิ่มแป้งข้าวเจ้าเพื่อให้เนื้อเฉาก๊วยเกิดการแข็งตัวขึ้น
หรือเพิ่มแป้งข้าวเหนียวเพื่อให้เกิดความหนุบหนับ
ส่วนการรับประทานก็นำมาหั่นเป็นชิ้น ๆ
ใส่น้ำเชื่อม น้ำแข็งลงไป
หรืออาจจะนำไปเป็นส่วนผสมของขนมหวานต่าง ๆ
ก็ได้ครับ แต่สำหรับทริปนี้หมูหินจะพาเพื่อน ๆ
ไปชิมเฉาก๊วยที่แตกต่างจากที่อื่น
แต่จะแตกต่างยังไง... ไปดูกันเลยครับ
ทริปนี้หมูหิน.คอมพาเพื่อน ๆ
มาชิมเฉาก๊วยที่แตกต่างของพี่มุกดา
ที่ขายอยู่บริเวณหน้าวัดพระธาตุหริภุญไชย
วรมหาวิหาร อ.เมือง ลำพูนครับ
ร้านนี้เค้ามีสโลแกนแปลก ๆ ว่า เฉาก๊วยชั่งเถอะ
(จับตูด งัดนม ยกซด)
และยังมีฉายาที่เหล่าบรรดาลูกค้าตั้งให้ว่า
เฉาก๊วยนินจา
เห็นมั้ยละครับแปลกหรือเปล่า
แต่อาจจะด้วยความแปลกนี้เองจึงทำให้เฉาก๊วยของพี่มุกดามีลูกค้าประจำและลูกค้ารายวันแวะเข้ามาอุดหนุนกัน
ชนิดที่เรียกว่าต้องเข้าคิวรอซื้อกันเลย
และหมูหินก็เป็นหนึ่งในลูกค้าที่ต้องเข้าคิวรอซื้อครับ
จากการสอบถามพี่มุกดาเจ้าของร้านเฉาก๊วยชั่งเถอะ
ก็ทำให้หมูหินทราบว่า สาเหตุของการใช้ชื่อว่า
เฉาก๊วยชั่งเถอะ (จับตูด งัดนม ยกซด) ก็คือ
เฉาก๊วยของพี่มุกดาทุกแก้วที่ขายจะต้องผ่านการชั่งน้ำหนักก่อน
ทุกแก้วจะต้องมีน้ำหนัก 130 กรัม ไม่มีขาด
ไม่มีเกิน
สรุปได้ว่าลูกค้าทุกคนจะได้ปริมาณของเนื้อเฉาก๊วยเท่ากันทุกแก้ว
ก็นั่นแหละครับไม่ว่าคุณจะเป็นมหาเศรษฐี หรือยาจก
หากคุณมาซื้อเฉาก๊วยที่ร้านพี่มุกดา
คุณก็จะได้กินเฉาก๊วยในปริมาณแก้วละ 130 กรัมเท่า
ๆ กัน
หมูหินต้องขอยกนิ้วให้พี่มุกดาเป็นผู้รักษาความเสมอภาคที่เยี่ยมยอดสุด
ๆ เลยครับ
ส่วนสโลแกนที่ว่า
จับตูด งัดนม ยกซด
เพื่อน ๆ
อย่าเพิ่งตกใจเพราะไม่ได้มีความหมายไปในทางลามกนะครับ
เพราะคำว่า จับตูด งัดนม ยกซด เป็นอากัปกิริยา
หรือ
วิธีการกินเฉาก๊วยของร้านพี่มุกดาที่เหล่าบรรดาลูกค้าต้องทำการเรียนรู้วิธีการกินก่อนจึงจะได้รับความรู้สึกที่แตกต่างไปจากการกินเฉาก๊วยร้านอื่น
ๆ ครับ (มันเป็นอะไรที่ฮาสุด ๆ )
หลังจากที่เรียนรู้เสร็จแล้ว สรุปก็คือ
จับตูดแก้วเฉาก๊วยของเราให้แน่น ๆ
จากนั้นใช้ช้อนงัดส่วนผสมของนมที่อยู่ในแก้วขึ้นมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน
แล้วยกขึ้นซด
เฉาก๊วยของร้านพี่มุกดา 1 แก้ว
จะประกอบไปด้วย เนื้อเฉาก๊วย 130 กรัม
น้ำเชื่อมสูตรพิเศษที่มีส่วนผสมจากน้ำอ้อย น้ำตาล
และน้ำผึ้งแท้ 100 % เคี่ยวให้เข้ากัน (
พี่มุกดาบอกว่ากว่าที่จะนำน้ำเชื่อมมาขายได้ต้องใช้เวลาเคี่ยวนานเกือบหนึ่งอาทิตย์ครับ
)
นอกจากนี้ก็จะใส่น้ำแข็งบดละเอียดพอประมาณเพิ่มความเย็นฉ่ำ
และใส่นมสดคาร์เนชั่นเพื่อเพิ่มความมันอร่อย
หลังจากที่จับตูด งัดนมและยกซดเรียบร้อยแล้ว
โอ้พระเจ้าช่วย เราเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริง ๆ ครับ
มันหอม หวาน มัน และเย็นชื่นใจแบบสุด ๆ
อยากให้เพื่อน ๆ มาชิมจะได้มาจับตูด
งัดนมและยกซดด้วยกัน
เฉาก๊วยของร้านพี่มุกดาจะมีให้เลือก 2
สูตรครับ เอ้า! เลือกได้ตามใจชอบตามสไตล์ของตัวเอง
สูตรแรกก็คือแบบหวานมันฉันคือเธอ
(นี่คือชื่อเมนูจริง ๆ ไม่ได้โม้)
ส่วนผสมก็จะมีเนื้อเฉาก๊วย 130 กรัม
น้ำเชื่อมสูตรพิเศษ 1 ช้อนตวง
(เป็นช้อนตวงขนาดพิเศษ) นมสดคาร์เนชั่น 2 3
ช้อนตวง และน้ำแข็งบดละเอียด
เมนูนี้ขายในราคาเพียง 15 บาท
สำหรับสูตรที่สองก็คือ แบบว่ามันสุด ๆ
(นี่ก็ชื่อเมนูอีกนั่นแหละ)
ส่วนผสมทุกอย่างเหมือนเดิมเพิ่มเติมนมสดอีกหนึ่งเท่าตัว
หรือตามความต้องการของลูกค้าครับ
เมนูนี้ก็ถูกแสนถูกเพียง 20 บาทเท่านั้นเอง
นอกจากราคานี้แล้วพี่มุกดาก็ใจดี๊...ใจดี
มีราคาพิเศษให้กับบรรดานักเรียน นักศึกษาและสามเณร
ในราคาเพียงแค่ 10 เท่านั้นครับ มีเพียงข้อแม้ง่าย
ๆ ก็คือ คุณจะต้องสวมใส่ชุดนักเรียน นักศึกษา
มาซื้อเท่านั้นนะครับ
ไม่ว่าจะดึกดื่นเที่ยงคืนแค่ไหน
หากแต่งชุดนักเรียน นักศึกษามาซื้อละก็ 10
เท่านั้น
(ดูเหมือนจะฮา แต่มันคือเรื่องจริง)
พี่มุกดาขายเฉาก๊วยมาแล้ว 3 ปีครับ
ขายที่หน้าวัดพระธาตุหริภุญไชย วรมหาวิหาร อ.เมือง
ลำพูน ที่นี่ที่เดียวไม่มีสาขาครับ
ส่วนวันและเวลาในการขายก็ตั้งแต่เช้าจนถึงดึก
แล้วแต่ว่าวันไหนมีกลุ่มทัวร์มาลงก็จะอยู่จนถึงดึก
บางวันก็เที่ยงคืน ครับ
ส่วนขายวันไหนบ้างพี่มุกดาบอกไม่ได้ครับ
เพราะพี่เค้าบอกว่าหากวันไหนน้ำล้นแก้วออกมาก็ต้องหยุดพัก
คำว่าน้ำล้นแก้วของพี่เค้าก็คือ
อาจจะเป็นอารมณ์ที่ขุ่นมัวซึ่งอาจเนื่องมากจากปัญหาต่าง
ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นรอบตัว
และที่สำคัญก็คือความสดใหม่ของเนื้อเฉาก๊วยครับ
เพราะเนื่องจากพี่มุกดาไม่ได้ผลิตเฉาก๊วยเอง
ต้องไปรับจากโรงงานมา ถ้าวันไหนเฉาก๊วยไม่สด
พี่มุกดาก็จะไม่เอามาขายครับ
เพราะเฉาก๊วยที่เอามาขายต้องใหม่และสดทุกวัน
พี่มุกดาบอกว่าถึงแม้ว่าจะผลิตเฉาก๊วยไม่เป็น แต่!
ดูแลเป็น และรู้ว่าธรรมชาติของเฉาก๊วยเป็นยังไง
ชอบอยู่ในอุณหภูมิแบบไหน
และที่สำคัญมันจะมีชีวิตอยู่ได้กี่วัน
(
และนี่ก็คือที่มาของฉายาที่บรรดาลูกค้าตั้งให้ว่า
เฉาก๊วยนินจา ครับ )
ย้ำกันอีกรอบนะครับ หากเพื่อน ๆ
มาเที่ยวที่จังหวัดลำพูน
ต้องแวะมาชิมเฉาก๊วยชั่งเถอะ (จับตูด งัดนม ยกซด)
ของพี่มุกดาให้ได้ ที่บริเวณหน้าวัดพระธาตุหริภุญไชย
วรมหาวิหาร อ.เมือง ลำพูน
หมูหิน.คอม คิดจะเที่ยวเว็บเดียวก็พอ...
ภาพ เรื่อง และวีดีโอ.....ทีมงานหมูหิน.คอม |