เรื่อง
.สัมผัสสายหมอกที่
ดอยลังกาหลวง
เปิดศักราชสายลมหนาวแห่งขุนดอยสูง
ที่นักเดินทางนิยมไปสัมผัสกับบรรยากาศหนาวเย็น
และทิวทัศน์งดงามตามแบบฉบับขุนเขาดอยสูง
ที่เรามีโอกาสได้ไปสัมผัสกับภาพธรรมชาติเช่นนั้น
มันอาจต่างกันในสภาพภูมิประเทศ สภาพอากาศตามฤดูกาลต่างๆ
ดอยลังกา เป็นชื่อเทือกเขาสูงแห่งหนึ่ง ที่มีรอยต่อพื้นที่ถึง 3 จังหวัด คือ เชียงใหม่ เชียงราย และลำปาง
มียอดดอยลังกาหลวง เป็นยอดสูงสุด คือ 2,031 เมตร จากระดับน้ำทะเล
จัดอยู่ในกลุ่มดอยที่มีความสูง 2,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล ขึ้นไป
คือ ดอยอินทนนท์ ดอยผ้าห่มปก ดอยเชียงดาว ดอยกะเจอลา ภูสอยดาว
ดอยลังกา
อนึ่งว่าพื้นที่ดอยลังกาหลวงแห่งนี้
ได้อยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติขุนแจ
นักท่องเที่ยวก็ต้องติดต่อขออนุญาตเดินป่าล่วงหน้าได้ที่อุทยานฯ
โดยตรง
ในการเตรียมตัวเดินป่าสู่ดอยลังกาหลวงสู่ดอยลังกาน้อย
หากเดินกันเก่งๆ ก็ใช้เวลา 3 วัน 2 คืน
ถ้าดูว่าไปแบบเรื่อยๆ ก็ 4 วัน 3 คืน อุปกรณ์เต็นท์
เครื่องกันหนาว เสบียงอาหารก็ต้องเตรียมไปให้เพียงพอ
เริ่มต้นจากอุทยานแห่งชาติขุนแจด้วยรถ 4 WD ขับขึ้นไปส่งที่ยอดเขาเรดาห์
ซึ่งเป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อไปยังดอยผาโง้ม
ช่วยย่นระยะทางเดินป่าได้มาก
เนื่องระดับความสูงของยอดเขาเรดาห์นั้นก็สูงมีความสูงที่มากกว่า 1,000 เมตร
จากระดับน้ำทะเล
เส้นทางเดินป่าที่อยู่บนสันเขาทำให้เราได้เดินป่าได้สบายๆ
ลักษณะป่าเบญจพรรณที่ผสมผสานด้วยไม้หลากชนิด
บางช่วงก็เป็นป่าสน เราข้ามเขาข้ามดอยมาหลายลูก
ก็เหน็ดเหนื่อยกันหลายรอบ จนกระทั่งมองเห็นดอยผาโง้มเบื้องหน้า
ตรงเชิงเขาก็เห็นร่องรอยแค้มป์เก่าเป็นลานโล่งกว้าง
แต่ทีมเรานั้นมีเป้าหมายที่ดอยลังกาหลวง
เพราะโปรแกรมได้กำหนดไว้แค่ 3 วัน 2 คืน
เจ้าหน้าที่นำทางพาเราเดินตามเส้นทางเลาะเชิงดอยจะเป็นการอ้อมยอดดอยผาโง้ม
ไม่ผ่านแนวยอดที่เราจะได้เห็นภูมิทัศน์ของดอยผาโง้มในมุมที่สวยงาม
กว่าจะเดินผ่านทางเลาะเชิงดอยก็ต้องใช้เวลานานไม่น้อย
เพราะต้องระมัดระวังเรื่องข้อเท้าเป็นพิเศษ
เพราะอาจพลาดลื่นจนเกิดข้อเท้าแพลงขึ้นมาได้
ซึ่งกว่าลุผ่านไปถึงสันดอยที่เป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมต่อระหว่างดอยผาโง้มกับดอยลังกาหลวง
และอีกไม่ไกลเราก็ได้ขึ้นมาถึงดอยลังกาหลวง
เลือกพักในทำเลป่าดงดิบ เป็นแค้มป์เก่า ใกล้แหล่งน้ำ
ใกล้จุดชมวิวยอดสูงสุด
ยามเย็นท่ามกลางป่าดงดิบ มีอากาศที่หนาวเย็นมาก
มึความชื้นสูงสภาพบรรยากาศทั่วไปดูมืดครึ้ม ท้องฟ้าเปิด
จนกระทั่งใกล้พลบค่ำ
ก็เป็นช่วงจังหวะที่ท้องฟ้าเปิดและเกิดเป็นทะเลหมอกไหลคลุมหุบเขาด้านล่างที่อยู่เหนือป่าดงดิบ
ซึ่งเป็นภาพที่งามอีกรูปแบบหนึ่ง
ยามค่ำคืนในป่าดงดิบบนดอยลังกาหลวง
จะมีอากาศที่หนาวเย็นมาก
ได้แนวป่าทึบช่วยบดบังลมหนาวได้เป็นอย่างดี กระทั่งตี 5 พวกเราได้ตื่นขึ้นมาพร้อมเตรียมกล้องคู่ใจเดินไปขึ้นบนยอดสูงสุดของดอยลังกาหลวงเพื่อไปชมภาพที่สวยงามในยามเช้า
ในโมงยามเช้าตรู่เราเห็นท้องฟ้าโปร่งใส
มีดาวระยิบค้างฟ้า น้ำค้างพร่างพราวตามยอดหญ้า
จนขากางเกงเปียกชุ่ม จนท้องฟ้าเริ่มสว่างขึ้นมาบ้าง
ดวงดาวยังส่งแสงประกายระยิบ สายลมหนาวที่พัดผ่านยอดดอยสูงสุด
นี่คือ บรรยากาศยามเช้าบนยอดดอยลังกาหลวงในจุด 2,031 เมตร จากระดับน้ำทะเล
ท้องฟ้าใสมาก
เชื่อได้เลยว่าเราต้องพบภาพแสงสีทองที่สาดลงทุ่งหญ้าอย่างแน่นอน
เสียดายตรงที่เราไม่ได้พบเห็นทะเลหมอกเกิดขึ้นในเช้าวันนี้
รอเวลาสำคัญมาถึงเมื่อแสงสีทองจากพระอาทิตย์ได้สาดมาทั่วขุนเขา
เพียงช่วงเวลาสั้นๆ ที่เราต้องรีบบันทึกภาพเอาไว้
ก่อนที่แสงสีจะจางหายไป
เมื่อมองไปทางด้านหลังที่ปรากฏเห็นภาพดอยผาโง้มชูยอดสูงเด่น
พร้อมกับมีสายหมอกไหลโค้งประกอบเป็นภาพที่มีเรื่องราวด้วยแสงเงา
สายหมอกและสภาพภูมิประเทศ จนเกิดเป็นความลงตัวของภาพธรรมชาติ
และยังมีเทือกดอยผีปันน้ำปรากฏเป็นฉากหลังอยู่ถัดออกไป
ดอยลังกาหลวง เป็นยอดดอยสูงที่สุดในละแวกนี้
และยังเป็นแนวเขตรอยต่อถึง 3 จังหวัด คือ เชียงใหม่ เชียงราย และลำปาง
และมีแนวเขตป่าอุทยานแห่งชาติถึง 3 พื้นที่ด้วยกัน คือ อุทยานแห่งชาติขุนแจ
อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ และอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน
จัดได้ว่าเป็นผืนป่าอนุรักษ์ที่มีสภาพป่าที่สมบูรณ์
เป็นผืนป่าต้นน้ำที่หล่อเลี้ยงให้กับชุมชนถึง 3 จังหวัดด้วยกัน
หลังจากอาหารเช้าแล้ว
พวกเราได้เคลื่อนย้ายที่พักเพื่อเดินทางไปยังยอดดอยลังกาน้อยที่เป็นส่วนหนึ่งของเทือกดอยลังกา
ที่มีระดับความสูงประมาณ 1,800 เมตร จากระดับน้ำทะเล
ระหว่างทางเราได้พบกับสภาพป่าดงดิบที่มีความสมบูรณ์
ตลอดจนป่าทุ่งหญ้า ป่าสนที่กระจายอยู่ตามแนวสันดอย
ระยะทางระหว่างดอยลังกาหลวงกับดอยลังกาน้อยนั้น ก็ไม่ไกลมากนัก
ประมาณว่าช่วงเย็นๆ ก็ถึงที่พักพอดี
ในช่วงที่เป็นป่าดงดิบยังได้สายน้ำตกขนาดเล็ก มีน้ำตลอดทั้งปี
เราจอดพักอาบน้ำอาบท่ากันสักครั้งก่อนที่จะไปพักบนยอดดอย
เนื่องจากด้านบนมีเพียงแค่แหล่งน้ำซับ
เพื่อใช้สำหรับหุงอาหารเท่านั้น
ช่วงยามเย็นที่เรามาถึงลานทุ่งหญ้าบนสันเขาที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ป่าสนที่ยืนต้นเรียงรายตามเชิงดอยลังกาน้อย
ที่จัดได้ว่าเป็นภูมิทัศน์ที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง
สวยเด่นสะดุดตา หากจะเทียบกับดอยลังกาหลวงแล้ว
ทิวทัศน์ของดอยลังกาน้อยจะสวยกว่า ด้วยองค์ประกอบทิวทัศน์ป่าสน
ทุ่งหญ้าที่มีไล่เลียงไปตามแนวสันดอยโค้งเว้าและลาดเทด้วยสัดส่วนของธรรมชาติ
เช้าวันรุ่งขึ้นสภาพอากาศสดใสพอประมาณ
แสสีทองได้สาดฉายลงมาบนพื้นทุ่งหญ้า จนกลายเป็นทุ่งหญ้าสีทอง
ในบริเวณหุบเขาก็พบทะเลหมอกเลื่อนไหลอย่างงามแปลกตา
เป็นคลื่นเป็นสายไหลไปตามสภาพภูมิประเทศ
ประกอบกับสีสันที่เกิดขึ้นตามร่องหุบเขา
ซึ่งเป็นภาพสวยงามของดอยลังกาหลวง-ดอยลังกาน้อย
ก่อนที่จะเดินทางกลับลงจากยอดเขาสู่บ้านแม่ตอนหลวง
ปราการธรรมชาติบนขุนดอยลังกาน้อยที่มีเส้นทางเชื่อมไปยังหมู่บ้านแม่ตอนหลวง
ที่มีสภาพสูงชันมากๆ
น้อยนักที่นักท่องเที่ยวจะเดินขึ้นมาทางด้านนี้
ส่วนใหญ่แล้วจะเลือกเป็นเส้นทางลงเสียมากขึ้น
ซึ่งจะเข้าตามรูปแบบโปรแกรม 3 วัน 2 คืน ที่เริ่มเดินจากสถานีเรดาห์ ผ่านดอยผาโง้ม
มาค้างที่ดอยลังกาหลวงในคืนแรก
และคืนต่อมามาพักค้างที่ดอยลังกาน้อย
แล้วลงไปยังบ้านแม่ตอนหลวง
เส้นทางลงเขาค่อนข้างชัน มีเส้นทางแคบๆ
ให้เลาะเดินอย่างน่าหวาดเสียว
กว่าจะผ่านไปได้ต้องใช้เวลานานพอควร
ต่อจากนั้นลงเขาอย่างต่อเนื่องจนถึงหมู่บ้าน
ก็จบสิ้นโปรแกรมเดินป่าดอยลังกาอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ rพร้อมกับนำภาพมาสวยๆ
มาให้ชมกัน
ข้อมูลการเดินทาง
กรุงเทพฯ-เชียงใหม่
จะมีรถทัวร์ประจำทางให้เลือกหลายบริษัท
สามารถสอบถามราละเอียดที่ สถานี บขส.หมอชิตใหม่
โทร. 0-2936-1860 , 0-2936-3659-60, 0-2537-8055
-ชัยสิทธิทัวร์
โทร.0-2936-3553
-นิววิริยะทัวร์
โทร.0-2936-2205-6
-สมบัติทัวร์
โทร.0-2936-2495-6,9
-สยามเฟิร์ส
โทร.0-2936-2953
เชียงใหม่-อุทยานแห่งชาติขุนแจ
เดินทางจากเชียงใหม่-ดอยสะเก็ด-เชียงราย
ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 118 อยู่ในช่วง
กม.55-56 สามารถนั่งรถโดยสารประจำทางได้ แต่อาจช้าหน่อย
หรือจะเช่าเหมารถไปรับส่งได้
การติดต่อ
อุทยานแห่งชาติขุนแจ ต.แม่เจดีย์ใหม่
อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย 57290 โทร.0-5360-9262,
0-1472-0391
เรื่องและภาพโดย ภูฟ้า

ชมกันให้อิ่มตากับทะเลหมอกบนดอยลังกาหลวง

ดอกกุหลาบขาวดอยลังกา สามารถพบได้ในช่วงต้นฤดูหนาว |
|