เมืองไทยใครใครก็รัก พี่เบิร์ด ธงชัย ก็เคยบอกมาแล้ว เพราะมนต์เสน่ห์ของประเทศไทยมีอยู่ทั่วประเทศ ไม่ว่านักท่องเที่ยวจะเดินทางไปเที่ยวที่ไหน ล้วนมีความสวยงาม สร้างความประทับใจได้ทั้งสิ้น จึงพาให้ผู้ไปเที่ยวชมอดไม่ได้ที่จะเก็บภาพบรรยากาศแห่งความงดงามเหล่านั้นไว้ด้วยเครื่องมืออิเล็กทรอนิกที่เรียกกันว่า กล้องถ่ายภาพ
เมื่อความงดงามของประเทศไทยสร้างแรงบันดาลใจให้ช่างภาพในการบันทึกเรื่องราว เหตุการณ์ต่างๆผ่านทางภาพถ่ายได้หลายต่อหลายท่านแล้ว จึงเป็นที่มาของกิจกรรมการประกวดภาพถ่าย THAILAND PHOTO CHAMPIONSHIP CHALLENGE 2010 ที่ทาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมมือกับ นิตยสาร PHOTOTECH ,สมาพันธ์สมาคมการถ่ายภาพแห่งประเทศไทย, การรถไฟแห่งประเทศไทย, แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด, ธนาคารกรุงเทพ จำกัด ( มหาชน ) ร่วมกันจัดกิจกรรมการประกวดภาพถ่าย ประจำปี 2553 ในช่วงเดือนพฤษภาคมเดือนกันยายน 2553 ถือเป็นวาระในงานเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และเป็นการส่งเสริมให้ผู้คนเดินทางท่องเที่ยวกันในเมืองไทย กิจกรรมการประกวดภาพถ่ายครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันสนามละ 100 คน ( 50 ทีม ) โดยจัดแข่งขันสนามคัดเลือกรวม 3 สนาม คือ สนามที่ 1 กาญจนบุรี, สนามที่ 2 เพชรบุรี, และสนามที่ 3 ลพบุรี และนำผู้ชนะเลิศในแต่ละสนามๆละ 20 คน รวม 60 คนไปแข่งขันรอบแชมป์ ส่วนรางวัลสำหรับผู้เข้าร่วมนั้นนั้นไม่ธรรมดา เพราะมีมูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท เลยทีเดียว
ในทริปที่ หมูหิน.คอม พามาชมนี้ เป็นการประกวดภาพถ่ายในสนามแรก ซึ่งจัดขึ้นที่จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อพูดถึงกาญจนบุรี จะไม่ให้นึกถึงรถไฟก็คงจะทำได้ยาก ฉะนั้นเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) และคณะผู้จัดทำ จึงให้คาราวานช่างภาพเดินทางไปสู่สนามการแข่งขันด้วยรถไฟนั่นเอง ขบวนรถไฟ 2โบกี้จึงเป็นพาหนะที่นำพาช่างภาพน้อยใหญ่ และทีมงานในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ไปสู่จังหวัดกาญจนบุรี หมูหิน.คอมไม่พลาดเก็บภาพบรรยากาศการแข่งขันอีกเช่นเคย แต่ขอออกตัวก่อนเลยว่า เป็นแค่คนที่ถ่ายภาพติดเท่านั้น ไม่ได้ถ่ายภาพสวยเหมือนช่างภาพมืออาชีพที่มาร่วมแข่งขันเลย แต่ก็ตั้งใจเก็บภาพมาฝากเพื่อนๆนะค่ะ
จุดนัดรวมตัวของพวกเราอยู่ที่สถานีรถไฟธนบุรี หรือที่เรียกกันว่าสถานีรถไฟบางกอกน้อย เมื่อมาถึงแต่ละท่านต้องลงทะเบียนเพื่อรับบัตรประจำตัว ซึ่งในบัตรนั้นจะระบุหมายเลขทีมของแต่ละท่านไว้ การแข่งขันในครั้งนี้ ทางผู้จัดทำจะไม่บอกผู้เข้าแข่งขันล่วงหน้าว่าจะพาไปสถานที่ท่องเที่ยวไหนในเมืองกาญจนบุรีบ้าง นอกจากไม่บอกผู้เข้าประกวดแล้ว ยังไม่บอกสื่อมวลชนด้วย ที่ต้องเก็บไว้เป็นความลับ เนื่องจากเป็นการป้องกันช่างภาพไปเตรียมตัวคิดมุมการถ่ายไว้ล่วงหน้า และป้องกันสื่อมวลชนเป็นสายสืบให้กับช่างภาพที่ถูกตาต้องใจ เป็นอันว่าการแข่งขันในครั้งนี้ยุติธรรม โปร่งใส ไว้ใจได้
ขบวนรถไฟสาย ธนบุรี-น้ำตก พาเรามาสู่จุดหมายที่สถานีถ้ำกระแซ (ทางรถไฟสายมรณะ) จังหวัดกาญจนบุรี ในเวลาช่วงอาหารเที่ยงพอดิบพอดี กองทัพยังต้องเดินด้วยท้อง คาราวานถ่ายภาพก็เช่นเดียวกัน ยิ่งเป็นมื้อกลางวันเสียด้วย เรียกว่าแต่ละท่านต้องใส่เต็มกันหมด เดี๋ยวไม่มีแรงแบกขากล้องล่ะแย่เลย มื้อนี้เราทานอาหารกลางวันในแบบไทยเซ็ท ณ สวนไทรโยค รีสอร์ท อาหารอร่อย แถมยังได้กินลมชมบรรยากาศของแม่น้ำแคว และ ทางรถไฟสายมรณะที่เห็นอยู่ไม่ไกลสายตา อิ่มจริงๆเลยมื้อนี้
ขณะที่แต่ละท่านกำลังจัดการกับอาหารที่อยู่ตรงหน้า ทางทีมงานของ PHOTOTECH ก็เฉลยโจทย์แรกในการแข่งขัน นั่นก็คือ ถ่ายภาพ ทางรถไฟสายมรณะ ซึ่งจาก สวนไทรโยค รีสอร์ท ที่พวกเรากำลังรับประทาน อาหารกันอยู่นั้น อยู่ในบริเวณที่สามารถมองเห็นรถไฟวิ่งผ่านได้อย่างเต็มตา นับว่าเป็นจุดที่คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าไม่สวยงาม เชื่อเถิดว่า หากใครอยู่ในบริเวณนี้ก็ต้องอยากถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกทั้งนั้น ทางทีมผู้จัดได้ให้เวลาผู้เข้าแข่งขัน 1 ชั่วโมงในการถ่ายภาพ เพื่อที่จะได้ไปลุยกันต่อในโจทย์ต่อไป
หลังจากโจทย์แรกผ่านไป โจทย์ต่อไปอยู่ที่ หมู่บ้านช้างเมืองสิงห์ ซึ่งที่นี่เป็นสถานที่ที่รองรับนักท่องเที่ยวให้ได้สัมผัสกับความงดงามของแม่น้ำแควน้อย และความน่ารักของช้าง มีบริการการนั่งช้างชมธรรมชาติ ชมการอาบน้ำให้กับช้าง ซึ่งเหล่าช่างภาพทั้งหลายล้วนจับจองพื้นที่ของตนเองในการถ่ายภาพเจ้าช้างตอนลงเล่นน้ำ ทีเด็ดอยู่ที่การโชว์พ่นน้ำของช้างนั่นเอง ส่วนใครจะเก็บอิริยาบถใด ท่วงท่าไหนของช้างนั้นก็สุดแท้แต่มุมมองของแต่ละท่าน เมื่อถ่ายภาพรวมเป็นที่ระลึกเรียบร้อยก็ได้เวลาเดินทางต่อไปในโจทย์ที่ 3
โจทย์นี้ ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ นิตยสาร PHOTOTECH พาช่างภาพไป กดชัตเตอร์ในมุมมองทางประวัติศาสตร์บ้าง จึงพามาที่ อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ หรือที่ชาวบ้านว่า ปราสาทเมืองสิงห์ ที่นี่เป็นโบราณสถานที่มีศิลปะการก่อสร้างอยู่ในยุคลพบุรีตอนปลาย ซึ่งได้รับอิทธิพลทางศาสนา และวัฒนธรรมจากกัมพูชา เมื่อหมูหิน.คอมไปถึงโจทย์ที่ 3 แห่งนี้ ก็เกิดความรู้สึกสงบร่มเย็นขึ้นมาทันใด อาจเป็นเพราะบริเวณของปราสาทเมืองสิงห์นั้นมีต้นไม้เขียวขจีรายล้อม สีสันนั้นตัดกับสีน้ำตาลแดงตัวของปราสาท สงบสวยงามสมคำล่ำลือ ส่วนตากล้องน้อยใหญ่ก็สรรหามุมในการถ่ายภาพ ตั้งขาตั้งกล้องตามมุมต่างๆ เล็งโฟกัสกันด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ บางท่านก็ทุ่มเทถึงขนาดลงไปนอนกับพื้นเพื่อที่จะได้ภาพที่สมบูรณ์สวยงามตามความตั้งใจ เมื่อครบกำหนดเวลาตามกติกา ทุกคนก็มารวมตัวกันเพื่อไปสู่โจทย์สุดท้ายของการแข่งขันในครั้งนี้
โจทย์สุดท้ายอยู่ที่ สะพานข้ามแม่น้ำแคว ยามอาทิตย์อัสดง ที่ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัดกาญจนบุรี เพราะเมื่อเอ่ยถึงสะพานข้ามแม่น้ำแควแล้ว หลายคนก็คงจะหวนย้อยกลับไปนึกถึงครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่กองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรมาก่อสร้างสะพานแห่งนี้ ซึ่งกว่าสะพานข้ามแม่น้ำแควแห่งนี้จะเสร็จสมบูรณ์ ก็ได้คร่าชีวิตเชลยศึกหลายหมื่นคน ด้วยความหิวโหยขาดแคลนอาหาร และโรคภัยไข้เจ็บซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผลมาจากสงคราม ในโจทย์นี้ ช่างภาพแต่ละท่านแยกย้ายกันไปถ่ายภาพจุดต่างๆ ที่คิดว่ามีความสมบูรณ์สวยงามตามมุมมองของตนเอง ซึ่งภาพความสวยงามสำหรับแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไป ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า หมูหิน.คอมจะรู้สึกเองไปผู้เดียวหรือไม่ ว่ามีอยู่ ภาพ หนึ่ง ที่งดงามและสมบูรณ์ในกรอบเฟรมภายในใจของคนทุกคน ไม่เฉพาะแค่ช่างภาพ ไม่เฉพาะแค่คนไทย นั่นก็คือกรอบภาพแห่งความสงบสุขที่ปราศจากสงคราม เพราะที่ไหนมีสงครามที่นั่นล้วนมีโศกนาฏกรรมทั้งสิ้น อย่างน้อยๆประวัติความเป็นมาของสะพานข้ามแม่น้ำแควแห่งนี้ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ความจริงข้อนี้ได้เป็นอย่างดี
และแล้วงานหลักของผู้เข้าประกวดก็สิ้นสุดลงที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว หลังจากนี้ก็เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการผู้ร่วมตัดสินภาพถ่าย ที่เหล่าช่างภาพตากแดดตากลม อดทนมาทั้งวัน เพื่อที่จะได้ ซึ่งรูปภาพที่สวยงาม แต่ก่อนจะถึงพิธีประกาศผลรางวัลนั้น ทั้งคณะกรรมการ ช่างภาพ และสื่อมวลชนทั้งหลายต่าง เหนื่อยอ่อนมาทั้งวัน มองตาแล้วรู้ใจเลยว่าต้องหิวข้าวกันเป็นแน่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงพาเรามารับประทานอาหารมื้อค่ำกันที่โรงแรม มนต์เสน่ห์ ริเวอร์แคว และพิธีตัดสินรางวัลการประกวด THAILAND PHOTO CHAMPIONSHIP CHALLENGE 2010 สนามที่ 1 กาญจนบุรี ก็ทำการตัดสินกัน ณ โรงแรมมนต์เสน่ห์ ริเวอร์แควแห่งนี้
กติกาการส่งรูปเข้าประกวดมีอยู่ว่า จะให้แต่ละทีม(ทีมละ 2 ท่าน) ส่งภาพเข้าประกวดได้ทีมละ 4 ภาพ ซึ่งการตัดสินในครั้งนี้มีคณะกรรมการในการคัดเลือก และตัดสินภาพ ทั้งหมด 9 ท่าน อันประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิทางการถ่ายภาพ การท่องเที่ยว และสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ซึ่งได้แก่
1. ท่านณิตยา อ่วมพิทยา ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายภูมิภาคภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
2. ท่านสวัสดิ์ ปฏิภาณประเสริฐ ประธานสมาพันธ์สมาคมการถ่ายภาพแห่งประเทศไทย
3. ท่าน ผศ.สมาน เฉตระการ ที่ปรึกษาวารสารสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ
4. ท่านอิสสระพงษ์ แทนศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานกาญจนบุรี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
5. ท่านกมลชนก มุกดา หัวหน้ากองโฆษณา และส่งเสริมการท่องเที่ยว การรถไฟแห่งประเทศไทย
6. ท่านกิตติศักดิ์ อัศวธนะสิริกุล ผู้ทรงคุณวุฒิทางการถ่ายภาพ กรรมการผู้จัดการ บ. แอดวานซ์ โฟโต้ซีสเทมส์ จก.
7. ท่านวีระศักดิ์ ภักดี บรรณาธิการฝ่ายภาพ หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ
8. ท่านธวัช มะลิลา ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านศิลปะการถ่ายภาพ
9. ท่านทรงเกียรติ ภัทรนิรันดร์กุล บรรณาธิการ นิตยสาร PHOTOTECH
ภาพที่ได้รับรางวัลในการประกวดครั้งนี้ จึงถือว่าเป็นภาพที่มีความสมบูรณ์ในด้านต่างๆครบทุกด้านทั้งเรื่องของการส่งเสริมการท่องเที่ยวซึ่งภาพนั้นจะต้องสามารถบอกเล่าเรื่องราวได้ และในส่วนของเทคนิคการถ่ายภาพ ที่ต้องตรงตามหลักเกณฑ์ และที่ขาดไม่ได้ก็คือต้องเป็นภาพถ่ายที่มีความสวยงาม ซึ่งในการแข่งขันในสนามนี้จะมีถ้วยรางวัลมอบให้ สำหรับผู้ที่ได้คะแนนจากคณะกรรมการสูงสุด 10 รางวัลซึ่งคือรางวัลTOP TEN PHOTO AWARD และมี รางวัลภาพยอดเยี่ยมแต่ละสนาม ( ทำคะแนนสูงสุด และจะต้องมากกว่า 90 คะแนน) มูลค่า 30,000 บาท จำนวน 1 รางวัล
ผู้ทีได้รับรางวัลชนะเลิศในครั้งนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ เป็นน้องผู้ชายที่มากับคุณพ่อ อันมีชื่อเสียงเรียงนามว่า คุณน้องธนวิช คำโสภาและคุณพ่อแมนสรวง คำโสภา ดูลักษณะแล้วน้องธนวิช อายุไม่เกิน18 ปีแน่ๆแต่ฝีไม้ลายมือในการถ่ายภาพนั้น รับปริญญาโทได้สบาย เพราะไม่เพียงแต่จะได้รับคะแนนจากคณะกรรมการสูงสุดแล้ว ยังได้รับรางวัลภาพยอดเยี่ยมอีกด้วย เพราะมีคะแนนมากกว่า 90 คะแนนตามกติกาที่ วางไว้ ฉะนั้น ถ้วยรางวัล TOP TEN PHOTO AWARD, กล้องดิจิตอล เอสแอลอาร์ พร้อมเลนส์, กระเป๋ากล้องอย่างดี, ขาตั้งกล้องอย่างดีและ พริ้นเตอร์ พร้อมกระดาษปริ้นท์ 1 ชุด จึงตกเป็นของพ่อ-ลูกช่างภาพคู่นี้ ภาพที่ได้รับคะแนนสูงสุดของคุณน้องผู้นี้ เป็นภาพรถไฟที่กำลังแล่นผ่านทางรถไฟสายมรณะ ซึ่งอยู่ในโจทย์แรกของการแข่งขัน สวยงาม สื่อความหมาย ให้ความรู้สึก ครบองค์ประกอบภาพถ่ายที่ดี สมกับรางวัลจริงๆ ภาพถ่ายที่ชนะการประกวดนี้ จะถูกนำมาประชาสัมพันธ์เมืองไทย เรียกได้ว่าเป็นเกียรติเป็นศรีต่อวงศ์ตระกูลเลย เพราะว่าภาพถ่ายนี้จะออกสู่สายตานักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ
เมื่อดูจากภาพการรับรางวัลของคู่คุณพ่อ-คุณลูกคู่นี้แล้ว ท่าทางทั้งคู่คงจะหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งหมูหิน.คอมก็ไม่น้อยหน้า ถึงแม้จะไม่ได้มาด้วยฝีมือการถ่ายภาพ แต่มากับดวงล้วนๆ เพราะงานนี้ธนาคารกรุงเทพ จำกัด ( มหาชน ) หนึ่งในผู้สนับสนุนของการประกวดมีแจกรางวัลพิเศษ สำหรับสื่อมวลชนที่ร่วมงานโดยการจับรายชื่อผู้โชคดี หมูหิน.คอมดวงดีมาแรงแซงทางโค้งหักศอก สื่อมวลชนท่านอื่นๆ จึงรับกระเป๋ากล้องยี่ห้อ KATA อย่างดี มูลค่าถึง 6400 บาทไว้ไปนอนกอดที่บ้าน หายเหนื่อยเลยเช่นกัน
อย่างไรก็ดี หมูหิน.คอม จะไม่ได้นอนกอดกระเป๋ากล้อง ไม่ได้เปิดมุมมองของการถ่ายภาพ ไม่ได้รับความสนุกสนาน และมิตรภาพ ในการร่วมเดินทางโดยรถไฟในกิจกรรมการประกวดภาพถ่าย THAILAND PHOTO CHAMPIONSHIP CHALLENGE 2010 ณ จังหวัดกาญจนบุรี หากไม่ได้รับเกียรติจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เชิญให้มาในทริปนี้ หมูหิน.คอมจึงต้องขอขอบคุณการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย (ททท.)ไว้ณ. ที่นี้ด้วยนะค่ะ
สำหรับเพื่อนๆที่สนใจเข้าร่วมการประกวดภาพถ่าย THAILAND PHOTO CHAMPIONSHIP CHALLENGE 2010 ในสนามหน้าที่เพชรบุรีนั้น เขาเปิดให้รับสมัครแล้ว และก็เต็มแล้วอีกเช่นเดียวกันส่วนรายละเอียดของการสมัครเข้าร่วมแข่งขันในสนามต่อๆไปจะเป็นอย่างไร แล้วบรรยากาศของการแข่งขัน ในสนามที่ 2 ที่เพชรบุรี ทีมงานผู้จัดทำจะมีโจทย์อะไรให้ช่างภาพได้ถ่ายภาพกันบ้าง หมูหิน.คอมจะคอยอัพเดทและตามไปเก็บภาพบรรยากาศให้รับชมกันค่ะ อย่าลืมติดตามนะจ๊ะ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานPhototech โทรศัพท์ 02-721-4417 โทรสาร 02-721-5516 หรือทางเว็บไซด์ www.phototech-mag.com
|