|

ขับรถเที่ยวไปในพม่า แวะชิมอาหารลิ้มรสอาหารข้าวราดแกง
หลังจากที่เรากินอาหารเช้าแบบมอญเสร็จเราก็ออกเดินทางต่อเพื่อไปด่านเจดีย์สามองค์ครับ
เส้นทางสายนี้ระยะทางประมาณ 18
กิโลเมตร ก่อนขับรถไปจะมีปั้มน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในเมืองสังขละบุรี
คือปั้ม ปตท. ควรเติมให้เต็มถังไปเลยเพราะปั้มหายากมากครับที่นี่
เพื่อนๆ คงเห็นว่าหมูหินนี่กินอย่างเดียวเลยใช่ไหม
เช้ากินอาหารมอญ กลางวันจะไปกินอาหารพม่าอีกแล้ว จริงๆ
เราขับรถไปเที่ยวด้วยครับ และถือโอกาสกินอะไรแปลกๆด้วย
การท่องเที่ยวถึงครบรสชาติงัยล่ะครับ เราออกเดินทางไปพร้อมกันเลยนะ
เส้นทางถนนสายสังขละบุรี
ด่านเจดีย์สามองค์นั้น ถนนดีสลับไม่ดีบางช่วง
รถเก่งสามารถผ่านไปได้สบายๆ ระยะทาง 12
กิโลใช้เวลา 30-40
นาทีก็ถึงครับ เมื่อถึงด่านเจดีย์สามองค์จะเห็นเจดีย์
3 เจดีย์ตั้งอยู่ตรงด่านพอดีเลยครับ
พระเจดีย์สามองค์นี้ เดิมเรียกว่า หินสามกอง
เป็นที่สักการะของคนไทย
ในสมัยโบราณก่อนที่จะเดินทางเข้าสู่เขตพม่า ต่อมาในปี
2472พระศรีสุวรรณคีรี เจ้าเมืองสังขละบุรีของไทย
ได้เป็นผู้นำชาวบ้านสร้างเป็นเจดีย์ขนาดเล็กสามองค์ดังที่เห็นในปัจจุบันนี้
นอกจากนี้บริเวณด่านเจดีย์สาม
องค์ยังเป็นช่องทางเดินทัพที่สำคัญของไทยและพม่าในอดีต
ปัจจุบันนักท่องเที่ยวสามารถข้ามไปชมตลาด
ชายแดนในเขตประเทศพม่าได้อีกด้วยครับแต่ต้องทำบัตรผ่านแดนก่อนนะ
การทำบัตรผ่านแดนไปในพม่านั้นไม่ยากเย็นอะไรเลย
ก็เอาสมุดคู่มือรถถ่ายเอกสาร
ซึ่งตรงข้างๆด่านก็มีร้านถ่ายเอกสารอยู่ครับ
นอกจากสมุดคู่มือรถก็มีบัตรประจำตัวของคนที่จะเข้าไป
มีค่าทำเนียบนิดหน่อยครับ ร้อยสองร้อยบาท
ก็จะได้บัตรให้เราติดหน้ารถแล้วขับข้ามไปฝั่งพม่าได้เลย
ตรงด่านพม่าก็จะมีเก็บตังเราอีกทีแต่ไม่แพงอะไรครับ
สามารถขับรถไปในพม่าเท่าไรก็ได้ แต่เนื่องจากถนนไม่ค่อยดี
ส่วนใหญ่ก็ไปแค่ตลาดก็กลับกันแล้ว
สำหรับการขับรถในพม่าเขาให้ขับรถชิดขวามือนะครับ
ไม่แน่ใจว่าเกี่ยวกับการที่พม่าเองเคยเป็นเมืองขึ้นของประเทศอังกฤษมาหลายปี
ก็ได้ทำเนียบการขับรถชิดขวามาด้วยหรือไม่ ส่วนประชาชนชาวพม่าก็มีพื้นฐานภาษาอังกฤษที่ดีกว่าคนไทยนะ
ผมลองคุยกับเขา เขาเก่งภาษาอังกฤษกว่าผมเสียเองอ่ะ
เรื่องการเป็นเมืองขึ้นนี่ก็มีดีมีเสีย
แต่เราเป็นไทยแบบนี้นั้นดีแล้วล่ะว่าไหม
บ้านเรือนในประเทศนพม่าก็ดูแปลกหูแปลกตาไปบ้างแต่ก็ไม่ต่างอะไรมากนักกับในอำเภอสังขละบุรี
จะเห็นต่างชัดๆก็ภาษาที่ใช้กันครับ
จะเป็นภาษาพม่าซึ่งผมอ่านไม่ออกเลย ริมถนนหนทางมีร้านค้า
ป้ายโฆษณาฉายหนังพม่า ผู้ชายก็ใส่โสร่งเดินไปมา
ผู้หญิงก็มีแป้งทะนาคาทีหน้าทุกคน วันนี้ฝนตกหนักในพม่า
ปรากฏว่าน้ำไหลบ่าผ่านถนนหน้าตาเฉยเลย ดูเป็นเรื่องปกติๆ
สำหรับเขาครับ เราก็ขับรถเอื่อยเฉื่อยไปเรื่อยๆ ถ่ายรูปบ้าง
ดูบ้านเรือนเขาบ้าง
ที่สังขละและที่นี่มีเหมือนกันหลายอย่าง
อย่างนึงคือ
ร้านกระต๊อบขายหมากพลู
จะเป็นกระต๊อบเล็กๆ
คนนั่งได้แค่ 1 คน เป็นคนขาย
ก็จะมีของเล็กๆน้อยๆขาย ขนมบ้างแต่ที่เน้นๆ คือหมากพลูครับ
หน้าร้านจะมีที่นั่งให้ลูกค้านั่งได้คนสองคน
แม่ค้าก็จะบรรจงทำหมากพลูพร้อมชุดขาย
ผมขับรถไปเห็นอยู่หลายร้านเลยครับ
ร้านที่ถ่ายรูปมาให้ดูเป็นร้านฝั่งไทยนะ แต่ก็เหมือนกันครับ
(รูปล่างๆหน่อย)
มาเยือนพม่าทั้งทีก็ต้องหาไรกินกันบ้างเป็นหมูหินก็ต้องกินๆๆ
เข้าไว้ วันนี้เราเห็นร้านเข้าตาหนึ่งร้าน
เป็นร้านข้าวราดแกงริมทาง มีอาหารขายเป็นหม้อๆ นับสิบกๆหม้อ
เราก็ลงเลือกๆ ชี้ๆ เพราะพูดพม่าไม่เป็น
พอดีคนขายที่เป็นเจ้าของเขาพูดไทยได้ เราเลยสบายไป
อาหารที่นี่แทบทุกอย่างจะออกมันๆ
มีบางอย่างเช่นแกงส้มปลาจะเปรี้ยวอร่อยดีครับ
ผมแนะนำว่าสั่งอะไรที่แปลกๆ ไม่เคยกินมากินกันบ้าง
จะได้บรรยากาศที่สนุกมากขึ้นครับ หมูหินเองสั่งแกงเผ็ดแบบพม่า
แกงส้มปลาแบบพม่า ข้าวเปล่าครับ อร่อยอย่าบอกใครเลย
หรือว่าหิวมาจากมื้อเช้าก็ไม่รู้อิอิ หม่ำๆๆ
กินเสร็จฝนก็ยังไม่เลิกตกเสียที
แต่เราก็ยังมีความพยายามไปเดินดูตลาดขายของในพม่า
เป็นพวกผ้าต่างๆ ไม้สำเร็จมากมาย เครื่องใช้โต๊ะเก้าอี้จากไม้
มีตลาดขายของสด ผักสด ดอกไม้และอื่นๆบ้างแต่ไม่มากนัก
เดินเล่นๆ ซื้อนู้นซื้อนี่ได้ครับ พออิ่มหนำกับการช๊อบปิ้งเราก็ขับรถออกสู่ฝั่งไทยกันนะ
วันนี้เราขับรถกลับเอาแรงเพื่อไปออกเรือหาปลาเขื่อนในวันพรุ่งนี้ตีห้า
ซึ่งผมนัดลุงเณรไว้ตีห้า เพื่อไปดูเขาจับปลาเขื่อนกัน
วันนี้หมูหินขอตัวไปนอนก่อนนะ พรุ่งนี้ออกแต่เช้ามืดเลยครับ
บายๆๆ |
หรือต้องกลับก่อนกลางคืน ไม่รู้ว่าเราสามารถเที่ยวได้จนไปถึงทะเลพม่าเลยหรือไม่?? อยากตะลุยไปสุดๆเลยครับ ^^