|

ออกเรือหาปลาเหนือเขื่อนเขาแหลมกับลุงเณร
เขื่อนเขาแหลมหรือเขื่อนวชิราลงกรณ์
เปิดมาแล้วกว่า 20 ปี
เป็นเขื่อนหินถมแห่งแรกของประเทศไทย
ที่ดาดผิวหน้าด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ตั้งอยู่บนแม่น้ำแควน้อย
ในท้องที่ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี
ทะเลสาบเหนือเขื่อนเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่กลางขุนเขาสลับซับซ้อนแห่งเทือกเขาตะนาวศรี
เกิดจากการสร้างเขื่อนแม่น้ำแควน้อยรอบ ๆ เขื่อนวชิราลงกรณ์
มีสภาพเป็นป่าดิบรกทึบอุดมสมบูรณ์
และเป็นที่อาศัยของสัตว์ป่าหลากชนิด
ส่วนใต้ผืนน้ำก็เต็มไปด้วยทรัพยากรสัตว์น้ำอันทรงคุณค่า เช่น
ปลากระสูบ ปลาแรด ปลาชะโด และปลายี่สก
ผืนน้ำกว้างไกลเหนือเขื่อนแห่งนี้มีความหมายแห่งชีวิตและเรื่องราว
เล่าขานตำนานเมืองสังขละบุรีที่เลือนหาย
อยู่ใต้ผิวน้ำชั่วนิจนิรันดร์ราวเมืองบาดาล ใครจะเชื่อว่า
คราใดเมื่อน้ำลดเมืองบาดาลทั้งเมืองก็ปรากฏให้ทุกคนเห็นหรือใครจะดิ่งดำลงไปก็จะเห็นลวดลายแสนวิจิตรของวิหรแห่งเมืองใต้บาดาล
เมืองบาดาล เขื่อนเขาแหลม จ. กาญจนบุรี
เพื่อตามหาเมืองบาลดาลและตามหาชีวิตชาวบ้านที่หาปลา
ณ.เขื่อนแห่งนี้ หมูหิน ได้นัดหมายกับลุงเณร
คุณลุงที่ขับเรือพานักท่องเที่ยว
รุ่นแล้วรุ่นเล่าเที่ยวชมเมืองบาดาล
พาดูความสวยงามทะเลสาบเหนือเขื่อนแห่งนี้มานานนับสิบๆปี
วันนี้แกจะพาเราไปดูลูกชายแกหาปลา ไปดูเขาวางตาข่าย
และไปดูเมืองบาดาลกันครับ
วันนี้เราตื่นตั้งแต่ตีสี่ครึ่งไปตามนัดลุงเณรเพื่อลงเรือไปหาปลากัน
เราไปแวะกินกาแฟที่ร้านตลาดสังขละยามเช้ากันก่อนครับ
มีปลาท่องโก๋ กาแฟร้อนๆ ทำให้กระชุ่มกระชวยหายง่วงมาทันทีเลย
หลังจากนั้นก็ไปหาลุงที่แถวๆสะพานมอญ
เป็นแพที่อยู่ติดสะพานพอดี
ลุงเณรแกตื่นมารอรับผมที่สะพานก่อนแล้ว เราก็เดินผ่านความมืด
ไปลงเรือที่แกเตรียมไว้
เรือลำน้อยๆก็ขับเข้าไปในความมืดของทะเลสาบเหนือเขื่อน
กลางหมู่ดวงดาวตีห้าแบบนี้
สวยงามมากอากาศนี้สุดบรรยายจริงๆครับท่าน
ท่ามกลางของความมืด จะเห็นแสงไฟจากแพยกยอเป็นสีขาวและสีเขียว
สลับกันไปมา ลุงเณรแกเล่าว่า
ชาวบ้านเขาจะทำยอไว้ดักปลาและเปิดไฟให้ปลามาเล่นไฟกัน
พอยกยอก็จะได้ปลาเล็กปลาน้อยต่างๆ ซึ่งลูกแกก็หาปลาแบบนี้ด้วย
วันนี้ลุงเณรจะพาไปหาโอ๋ ลูกของแกเพื่อไปดูกันชัดๆจะๆ
ว่าทำกันอย่างไรกัน
เรานั่งเรือมาสักครึ่งชั่วโมงก็มาถึงแพจับปลาของโอ๋
ผมก็ขึ้นไปดูวิธีการทำมาหากินแบบนี้
การหาปลาด้วยยกยอ จะดักตาข่ายขนาดถี่ๆ
เป็นยอไว้ใต้น้ำโดยเปิดไฟด้านบน แมลงต่างๆก็จะมาเล่นไฟ
ปลาเล็กปลาน้อยบางครั้งก็ปลาใหญ่ก็จะมากินแมลง
เขาจะปล่อยไว้จนเกือบสว่าง ให้ได้ปลาจำนวนมากๆ ก็จะมายกยอขึ้น
การยกจะใช้รอกหมุนเชือกที่โยกไปดึงตาข่ายขึ้นมาครับ
ขนาดของยอไม่ใหญ่มากนัก ใช้คนเดียวก็ยกไหว
การหาปลาแบบนี้จะได้ปลาซิวแก้ว กับปลาแป้นเป็นหลัก
ซึ่งเขาจะไปขายได้กิโลละ 2-3 บาท
แต่ส่วนใหญ่เขาจะเก็บไว้เลี้ยงปลากระชังที่แพบ้านแกเอง
ส่วนปลาที่นิยมเลี้ยงในกระชังก็เป็นปลาทับทิมครับ
ผมดูการหาปลาแบบนี้อย่างใกล้ชิดจนปลาตัวสุดท้ายในยอถูกตักออกมาแล้ว
ผมก็ถามลุงเณรต่อว่า เขามีวางเบ็ดหาปลาชะโดบ้างไหม
โอ๋ลูกลุงเณรบอกว่ามีเพื่อนรุ่นน้องแพข้างๆกันเขาไปลงเบ็ดชะโดไว้
เราจึงตามไปดูเขากู้เบ็ดชะโดกัน
ซึ่งต้องขับเรือไปทางสะพานรันตีไกลพอสมควรครับ
การลงเบ็ดชะโดเขาต้องเข้าไปบริเวณชายฝั่ง
น้ำตื่นๆแค่เข่าเท่านั้น ปลาจะชอบอยู่ชายฝั่งแบบนี้
ส่วนเหยื่อก็จะใช้ลูกปลาครับ
โชคไม่ดีของเราที่ปลาไม่ติดเบ็ดเลยสักตัว
แต่เราก็ถ่ายรูปบรรยากาศการหาปลาลงเบ็ดมาฝากกันด้วยครับ
เราขับเรือออกจากบริเวณชายฝั่งออกมุ่งสู่กลางทะเลสาบ
ระหว่างทางผ่านผารันตี
ลุงเณรเล่าว่าบริเวณนี้ด้านล่างคือทางรถไฟสมัยโบราณ
ที่ญี่ปุ่นสร้างไว้และได้ถูกรื้อออกไปหมดแล้ว
เรานั่งเรือกินลมมาเรื่อยๆ ตอนนี้ฟ้ากำลังจะสว่างแล้ว
ท้องฟ้าเริ่มเป็นสีทอง เราขับเรือกันอยู่เหนือเขื่อนลมเย็นสบาย
อากาศดีมากๆ
เรากำลังจะไปดูเขากู้ข่ายที่ว่างไว้เมื่อคืนกันครับ
และแล้วก็มาเจอเรือต่อลำเล็กๆ
มีเด็กชาวพม่าหาปลาอยู่เรารีบเทียบเรือทันที
ผมเองก็ลงไปในเรือเด็กพม่าพร้อมกล้องคู่ใจ ในเรือมีปลาตะเพียน
ปลาบู่ ปลากด สัก 30 ตัวได้ครับ
และที่กู้อยู่เป็นปลาตะเพียนตัวโตพอควร
ผมจึงให้น้องเขายิ้มเพื่อถ่ายรูปมาฝากเพื่อนๆ
รูปที่เห็นด้านบนนั่นงัยครับ กำลังปลดปลาตะเพียนครับ
เรากู้ข่ายไปสัก 500
เมตรก็คุยและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ดีๆ
จนหนำใจแล้วก็ลงมาเรือลุงเณรเพื่อกลับสู่แพลุงเณรครับ
การหาปลาด้วยการวางข่าย
จะใช้ตารายไม่ใหญ่มาก
จะมีตะกั่วถ่วงด้านล่างให้ตาข่ายด้านล่างจมน้ำ
ด้านบนจะเป็นทุ่นเพื่อให้ข่ายด้านบนลอยขึ้น เขาจะลงไว้ตลอดคืน
และมาละตอนเช้า ก็จะได้พอกินไปวันต่อวัน
ไม่ได้หาไว้ขายแต่อย่างไร ชาวบ้านทั้งไทย มอญ พม่า
ก็หากันได้เท่าเทียมกันครับ
วันนี้สนุกมากยังไม่จบครับ
ลุงเณรยังพาเราไปดูเมืองบาดาลไปชมวัดเก่าที่จมอยู่ใต้บาดาล
ผมจะเล่าให้ฟังต่อพรุ่งนี้พร้อมรูปสวยๆนะครับ
วันนี้พอก่อนหมูหินพาเที่ยวทุกวัน ตามเราทุกวันนะครับ
ขอขอบคุณลุงเณร แห่งแพเณร สังขละบุรีอย่างสูงที่พาเราไปและเล่าเรื่องย้อนอดีตในครั้งนี้
ติดต่อล่องแพล่วงหน้าก่อนไปสังขละที่ลุงเณรโทร
034-595360,089-2212330,087-1619323
|
ติดต่อล่องแพ แพเช่า เรือเช่า ตกปลา
แพลาก แพล่อง
ชมวิวแม่น้ำสามสาย วัดจมน้ำ ติดต่อลุงเณร ดาบแก้ว โทร
034-595360,089-2212330,087-1619323 |
|