หมูหิน.คอม
  Web Moohin.com
 
 
Member Login
username
password
สมัครสมาชิก
บอร์ดท่องเที่ยว
หมูหินกินเที่ยว
หมูหินชิมเอง
รีสอร์ทรีวิว
หมูหินคลิปวีดีโอ
Moohin TV

Moohin Hotels Booking
Moohin Guru




QR code www.moohin.com
ชลบุรี
ระยอง
จันทบุรี
ตราด
 
แม่ฮ่องสอน
เชียงใหม่
เชียงราย
พะเยา
น่าน
ลำปาง
ลำพูน
กำแพงเพชร
พิษณุโลก
สุโขทัย
เพชรบูรณ์
ตาก
พิจิตร
อุตรดิตถ์
แพร่
อุทัยธานี
นครสวรรค์
 
กรุงเทพฯ
กาญจนบุรี
ฉะเชิงเทรา
ชัยนาท
นครนายก
นครปฐม
นนทบุรี
ปทุมธานี
ประจวบคีรีขันธ์
ปราจีนบุรี
อยุธยา
เพชรบุรี
ราชบุรี
ลพบุรี
สมุทรสาคร
สมุทรสงคราม
สมุทรปราการ
สระบุรี
สิงห์บุรี
อ่างทอง
สุพรรณบุรี
สระแก้ว
 
กาฬสินธุ
ชัยภูมิ
ขอนแก่น
นครราชสีมา
นครพนม
บุรีรัมย์
มหาสารคาม
ยโสธร
ร้อยเอ็ด
เลย
ศรีสะเกษ
สกลนคร
สุรินทร์
หนองคาย
อุดรธานี
หนองบัวลำภู
อุบลราชธานี
มุกดาหาร
อำนาจเจริญ
 
ชุมพร
ระนอง
สุราษฏร์ธานี
พังงา
ภูเก็ต
กระบี่
นครศรีธรรมราช
สตูล
ตรัง
พัทลุง
สงขลา
ปัตตานี
นราธิวาส
ยะลา
 
  ประเทศทั่วโลก
  ทัวร์ญี่ปุ่น
  ทัวร์มาเก๊า
  ทัวร์ฮ่องกง
  ทัวร์สิงคโปร์
  ทัวร์มาเลเซีย
  ทัวร์มัลดีฟส์
  ทัวร์เกาหลี
ทัวร์ลาว
ทัวร์กัมพูชา
ทัวร์พม่า
 

 ข้อมูลท่องเที่ยวลาว
ข้อมูลท่องเที่ยวกัมพูชา
ข้อมูลท่องเที่ยวเวียดนาม

 
 


www.MooHin.com > ญี่ปุ่น
.
หมูหินแนะนำ
 

   
รวมทริปทั้งหมดในเชียงใหม่
 
 

           ญี่ปุ่น (ญี่ปุ่น: Nihon/Nippon นิฮง/นิปปง ?) มีชื่อทางการคือประเทศญี่ปุ่น (ญี่ปุ่น:Nihon-koku/Nippon-koku นิฮงโกะกุ/นิปปงโกะกุ ?) เป็นประเทศหมู่เกาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ทางตะวันตกติดกับคาบสมุทรเกาหลี และสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีทะเลญี่ปุ่นกั้น ส่วนทางทิศเหนือ ติดกับประเทศรัสเซีย มีทะเลโอค็อตสก์ เป็นเส้นแบ่งแดน ตัวอักษรคันจิของชื่อญี่ปุ่นแปลว่าถิ่นกำเนิดของดวงอาทิตย์ จึงทำให้บางครั้งถูกเรียกว่าดินแดนแห่งอาทิตย์อุทัย

          ญี่ปุ่นมีเนื้อที่กว่า 377,930 ตารางกิโลเมตร นับเป็นอันดับที่ 61 ของโลก หมู่เกาะญี่ปุ่นประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่กว่า 3,000 เกาะ เกาะที่ใหญ่ที่สุดก็คือเกาะฮนชู ฮกไกโด คิวชู และ ชิโกกุ ตามลำดับ เกาะของญี่ปุ่นส่วนมากจะเป็นหมู่เกาะภูเขา ซึ่งในนั้นมีจำนวนหนึ่งเป็นภูเขาไฟ เช่นภูเขาไฟฟูจิ ภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศ เป็นต้น ประชากรของญี่ปุ่นนั้นมีมากเป็นอันดับที่ 10 ของโลก คือประมาณ 128 ล้านคน[8] เมืองหลวงของญี่ปุ่นคือกรุงโตเกียว ซึ่งถ้ารวมบริเวณปริมณฑลเข้าไปด้วยแล้วจะกลายเป็นเขตเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่มีประชากรอยู่อาศัยมากกว่า 30 ล้านคน

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น

พื้นที่ทั้งหมด ประมาณ 378,000 ตารางกิโลเมตร รวมทั้งหมู่เกาะต่าง ๆ กว่า 6800 เกาะ
ประชากร มี 128 ล้านคน
เมืองหลวง คือ โตเกียว มีประชากร 12 ล้านคน
ภาษาประจำชาติ คือ ภาษาญี่ปุ่น ภาษาอังกฤษ เป็นภาษาที่มีสอนในโรงเรียนตั้งแต่ระดับ 7 ขึ้นไป
ศาสนา ชินโตและพุทธ เป็น 2 ศาสนาหลัก
ภูมิอากาศ โดยทั่ว ๆ ไป อากาศอบอุ่น แต่เนื่องจากพื้นที่ของประเทศแผ่ออกไปตามความยาวถึง 3,000 กิโลเมตรจากเหนือจรดใต้ดังนั้นจึงย่อมจะมีความแตกต่าง ของภูมิอากาศไป บ้างในบางท้องถิ่นตลอดหนึ่งขวบปี ภาคเหนือสุดอากาศค่อนไปทาง หนาวจัด ทาง ใต้สุดค่อนไปทางใกล้เขตร้อน ปริมาณฝนมากที่สุดในแทบทุกภาค อยู่ในช่วงฤดูฝน ราวกลางเดือนถุนายนถึงกลาง เดือนกรกฏาคม

เทศกาลในฤดูต่าง ๆ

>>
การเฉลิมฉลองเทศกาลนักขัตฤกษ์ต่าง ๆ เป็นอีกส่วนหนึ่งขององค์ประกอบ ที่เผยให้เห็นความรู้สึกนึกคิดของชาวญี่ปุ่น เทศกาลฉลองปีใหม่มาถึงรพไฟด่วนพิเศษที่เร็วที่สุดในโลก นำผู้โดยสารชาวญี่ปุ่นนับล้าน ๆ คนออกจากเมืองใหญ่ เพื่อไปเยี่ยมบ้านเกิดในชนบท และเยี่ยมบรรพบุรุษ ทำนองเดียวกันในเทศกาล โอ-บน ของฤดูร้อน รพไฟแต่ละขบวนแน่นขนัดเพื่อจุดประสงค์คือการกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดและฉลองเทศกาล งานเทศกาลต่าง ๆ ของญี่ปุ่น คือการพบปะชุมนุมครั้งสำคัญในทุก ๆ ภูมิภาค ตลอดทั้ง 4 ฤดูในแต่ละปี กำเนิดของงานเทศกาลต่าง ๆ มักจะคลุมเครือด้วยเรื่องราวก่อนประวัติศาสตร์ แต่เทศกาลเหล่านั้นเอง ที่ยืนหยัดในฐานะเครื่องเตือนความทรงจำ ให้นึกถึงค่านิยมที่ยึดถือกันมานาน งานชมดอกไม้และความงามยามฤดูกาลต่าง ๆ อันเป็นแหล่งบันเทิงใหญ่ของผู้คนทั่วประเทศตลอดทั้งปี ซึ่งเทศกาลใหญ่ตามฤดูกาลมีดังต่อไปนี้ ฤดูใบไม้ผลิ ( มี.ค. - พ.ค. ) เป็นฤดูดอกเหมยและดอกซากุระบาน
 

>>
จากวันแรกของต้นมีนาคมที่ดอกเหมยบาน กระทั่งวันสุดท้ายของพฤษภาคมเมื่อดอกซากุระโรยจากต้นทางตอนเหนือของญี่ปุ่น ฤดูนี้เป็นเวลาสำหรับการเริ่มต้นของธรรมชาติและการเฉลิมฉลองของผู้คนทั่วทั้งดินแดน
 

>>
ฤดูใบไม้ผลิในญี่ปุ่นหมายถึง ฤดูแห่งดอกไม้ ในสายรุ้งแห่งความหลายหลากสีสรรรูปทรงโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเบ่งบานสะพรั่งของดอกคามิเลีย ไอริส ดอกบัว และเทศกาลดอกไม้ต่าง ๆ ทุกแห่งหน

 

เทศกาลในฤดูใบไม้ผลิ

3 มีนาคม เทศกาลฮินะ มัตสุริ ( Hina Matsuri ) เป็นเทศกาลฉลองวันเด็กหญิงโดยการตกแต่ง ตุ๊กตาญี่ปุ่นหลายหลากบนชั้นในบ้าน
13 มีนาคม เทศกาลคะซูกะ ของเจ้าคะซูกะในเมืองนารา จัดให้มีการฟ้อนรำคลาสสิคที่เก่าแก่กว่า 1000 ปี บนเวที
กลางมีนาคม ( 15 วัน ) มีการแข่งซูโม่ ครั้งที่ 2 ในโอซาก้า
1-30 เมษายน ระบำมิยะโก หรือ ระบำซากุระที่แสดงโดย นักแสดงที่ญี่ปุ่น " ไมโกะ " ในเกียวโต
8 เมษายน เทศกาลถวายดอกไม้ ( Hana Matsuri ) ตามวัดพุทธต่าง ๆ เพื่อระลึกถึงวันประสูติของ พระพุทธเจ้า
14-15 เมษายน เทศกาลทะคะยะมะ ( Takayama Matsuri ) ของศาลเจ้าฮิเอะในเมืองทะคะยะมะ พร้อง ขบวนรถแห่ศาล เจ้าอันตระการตา
16-17 เมษายน เทศกาลยะโยอิ ( Yayoi Matsuri ) ที่ศาลเจ้าฟุตะระซัน ในเมืองนิกโก้ มีขบวนแห่ตกแต่ง สวยงาม
3-4 พฤษภาคม เทศกาลฮะคะตะ โดนทะคุ ( Hakata Dontaku ) ในเมืองฟุคุโอกะ มีขบวนแห่บนหลังม้า ของเทพเจ้าในตำนานญี่ปุ่น
3-5 พฤษภาคม เทศกาลเล่นว่าว ที่เมืองฮะมะมัตสึ เป็นสนามว่าวที่มีผู้เข้าแข่งขันว่าวขนาดใหญ่ พยายามจะตัดเชือกของฝ่ายตรงข้าม
5 พฤษภาคม เทศกาลฉลองเด็กชาย มีการประดับธง ปลาคาร์พหลากสีตามจำนวนลูกชายแต่ละบ้าน ซึ่งโบกสะบัดโต้ลมฤดูใบไม้ผลิอย่างสง่ามงามมาก
11 พฤษภาคม เทศกาลจับปลาโดยนกกาน้ำ บนแม่น้ำนะงะระในกิฟุ ( กระทั่ง 15 ตุลาคม )
15 พฤษภาคม เทศกาลอะโออิ ( Aoi Matsuri ) ที่เกียวโตมีขบวนแห่ซามูไรโบราณ กลางพฤษภาคม ( 15 วัน ) มีการแข่งซูโม่ครั้งที่ 3 ในโตเกียว
17-18 พฤษภาคม เทศกาลศาลเจ้าโทโซงู ในเมืองนิโก้ มีขบวนแห่ นักรบกว่า 1000 คน
วันอาทิตย์ที่ 3ของ พ.ค . เทศกาลชมเรือ ( Mifune Matsuri ) บนแม่น้ำโออิ ในเกียวโตมีแห่ขบวนเรือโบราณ
วันอาทิตย์ที่ 2 ของ พ.ค เทศกาลแห่ศาลเจ้า ( Sanja Matsuri ) ของศาลเจ้าอะซะกุซะ มีการแห่ศาลเจ้าใหญ่ ๆ 3 ศาล อีกทั้งย่อย ๆ อีกร้อยกว่าศาล

ฤดูร้อน ( มิถุนายน - สิงหาคม ) เป็นเวลาของการเที่ยวเล่นในแดนธรรมชาติ
ฤดูร้อนเป็นฤดูที่อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์พร้อมความเขียวขจีทั่วประเทศในเขียวของซากุระ เมเปิ้ล โอ๊คในป่าเขาที่ตัดกับสีเขียวเข้มของต้นสน และต้นไผ่ ที่โอนอ่อนตามสายลม
ฤดูร้อนเป็นฤดูกาลแห่งดอกไม้ไฟ เกือบทุกคืนชุมชนเมืองต่าง ๆ จะมีการจุดดอกไม้ไฟอย่างมีสีสรรและชีวิตชีวา และระบำพื้นเมือง " Bon Odori " เป็นจุดนัดพบของชาวชนบทตามท้องถิ่นของเพื่อนและผู้มาเยือนเทศกาลฤดูร้อนทั่วญี่ปุ่น
เทศกาลในฤดูร้อน
 
กลาง มิ.ย. เทศกาลซันโน ( Sanno Matsuri ) ที่ศาลเจ้าฮิเอะ ในโตเกียวมีการแห่ศาลเจ้าผ่านถนนที่ จอแจในเขตอะซะกุซะ
เสาร์ที่ 2 ของมิ.ย. เทศกาลม้า ( Chagu-chagu Umakko Horse Festival ) ในเมืองโมริโอกะ ซึ่งมีแห่ขบวน ม้าประดับอย่าง มีสีสรร
7 ก.ค. เทศกาลดวงดาว ( Tanabata Festival ) ทั่วญี่ปุ่นที่เมืองเซนไดมีการประดับโคมกระดาษ หลากสีสวยงาม แขวนบนลำไม้ไผ่มีชื่อเสียงที่สุด
กลาง ก.ค. ( 15 วัน ) มีการแข่งซูโม่ ครั้งที่ 4 ที่นาโงย่า
13-15 ก.ค. เทศกาล ( Bon Festival ) ทั่วประเทศ พิธีทางศาสนานี้เพื่อระลึกถึงดวงวิญญาณที่ล่วง ลับ ระบำโบราณ Bon Odori จัดขึ้นเพื่อดวงวิญญาณเหล่านั้น
14 ก.ค. เทศกาลไฟ ( Fire Festival ) ที่ศาลเจ้านาจิคะจึระ มีการแบก 12 คบเพลิงใหญ่ โดยนัก บวชในชุดขาว
1-15 ก.ค. เทศกาลฮะคะตะ กิออน ยะมะงะซะ ในฟุคุโอกะ มีการแห่ขบวนรถใหญ่ในวันที่ 15
16-17 ก.ค. เทศกาลกิออน เป็นเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดในเกียวโต ย้อนยุคไปใน ศตวรรษที่ 9 จะมี ขบวนแห่ชุดแต่งกายโบราณผ่านถนนสายหลัก
ก.ค. หรือ ส.ค. เทศกาลดนตรี ของ ศาลเจ้า Itsukushima ใกล้เมืองฮิโรชิม่า มีระบำ และดนตรี ราชสำนักแสดง
14-25 ก.ค. เทศกาลเทนยิน ของศาลเจ้าเทนมันงูใน โอซาก้า มีขบวนแห่ศาลเจ้าบนเรือเหนือ ลำน้ำโดจิมะ
1-7 ส.ค. เทศกาลเนบุตะ ในเมืองอะโอโมริ ( 2-7 สิงหาคม ) เมืองฮิโรซากิ ( 1-7 สิงหาคม ) มีขบวนแหโครงหุ่นประดับไฟ
3-6 ส.ค. เทศกาลโคมไฟ ที่เมืองอะคิตะ มีขบวนแห่แผงโคมไฟแขวนบนไม้ไผ่
5-7 ส.ค. เทศกาลฮะนะงะซะ ในเมืองยะมะงะตะ มีขบวนฟ้อนรำของชาวเมือง เป็น 10000 ในชุดหมวกฟางติดดอกไม้เทียม
12-15 ส.ค. เทศกาลระบำอะว่า ที่เมืองโตคุชิมะ มีการร้องรำทั้งกลางวันกลางคืน
16 ส.ค. เทศกาลไดมอนหยิ เป็นเทศกาลเพื่อส่งดวงวิญญานผู้ล่วงลับซิ่งจัด บนเนินเขาซึ่ง เห็นได้จากเมืองเกียวโต

ฤดูใบไม้ร่วง ( กันยายน - พฤศจิกายน )
เป็นฤดูแห่งการเก็บเกี่ยวและใบ้ไม้เปลี่ยนสี

เมื่อเข้าสู่ฤดูใบ้ไม้ร่วงในเดือนกันยายน และตุลาคมเป็นเดือนที่น่าเพลิดเพลินกับความเย็นส่บายในฤดูนี้ นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงแห่งสีสรรเป็นสีทองสีบรอนซ์และสีเหลือง แต่งเติมขุนเขาราวกับสีสรรแห่งพรม ฤดูเก็บเกี่ยวในชนบททุ่งนาเปลี่ยนเป็นสีทอง เวลาแห่งเทศกาลและกีฬาได้มาบรรจบกับกิจกรรมทางวัฒนธรรมทั่วประเทศ งานเทศกาลดอกเบญจมาศซึ่งแสดงอยู่ทั่วประเทศเป็นสัญลักษณ์
เทศกาลในฤดูใบไม้ร่วง
16 ก.ย เทศกาลขี่ม้ายิงธนู ที่ศาลเจ้าทซิรุหงะโอกะ ฮะจิมังงู ในเมืองคะมะคุระ
กลาง ก.ย. (15 วัน ) แข่งซุโม่ครั้งที่ 5 ในโตเกียว
7 - 9 ต.ค. เทศกาลคุนจิ ของศาลเจ้าซูวะในเมืองนางาซะกิ มีระบำมังกรจีนดั้งเดิม
9 - 10 ต.ค. เทศกาลทะคะยะมะ แห่งศาลเจ้าฮาจิมังงุ ซึ่งมีขบวนรถสีสรรต่าง ๆ
กลาง ต.ค. เทศกาลนาโงย่า มีขบวนพาเหรดซามูไรตามถนนในเมือง
กลาง ต.ค. และ พ.ย. เทศกาลดอกเบญจมาศที่ศาลเจ้าเมหยิ และวัดอะซะคุซะในโตเกียว
17 ต.ค. เทศกาลฤดูใบไม้ร่วง ของศาลเจ้าโทโซหงุ ในเมืองนิกโก้ มีขบวนพาเหรด นักรบ โบราณใส่ชุดเสื้อเกราะ
22 ต.ค. เทศกาลยุคสมัย เป็นเทศกาลของศาลเจ้าเฮอันในเกียวโตซึ่งเป็นหนึ่งใน 3 เทศกาล ใหญ่ของเกียวโต
2 - 4 พ.ย. เทศกาลโอคุนจิ ของศาลเจ้าคะระทจึในซะหงะซึ่งมีขบวนพาเหรดที่มีสีสรร
3 พ.ย. ขบวนแห่ซามูไร ในเมืองฮาโกเน่ กลาง พ.ย. ( 15 วัน ) แข่งซูโม่ครั้งที่ 6 ในเมืองฟุคุโอกะ
15 พ.ย. เทศกาลเจ็ดห้าสาม สำหรับเด็กอายุ 3,5,7 ปี ไปศาลเจ้าเพื่อขอพรจากเทพเจ้า ให้มีสุขภาพดี

ฤดูหนาว ( ธันวาคม - กุมภาพันธ์ )
เป็นฤดูแห่งการเพลิดเพลินกับหิมะ

ฤดูหนาวในญี่ปุ่นไม่ค่อยรุนแรงยกเว้นทางเหนือสุด อุณหภูมิโดยปกติจะอบอุ่นด้วยแสงอาทิตย์และฟ้าสีคราม
อีกด้านหนึ่งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือเทศกาลต่าง ๆ จะเกี่ยวพันกับหิมะและน้ำแข็ง นักท่องเที่ยวจะเพลิดเพลินกับหิมะ และรูปแกะสลักและมีส่วนร่วมในประเพณีท้องถิ่นตามฤดูนั้น เทศกาลงานต่าง ๆ ทั่วญี่ปุ่นถูกจัดขึ้นต่อเนื่องกับเทศกาลปีใหม่อันเป็นวันที่สำคัญที่สุดสำหรับชาวญี่ปุ่น

เทศกาลในฤดูหนาว
15 - 18 ธ.ค. เทศกาล อ็อง มัตสุริ ของศาลเจ้าคะซูกะใน เมืองนารา
17 - 19 ธ.ค. เทศกาลโทริ-โน๊ะ-อิจิ วัดอะซะคุซะคันนอนในโตเกียว
31 ธ. ค. เทศกาลไหว้พระ ที่ศาลเจ้ายะซะกะในเกี่ยวโต
1 - 3 ธ.ค. เทศกาลปีใหม่ ร้านค้าโรงงานธุระกิจต่าง ๆ จะฉลองด้วยอาหารมื้อพิเศษแต่ง ชุดกิโมโนที่สวยที่สุดและเยือนวัดหรือศาลเจ้า เพื่อไหว้พระขอพรให้มีสุขภาพดี และมีความสุขตลอดปี
6 ม.ค. ขบวนสาธิตการดับเพลิงในโตเกียว
กลาง ม.ค. ( 15 วัน ) การแข่งขันซูโม่ ครั้งที่ 1 ในโตเกียว
ก่อนวันบรรลุนิติภาวะ เทศกาลเผาหญ้า บนเขา ในเมืองนารา
ต้น ก.พ. ( 7 วัน ) เทศกาลหิมะ ในเมืองซัปโปโรบนเกาะฮ็อกไกโด ที่มีชื่อที่สุดในญี่ปุ่น มีรูปแกะ สลักหิมะและน้ำแข็งอันมหึมาต่าง ๆ มากมาย
ต้น-กลาง ก.พ. เทศกาลหิมะ ที่อะซะฮิคะวะ อะบะชิริและเมืองอื่น ๆ ในฮ็อกไกโด
3 - 4 ก.พ. เทศกาลปัดรังควาน เป็นพิธีไล่สิ่งอัปมงคลทำกันตามวัดใหญ่ทั่วประเทศ
3 - 4 ก.พ. เทศกาลแห่งโคม ของศาลเจ้าคะซุกะ ในเมืองนารา 15 - 16 ก.พ. เทศกาลกระท่อมหิมะ ของเมืองโยโคเทะในอะคิตะ
วันเสาร์ที่ 3 ของ ก.พ. เทศกาลเปลือย ที่วัดไซไดหยิในเมืองโอคะยะมะ


วันหยุดราชการประจำปี

หน่วยงานราชการ บริการสาธารณะต่าง ๆ รวมทั้งศูนย์ข่าวสารการท่องเที่ยวขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น ตลอดจนบริษัทเอกชนจะปิดทำการในวันหยุดราชการต่อไปนี้ รวมทั้งวันอาทิตย์ด้วย ยกเว้นในกรณีของพิพิธภัณฑ์เป็นกรณีพิเศษ

1 มกราคม วันขึ้นปีใหม่
วันจันทร์ที่ 2ของมกราคม วันบรรลุนิติภาวะ
11 กุมภาพันธ์ วันสถาปนาประเทศ
21 มีนาคม( หรือ 20 ) วันเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ
29 เมษายน วันพฤกษชาติ
3 พฤษภาคม วันที่ระลึกรัฐธรรมนูญ
5 พฤษภาคม วันเด็กแห่งชาติ
วันจันทร์ที่ 3ของกรกฎาคม วันพานิชย์นาวี
วันจันทร์ที่ 3ของกันยายน วันคาระวะผู้สูงอายุ
23 กันยายน( หรือ 24 ) วันขอบคุณผู้ใช้แรงงาน
23 ธันวาคม วันพระราชสมภพของจักรพรรดิญี่ปุ่น
หมายเหตุ
1) เมื่อวันหยุดราชการตรงกับวันอาทิตย์ วันจันทร์ถัดจากนั้นให้เป็นวันหยุดราชการ
2) เมื่อวันธรรมดาถูกขนาบสองข้างด้วยวันหยุดราชการ ( ที่มาก่อนและตามหลัง ) วันธรรมดานั้นจะเป็นวันหยุดโดยอัตโนมัติ ( ยกเว้นวันอาทิตย์และวันหยุดราชการที่กล่าวไว้แล้ว )


ช่วงเวลาที่การท่องเที่ยวคึกคักที่สุดในญี่ปุ่น

               หากเป็นไปได้ โปรดอย่าวางแผนเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่น ในช่วงเวลาที่จะกล่าวต่อไปนี้ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนจำนวนมหาศาล ยกโขยงกันออกเดินทางจากเมืองใหญ่สู่ชนบท เสร็จแล้วก็ยกโขยงกันเดินทางกลับเข้าเมืองใหญ่ ในช่วงเวลานี้ รพไฟระยะทางไกล ตลอดจนเรือเฟอรี่ สายการบินและที่พักโรงแรมจะเต็มแน่น ด้วยการสำรองล่วงหน้าจนไม่มีที่ว่างเลย ช่วงเวลาเหล่านี้คือ

1) ช่วงปลายปีต่อต้นปีใหม่ ( 27 ธันวาคม ต่อต้นมกราคมถึง 4 มกราคม ) และวันสุดสัปดาห์ที่ต่อเนื่อง
2) ช่วง " สัปดาห์ทอง " อันเป็นวันหยุดระยะยาว ( 29 เมษายน ถึง 5 พฤษภาคม ) และวันสุดสัปดาห์ที่ต่อเนื่อง
3) เทศกาล " โอ - บน ( 1 สัปดาห์เต็ม ) ประมาณวันที่ 15 สิงหาคม เป็นต้นไป
สิ่งจำเป็นสำหรับการเดินทาง
หนังสือเดินทางและวีซ่าเข้าญี่ปุ่น ผู้ถือหนังสือเดินทางสัญชาติไทยจำเป็นต้องขอ วีซ่าญี่ปุ่น สิ่งแรกที่จำเป็นต้องเตรียมก็คือ หนังสือเดินทางที่มีอายุใช้งานมากกว่า 6 เดือน วีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่น จำเป็นสำหรับพลเมืองของประเทศที่ไม่ได้มีการตกลงยกเว้นวีซ่าไว้กับรัฐบาลญี่ปุ่น หากท่านเดินทางเข้าญี่ปุ่นเพื่อการท่องเที่ยว ท่านจำเป็นต้องยื่นคำร้องขอวีซ่า โปรดสอบถามได้ที่สถานทูตญี่ปุ่นในกรุงเทพ หรือสถานกงสุลญี่ปุ่นประจำเชียงใหม่
เงินสด โดยทั่วไปการนำเงินสดติดตัวไปใช้ในญี่ปุ่น ไม่มีปัญหาใด ๆ และปลอดภัยด้วย เวลาใช้ยานพาหนะขนส่งมวลชน เกือบทุกรูปแบบ จำเป็นต้องใช้เงินสดจำนวนไม่สูงนักหรือเวลาไปรับประทานอาหารราคาไม่แพง นอกจากนี้ยังใช้ซื้อของเล็ก ๆ น้อย ๆ สะดวกอีกด้วย
เงินตราและอัตราแลกเปลี่ยน เงินเหรียญที่ใช้กันในญี่ปุ่นมีราคา 1 5 10 50 100 และ 500 เยนตามลำดับ ธนบัตรมีใช้ราคา 1,000 5,000 และ 10,000 เงินสกุลอื่น ๆ ที่นำเข้าไปในญี่ปุ่น จะแลกเป็นเงินเยนได้ ที่ศูนย์แลกเปลี่ยนเงินตรา ในท่าอากาศยานที่เดินทางไปถึงหรือแลกได้ตามธนาคารในเมืองต่าง ๆ อัตราแลกเปลี่ยนขึ้น ๆ ลง ๆ ทุกวัน ธนาคารส่วนมากจะมีป้ายบอกราคาอัตราแลกเปลี่ยนประจำวัน ติดไว้ไห้เห็นขัดเจน ดังต่อไปนี้ เงินเหรียญสหรัฐปิดประกาศเวลา 10.00 เป็นต้นไป เงินสกุลอื่น ๆ จะปิดประกาศอัตราแลกเปลี่ยนประจำวันตั้งแต่เวลา 11.00 ไปจนถึง 15.00 โปรดแลกเงินของท่านตามช่วงเวลาที่ระบุไว้นี้ เพื่อป้องกันความขลุกขลัก
การแลกเงิน สถานที่และบริการมวลชนต่อไปนี้ ไม่สามารถรับเงินตราต่างประเทศได้ตามกฏข้อบังคับคือ พาหนะขนส่งมวลชนสาธารณะ ห้างร้าน ร้านค้า และภัตราคาร ดังนั้น ท่านจึงจำเป็นต้องมีเงินสดสกุลเยนบ้าง เพื่อใข้จ่ายในกรณีจำเป็นเร่งด่วนหากท่านมีธนบัตรเงินต่างประเทศสกุลอื่น ๆ ที่มิใช่ดอลล่าร์สหรัฐ ควรจะแลกบางส่วนเป็นเงินเยนเอาไว้บ้าง ตั้งแต่ยังไม่ออกจากท่าอากาศยาน แม้แต่ตามธนาคารชั้นนำบางแห่งในเมืองใหญ่ พนักงานประจำเคาน์เตอร์แลกเงินก็ยังไม่สู้จะคุ้นเคยนักกับลักษณะของธนบัตรต่างประเทศ และท่านอาจจะต้องรอนาน เพราะเขาจะต้องขอคำแนะนำจากหัวหน้าจนมั่นใจก่อนที่ธนาคาร เช็คเดินทางสามารถแลกเงินสดได้เร็วทันใจ แต่ก็มีร้านค้าและภัตตาคารบางแห่งยอมรับเหมือนกัน เงินเยนเหลือใช้ ที่เป็นธนบัตรเท่านั้นที่จะสามารถแลกกลับคืนเป็นเงินตราต่างประเทศได้ที่ท่าอากาศยานก่อนออกจากญี่ปุ่นโดยไม่จำกัดจำนวน ถ้าหากว่าศูนย์รับแลกเปลี่ยนเงินตราที่นั่นมีเงินตราต่างประเทศสำรองไว้มากเพียงพอสำหรับแลกกลับคืน
เช็คและบัตรเครดิต ไม่ค่อยมีที่ใช้เช็คส่วนตัวในญี่ปุ่น ท่านควรจะซื้อเช็คเดินทางเป็นเงินเยน ซึ่งมีขายตามธนาคารญี่ปุ่นสาขาในประเทศไทยก่อนออกเดินทาง เมืองใหญ่ ๆ ในญี่ปุ่นใช้บัตรเครดิตกันแพร่หลายร้านค้าและภัตตาคารที่ยอมรับบัตรเครดิตชำระค่าสินค้าและค่าอาหารมักจะติดสติ๊กเกอร์ไว้ที่หน้าร้าน หรือขึ้นป้ายให้เห็นตามสถานที่ต่าง ๆ ระบุยี่ห้อของบัตรเครดิตที่ตนยอมรับ ในญี่ปุ่นปัจจุบันนี้กำลังนิยมใช้บัตรต่าง ๆ ที่จ่ายเงินล่วงหน้าไว้แล้ว เช่น บัตรโทรศัพท์และอื่น ๆ อย่างแพร่หลายมาก ทำให้ญี่ปุ่นกำลังจะกลายเป็น " สังคมที่ไม่ใช้เงินสด " มากขึ้นทุกที
การประกันภัยการเดินทาง ท่านครวจะทำการประกันภัยระหว่างการเดินทาง ก่อนออกเดินทางจากประเทศไทย กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุโดยทั่ว ๆ ไป จะครบคลุมไปจนถึงทรัพย์สินส่วนตัวสูญหาย ค่ารักษาพยาบาลในกรณีเกิดบาดเจ็บหรือเจ็บป่วย และ ประกันความเสี่ยงชนิดอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่าง การเดินทาง ใบอนุญาติขับขี่สากล หากท่านประสงค์จะขับรถเที่ยวเองระหว่างอยู่ในญี่ปุ่น จะต้องมีใบอนุญาติขับขี่สากล ที่ได้รับจากประเทศไทยก่อนเข้าไปในญี่ปุ่น อย่างไรก็ดีบางประเทศเช่น เยอรมันและสวิตเซอร์แลนด์ ไม่มีการตกลงกับญี่ปุ่นในเรื่องใบขับขี่สากล แต่ท่านที่ถือใบขับขี่สากลที่ออกให้โดยประเทศสมาชิกของสนธิสัญญาเจนีวา จะใช้ใบขับขี่นั้นได้เมื่ออยู่ในญี่ปุ่น สมาพันธ์ยานยนตร์แห่งญี่ปุ่น ( เจแปน ออโตโมบิล เฟดเดอเรชั่น ได้พิมพ์หนังสือคู่มือ ชื่อ " กฎ ข้อบังคับในการใช้ถนน " เพื่อแนะนำการขับขี่ยานยนต์ในญี่ปุ่น ( เป็นภาษาอังกฤษ ) หากสนใจโปรดติดต่อสำนักงาน ของ เจเอเอฟ ในญี่ปุ่นที่ใกล้ที่สุด เพื่อขอรายละเอียดส่วนแผนที่ทางด่วนในมหานครโตเกียวนั้น ที่เป็นภาษาอังกฤษจะหาได้โดยติดต่อที่เมโทรโพลิตันเอ็กซเพรสเวย์ พับลิค คอร์ประเรชั่น โทร. 03-3502-7311
เสื้อผ้าที่ควรเตรียมนำไป ฤดูใบไม้ผลิ และใบไม้ร่วง จะต้องเตรียมแจ๊กเก็ตและสะเว็ตเตอร์กันหนาว ฤดูร้อน ให้เตรียมเสื้อผ้าบางเบา แขนสั้น และชุดว่ายน้ำหากต้องการ ฤดูหนาว จำเป็นต้องมีเสื้อคลุมโอเวอร์โค๊ต ชุดผ้าขนสัตว์และแจ๊กเก็ตชนิดหนาเป็นพิเศษ ตลอดจนสะเว็ตเตอร์สำหรับฤดูหนาว ไม่ค่อยจำเป็นที่จะต้องนำเสื้อผ้าสำหรับใช้อย่างเป็นพิธีรีตองหรือพิธีการ จำพวกทักซิโดและเสื้อราตรี หากเกิดความจำเป็นก็มีร้านให้เช่า ถุงเท้าสะอาดและสมบูรณ์เป็นสิ่งจำเป็น เพราะว่ามีบ่อยครั้งที่ท่านจำเป็นจะต้องถอดรองเท้าออก เช่นตามภัตราคารอาหารญี่ปุ่นบางแห่ง หรือเมื่อก้าวเข้าบริเวณชานหน้าบ้านของชาวญี่ปุ่น ก่อนเข้าห้องรับแขก

ที่พักแบบญี่ปุ่นแบบเรียวกัง
เป็นที่พักแบบประเพณีนิยมของญี่ปุ่นจะให้ประสบการณ์ที่แปลกใหม่แก่ผู้มาใช้บริการ ท่านที่อยากรู้อยากเห็นว่าบรรดาพวกไดเมียว ( ซามูไรระดับหัวหน้า )
เขาเดินทางกันอย่างไรในสมัยโน้น ประตูห้องเป็นประตูเลื่อน เรียกว่า ฟุสุม่า
เฟอร์นิเจอร์มีจำนวนจำกัดเพียงโต๊ะเตี้ย ๆ 1 ตัว และหากว่าห้องนั้นมีระเบียบเล็ก ๆ
ติดต่อด้วย ก็จะมีโต๊ะเล็ก ๆ 1 ตัวกับเก้าอี้ 2 ตัววางไว้ที่ระเบียง ฝาผนังห้อง
ประดับด้วยภาพแขวนผนังที่วาดด้วยฟู่กัน ที่นอน หมอนผ้าห่มเก็บไว้ในตู้ลึกติดผนัง รอสาวใช้มาบริการปูให้เวลาค่ำหลังอาหารมื้อเย็น
การเข้าพักในเรียวกัง
แขกจะต้องถอดรองเท้าที่ประตูทางเข้าโรงแรมญี่ปุ่น แล้วสวมรองเท้าแตะก่อนขึ้นไปเหยียบพื้นเสื่อ ทะทะมิ ที่ปูลาดพื้นห้อง ดังนั้น โปรดนำถุงเท้าหนา ๆ ของท่านติดตัวไปด้วยจะสะดวก
ถ้าเป็นเวลาอากาศหนาว
ในห้องพักท่านจะนั่งบนพื้นเสื่อ โดยมีเบาะรองนั่งเรียกว่า
สะบุต็อง วางไว้ให้นั่ง รอบ ๆ โต๊ะเตี้ย ๆ ในฤดูหนาว อาจจะมีผ้าห่มหนา ๆ คลุมรอบ ๆ
ใต้โต๊ะ ท่านสามารถเหยียดขาลงไปใต้ผ้าห่มนั้นได้ เพราะมีความอบอุ่นอยู่ใต้โต๊ะ เกิดจากเครื่องไฟฟ้าทำความอุ่นเท้าเรียกว่า โคทัตสึ ที่นอนนุ่มและอุ่นสบายเรียกว่า ฟุต็องจะถูกนำมาปูให้ท่านบนพื้นห้องประกอบด้วยที่นอน ผ้าปูที่นอน ผ้าห่มหนา
และหากต้องการก็จะมีผ้าห่มเพิ่มให้อีก เรียวกังเตรียมเสื้อยุคะตะบาง ๆ
ไว้ให้แขกสวมเวลาอยู่ในห้อง ถ้าอากาศหนาว จะมีเสื้อคลุมหนาอีก 1 ตัว ไว้ให้สวมทับ
ห้องสุขาสไตล์ญี่ปุ่นเป็นปกติของเรียวกัง วิธีใช้ มิใช่นั่งลงไปบนนั้น แต่นั่งยองเหนือสุขภัณฑ์ หันหน้าไปทางด้านที่มีกระบังโผล่ขึ้นมากั้นการการะเซ็นเปรอะเปื้อน รองเท้าแตะสำหรับสวมในห้องสุขาใช้เฉพาะเวลาเข้าห้องสุขเท่านั้น
ก่อนจะลงไปร่วมอาบน้ำร้อนธรรมชาติในบ่อรวมกับคนอื่น ๆ ท่านจะต้องถอดเสื้อผ้าออกหมดในห้องโถงก่อนถึงที่อาบน้ำ มีตะกร้าหวายวาง
ไว้ให้ท่านใส่เสื้อผ้าของท่านลงในนั้น ถ้าไม่ใช้ตะกร้าก็เป็นช่องกั้นแบ่งสำหรับแต่ละคนใช้ ทางเรียวกังจัดผ้าเช็ดหน้าขนหนู ผืนยาวไว้ให้ท่านใช้พันร่างกายท่อนกลางเวลาลุกขึ้นยืน
ในห้องน้ำ ผ้าผืนนี้ใช้สำหรับขัดถูร่างกายด้วย และใช้เช็ดตัวด้วย
การอาบน้ำแรกสุดนั่งลงบนม้านั่งเตี้ย ๆ ตรงหน้าก๊อกน้ำคู่ร้อน - เย็น ไขน้ำใส่ลงในภาชนะตักน้ำส่วนตัวของท่านให้เต็มและเทราดลงบนร่างกายจนเปียกทั่วถึง
ถ้าไม่มีก๊อกไขน้ำ ใช้ภาชนะนั้นจ้วงตักน้ำในบ่อน้ำแร่ขึ้นมาเทรดตัวของท่าน หากมีฟักบัวให้ใช้ก็ใช้ฟักบัวรดร่างกายของท่านจนทั่ว ขณะนั่งอยู่บนม้าเตี้ยๆ และอย่ายืน
( เนื่องจากจะกระเซ็นไปรบกวนคนข้าง ๆ ท่าน ) ต่อจากนั้นฟอกสบู่จนทั่วแล้วล้างออกให้หมดจดจากนั้นท่านก็ได้ผ่านขั้นตอนที่จำเป็น
ก่อนลงไปในบ่อน้ำร้อนแล้วดังนั้น ไม่มีปัญหาอะไรหากท่านจะค่อย ๆ เดินลงไปในบ่อ แช่ร่างกายของท่านตามสบายจนกว่าจะทนความร้อนไม่ไหว
การอาบน้ำบางครั้งก็เป็น ห้องอาบรวม แต่จะมีแยดสัดส่วนไม่ปนกันระหว่างชาย - หญิง ห้องอาบน้ำในโรงแรมแบบญี่ปุ่น ตามรีสอร์ทที่มีน้ำพุร้อนธรรมชาติเป็นที่ ๆ ให้ความเพลิดเพลินได้ดีเป็นพิเศษ อัตราค่าห้องพัก
รวมค่าอาหารชนิดเบา ๆ ในตอนเช้า กับมื้อค่ำไว้แล้ว สมาคมเรียวกังแห่งประเทศญี่ปุ่นมีสมาชิกเป็นเรียวกังชั้นดีอยู่มากกว่า 2,000 แห่ง
อัตราค่าห้องพักต่อคืน ราคาตั้งแต่ 15,000 ไปจนถึง 40,000 เยน โดยไม่รวมภาษีและค่าบริการ ไม่ว่าจะเป็นเรียวกังระดับธรรมดาหรือหรูหราก็ตาม วิธีที่ท่านจะได้สัมผัสขนบประเพณีเก่าแก่ กริยามารยาทและวิธีชีวิตของผู้คน ก็คือหาประสบการณ์ได้จากการพักที่เรียวกัง

อาหารญี่ปุ่น
เสน่ห์อีกประการหนึ่งของญี่ปุ่น อาจจะกล่าวได้ว่า อยู่ที่รสโอชะของอาหารอันมีแหล่งผลิตอาหารพื้นบ้านจากวัตถุดิบธรรมชาติ คือท้องทุ่งนา ไร่ผักผลไม้ เรื่อยไปจนถึงทะเลมหาสมุทร ซึ่งเรือประมงใช้อวนลากเอาสัตว์น้ำนานาชนิดขึ้นมาปรุงเป็นอาหาร จากความจำเป็นขั้นพี้นฐานของการดำรงชีพ ได้นำไปสู่การค้นคว้าปรับปรุง รสชาติของอาหารและคุณค่าของอาหาร อย่างยาวนานต่อเนื่องมาหลายศตวรรษ พอ ๆ กับการปรับปรุงด้านการให้บริการต่าง ๆ ได้ยกระดับขึ้นจนกลายเป็นศิลปอีกชนิดหนึ่ง แม้แต่อาหารพื้น ๆ ธรรมดา ๆ ก็ยังมีรสนิยมในการจัดวางบนภาชนะ ให้ดูสวยงามน่ารับทานที่สุด อาหารจานต่าง ๆ เช่น ซุชิ หม้อร้อน เทมปุระ หรือไก่ปิ้งเสียบไม้ หรือก๋วยเตี๋ยวน้ำเสริร์ฟใส่ภาชนะก้นลึก เหล่านี้เป็นพยานยืนยันได้ว่า ชาวญี่ปุ่นยินดีอุทิศเวลาให้แก่การเสพสุนทรียรสทางตาด้วย ชาวญี่ปุ่นชอบจริง ๆ ที่จะรับทานปลาดิบเพราะเป็นความโอซะของอาหารพื้นบ้านอย่างแท้จริง ในประเทศนี้ ร้านขาย ซุซิ ( หรือสุชิ ) มีมากมายและขายดีที่สุดในบรรดาร้านอาหารทั่วประเทศ แต่ถ้านำปลามาปรุงอาหารจานอื่น ๆ ย่อมมิใช่อาหารหลักแน่ ๆ ต้องเป็นปลากับข้าวสุกเท่านั้นจึงจะเหมาะสมที่สุด ท่านอาจจะแปลกใจเมื่อได้ทราบว่า ตำรับการปรุงอาหารญี่ปุ่นนั้นมีมากมายแทบจะนับไม่ถ้วนที่สามารถยืนหยัดต่อต้านวัฒนธรรมอาหารชาติต่าง ๆ ที่หลั่งไหลเข้ามาในญี่ปุ่นอย่างท่วมท้น ได้เป็นอย่างดี ภัตราคารและร้านอาหารต่าง ๆ บริการอาหารรสชาติเยี่ยม โดยมีราคาแตกต่างกันกว้างมาก จากชนิดราคาแพงที่สุดลงไป จนถึงแพงพอจะซื้อหารับประทานได้ ท่านยังสามารถที่จะไว้วางใจได้ในเรื่องบริการที่ไม่มีข้อตำหนิใด ๆ ตลอดจนมาตรฐานด้านสุขอนามัยที่สูงสุดและน้ำประปาจากก๊อกที่สะอาดปลอดภัยสามารถดื่มได้ทันที

แนะนำสถานที่รับประทาน
1. ภัตตาคารระดับ ไฮ-คลาส : ตั้งต้นจากความโอชะเยี่ยมเลอเลิศที่สุดของอาหารจีนไปจนถึงระดับสุดยอดความอร่อยของอาหารฝรั่งเศส เทียบดูแล้วภัตตาคารชั้นเยี่ยมของญี่ปุ่นก็ไม่เป็นรองใคร ส่วนใหญ่ภัตตาคารญี่ปุ่นระดับนี้จะตั้งอยู่ในโรงแรมที่ดีที่สุดหรือในย่านแฟชั่นหรูโก้เก๋ของชุมชนใหญ่ ๆ เช่น ถนนกินซ่าในโตเกียว ย่านรบป๊องหงิ อะกาซากะ
2. ภัตตาคารที่ลูกค้าแน่นมาก : ยังมีภัตตาคารอีกมากมายที่ราคาพอสู้ได้ ตามอาหารบริษัทห้างร้านและสำนักงาน ที่เป็นตึกใหญ่ มักจะมีภัตตาคาร อยู่ที่ชั้นใต้ดิน หรือตามชั้นที่มีแต่ร้านอาหารชั้นหนึ่งในห้างสรรสินค้า หรือ ศูนย์การค้าในเมืองใหญ่ ตลอดจนย่านค้าใต้ดิน ตามสถานีรถไฟที่จอแจคึกคักทั้งวัน มื้อเที่ยงวัน พนักงานบริษัทห้างร้านจะคลาคล่ำกันอยู่เป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ตาม ร้านอาหารเหล่านี้ เขามักจะนิยมสั่งอาหารชุด เรียกว่า เทย์โชะกุ ซึ่งเป็นอาหารจัดวางมาบนถาดครบชุดราคาถูก ร้านอาหารในย่านอาหารราคาไม่แพงจนถึงราคาถูกส่วนมากมักจะมีตัวอย่างอาหารเป็นจาน ๆ ทำด้วยพลาสติกเหมือนของจริง มีป้ายบอกราคาติดไว้เสร็จ จัดวางไว้ในตู้กระจกโชว์ด้านนอกตรงใกล้ประตูเข้า หากท่านไม่ทราบว่าจะสั่งอาหารชื่ออะไร ก็เพียงแต่ชี้ไปยังจานที่ต้องการลองชิม บางร้านอาหารมีเมนูชี่ออาหารทั้งภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษ
3. โรบาตะยะกิ พับ คือร้านขายอาหารทะเลและอื่น ๆ ปิ้ง-ย่าง บนเตาถ่านเปิดโล่งตรงหน้าลูกค้า และมักจะเสิร์ฟโดยใช้ช้อนด้ามยาวส่งอาหารที่ย่างสุกแล้วไปลงในจานของลูกค้า
4. บาร์อะกาโจจิง ได้ชื่อมาจากโคมสีแดงแขวนอยู่หน้าร้าน ตรงประตู้เข้า ขายสุราและเครื่องดื่มหลายประเภท และอาหารตามเมนู ยะกิโทริย่า คือ พับแบบญี่ปุ่นที่ขายไก่และเนื้อสัตว์อื่น ๆ ชิ้นเล็ก ๆ พอหนึ่ง คำเสียบไม้ปิ้งไฟ พับชนิดเป็นสาขามีเครือข่ายกว้าง ได้แก่ ซุยชิน โยะโระโนะทะกิ ทซึโบฮะจิ และเท็งงู ร้านเหล่านี้ขายอาหารหลากหลายชนิด พร้อมกับเครื่องดื่มและในราคานับว่า ค่อนข้างปลอดภัยต่อกระเป๋าของท่าน
5. อิซะกะยะ ร้านเหล้าที่ขายอาหารแบบญี่ปุ่น สำหรับท่านที่กำลังเร่งรีบจะไป ซุ้มขายบะหมี่ หรือร้านคอฟฟี่ ช้อฟ ร้านอาหารฟาสท์ฟู้ด และเครื่องขายของแบบกดปุ่มอัตโนมัต มีบริการขายอาหารและเครื่องดื่มอีกหลากหลายในราคาถูกมากด้วย ตามร้านอาหารส่วนใหญ่ ก่อนจะออกจากร้านท่านจะจ่ายเงินค่าอาหาร มีบางร้านไม่มากนัก ที่ให้ท่านซื้อคูปองอาหารก่อน แล้วยื่นให้แก่พนักงานเสิร์ฟ การชำระเงินต้องใช้เงินสด ยกเว้นกรณีเขายอมรับบัตรเครดิต ร้านอาหารราคาไม่แพงคอฟฟี่ช้อพและร้านฟาสท์ฟู้ดยอมรับแต่เงินสดเท่านั้น
สิ่งที่อาจจะดูแปลกใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวก็คือ
(1) อาหารกล่อง บางแห่งสวยงามน่าชมมากจนน่าเก็บเป็นที่ระลึก มีขายบนรถไฟ
(2) อาหารมื้อค่ำ บนเรือสำราญท่องเที่ยว ในช่วงท่องทะเลชมอ่าวยามค่ำ เปิดโฉมหน้าตัวเมืองยามราตรีที่ประดับไฟสว่างไสว
(3) ร้านค้าแผงลอยริมถนน ที่เรียกว่า " ยะไต " บางร้านมีม้านั่งให้ด้วยเป็นบริการอาหารอร่อยราคาถูกที่น่าลองชิม
(4) ดินเน่อร์ บวกรายการฟลอร์โชว หรือ โชว์ ที่โรงแรมหรู ๆ คิดค่าอาหารบวกค่าโชว์ด้วย สำหรับค่ำคืนหนึ่งที่ท่านอาจจะอยากหาความบันเทิง
(5) ร้านค้าแบบเซเว่น-อีเลฟเว่น เรียกว่า คอนวีเนียนสโตร์ มีแซนด์วิช อาหารกล่องมื้อกลางวัน และอาหารสุกชนิดอื่น ๆ ที่ท่านสามารถซื้อกลับไปที่พักได้ (6) ใต้ถุนห้างสรรพสินค้า ต่าง ๆ ที่ชั้นใต้ดิน คือแหล่งที่เหมาะที่สุดสำหรับการลองชิมอาหาร รสชาติแปลก ๆ หลากหลายขนิดโดยไม่ต้องเสียเงิน
(7) ไคเท็ง-ซุชิ ลูกค้าร้านอาหารประเภทนี้ นั่งล้อมรอบเคาน์เตอร์ และอาหารจะผ่านมาตามสายพานหมุนไปรอบ ๆ
แหล่งช๊อปปิ้ง
ร้านค้าและแหล่งจำหน่ายสินค้าต่าง ๆ โดยทั่วไป เปิดทำการวันเสาร์ วันอาทิตย์และวันหยุดราชการอื่น ๆ ด้วย นอกเหนือจากเปิดทำาการตามปกติในวันธรรมดา ร้านเปิดเวลา 10 นาฬิกา และ ปิดเวลา 20 นาฬิกา อย่างไรก็ดี ห้างสรรสินค้า จะไม่ตรงกันทุกห้าง ร้านค้าของประเภทสินค้าพิเศษบางร้านอาจจะไม่เปิดขายใน วันอาทิตย์ และวันหยุดราชการก็ได้ โปรดสังเกตว่า ห้างสรรพสินค้ามักจะปิดห้างเร็วกว่าร้านค้าอื่น ๆ ประมาณ 1 ชั่วโมง ( ราว ๆ 19 น. )
เครื่องใช้ไฟฟ้า : ข้อควรระวังเวลาซื้อก็คือ
** ตรวจดูให้แน่ใจเสียก่อนว่า กระแสไฟที่ระบุไว้นั้น สามารถปรับให้เข้ากับระบบไฟฟ้าในบ้านของท่าน
** ในแต่ละประเทศ ระบบของวีดีโอ ไม่เหมือนกัน ดังนั้นโปรดขอคำยืนยันจากผู้ขายก่อนว่าวีดีโอ ที่ท่านจะซื้อนั้นสามารถใช้ได้ในประเทศของท่าน

<<เรื่องที่ควรทราบ>>
การนำเข้าสิ่งของโดยปลอดภาษี ของใช้ส่วนตัวและอุปกรณ์ประกอบอาชีพ สามารถนำเข้าไปในญี่ปุ่นได้โดยปลอดภาษี ตราบใดที่เจ้าหน้าที่ศุลการเห็นชอบด้วยเนื้อหาและปริมาณของสิ่งที่นำเข้าไปนั้น นอกจากนี้ ท่านยังสามารถนำเข้าของปลอดภาษี บุหรี่ 400 มวน ยาสูบ 500 กรัม หรือซิการ์ 100 มวน เครื่องดื่มมีอัลกอฮอล์ 3 ขนาด น้ำหอม 2 ออนซ์ และของกำนัล ตลอดจนของที่ระลึก ซึ่งตีราคารวมกันแล้วไม่ถึง 200,000 เยนหรือเทียบเท่า บุคคลที่อายุไม่ถึง 19 ปี และอายุเพียง 19 ปี ไม่อนุญาติให้นำเข้าบุหรี่หรือเครื่องดื่มมีอัลกอฮอล์
กระแสไฟฟ้าในญี่ปุ่น ตามบ้านเรือนทั่วไป ใช้กระแสไฟฟ้า 110 โวลท์ ชนิดกระแสสลับทั่วประเทศ แต่มีไซเกิ้ลสองขนาด คือ ภาคตะวันออกใช้ 50 เฮิร์ช ภาคตะวันตกใช้ 60 เฮิร์ช โรงแรมในญี่ปุ่น โดยเฉพาะเมืองใหญ่จะมีปลั๊กไฟสองระบบ คือ 110 และ 220 โวลท์ให้ใช้แต่เต้าเสียบมักจะใช้ชนิดสองขาเท่านั้น โรงแรมมีเครื่องเป่าผมและเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดอื่น ๆ มีให้เช่า
หมายเหตุ
: * ไปไหนมาไหนในญี่ปุ่น ต้องพกผ้าเช็ดหน้าหรือกระดาษทิชชูเสมอร้านอาหารในญี่ปุ่นจำนวนมากไม่บริการผ้าเช็ดมือ มีบริการแต่เพียง " โอชิโบริ " ท่านั้น ( ผ้าร้อนเช็ดมือ )
: * ส้วมสาธารณะตามริมถนน หรือในสถานีรถไฟ มิใช่จะมีการะดาษชำระหรือกระดาษเช็ดมือไว้บริการทุกแห่งเสมอไป
: * โรงแรมระดับดีจะมีอุปกรณ์ใช้ส่วนตัวบางอย่างให้ใช้ฟรี โดยไม่จำเป็นต้องเช่า ได้แก่ เครื่อเป่าผม และเครื่องแปลงกระแสไฟ
: * น้ำก๊อกในญี่ปุ่นทุกแห่งปลอดภัยดื่มได้ น้ำแร่มีจำหน่ายทั่วไป

สินค้าน่าซื้อ
การช๊อปปิ้งในญี่ปุ่น หมายถึง ท่านกำลังจะก้าวผ่านประตูเข้าไปพบสิ่งใหม่ ๆ ซึ่งมีตั้งแต่ศิลปวัตถุ แบบประเพณีนิยมของญี่ปุ่น ไปจนถึงสินค้าไฮ-เทค สำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่เอี่ยมล่าสุด และหากท่านต้องการคำแนะนำว่าน่าจะซื้ออะไรดี
โปรดอ่านข้อมูลต่อไปนี้ดู
ไข่มุก : มีขนาดแตกต่างมากมายด้วยสีและ รูปร่าง และขนาด ราคาขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอของสี ไ ขนาดและความมันวาว
เครื่องใช้ฟฟ้า : วิทยุทรานซิสเตอร์ เครื่องทีวีขนาดจิ๋ว เครื่องเล่นซีดี เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัว เครื่องเล่นวีดี โอเทป กล้องถ้ายวีดีโอ เครื่องเล่นบันทึกเทป เครื่องอุปกรณ์สเตริโอและไฮ-ไฟ นาฬิกาแบบ ดิจิตอล เครื่องคิดเลขขนาดจิ๋วอิเลคโทรนิค หาซื้อได้ทั่วไปในญี่ปุ่น สินค้าเหล่านี้ทุกชิ้นมีชื่อ เสียง และคุณภาพสูงใช้งานได้ดียิ่ง
กล้องถ่ายรูป : ทั้งชนิดกล้องถ่ายภาพนิ่งและกล้องถ่ายถาพยนต์ ตลอดจนเลนส์ และเครื่องอุปกรณ์ประกอบ อื่น ๆ รวมทั้งกล้องส่องทางไกล กล้องจุลทัศน์ เป็นสินค้าน่าซื้ออีกประเภทหนึ่ง
นาฬิกา : ตามห้างสรรสินค้า ร้านขายเครื่องเพชรพลอยอัญมณี และตามอาร์เขตของโรงแรมใหญ่ ๆ ใน ญี่ปุ่น ยี่ห้อเซย์โก้ และ ซิติเซนเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียง และหาซื้อง่าย
ศิลปหัตถกรรม : สินค้าพื้นเมืองของญี่ปุ่นประเภทนี้ เหมาะสำหรับเป็นของที่ระลึกติดมือกลับบ้าน ตามแหล่ง ท่องเที่ยวแทบทุกแห่ง จะมีแหล่งผลิตสินค้าพื้นเมือง ของตนเอง ซึ่งมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำแบบที่ อื่น ๆ ซึ่งเป็นมรดกตกทอดการสร้างสรรค์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านของชาวญี่ปุ่น
เครื่องจักสาน : ต้นไผ่มีขึ้นอยู่ทั่วไปทุกภาคในญี่ปุ่น และชาวญี่ปุ่น นิยมใช้ไม้ไผ่มาผลิตเป็นเครื่องตกแต่ง บ้าน และเครื่องใช้ในครัวเรือนกันมาก
ตุ๊กตา : ตุ๊กตาญี่ปุ่นมีรูปแบบแตกต่างกันมากมายหลากหลายยิ่งนัก แต่ละชนิดสะท้อนให้เห็นภาพ ของภูมิหลังชนบทหรือท้องถิ่นบ้าง หรือสะท้อนประวัติศาสตร์บางยุคสมัยบ้าง
พัด : พัดด้ามจิ๋ว ชนิดที่ใช้ในการฟ้อนรำแบบญี่ปุ่น มีความสะดุดตาน่าสนใจ ด้วยวิธีออกแบบสีสัน ทำให้คนที่ได้พบเห็นรู้สึกชอบและอยากซื้อไว้ประดับบ้าน

ชุดกิโมโน : เป็นของน่าซื้อย่างยิ่ง ด้วยผีมือการย้อม การปัก และการทอ ที่เยี่ยมยอดสุด ๆ
เครื่องเขิน : เครื่องเขินของญี่ปุ่นมีความทนทานมากและการผลิตก็ใช้ฝีมือและความประณีตสูง
โคม : โคมกระดาษสีสวยหวานบางเบา และตกแต่งด้วยลวดลายกระจุ๋มกระจิ๋ม ที่ผลิตขึ้น ในจังหวัดกินฟุ เป็นชนิดที่ใช้สำหรับฤดูร้อนเหมาะแก่การแขวนไว้ที่เพดานระเบียงใต้ชายคา
เครื่องปั้นดินเผา : สินค้าประเภทนี้ที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อได้แก่จาน แจกัน และเครื่องใช้พิธีชงชาตลอดจนวัสดุ ที่มีคุณค่าทางศิลปน่าซื้อหา
เครื่องลงยา : งานฝีมือเครื่องลงยาของญี่ปุ่น มีคุณภาพสูง และงดงามด้วยความระยิบระยับแพรวพราว ตลอดจนการออกแบบที่มีคุณค่าทางศิลปอย่างสูง
เครื่องถม : เสน่ห์ของสินค้าประเภทนี้ อยู่ที่ความงามของการออกแบบลวดลายที่อ่อนช้อย เงิน / ทอง ประณีตในลวดลายมีแผ่นเงินและแผ่นทองฝั่งอยู่บนพื้นผิวที่เป็นเหล็กสีดำ
ผ้าไหม : ผ้าไหมญี่ปุ่นมีคุณภาพที่เหนือกว่า ความชำนาญของช่างย้อมและ ลวดลายที่ไม่ซ้ำใคร ทำให้ ไหมญี่ปุ่นมีความงดงามหาที่เปรียบได้ยาก
ภาพพิมพ์ ( UKIYOE ) : ภาพพิมพ์จากแม่พิมพ์ไม้ สีสันสดใส แสดงภาพชีวิตและวิวของญี่ปุ่นในปัจจุบัน กำลัง แพร่หลายสู่ความนิยมโดยผู้ชอบเก็บสะสมที่เป็นชาวญี่ปุ่น และชาวต่างชาติ
นักท่องเที่ยวจะซื้อสินค้าเหล่านี้ได้ : ตามอาร์เขตในโรงแรมใหญ่ ๆ มีร้านค้าและสรรพสินค้าเหล่านี้วางขาย หรือ
ร้านค้าของเฉพาะอย่างที่มีราคาปลอดภาษี นอกจากนี้ยังอาจจะหาซื้อได้ตาม ศูนย์การค้า หรือห้างสรรพสินค้าซึ่งพนักงานขายมักจะพูดภาษาอังกฤษได้

ย่านจับจ่ายสินค้าใต้ดิน : ย่านเดินซื้อของใต้ดินเหล่านี้มักจะอยู่ตามหรือใกล้สถานีรถไฟใหญ่ ๆ และใต้ตึก ใหญ่ ๆ ในย่านชุมชนคับคั่งของเมืองโตเกียว เกียวโต และฟุกุโอกะ รายละเอียด หาก ต้องการทราบ โปรดติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานศูนย์ข่าวสาร " ไอ เซ็นเตอร์
ร้านค้าสินค้าพิเศษเฉพาะอย่าง : ร้านค้าประเภทนี้จำนวนมาก จะพบได้ตามย่านสินค้าหรูหราของเมืองใหญ่ มีของที่น่าซื้อน่าสนใจมากมาย นับแต่เครื่องเขียนไปจนถึงของเล่น และเสื้อผ้า มียี่ห้อราคาแพง
ร้านคอนวีเนียนสโตร์และเครื่องขายอัตโนมัต
: จำหน่ายนิตยสาร แปรงสีฟัน อาหารสำเร็จรูป เครื่องดื่มร้อน-เย็น และอื่น ๆ อีกมากมาย
ซุเปอร์มาเก็ต : ในย่านที่พักอาศัยมีซุเปอร์มาร์เก็ตอยู่มากแห่ง และราคาสินค้าค่อนข้างถูกกว่าในห้างสรรสิน ค้าค่อนข้างถูกกว่าในห้างสรรสินค้า ท่านมีเวลามากก็สามารถจะเดินชมสรรพสิ่งของที่วางโชว์ บนชั้นของที่วางโชว์บนชั้นวางสินค้าเป็นแถว ๆ ในห้างได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็นสินค้า อาหาร เครื่องใช้ในการปรุงอาหาร และสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อีกมากมาย ร้านซุปเปอร์ มาร์เก็ตเหล่านี้ มีสาขาเครือข่ายมากมายทั่วประเทศ ได้แก่ ไดเอย์ เชย์ยุ จัสโก้ และ อิโตโยะกะโด

บริการที่ควรทราบเมื่อเดินทางถึงท่าอากาศยาน
ศูนย์ข่าวสารการท่องเที่ยวนาริตะ ( เรียกย่อย ๆ ว่า นาริตะ ทีไอซี ) โปรดแวะที่สำนักงานนาริตะ ทีไอซี ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณห้องโถงผู้โดยสารขาเข้าในเทอมินั่ล 2 เพื่อรับข้อมูลข่าวสารก่อนเดินทางเข้าเมืองโตเกียว ที่นั่นมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับ และสามารถใช้ภาษาพูดได้หลายภาษา เชี่ยวชาญด้านให้ข่าวสารการท่องเที่ยว สามารถตอบคำถามไขข้อข้องใจและมอบแผนที่ตลอดจนเอกสารคู่มือท่องเที่ยวให้โดยไม่คิดมูลใด ๆ ช่วยประหยัดเวลาวางแผนการท่องเที่ยวได้ล่วงหน้า เวลาเปิดทำการของนาริตะ ทีไอซี ตั่งแต่ 9.00 ถึง 20.00 น. ทุกวันตลอดปี
บริการขนส่งสัมภาระถึงที่พัก
หากท่านไม่ปรารถที่จะหอบหิ้วสัมภาระของท่านไปเองจนถึงที่พัก ท่านสามารถจะจัดการให้มีการขนส่งไปจนถึง โรงแรมที่ท่านพักได้ในวันรุ่งขึ้น เคาน์เตอร์สำหรับรับบริการดังกล่าวนี้ มีประจำอยู่ที่ท่าอากาศยานได้แก่ บริษัท เอบีซี จำกัด คะมะทะกิ อุนยู จำกัด ( เรียกย่อย ๆ ว่า คิวแอล ไลเน่อร์ ) บริษัท นิวพาสเซนเจอร์ เซอร์วิส ( เอ็นพีเอส ) บริษัทสกาย พอร์ตเท่อร์ และ กรีน พอร์ท เอเย่นซี ( จีพีเอ ) ค่าบริการต่อหนึ่งชิ้นหนักไม่เกิน 30 กก. ชิ้นละ 2,000 เยน
บริการแลกคูปองเจแปน เรล พาส เมื่อถึงท่าอากาศยาน มีสิ่งที่จะต้องทำอีกอย่างหนึ่ง คือ รับตั๋วรถไฟเจแปน เรล พาส โดยนำคูปองไปแลก ที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วรถไฟของเจอาร์ ( เจแปน เรลเวย์ ) ซึ่งเปิดทำการทุกวันตั้งแต่ 6.45 น. ถึง 21.30 น. วันเริ่มต้นใช้ตั๋ว เจแปน เรลพาส จะเริ่มวันใดก็ได้ภายในระยะเวลา 3 เดือนนับจากวันออกคูปอง บัตรที่ได้รับสามารถใช้ได้กับการนั่งรถไฟเจอาร์ จากนาริตะเข้าตัวเมืองโตเกียวด้วย ( สาย NARITA EXPRESS )
ท่าอากาศยานนิวโตเกียวอินเตอร์เนชั่นแนล
หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ท่าอากาศยานนาริตะ เพราะตั้งอยู่ที่เมืองนาริตะ นั้น ห่างจากเมืองโตเกียวประมาณ 60 กม. วิธีเดินทางเข้าเมืองโตเกียว หลังจากเครื่องบินแล้ว อย่างสะดวกที่สุดและจ่ายน้อยที่สุด จึงควรเป็นเรื่องทื่ต้องทราบ มีวิธีเดินทางไปโตเกียวและโยโกฮาม่า จากนาริตะ หลายวิธี หรือถ้าหากท่านบินไปลงที่ท่าอาศยานคันไซ ก็ควรจะทราบวิธีเดินทางจากท่าอากาศยานคันไซ เข้าไปยังตัวเมืองโอซาก้า เกียวโต และ โกเบโปรดเลือกวิธีใดวิธีหนึ่งดังต่อไปนี้
บริการลีมูซีน บัส
นักท่องเที่ยวที่มีกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ วิธีเดินทางเข้าโตเกียวที่สะดวกที่สุด น่าจะเป็นการโดยสารรถลีมูซีนบัสไปลงที่ปลายทาง คือ โตเกียวซิตี้แอร์ เทอร์มินั่ล ( ที-แคท ) ประโยชน์ที่นับว่าเอื้ออำนวยความสะดวกให้ท่านมากที่สุดก็คือ ท่านสามารถบรรทุกกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ ไป เช็ค-อินที่ ที-แคท ได้เลย เป็นการลดภาระที่จะต้องแบกกระเป๋าไปเช็ค-อินที่ท่าอากาศยาน ลีมูซีนบัส มีความสะดวกสบายด้วยทีนั่งปรับเอนนอนได้และกระจกหน้าต่างกว้างมาก จะมาจอดรับผู้โดยสาร ที่ริมทางเท้า ด้านนอกอาคารผู้โดยสารขาเข้า ก่อนออกจากห้องโถงมาขึ้นรถบัสข้างนอก มีเคาน์เตอร์ขายบัตรตั้งเรียงตามยาวของผนัง ท่านจะเลือกรถคันที่ไปลงยังโรงแรมที่ท่านพักได้ หรือมิฉะนั้น หากโรงแรมที่ท่านพัก ไม่เป็นจุดแวะของลีมูซีนบัส ท่านก็จะสามารถเลือกโรงแรมที่ใกล้ที่สุดกับที่พักนอกจากตามโรงแรมต่าง ๆ ในโตเกียวแล้วยังไปสนามบินฮาเนดะ สำหรับต่อเครี่องบินในประเทศไปลงเมืองอื่น ๆ และยังไปลงที่เมืองโยโกฮามาด้วย ลีมูซีนดังกล่าวนี้ ไม่จอดแวะที่ไหนเลยนอกจากปลายทางเท่านั้น
บริการแท๊กซี่
บริการแท็กซี่จากสนามบินนานาชาตินาริตะเข้าเมืองโตเกียว นอกจากแท๊กซี่โดยสารที่กำหนดค่าโดยสารตามมิเตอร์อีกทั้งค่าทางด่วนต่างหากรวมแล้วประมาณ 25,000 เยนหรือมากกว่า ปัจจุบันมีบริการมินิแท็กซี่ ขนาดกลางนั่งรถรวมกัน 9 คน เฉลี่ย ๆ คนละ 35,000 เยน ถึง 5,000 เยน ขึ้นอยู่กับจุดหมายปลายทางในเมืองโตเกียว แต่ต้องรอจนเต็มคน หากผู้โดยสารต้องการความเป็นส่วนตัวคนเดียว หรือเฉพาะกลุ่ม ก็จะมีรถมินิแวนแท็กซี่หรือลีมูซีนแท็กซี่ให้บริการแบบเหมาจ่าย ซึ่งค่าโดยสารจะคิดตามปลายทางในเขตต่าง ๆ ของโตเกียวเที่ยวละ 14,000 เยน ถึง 20,000 ยังไม่รวมค่าท่างด่วน 2,350 เยน ค่าสำรองที่นั่งอีก 400 เยน ค่ารับตามเส้นทาง 660 เยน การสำรองที่นั่งล่วงหน้าทำได้ที่ ฮิโนมารู ลิมูซีนแท็กซี่ โทร. 03-3212-0505
ท่าอากาศยานคันไซและอื่น ๆ
คันไซเป็นท่าอากาศยานใหญ่อันดับสองของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอ่าวโอซาก้า ห่างจากฝั่งทะเล 5 กม. และห่างจากสถานีรถไฟเจอาร์ชิน-โอซาก้าราว 60 กม. สำหรับผู้โดยสารที่ใช้ท่าอากาศยานคันไซ ในห้องโถงผู้โดยสารขาเข้า ( บนพื้นที่ 1 ชั้น ของอาคาร ) มีศูนย์ข่าวสารการท่องเที่ยวคันไซตั้งอยู่เปิดทำการทุกวันระหว่าง 9.00 น. ถึง 21.00 น. และที่ท่าอากาศยานคันไซ มีธนาคาร 9 ธนาคารให้บริการรับแลกเงิน ซึ่งในจำนวนนี้มากกว่า 1 ธนาคาร เปิดทำการระหว่าง 6.00 น. ถึง 23.00 น. ท่านที่ซื้อคูปอง เจแปน เรลพาส จะแลกเป็นตั๋วรถได้ที่ เจอาร์ อินฟอร์เมชั่นเคาน์เตอร์ ในห้องโถงผู้โดยสารขาเข้าจากต่างประเทศ ( บนพี้นชั้น 1 เปิดทำการทุกวัน ระหว่าง 9.30 น. ถึง 19.00 น. ) หรือแลกเป็นตั๋วรถไฟได้ที่ " มิโดริโนะ-มะโดงุจิ " ( หน้าต่างหรือช่องขายตั๋วสีเขียว ) สถานีเจอาร์คันไซแอร์พอร์ท มีสำนักงานจองที่นั่งรถไฟ เปิดทำการทุกวันระหว่าง 5.30 น. ถึง 23.00
เครือข่ายการคมนาคมในประเทศ
ญี่ปุ่นมีระบบการขนส่งมวลชนที่ได้พัฒนาสูงสุดในโลก โดยเฉพาะระบบการรถไฟที่ครอบคลุมเกือบทุกจุดหมายปลายทางทั้งหมดในประเทศ นอกจากนี้ยังมีทางหลวง และบริการการบินภายในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างดีและมีรถบัสหรือแท็กซี่เป็นบริการเสริมเชื่อมในและรอบเมืองต่าง ๆ ขณะที่เรือเฟอรี่ก็มีบริการเชื่อมระหว่างเมืองท่าโตเกียว โอซาก้าและโกเบกับเมืองท่าหลักบนเกาะฮ๊อกไกโด คิวชู ชินโกกุ ด้วย
สายการบินในประเทศ
ได้แก่ บริษัทสายการบิน เจแปนแอร์ไลน์ส ( เจเอแอล ) ออลนิบปอนแอร์เวย์ส ( เอเอ็นเอ ) เจแปน แอร์ซิสเท็ม ( เจเอเอส ) และอีกหลายบริษัทที่ให้บริการเดินอากาศในประเทศอย่างทั่วถึง นักท่องเที่ยวที่มีเวลาจำกัดมีโอกาศเลือกใช้บริการจากจุดใดจุดหนึ่งซึ่งห่างไกลจากบริการของชินคังเซน หรือรถไฟด่วนพิเศษ การจองเที่ยวบินในประเทศสามารถทำได้โดยติดต่อบริษัทนำเที่ยวใหญ่ ๆ หรือ ติดต่อตรงไปที่เจเอแอล ( โทร. 0120-25-5971 ) เอเอ็นเอ ( โทร. 0120-029-222 ) หรือ เจเอเอส ( โทร. 0120-51-1283 )
เรือเฟอรี่และเรือสำราญท่องเที่ยว ( ครูซ )
ญี่ปุ่นบริการเรือเฟอรี่ เชื่อมโยงเกาะต่าง ๆ เข้าด้วยกันมีมากมาย เส้นทางที่ใช้กันมากก็คือ เส้นทางจากโตเกียวไปยังท่าเรือทางเหนือ บนเกาะฮ๊อกไกโด และทางใต้ก็มีบริการไปไกลจนถึงหมู่เกาะโอกินาวา เส้นทางผ่านทะเลในประเทศซึ่งอยู่ระหว่างเกาะฮอนซูและชิก๊กกุ วกเวียนลัดเลาะไปตามเกาะแก่งดาระดาดอยู่ในทะเล มีเรือหรูหราโอ่อ่าสำหรับหาความสำราญในการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจเลียบไปตามฝั่งทะเลของเกาะต่าง ๆ จากท่าเรือแห่งหนึ่ง การท่องเที่ยวทางน้ำ เป็นวิธีการท่องเที่ยวที่แปลกรูปแบบออกไป และให้ความสดชื่นเพลิดเพลินในการท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่ง
รถบัส
เจอาร์มีบริการรถบัสทางไกลระหว่างโตเกียวและเมืองใหญ่อื่น ๆ แม้ว่าการเดินทางจะกินเวลานานกว่ารถไฟ บางครั้งก็เป็นเพราะการจราจรติดขัดมากแต่ค่าโดยสารก็มีราคาถูกกว่าค่าโดยสารรถไฟชินคันเซน รถบัสที่บริการโดยบริษัทเอกชนก็มีอีกมาก สำหรับบริการการเดินทางระหว่างเมืองใหญ่ ๆ ประโยชน์ของการใช้รถบัสเดินทางตอนกลางคืนนอกจากประหยัดค่าโรงแรมไปหนึ่งคืน ยังได้รับความสะดวกสบายในการเดินทาง และเป็นการเดินทางที่ประหยัดค่าใช้จ่ายแม้ว่าจะเดินทางกลางวันก็ตามบนเส้นทาง ที่นับว่าเหมาะอย่างยิ่งกับการทัศนาจร แต่บางครั้งการใช้บริการรถบัสในเมือง ก็เป็นการยุ่งยากสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่รู้ภาษาญี่ปุ่น
รถเช่า
เนื่องจากว่าการจราจรในเมืองใหญ่ติดขัดมาก จึงไม่ขอแนะนำให้ท่านใช้รถขับเอง แต่ก็มีบริการตามสถานีในเมืองใหญ่และสนามบินซึ่งผู้ใช้บริการต้องมีใบขับขี่สากล
การเดินทางโดยรถไฟระยะไกล ในญี่ปุ่นรวมทั้งเจแปนเรลเวย์ ( เจอาร์ไลน์ ) กลุ่มหกบริษัทเครือข่ายเกือบทั่วประเทศ ผนวกกับอีกหลายบริษัทในเมืองใหญ่มากมาย มีบริการเดินทางระยะไกลของเจอาร์ รวมถึงรถด่วนพิเศษ รถด่วนประเภทไม่จอดสถานีย่อย ๆ รถด่วนมีตู้นอน ซึ่งคิดอัตตราตามระยะทาง รวมทั้งบริการสำรองที่นั่ง ซึ่งมีบริการรับจองตั๋วชั้นต่าง ๆ ได้ที่ ช่อง Green Window ( Midori No Guchi ) หรือจองทางอินเตอร์เน็ต เว็ปไซท์
www.worid.eki-net.com
เจแปนเรลพาส ( เจอาร์พาส )
เจอาร์ เรลพาสเสนอความสะดวกที่มีค่ายิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวจากต่างแดนในการใช้คูปองรถไฟนี้ท่องเที่ยวโดยไม่จำกัดระยะทางโดยรถไฟเจอาร์ รถบัสหรือเรือเฟอรี่ที่เป็นของเจอาร์ รวมถึงรถไฟด่วนพิเศษ ( ขินคันเซน ) ด้วย ( ยกเว้น เพียงรุ่นล่าสุดที่ชื่อ Nozomi ซึ่งแล่นระหว่างโตเกียวถึงฟุคุโอกะ สายโทไคโด และรถไฟไดใต้ดินตามเมืองต่าง ๆ ) การซื้อตั๋วต้องซื้อจากนอกประเทศญี่ปุ่น ตามบริษัทท่องเที่ยวที่เป็นตัวแทนจำหน่ายในกรุงเทพ ฯ หรือสายการบินออลนิปปอนแอร์เวย์สวันเริ่มต้นใช้ตั๋วจะเริ่มวันใดก็ได้ภายใน 3 เดือน นับจากวันออกคูปองอย่างต่อเนื่องจนครบระยะเวลาที่ระบุในตั๋ว โดยการนำคูปองไปแลกเป็นบัตรที่วิวพลาซ่าหรือแทรเวิลเซอร์วิสเซนเตอร์ หรือเจอาร์เคาน์เตอร์ ในท่าอากาศยานนาริตะ และคันไซ พร้อมสำรองที่นั่งรถไฟด่วนเข้าเมืองโตเกียวหรือโอซาก้าได้เลย หากยังไม่เริ่มใช้จากสนามบินก็สามารถนำไปแลกเป็นตั๋วรถไฟจริง ได้ที่ช่องหน้าต่างเขียวที่มีอยู่ในสถานีใหญ่ตามเมืองต่าง ๆ พร้อมจองที่นั่งได้ทันทีจองล่วงหน้า
การเดินทางในเมืองระยะใกล้
รถไฟและรถใต้ดิน วิธีใช้รถไฟในเมืองและรถไฟใต้ดิน ก่อนอื่นต้องซื้อบัตรหรือตั๋ว ที่เครื่องขายตั๋วหรือที่ช่องหน้าต่างขายตั๋ว เมื่อเดินผ่านช่องทางเข้าชานชาลา พนักงานจะหนีบตั๋วของท่าน หรือมิฉะนั้นท่านจะต้องสอดตั๋วลงในช่องของเครื่องปั๊มรู เมื่อผ่านเข้าไปแล้ว โปรดเก็บตั๋วนั้นไว้ให้ดี เพราะว่าท่านจะต้องคืนตั๋วเมื่อออกจากสถานีปลายทาง ถ้าที่สถานีไม่มีแผนผังบอกระยะทางและราคาเป็นภาษาอังกฤษ ท่านควรซื้อที่ราคาถูกที่สุดที่ระบุไว้บนเครื่องขายตั๋วอัตโนมัตแล้วไปจ่ายเพิ่มส่วนที่ยังขาดอยู่เมื่อถึงสถานีปลายทางของท่าน จะมีสำนักงานปรับราคาค่าตั๋วให้ถูกต้อง ก่อนที่ท่านจะผ่านไม้กั้นประตูทางออก
รถไฟเจอาร์และรถใต้ดินทุกขบวน มีป้ายบอกชื่อสถานีทั้งในภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ อยู่ที่ชานชาลา ชื่อสถานีเขียนด้วยอักษรขนาดใหญ่อยู่กลางป้าย ชื่อสถานีข้างเขียง คือที่จะไปถึง และที่ผ่านมาแล้ว เขียนด้วยอักษรขนาดเล็กลงอยู่ใต้ชื่อสถานี หรือมิฉะนั้นก็เรียงกับชื่อสถานี
เจอาร์บริการรถไฟระยะทางไกลและ รถไฟสายหลักไปยังชุมชนชาญเมืองใหญ่ที่หนาแน่นต่าง ๆ รถไฟเอกชนนั้นโดยปกติ จะมีระยะทางบริการภายใน 100 กิโลเมตร เชื่อมโยงเมืองใหญ่เข้ากับชาญเมือง และเข้ากับสถานที่ท่องเที่ยวที่คนนิยม
ในโตเกียวและโอซาก้า รถไฟและรถใต้ดิน ที่ท่านใช้ร่วมกันในการเดินทาง จะพาท่านไปยังจุดหมายที่ต้องการได้ทุกแห่ง อย่างไรก็ดี โปรดหลีกเลี่ยงรถใต้ดินและรถไฟชานเมืองระหว่างช่วงเช้า 7.30 ถึง 9.30 น. ช่วงเย็น ระหว่าง 17.00 ถึง 18.00 น. ซึ่งเป็นชั่วโมงเร่งด่วน บริการขนส่งมวลชนทุกชนิดทุกประเภทหยุดบริการเมื่อถึงเวลาประมาณเที่ยงคืน ในช่วงดังกล่าวนั้นอาจจะหาแท็กซี่ได้ยาก ค่าแท็กซี่จะแพงขึ้นกว่าปกติราว 30 % ถ้าใช้หลังจาก 23.00 น. ไปจนถึง 5.00 น. ในเมืองบางเมือง มีการขายตั๋วชนิดใช้ 1 วัน ให้แก่ผู้ต้องการใช้ทั้งรถไฟและรถใต้ดินในเมืองนั้น ๆ โดยไม่จำกัดจำนวนครั้งและระยะทางด้วย
รถบัสในเมืองใหญ่
เมื่องใหญ่ทุกเมืองมีเส้นทางบริการรถบัสในตัวเมืองไว้เป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ดีน่าเสียดายที่ไม่มีป้ายจอดรถบัสเป็นภาษาอังกฤษและบางเส้นทางบางสายก็ซับซ้อนย้อนยอกน่ากลัวทาง แม้แต่ชาวเมืองเองก็ยังยากจะเข้าใจในบางกรณี ยอกเว้นเมืองเกียวโต ซึ่งรถบัสมีบริการที่สุดจะสะดวกใช้ง่าย และมีประกาศเป็นภาษาอังกฤษบนรถด้วย ในเมืองนึ้นักท่องเที่ยวสามารถใช้ตั๋วรถเมล์ " City Bus One Card ) 500 เยน ในการเที่ยวชมสถานที่ต่าง ๆ ทั้งวัน
การโดยสารรถเมล์โดยซื้อตั๋วแยกต้อง ฉีกตั๋วออกมาจากที่ปล่อยตั๋วด้วยตัวของท่านเอง บนตั๋วระบุตัวเลชที่หมายถึงค่าโดยสารของท่านจะอยู่ในโซนใดแล้วแต่ว่าท่านขึ้นจากจุดใด ด้านหน้ารถภายในตัวรถ มีป้ายบอกราคาค่าโดยสารเป็นแผง ซึ่งจะเปลี่ยนจำนวนเงินค่าโดยสารไปเรื่อย ๆ ตามระยะทางที่รถวิ่งไป หากตั๋วของท่านมีตัวเลข 3 อยู่บนแผงแสดงราคาค่าโดยสารของท่านจะปราฏก ในช่องที่มีเลข 3 ท่าน ก็จะหย่อนค่าโดยสารจำนวนนั้นลงไปในกล่องเงินสดข้างที่นั่งพนักงานขับรถ แล้วจึงลงจากรถไฟ มีเพียงสองสามกรณีเท่านั้นที่ค่าโดยสารคิดอัตราตายตัว ขื่อสถานีปลายทางของรถบัสเขียนด้วยภาษาญี่ปุ่นเหนือกระจกกันลมด้านหน้า แต่ก็มักจะมีหมายเลขของเส้นทางปรากฏ อยู่ด้วยเสมอ ท่านควรจะขอให้พนักงานโรงแรมที่ท่านพัก ช่วยเขียนจุดหมายปลายทางที่ท่านจะไปเป็นภาษาญี่ปุ่น เพื่อว่า พนักงานขับรถบัส หรือคนอื่น ๆ ที่รอรถบัสอยู่จะช่วยชี้รถบัสที่ท่านต้องการได้
แท็กซี่
:
สำหรับการเดินทางในเมืองใหญ่ ๆ แท็กซี่เป็นบริการที่สะดวกใช้ง่าย การโบกเรียกแท็กซี่ ท่านจะต้องดูเสียก่อนว่า ไฟแดงที่มุมล่างขวาของกระจกกันลมหน้ารถนั้นมีแสงไฟหรือไม่ ( มุมขวาล่างเมื่อท่านมองออกไปที่ตัวรถไม่ใช่มุมขวาล่างที่คนขับรถมองเห็น ) ถ้าไฟไม่ใช่สีแดง แต่เป็นสีอื่น แสดงว่า รถคันนั้นยังไม่ว่าง เพราะมีคนเรียกอยู่หรือจองอยู่ ผู้โดยสารขึ้นนั่งแท็กซี่ทางประตูด้านเบาะหลังทางซ้ายของตัวรถ ซึ่งพนักงานขับจะเปิดให้โดยปุ่มเปิด-ปิดอัตโนมัตในญี่ปุ่นไม่มีประเพณีให้ทิป ท่านชำระเพียงค่าโดยสารตามมิเตอร์เท่านั้น

ข้อมูลญี่ปุ่นเพิ่มเติม

ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ตั้งอยู่ด้านฝั่งตะวันออกของทวีปเอเชีย หรือทางตอนเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิก หมู่เกาะญี่ปุ่นทอดตัวเป็นรูปโค้งเหมือนพระจันทร์เสี้ยว จากทางตอนเหนือที่ละติจูด 45 องศา 33 ลิปดาเหนือ มาทางใต้ ที่ละติจูด 20 องศา 25 ลิปดาเหนือ โดยมีความยาวทั้งสิ้น 3,800 กม.

ลักษณะภูมิประเทศ เป็นประเทศหมู่เกาะ ประกอบด้วยเกาะใหญ่น้อยประมาณ 3,900 เกาะ โดยมีเกาะใหญ่ที่สำคัญ 4 เกาะ คือ

1) ฮอกไกโด (83,517 ตารางกม.)
2) ฮอนชู (231,012 ตารางกม.)
3) ชิโกกุ (18,800 ตารางกม.)
4) กิวชู (44,379 ตารางกม.)

ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นภูเขา โดยร้อยละ 71 ของพื้นที่ทั้งหมดของญี่ปุ่นเป็นภูเขา ในขณะที่มีพื้นที่ราบเพียงร้อยละ 25 ซึ่งใช้เป็นพื้นที่ทางการเกษตรได้เพียงร้อยละ11 เท่านั้น ญี่ปุ่นมีภูเขาไฟมากประมาณ 1 ใน 10 ของทั้งโลก โดยมีภูเขาฟูจิเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศ (3,776 เมตร) และเป็นภูเขาไฟที่สงบอยู่แต่ยังไม่ดับ และจากการที่ญี่ปุ่นอยู่ในเขตที่มีภูเขาไฟมาก ทำให้มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นเสมอ

พื้นที่ ประมาณ 377,835 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยผืนดิน 374,744 ตารางกิโลเมตร และผืนน้ำ 3,091 ตารางกิโลเมตร

พื้นที่ชายฝั่งทะเล 29,751 กิโลเมตร

ประชากร ประมาณ 126.97 ล้านคน (พฤษภาคม 2545) อัตราการเติบโตของประชากร คือ ร้อยละ 0.15 (2545) ซึ่งนับเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับที่ 8 ของโลก ความหนาแน่นของประชากรประมาณ 336 คน/ตร.กม.

เชื้อชาติ เชื้อชาติญี่ปุ่น ในทางประวัติศาสตร์เชื่อกันโดยทั่วไปว่าบรรพบุรุษของชาวญี่ปุ่นได้แก่กลุ่มเผ่าพันธุ์หนึ่งที่เรียกในปัจจุบันว่า เผ่าพันธุ์ยามาโตะ ผสมกับคนที่อพยพมาจากแผ่นดินใหญ่ ได้แก่ จีนและเกาหลี ปัจจุบันคนต่างชาติกลุ่มใหญ่ที่อยู่ในญี่ปุ่น ได้แก่ ชาวเกาหลีและชาวจีน รวมทั้งเผ่าไอนุ ทั้งนี้ ญี่ปุ่นไม่ถือว่าประเทศของตนมีชนกลุ่มน้อย

ศาสนา ศาสนาใหญ่ ๆ มี 2 ศาสนา คือ ศาสนาพุทธ และศาสนาชินโต นอกจากนั้นได้แก่ ศาสนาคริสต์และลัทธิขงจื้อ

ภาษา ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาราชการ

การศึกษา ภาคบังคับ 9 ปี

อัตราการรู้หนังสือ ร้อยละ 99.9

วันชาติ วันที่ 23 ธันวาคม: วันพระราชสมภพของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ (พ.ศ. 2476 หรือ ค.ศ. 1933)

เมืองหลวง กรุงโตเกียว (Tokyo)

ภูมิอากาศ มี 4 ฤดูหลัก ที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน คือ
ฤดูใบไม้ผลิ : (มีนาคม-พฤษภาคม) อากาศอบอุ่น
ฤดูร้อน : (มิถุนายน-สิงหาคม) อากาศร้อนชื้นโดยมีช่วงฤดูฝนสั้น ๆ ประมาณ 1 เดือน ในช่วงต้นฤดู
ฤดูใบไม้ร่วง : (กันยายน-พฤศจิกายน) อากาศอบอุ่น โดยมีพายุไต้ฝุ่นมากในช่วงเดือนกันยายน
ฤดูหนาว : (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) อากาศหนาว มีหิมะตกมากทางภาคเหนือของประเทศและฝั่งทะเลญี่ปุ่น ส่วนทางใต้และฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก อากาศจะอบอุ่นกว่า
คลิกที่นี่เพื่อดูพยากรณ์อากาศวันนี้และอีก 10 วัน ที่กรุงโตเกียว

 

   
 
 


แนะนำที่พักและร้านอาหาร
ความคิดเห็นจากคุณ : มุก [ 17:21 18/6/2553 125.26.212.148 ]
อยากไปญี่ปุ่นแต่กลัวหลงทาง555+

ความคิดเห็นจากคุณ : ญี่ปุ่น [ 15:26 14/6/2553 124.157.190.51 ]
เชียร์ญึ่ปุ่นครับ

เชิญแนะนำการเดินทาง ที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ความประทับใจเชียงใหม่

ชื่อ / Email
ข้อความ
  


 
ติดต่อลงโฆษณา หมูหิน.คอม:
เว็บท่องเที่ยวอันดับหนึ่งเมืองไทย

บริการข้อมูล การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ท่องเที่ยวไทย
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว
การท่องเที่ยว

ข้อมูลท่องเที่ยวน่าสนใจ
ทัวร์แนะนำ
ทัวร์ต่างประเทศ ทัวร์พม่า ทัวร์ลาว ทัวร์กัมพูชา ทัวร์เวียดนาม ทัวร์อินโดนีเซีย ทัวร์อียิปต์ ทัวร์หลวงพระบาง
เมืองไทยของ เรา
ประวัติศาสตร์ชาติไทย 108 เส้นทางออม บุญ บินไปกลับขับรถเที่ยว เส้นทางความสุข อร่อยดีที่เชียงใหม่ อาหารไทย พระ ธาตุ เที่ยวคลอง-ล่องแม่น้ำ เที่ยวในเขตทหาร ขี่จักรยานเที่ยว เดินป่า เที่ยวน้ำตก ดูนก ดูดาว ดำน้ำ ล่องแก่ง- แคนู-คยัค ปีนหน้าผา ท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ Home Stay(โฮมสเตย์) นกในประเทศ ไทย มวย ไทย 102 เที่ยวออกรส 12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน ประวัติศาสตร์ 76 จังหวัด (แบบละเอียด)
 
 

-

 

 


Copyright © 2010 www.moohin.com. All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form prior permission.
ทางทีมงานหมูหิน.คอม ขอสงวนลิขสิทธิ์ การเผย แพร่ข้อมูล ภาพ เรื่อง และ วีดิโอ โดยไม่ได้รับอนุญาติ

*** ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลและแผนที่  กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ พันธุ์พืช ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลและแผนที่และภาพ ***
 หมูหิน.คอม:เว็บท่อง เที่ยวอันดับหนึ่งในเมืองไทย :: การท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทย ท่องเที่ยว ไทย สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศ ไทย ท่องเที่ยว สถานที่ท่อง เที่ยว การท่อง เที่ยว
หมูหิน: ท่อง เที่ยว l หมูหินคลับ l พระเครื่อง l ดิกชันนารี l ดูดวง l ฟังเพลง l หวย l เกมส์ l รวมเว็บ l ดารา l ฝากรูป l ทัวร์ต่างประเทศ l สอนร้องเพลงติดต่อเรา l ติดต่อ โฆษณา