Member Login
username
password
สมัครสมาชิก

ท่องเที่ยวภาคตะวันออก

ท่องเที่ยวภาคเหนือ

ท่องเที่ยวภาคกลาง

ท่องเที่ยวภาคอิสาน

ท่องเที่ยวภาคใต้

ท่องเที่ยวต่างประเทศ

www.MooHin.com > เชียงราย > เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า

เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่าพบพระสามมิติที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
"แม่สาย" ชื่อนี้เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี นอกจากเพลงของคาราบาว ที่โด่งดังไปทั่วแล้ว แม่สายเองก็เป็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดเชียงรายด้วย วันนี้หมูหินขอแนะนำ ตลาดแม่สายชายแดนฝั่งพม่า ทริปนี้เราไปพบพระสามมิติ ที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน สุดยอดมากเลยครับ ตามผมมาเดินเที่ยว ผ่านแดนไปพม่า และนั่งสามล้อไปเที่ยวพร้อมๆกันเลยครับ

คลิปวีดีโอตลาดแม่สาย 

อำเภอแม่สาย อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงราย 61 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 110 เป็นอำเภอเหนือสุดของประเทศไทย ติดกับจังหวัดท่าขี้เหล็กของประเทศพม่า โดยมีแม่น้ำแม่สายเป็นพรมแดน มีสะพานเชื่อมเมืองทั้งสองเข้าด้วยกัน ทั้งชาวไทยและชาวพม่าเดินทางไปมาหาสู่ค้าขายกันโดยเสรี นักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมเดินทางไปยังตลาดแม่สายและท่าขี้เหล็กของพม่า เพื่อซื้อสินค้าพื้นเมืองและสินค้าราคาถูก เช่น สบู่สุมนไพร เครื่องทองเหลือง ตะกร้า การข้ามไปท่าขี้เหล็ก นักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางเข้าเขตประเทศพม่าได้ทุกวัน ระหว่างเวลา 06.30 - 18.00 น. โดยใช้บัตรประชาชน หรือบัตรอื่นๆ ที่ทางราชการออกให้ ค่าบริการคนละ 30 บาท ค่าผ่านแดนเข้าพม่า 10 บาท สินค้าที่ไม่อนุญาตให้ซื้อเข้าไทย ได้แก่ สินค้าจากากวัตว์ป่า สุรา บุหรี่ต่างประเทศและซีดีลามกอนาจาร หากซื้อมาเพื่อการค้าต้องเสียภาษีนำเข้าให้ถูกต้อง (ด่านตรวจคนเข้าเมืองแม่สาย โทร. 053-731008 อำเภอแม่สาย โทร. 053-733233, 053-731396)

ก่อนที่จะข้ามแดนไปแม่สายหมูหินขอแนะนำให้ไปเที่ยวพระธาตดอยวาวก่อนครับ พระธาตุดอยเวา ตั้งอยู่ที่ หมู่ 1 ตำบลแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย (ตั้งอยู่บนดอยริมฝั่งแม่น้ำสาย) ตามประวัติกล่าวว่า พระองค์เวาหรือเว้าผู้ครองนครนาคพันธ์โยนกเป็นผู้สร้างเพื่อบรรจุพระเกศาธาตุองค์หนึ่งเมื่อ พ.ศ.364 นับเป็นพระบรมธาตุที่เก่าแก่องค์หนึ่งรองลงจากพระบรมธาตุดอยตุง บนพระธาตุดอยเวาได้จัดตกแต่งให้มีความร่มรื่นเป็นอันมาก มีหอชมทิวทัศน์ซึ่งสามารถชมทิวทัศน์ในตัวเมืองแม่สาย และจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนม่าร์ ได้อย่างชัดเจน มีรูปปูนปั้นแมงป่องช้าง (แมงเวา) ตัวขนาดใหญ่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ บริเวณลานกว้างทางด้านเหนือขององค์พระเจดีย์ มีอนุสาวรีย์ของ พระนเรศวรมหาราช พระสุพรรณกัลยา และพระเอกาทศรสประดิษฐานอยู่เคียงข้างกัน โดยอนุสาวรีย์ทั้ง 3 พระองค์สร้างขึ้นตามความตั้งใจของหลวงปู่โง่น โสรโย แห่งวัดพระพุทธบาทเขารวก จ.พิจิตร รวมทั้งมีปราสาทไพชยนต์ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อประกาศถึงคุณงามความดี และเพื่อสักการะพระอินทร์ (องค์อัมรินทราธิราช) ซึ่งร่วมสร้างกันหลายฝ่าย ทั้งภาครัฐ และเอกชน คหบดีของอำเภอแม่สาย ฯลฯ บนพระธาตจะมองไปฝั่งพม่าได้เลยครับ มีวิวสวยงามมาก ลงจากพระธาตถึงเข้าไปในพม่ากัน

เมื่อเริ่มผ่านด่านเข้าไปในพม่าจะมีรถสามล้อจอดและมีคนมาเสนอให้ไปเที่ยวสถานที่ต่างๆในพม่า ตรงนี้ขอแนะนำว่าให้เดินเล่นซื้อของเสียก่อน ในราคาไม่แพงแบบนี้น่าสนใจมากครับ นั่งสามล้อไปชมวิวไปสุดยอดๆ ตรงตลาดชายแดนแห่งนี้จะมีของถูกจำนวนมาก นำมาจากจีนบ้างไทยบ้างดูกันดีๆ ตาดีได้ตาร้ายเสียครับ ขอเตือนอย่างว่าบุหรี่ที่นี่มีขึ้นลาเพียบเลยที่ผมซื้อมา แถมคนขายชอบเดินตื้อ ถ้าสาวๆไปคนเดียวล่ะก็ตามถึงไหนถึงกันเลยจะบอกให้ เมื่อเดินเสร็จซื้อของเสร็จแล้วถึงว่าจ้างรถให้พาเข้าไปเที่ยวในพม่าครับ ราคาไม่แพงด้วย ร้อยกว่าบาทเท่านี้นเองไปเป็นชั่วโมงๆเลยครับ จุดเด่นที่เขาจะพาไปชมมีสองสามอย่างครับ มี "พระสามมิติ" "เจดีย์ชเวดากองจำลอง" "กระเหรี่ยงคอยาว" "บ่อนคาสิโน" เรานั่งรถเที่ยวกันดีกว่า

ภาพบนเห็นไหมครับสองรูปนี้เวลาเราไปเดินซื้อของก็จะมีแม่ค้าเดินถือตระก้าแบบนี้มาขายของ และก็จะตื้อๆ ไม่ไปไหนจนกว่าเราจะซื้อ ก็ต้องบอกว่าไม่เอาๆ ไปเรื่อยๆ เขาก็จะไปเองครับ ส่วนเรื่องราคาของที่นี่ถูกครับไม่แพง อย่างนาฬิกาก็ 99 บาท อีกอย่างราคาของที่นี่ต่อราคาได้เกินครึ่งนะครับ เช่นบอกว่า 199 บาท ก็ลองต่อราคาสัก 99 บาทดูครับ

หลังจากเดินเที่ยวจนพอใจแล้ว ก็ได้เวลานั่งสามล้อไปเที่ยวลึกเข้าไปในพม่าสัก 4-5 กิโลเมตรครับ และภาพด้านล่างนี้ก็คือพระสามมิติ จะเป็นภาพแบบมุมลึกลงไป ไม่ว่าเราจะมองจากด้านไหนๆ พระก็จะหันมามองเราตลอดเวลา หมูหินเองไม่ได้เคยเห็นแบบนี้มาก่อนแปลกตาแปลกใจดีครับ

คลิปวีดีโอพระสามมิติ 

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกที่หนึ่งคือ "พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากองจำลอง" พระมหาเจดีย์ของจริงนั้นตั้งอยู่บริเวณเนินเขาเชียงกุตระ เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า พระมหาเจดีย์นี้เชื่อกันว่าเป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวน 8 เส้น ตามตำนาน เจดีย์ชเวดากองนั้นสร้างเมื่อง 2,500 ปีที่แล้ว แต่นักโบราณคดีเชื่อกันว่าสร้างระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 6-10 สร้างโดยชาวมอญ ตามตำนานนั้นเริ่มจากว่า มีสองพี่น้องพ่อค้า 2 คน ได้ไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้ามา พระองค์จึงประทานพระเกศามา 8 เส้น
 

 
สองภาพนี้คือพระมหาเจดีย์ชเวดากองของแท้ ภาพซ้ายคือภาพวาดไว้เมื่อ พ.ศ. 2368 ครับ
(ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org)


พระเจดีย์ได้ถูกทิ้งร้างจนมาถึงคริสตศตวรรษที่ 14 เมื่อพระเจ้าพินยาอู ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างพระเจดีย์ใหม่สูง 18 เมตร พระเจดีย์ได้ถูกซ่อมแซมมาเรื่อยมา จนมามีความสูง 98 เมตรในคริสต์ศตวรรษที่ 15 แผ่นดินไหวเล็กๆน้อยๆ เรื่อยมาทำให้พระเจดีย์นั้นได้รับความเสียหาย และเมื่อปี พ.ศ. 2311 (ในสมัยกรุงธนบุรี) ได้เกิดแผ่นดินไหวอย่างหนัก ทำให้ยอดของพระเจดีย์หักถล่มลงมา นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่ากันมาอีกว่า ทองที่ห่อหุ้มพระเจดีย์นั้น พม่าได้มาจากกรุงศรีอยุธยาตอนกรุงแตก พระมหาเจดีย์นี้มีรูปแบบการก่อสร้าง บนยอดสุดของพระเจดีย์ มีเพชรอยู่ 5,448 เม็ด โดยเฉพาะชื้นข้างบนสุดมีเพชรเม็ดใหญ่อยู่ 72 กระรัต และทับทิม 2,317 เม็ด

ส่วนพระมหาเจดีย์ชเวดากองที่เราไปสักการะนี้ เขาจำลองมาจากของจริงๆ เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวที่มาเดินที่แม่สายมีกิจกรรมอย่างอื่นด้วย ถือว่าสำเร็จครับ มีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวชมจำนวนมาก
 

เส้นทางการเดินทางสู่จังหวัดเชียงรายถึงอำเภอแม่สาย
อำเภอแม่สายห่างจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 63 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 10 (สายเชียงราย - แม่สาย )

การเดินทางไปเชียงราย

ทางรถยนต์ จากกรุงเทพฯ เดินทางถึงเชียงราย ได้ 2 เส้นทาง ดังนี้
เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯไปตามทางถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1 ) ผ่านจังหวัด
อยุธยา จังหวัดอ่างทอง จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดตาก ผ่านอำเภอเถิน เข้าสู่จังหวัดลำปาง ตรงไปจังหวัดพะเยาถึงจังหวัดเชียงราย รวมระยะทางประมาณ 830 กิโลเมตร หากจะเดินทางเป็นวงรอบเข้าเชียงใหม่ได้ โดยเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 1 จนถึงจังหวัดลำปาง จากลำปางเข้าสู่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อถึงเชียงใหม่ให้ใช้เส้นทางดอยสะเก็ด - แม่ขะจาน - เวียงป่าเป้า
แม่สรวย ถึงตัวเมืองเชียงรายรวมระยะทาง ประมาณ 900 กิโลเมตร

เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯ ไปตามเส้นทางถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1 ) ผ่านจังหวัดอยุธยา จังหวัดอ่างทอง จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดนครสวรรค์ ตรงเข้าจังหวัดพิจิตร
( ผ่านอำเภอโพทะเล อำเภอโพธิ์ประทับช้าง อำเภอสามง่าม ) เลี้ยวซ้ายสู่จังหวัดพิษณุโลก โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 1084 ตรงไปถึงจังหวัดอุตรดิตถ์ จากอุตรดิตถ์เลี้ยวขวาสู่อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1105 เลี้ยวขวาขึ้นทางหลวงหมายเลข 101 ประมาณ 46 กิโลเมตร ถึงอำเภอร้องกวางจังหวัดแพร่เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 103 ประมาณ 70 กิโลเมตร บรรจบถนนพหลโยธิน(ทางหลวงหมายเลข1) ที่อำเภองาว เลี้ยวขวาเข้าจังหวัดพะเยา ถึงจังหวัดเชียงราย รวมระยะทางประมาณ 780 กิโลเมตร

ทางรถโดยสารประจำทาง มีรถโดยสารธรรมดา และโดยสารปรับอากาศของ บ.ข.ส. และของเอกชนออกจากสถานีขนส่งสายเหนือถนนกำแพงเพชร 2 ไปเชียงรายทุกวัน ใช้เวลาเดินทาง 10 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดที่สถานีขนส่งสายเหนือ โทร. 0-2537-8055-6
 

หมูหิน.คอม พาเที่ยวแม่สาย แล้วนั่งสามล้อเที่ยวในพม่าทริปนี้สนุกดีไหมครับ ตามตามเราต่อไป เราจะพาไปชิมอาหารของชาวแม่สายว่าเขากินแบบไหนกันบ้าง ติมตามเราต่อไปนะครับ


การเดินทางระหว่างจังหวัดเชียงรายกับจังหวัดใกล้เคียง
จากสถานีขนส่งเชียงราย มีรถโดยสารไปเชียงใหม่ พะเยา แพร่ น่าน ลำปาง แม่สอด พิษณุโลก พัทยา นครราชสีมา นครพนม อุดรธานี และขอนแก่น ติดต่อสถานีขนส่งเชียงราย โทรศัพท์ 0-5371-1224

ทางรถไฟ
จากสถานีรถไฟกรุงเทพฯ โดยสารรถไฟไปลงที่จังหวัดลำปางหรือจังหวัดเชียงใหม่ แล้วเดินทางต่อไปทางรถยนต์ ไปจังหวัดเชียงราย สอบถามรายละเอียดได้ที่หน่วยบริการเดินทางสถานีรถไฟกรุงเพฯ โทร.223-7010 , 223-7020

ทางเครื่องบิน
บริษัทการบินไทย มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯไปเชียงราย และเที่ยวบินไป-กลับทุกวัน สอบถามรายละเอียด โทร.1566
สำรองที่นั่ง โทร.280-0060, 628-2000

ประวัติอำเภอแม่สายจากเว็บไซต์ http://www.maesai.go.th

          อำเภอแม่สายนั้น เดิมเป็นที่ตั้งของเมื่อง "เวียงศรีทวง" เป็นเมืองของพวกลวะ หรือลั๊วะ เป็นเมืองขึ้นเมืองหนึ่งของอาณาจักร "โยนกนครราชธานีไชยบุรีศรีช้างแสน" (อำเภอเชียงแสนในปัจจุบัน) อันเมืองโยนกนครไชยบุรีศรีช้างแสนนั้น สร้างโดยปฐมกษัตริย์ พระนามว่า พระเจ้าสิงหนวัติราช ก่อนที่จะกล่าวถึงประวัติเมืองเวียงศรีทวง---เวียงพาน---เวียงพานคำ จนถึงเวียงพางคำในปัจจุบัน กะกล่าวถึงประวัติเมืองโยนกนครไชยบุรีศรีช้างแสน พอสังเขป

          เมืองโยนกนครไชยบุรีศรีช้างแสน (เมืองเวียงพัธุสิงหนวัตินคร) นครโยนกไชยบุรีศรีช้างแสนนั้น เป็นเมืองโบราณตามตำนานดอยตุงกล่าวไว้ว่า นครนี้สร้างขึ้นสมัยก่อนพุทธกาล แต่ก่อนเคยเป็นอาณาจักร "สุวรรณโคมคำ" แต่โบราณกาล และเปลี่ยนแปลงมาเป็นอาณาจักรโยนกไชยบุรีศรีช้างแสน เหตุที่เรียกชื่ออย่างนี้เพราะว่า สร้างนครขึ้นโดยอนุภาพแห่งพญาธุราคราช และพระเจ้าสิงหนวัติราช ซึ่งตรงกับตำนานสิงหนวัติที่เขียนไว้ว่า
         ".....นครทั้งมวลตั้งแต่ปฐมมูล สิงหนวัติกุมาร มาแต่เมืองนครราชคฤห์ หลวงไทยเทศ มาตั้งให้เป็นเมืองพันธุสิงหนวัตินคร......ครั้นต่อมา ก็กลายเป็นเมือง "โยนกนครราชธานีไชยบุรีศรีช้างแสน... กล่าวตำนานเมืองโยนกนครราชธานีศรีช้างแสน ก็สิ้นห้องหนึ่งแต่เท่านี้ก่อนแล....."

 
ด่านพรมแดนสมัยอดีต

จากเวียงศรีทวง - เวียงพาน - เวียงพานคำ สู่เวียงพางคำ

         ครั้นพระองค์เพียง กษัตริย์เมืองโยนกนครราชธานีไชยบุรีศรีช้างแสน ขึ้นเสวยราชสมบัติศักราชได้ 259 ตัวปีกัดไส้ สวรรคตลง "พระองค์พัง" จึงขึ้นครองเมืองโยนกนครราชธานีศรีช้างแสนเมื่ออายุได้ 18 ปี ต่อมาได้มีพระขอมดำ เจ้าเมืองอุโมงค์เสลานคร ซึ่งเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรโยนกนครฯ เห็นว่าพระองค์พังยังเยาว์ จึงมาตีแล้วขับไล่พระองค์พังออกจากเมืองโยนกนครฯ แล้วตั้งตนเป็นกษัติรย์แทน แล้วขับพระองค์พังไปเป็นแก่บ้าน ตั้งอยู่ที่เวียงศรีทวง ดังตำนานกล่าวว่า

          ".....พระยาขอมดำตนนั้นก็ยกเอากำลังมาแสนหนึ่ง แล้วก็มาฟื้นลุกชิงเอาเมืองที่นี้ เดือน 5 แรมค่ำหนึ่ง วันอาทิตย์.....พระองค์เจ้ามีใจอันบ่กล้าแข็ง ก็ถวายเมืองให้แก่พระยาขอมดำ.....ครั้นมันได้เมืองแล้ว มันก็ขับพระองค์พัง.....ส่วนพระยาขอมตนนั้นก็เป็นกษัตริย์เสวยเมืองโยนกนครบุรีศรีช้างแสนที่นั้นแล....."

         ".....แล้วมันก็ขับพระองค์พังเจ้าไปเป็นแก่บ้าน ตั้งอยู่เวียงลวะศรีทวง ริมหนตะวันตกเฉียงเหนือ ริมแม่น้ำใส (แม่น้ำสาย) ภายตะวันออกเฉียงใต้ธาตุเจ้าถ้ำแก้วที่นั้น....."          สาเหตุที่เรียกว่า "เวียงศรีทวง" เนื่องจากเป็นเมืองของลวะ ขึ้นอยู่กับเมืองโยนกฯ จึงต้องส่งส่วยให้ปีละ "สี่ตวงหมากพิน" (หมากพิน=ผลมะตูม) ดังตำนานกล่าวว่า

         ".....เหตุใดแลว่า เวียงศรีทวง นั้นจา...ยังมีขุนลวะผู้หนึ่งเป็นลูกปู่เจ้าลาวจก เป็นแคว้นดอยธุงนั้น (ดอยตุง) ผู้พี่ชื่อลวะกุมโภนั้นมาตั้งอยู่ที่นั้น แล้วส่วยคำแก่พระยาอุชุตราช กษัตริย์เจ้าของเวียงโยนกนครที่นั่นแล ปีละสี่ทวงหมากพินหน่วยน้อยจึงได้ชื่อว่า เวียงศรีทวงด้วยเหตุอันนั้นแล....."


ภาพถ่ายจากบนดอยเวาเมื่อในอดีต

เมืองเวียงพาน

         พระองค์พังและมเหสี ถูกพระยาขอมดำขับออกจากเมือง มาเป็นแก่บ้านที่ "เวียงศรีทวง" ต้องส่งส่วยให้ปีละสี่ตวงหมากพิน อยู่ได้ 1 ปี มเหสีก็ให้กำเนิดบุตร 1 คน คือทุกขิตกุมาร พระองค์พังปกครองเวียงศรีทวง ได้ 3 ปีก็เกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้น อันเป็นที่มาของการเปลี่ยนชื่อเมือง จากเวียงศรีทวงเป็น "เวียงพาน" กล่าวคือ

         ยังมีสามเณรชาวเวียงศรีทวงคนหนึ่งเดินทางไปกราบไหว้พระธาตุแล้วไปพักอาศัยอยู่ที่อารามหลังหนึ่งในโยนกนคร ครั้นรุ่งเช้าก็ออกเดินบิณฑบาตรไปถึงคุ้มน้อยของพระยาขอมดำ ก็เข้าไปขอบิณฑบาตร พระยาขอมดำได้ถามบ่าวไพร่ว่า เป็นสามเณรชาวเวียงศรีทวงก็โกรธ ร้องว่า "ลูกข้าส่วยพลอยเข้ามาคุ้มพระองค์ กูดังลือจา สูอย่าได้เอาข้าวกูใส่บาตรให้มันนะเนอ"

          สามเณรน้อยได้ยินคำพระยาขอมดำก็นึกโกรธในใจ ออกจากคุ้มพระยาขอมดำเดินไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือขึ้นสู่ดอยกู่แก้ว กราบพระธาตุ (คาดว่าเป็นพระธาตุกู่เต้าในปัจจุบัน) แล้วยกบาตรข้าวถวายแล้วอธิษฐานขอให้ตนตายใน 7 วันข้างหน้า แล้วไปเกิดในท้องของเทวีแห่งผู้เป็นแก่บ้านเวียงศรีทวง พออายุได้ 16 ปี ขอให้ปราบพระยาขอมดำตนนี้ได้ด้วยเทอญ เนื่องจากพระยาขอมดำผู้นี้มิรู้จักคุณของพระรัตนตรัย อธิฐานเสร็จแล้วสามเณรน้ยก็ลงมาตีนดอยกู่แก้ว นั่งอยู่ใต้ต้นไม้โดยไม่กินน้ำกินข้าว 7 วันก็ถึงแก่ความตาย แล้วไปปฏิสนธิในท้องของมเหสีพระองค์พัง

กำเนิดพระพรหมกุมาร

        ครั้นมเหสีแห่งพระองค์พัง ตั้งครรภ์ได้ 10 เดือนก็ประสูตได้ลูกชายรูปร่างงดงามคนหนึ่ง ได้ชื่อว่า "พระพรหมกุมาร" ดังความว่า

         ".....ถึงศักราช 283 ตัวปีกาบไส้ เดิน 4 แรม 6 ค่ำ วันอาทิตย์....นางก็ได้ประสูติลูกชายคนหนึ่ง เกิดมามีวรรณเนื้อตนอันหมดจด.....เบิกบายนามกรเอานิมิตรอันงามเหมือนดั่งพรหมลงมาเกิดนั้น จึงใส่ชื่อว่า พรหมกุมารนั้นแล....."

          พระพรหมกุมาร นั้นเมื่ออายุได้เพียง 7 ขวบ ก็เป็นผู้ที่สนใจในศาสตราวุธทั้งหลาย ครั้นอายุได้ 13 ปีก็มีบุญวาสนาจับได้ช้างเผือกได้ 1 ตัว ที่แม่น้ำ แต่ช้างเผือกไม่ยอมขึ้นฝั่งจึงให้คนมาบอกพระองค์พังผู้เป็นบิดา พระองค์พังให้หมอดูทำนายทายทัก หมอดูก็ให้เอาทองคำมาตีเป็นพานทองแห่นำหน้าช้าง ช้างจึงจะขึ้นจากน้ำ เมื่อพานทองมาแล้วก็ตีพานทองคำลูกนี้น ช้างก็ขึ้นมาจากน้ำ ช้างตัวนั้นจึงได้ชื่อว่า พานคำ ดังว่า

".....ครั้นไปถึงแล้วก็ตีต่อยยัง พานคำ ลูกนั้น ส่วนว่าช้างเผือกตัวนั้นได้ยินเสียงพานคำแล้วก็ออกจากแม่น้ำของ ด้วยสวัสดีแล.....ช้างตัวนั้นก็ให้นามชื่อว่า ช้างพานคำนั้นแล....."

         ครั้นได้ช้างมงคลมาแล้วก็เลี้ยงดูเป็นอย่างดี เครื่องใช้ต่าง ๆ ของช้างต่างทำด้วยทองคำทั้งสิ้น กาลนั้นพระพรหมกุมารได้ส่งคนไปยังโยนกนครฯ เพื่อคอยสดับตรับฟังข่าวร้าย ข่าวดีแห่งพระยาขอมมิได้ขาด ส่วนพระองค์พังก็สั่งให้คนปิดคูเมือง แล้วนำน้ำเข้าคูเมือง โดยจัดทำประตูไว้สำหรับปิด-เปิดน้ำ แล้วก็ให้ชื่อว่า "เวียงพาน" .....ครั้งนั้น แก่บ้านศรีทวงตนพ่อก็ให้คนทั้งหลายตึกคูเวียงให้ดีแล้ว ก็แปงน้ำมาใส่ให้เต็มคูเวียง แล้วก็แปงประตูหับไขให้ดีแล้ว ก็ให้ชื่อว่า เวียงพาน แต่นั้นมา

เมืองเวียงพานคำ

          เมื่อพระพรหมกุมาร อายุได้ 16 ปี ก็หยุดส่งส่วยแก่พระยาขอมดำ พระยาขอมดำเห็นว่าเวียงศรีทวงหยุดส่งส่วยมาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว ก็โกรธ จึงรวบรวมลี้พลยกทัพมาปราบ พระหรหมกุมารก็จัดทัพเข้าต่อสู้ โดยเสด็จขึ้นขี่หลังช้างเผือกพานคำ มีหมอควาญถือพานคำตีนำหน้า ยกพลอกกจากเวียงพานคำ ดังตำนานบันทึกไว้ว่า

         ".....ครั้นได้คนหาญมาแล้วก็ขัดสีชัย อันกล้า มีมือถือธนูกับแล่งปืน... มีหมอควาญขี่พร้อมพระ ถือพานคำตีนำหน้ายกพลออกจาก เวียงพานคำ....."

         พระยาขอมดำสู้ไม่ได้จึงหนีกลับเข้าเมืองปิดประตูเมืองทุกแห่ง พระพรหมกุมารได้ตามมาถึงประตูเมือง แล้วไสช้างแทงประตูเมืองทะลุ ขับไล่พระยาขอมออกจากเมืองโยนกนครฯ รวมระยะเวลาที่พระยาขอมดำครองโยนกนครได้ 19 ปี หลังจากนั้นพระพรหมกุมาร ก็ได้อัญเชิญพระองค์พังขึ้นเป็นกษัตริย์เมืองโยนกนครราชธานีไชยบุรีศรีช้างแสน

        ส่วนช้างพานคำนั้น ก็ได้หนีออกจากเมืองไปกลายร่างเป็นงูตามเดิม เข้าสู่ดอยอันตั้งอยู่กลางทุ่ง ที่นั้นจึงได้ชื่อว่า "ดอยช้างงู" (คาดว่าเป็นดอยสะโง้ในปัจจุบัน) เมื่อพระองค์พังได้เป็นกษัตริย์ก็ทรงแต่งตั้งให้พระพรหมกุมารเป็นอุปราช แต่พระพรหมกุมารไม่รับ ยกให้ทุกขิตผู้พี่เป็นอุปราชแทน ต่อมาพระองค์พังได้สู่ขอเอานางแก้วสุภา ลูกพระยาเรืองแก้ว เวียงไชยนารายณ์ มาอภิเษกให้กับพระพรหมกุมาร

          เมื่อพระพรหมกุมารใด้อภิเษกแล้วก็ขออนุญาตพระองค์พังเสด็จไปตั้งเมืองอยู่ที่ไชยปราการ (คาดว่าเป็นอ.เวียงชัย ในปัจจุบัน) อยู่ห่างจากเวียงโยนกนครฯ ชั่วระยะเดินทาง 1 วัน ตั้งแต่นั้นมา เวียงโยนกนครฯ เวียงไชยนารายณ์ เวียงพานคำ ก็เป็นเมืองพี่เมืองน้องสืบกันมาดังว่า

        ".....ลุกแต่เวียงโยนกนครหลวงไปหาเวียงไชยปราการ นั้นไกลกันคืนทางหนึ่ง และในเวียงลูกนี้คือวา เวียงโยนกนครหลวงหนึ่ง เวียงไชยนารายณ์หนึ่ง เวียงไชยปราการหนึ่ง เวียงบ้านพานคำแคว้นซ้ายหนึ่ง ที่ตั้งอยู่หนกลาง และนาติดกัน พ่อแม่ไก่ไล่ล่าถึงกัน เป็นอันหนึ่งอันเดียวแล....."

         เมื่อวิเคราะห์ดูจากบันทึกในตำนานสิงหนวัติแล้ว เชื่อได้ว่าเมืองแม่สายในปัจจุบันนี้ แต่เดิมคือ "เมืองเวียงศรีทวง" หรือ "เวียงสี่ตวง" ซึ่งต่อมาได้ชื่อว่า "เวียงพานคำ" ตามขื่อของช้างที่พระพรหมกุมารใช้เป็นพาหนะในการออกสู้รบกับพระยาขอมจนได้รับชัยชนะ และในปัจจุบันตัวเมืองแม่สาย รวมทั้งอาคารที่ว่าการอำเภอแม่สายนั้น ตั้งอยู่ที่ ต.เวียงพางคำ ซึ่งคาดว่าเพื้ยนมาจาก "เวียงพานคำ" นั่นเอง นอกจากนี้ในพื้นที่หมู่ 3 ต.เวียงพางคำ ยังมีบ้านเวียงพาน และวัดเวียงพาน ตั้งอยู่อีกด้วย อนึ่ง ตัวคูเมืองเดิมนั้นมีให้พบเห็นอยู่ทั่วไปในเขตชุมชนเมืองแม่สาย และยังคงมีประโยชน์ในการรับน้ำที่ไหลบ่ามาจากเทือกเขาด้านตะวันตกมิให้ไหลเข้ามาท่วมบริเวณตัวเมืองอีกด้วย ประกอบกับในตำนานยังได้กล่าวย้ำถึงสถานที่ตั้งของเมือง "เวียงสี่ตวง" ว่าอยู่ทิศตะวัตตกเฉียงเหนือของเวียงโยนกนครฯ (อ.เชียงแสนในปัจจุบัน) ริมแม่น้ำใส ซึ่งก็คือแม่น้ำสาย ในปัจจุบันนั่นเอง

เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
<--ตรงด่านพรมแดนไทยพม่าที่แม่สายมีปูทะเลขายด้วยครับ --> เที่ยวตลาดแม่สายฝั่งพม่า
ขยาย: 1024x768 : 800x600
#25 : Comment
21 ต.ค 2011 07:55:37

น้องใหม่
อยากไปจัง แต่จะไปวันจันทร์นี้แหละจ้า

#24 : Comment
12 ต.ค 2011 09:43:02

ใบเฟิร์น
เพิ่งกลับมาเมื่อวานอยากไปอีก

#23 : Comment
09 ต.ค 2011 14:30:22

sbsarai@hotmail.com
อยากปายจังงงงงงงงงงง

#22 : Comment
09 ก.ย 2011 21:10:43

maturose_1241@hotmail.com
มีของขายเยอะถูกก็จิงมีคุณภาพรึเป่าน่าสิ

#21 : Comment
16 ธ.ค 2010 18:58:24

เนย
นาฬิกาที่ แพทตินัม(ประตูนำ+ไม้โท)เรือน ละ79 2เรือน150 เอง

#20 : Comment
25 ต.ค 2010 14:22:18

num_foreverlove_nueng@hotmail.com
หนังดีวีดีแผ่นยี่สิบเอง โครตถูก...............

#19 : Comment
30 ก.ค 2010 14:43:45

p
เพิ่งไปมา

ของน่าซื้อมาก

อยากไปอีก


อิอิอิอิ

#18 : Comment
08 ก.ค 2010 18:11:25

thaismile1@windoeslive.com
อยากไปมั่ง ....คนเฉลิมไทย ชลบุรี

#17 : Comment
04 ต.ค 2007 16:45:00

เดียวดาย
มายก๊อดไปมาหลายรั้งแต่มเคยเข้าไปเที่ยวแบบนี้ น่าทึ่งต้องไปบ้างแล้วคร้าบบบบบบ

#16 : Comment
09 พ.ย 2007 11:50:00

คนแม่สาย
ด่านแม่สาย ชายแดนแม่สาย ชายแดนพม่า พระสามมิติของพม่า แม่สายคนงาม เที่ยวแม่สายชอบมากกกกกก

#15 : Comment
09 พ.ย 2007 11:53:00

นิลจา
กระเหรี่ยงพม่า กระเหรี่ยงคอยาว กระเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน

#14 : Comment
08 ก.พ 2008 01:52:00

namlee_20@hotmail.com
อยากให้เปรียบเทียบค่าเงินประเทศข้างบ้านเราให้ด้วยครับ

#13 : Comment
08 ก.พ 2008 01:53:00

namlee_20@hotmail.com
อยากให้เปรียบเทียบค่าเงินประเทศข้างบ้านเราให้ด้วยครับ

#12 : Comment
15 ต.ค 2008 20:38:00

คนแม่สอด
ค่าเงินไทยหนึ่งบาทแลกเงินพม่าได้สี่ร้อยจ๊าดครับ

#11 : Comment
24 พ.ย 2008 09:53:00

นู๋เล็ก
ต้องลองไปดูบ้าง ได้ข่าวว่ามีสายการบิน เอส จี เอ ที่บินไปถึงเชียงรายเลยนะ ไปง่ายและสะดวกรวดเร็วมากเลย

#10 : Comment
21 ม.ค 2009 10:59:00

คนระยอง
เราเคยไปมาแล้วที่นั่นของน่าซื้อมากไม่เคยลืมบรรยากาศที่นั่นเลยตรุษจีนเราจะไปอีก

#9 : Comment
18 มิ.ย 2009 02:47:00

tanawit2009@windowslive.com
เวลาไปเที่ยวฝั่งพม่าทำไมต้องซื้อของได้ไม่เกินสองชิ้นแล้วชอบมีชาวพม่าขู่เอาเงินไม่อย่างนั้นจะยึดของ

#8 : Comment
18 ก.ย 2009 11:23:00

แลนด์ท่องเที่ยว ดีเสมอกรุ๊ป แม
คณะทัวร์เที่ยว แม่สาย-ท่าขี้เหล็ก 190 บาท สุดคุ้ม ! แลนด์ท่องเที่ยว ดีเสมอกรุ๊ป โทร 085-7122575

#7 : Comment
07 ต.ค 2009 21:23:00

jan_sinjai@hotmail.com
ไปมาแล้วค่ะพม่า ประทับใจมากค่ะอยากไปอีกหลายๆครั้งแม่สายที่รัก^_^

#6 : Comment
07 ต.ค 2009 21:26:00

jan_sinjai@hotmail.com
สนุกและประทับใจมากๆค่ะ

#5 : Comment
07 ต.ค 2009 21:30:00

jan_sinjai@hotmail.com
ไปมาแล้วค่ะพม่า ประทับใจมากค่ะอยากไปอีกหลายๆครั้งแม่สายที่รัก^_^

#4 : Comment
25 ต.ค 2009 20:39:00

gigia99@hotmail.com
สามารถทำเรื่องเข้าพม่าได้เลยที่บริเวณทางเข้าใช่มั้ย บางคนบอกว่าตม.ย้ายแล้ว ถ้าเป็นจริง คงย้อนน่าดู

#3 : Comment
01 ธ.ค 2009 00:31:00

ปันปัน
ไปมาแล้วน่าเที่ยวมาเด็ก ญ.พม่าน่ารักมากเพราะเราทำกระเป๋าตังค์ตกเค้าเก็บมาคืนถือว่าเจอคนดีที่พระธาตุฯ

#2 : Comment
14 ธ.ค 2009 09:19:00

ดาว
ดีมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกมายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

#1 : Comment
04 ก.พ 2010 13:54:00

newty
สถานที่สวยมาก น่าไปเที่ยวจัง

เชิญแนะนำการเดินทาง ที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ความประทับใจ
comment
ชื่อ หรือ E-mail
captcha
  reset

 

ข้อมูลท่องเที่ยวน่าสนใจ
 
HOT LINK
タイ(バンコク)のホテル・サービスアパート
หากไปญี่ปุ่นต้องH.I.S.


 

moohin logo
Copyright © 2010 www.moohin.com. All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form prior permission.
ทางทีมงานหมูหิน.คอม ขอสงวนลิขสิทธิ์ การเผย แพร่ข้อมูล ภาพ เรื่อง และ วีดิโอ โดยไม่ได้รับอนุญาติ
*** ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลและแผนที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ พันธุ์พืช ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลและแผนที่และภาพ ***
หมูหิน.คอม:เว็บท่องเที่ยวอันดับหนึ่งในเมืองไทย :: การท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทย ท่องเที่ยว ไทย สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศ ไทย ท่องเที่ยว สถานที่ท่อง เที่ยว การท่อง เที่ยว