สถานที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ พระธาตุเจดีย์เกษแก้วจุฬามณี ซึ่งพระธาตุเจดีย์องค์นี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนที่เกิดปีจอ ซึ่งพระธาตุประจำปีเกิดของคนปีจอ จริง ๆ แล้ว คือพระเกศแก้วจุฬามณี เจดีย์ ที่อยู่บนสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ซึ่งตามพุทธประวัติกล่าวไว้ว่า ประดิษฐานพระทันตธาตุที่พระอินทร์นำมาจากพระบรมธาตุที่โทณพราหมณ์ได้แอบซ่อนไว้ เมื่อครั้งมีการแบ่งพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าให้แก่เจ้าเมืองต่างๆ ด้วยเหตุที่พระธาตุเจดีย์องค์นี้มวลมนุษย์ซึ่งเต็มไปด้วยกิเลส ตัณหา ไม่สามารถเดินทางไปถึงได้ ดังนั้นนอกจากนมัสการด้วยการบูชารูปแล้ว ยังสามารถบูชาพระเจดีย์ที่วัดเกตการาม เชียงใหม่ องค์นี้ได้ ซึ่งมีชื่อพ้องกับพระเกศแก้วจุฬามณีเจดีย์
เจดีย์จุฬามณี ประดิษฐานอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ซึ่งเป็นสวรรค์ที่อยู่บนยอดเขาพระสุเมรุ เป็นเจดีย์ที่บรรจุเครื่องทรงและพระเมาฬีของเจ้าชายสิทธัตถะ ซึ่งทรงสละทิ้งเมื่อคราวออกผนวช และยังเป็นที่เก็บรักษาพระเขี้ยวแก้วของพระพุทธองค์ หลังการถวายพระเพลิงพระบรมศพอีกด้วย
เมื่อเจดีย์จุฬามณีเป็นเจดีย์ที่อยู่ไกลถึงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จึงมีการสมมติให้เจดีย์องค์หนึ่งในประเทศพม่า เป็นที่กราบไหว้แทน โดยมีตำนานเล่าว่าพระอินทร์เป็นผู้นำลงมาแขวนไว้ริมหน้าผาให้ผู้คนบูชา คนไทยจึงเรียกเจดีย์องค์นี้ว่า “พระธาตุอินทร์แขวน” พระธาตุอินทร์แขวนองค์นี้ ตั้งอยู่บนก้อนหินสูง 5.5 เมตร ใต้พระเจดีย์เป็นที่บรรจุพระเกศาธาตุ โดยอนุญาตให้เฉพาะผู้ชายเท่านั้นที่จะข้ามเข้าไปกราบและปิดทองถึงองค์พระธาตุได้
ดังนั้นพระธาตุเจดีย์เกษแก้วจุฬามณี แห่งวัดเกตการาม จึงถูกกำหนดให้เป็นองค์แทนเจดีย์จุฬามณีอีกองค์หนึ่ง ซึ่งนอกจากจะเป็นการสะดวกในการเดินทางมากราบไหว้แล้ว อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ชื่อของวัดเสียงเหมือนคำว่า “เกศ” แก้วจุฬามณี
สำหรับเพื่อน ๆ ที่เข้าไปกราบพระธาตุเจดีย์เกษแก้วจุฬามณีแล้ว ให้ลองสังเกตดูที่ปลายยอดของเจดีย์จะมีลักษณะเอนเอียงเล็กน้อย อย่าเพิ่มแปลกใจว่าเจดีย์ทรุดตัวหรือเปล่า แต่เหตุผลจริง ๆ แล้ว ผู้สร้างต้องการสร้างให้เจดีย์มีลักษณะเอียง เพราะไม่ประสงค์ที่จะให้ยอดของเจดีย์ชี้ขึ้นไปยังสวรรค์อันเป็นที่ตั้งของพระธาตุเกศแก้วจุฬามณี เพราะถือเป็นการไม่สมควร ด้านหน้าเจดีย์ทั้งสองข้างจะเป็นที่จุดธูปเทียนบูชาเจดีย์ สำหรับสุภาพสตรีห้ามขึ้นไปยังฐานเจดีย์ เพราะถือเป็นการไม่สมควร
จุดสุดท้ายด้านข้างพระวิหาร เป็นพิพิธภัณฑ์วัดสะเกตุ เป็นที่เก็บรวมรวมของเก่าแก่มีค่ามหาศาล ตั้งแต่โบราณกาล พิพิธภัณฑ์นี้ถูกสร้างขึ้นโดยความร่วมมือร่วมใจของชาวบ้านละแวกวัดเกตุ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2542 ก่อนหน้านี้เป็นกุฏิของอดีตเจ้าอาวาส เป็นเรือนไม้ทั้งหลัง ภายหลังการสร้างกุฏิหลังใหม่ ทางวัดจะลื้อเรือนหลังนี้ทิ้ง แต่คณะกรรมการของชุมชนเห็นว่าไม่ควรรื้อเพราะอาคารหลังนี้มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ แต่น่าจะปรับปรุงบูรณะจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ชุมชนขึ้น เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษา เนื่องจากที่วัดเกตมีของเก่าแก่สะสมไว้มาก อีกทั้งยังมีชาวบ้านบริจาคข้าวของเก่าแก่ให้ทำพิพิธภัณฑ์กันเป็นจำนวนมาก
ภายในพิพิธภัณฑ์มีของเก่าแก่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเงินตราที่ใช้ในอดีต ถ้วยโถโอชาม ถ้วยสำรับที่ใช้ในสมัยรัชกาลที่ 7 เสื้อผ้าของชาวล้านนา เครื่องศาสตราอาวุธ และพระพุทธรูปเก่าแก่ นอกจากนี้ยังมีภาพถ่ายของเมืองเชียงใหม่ในอดีต มีภาพวัดวาอาราม ถนนหนทาง และภาพการประหารชีวิตนักโทษที่ทำผิด เรียกได้ว่ามันช่างเหมือนกับเรื่องราวในสมัยอดีตที่ปรากฏในหนังสือประวัติศาสตร์จริง ๆ สำหรับใครที่มาเชียงใหม่ ก็อย่าลืมแวะมากราบพระธาตุเจดีย์เกษแก้วจุฬามณีได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8:00 – 16:00 น. |