Member Login
username
password
สมัครสมาชิก

ท่องเที่ยวภาคตะวันออก

ท่องเที่ยวภาคเหนือ

ท่องเที่ยวภาคกลาง

ท่องเที่ยวภาคอิสาน

ท่องเที่ยวภาคใต้

ท่องเที่ยวต่างประเทศ

วัดพระสิงห์ สถาปัตยกรรมล้านนาที่กลับมาสู่ยุด 3G


หากกล่าวถึงความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมของเมืองเชียงใหม่แล้ว ก็คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่า วัดวาอารามต่าง ๆ ที่กระจัดกระจายตัวอยู่ทั่วเมืองเชียงใหม่นั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์ความงดงามและความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังสามารถบ่งบอกถึงประวัติความเป็นมา และสภาพความเป็นอยู่ของชนชาวเชียงใหม่ในสมัยก่อน รวมไปถึงการเชื่อมโยงการสืบทอดสู่ยุคปัจจุบัน

ไหน ๆ เราก็เอ่ยถึงความโดดเด่นเมืองเชียงใหม่ในด้านสถาปัตยกรรมแล้ว ทริปนี้หมูหิน.คอมก็เลยจะพาเพื่อน ๆ เที่ยวชมความงามของสถาปัตยกรรมล้านนากันที่วัดพระสิงห์ วรมหาวิหาร วัดนี้หลายคนคงเคยได้ยิน และเคยได้มาเที่ยวกันบ้างแล้ว สำหรับใครที่ยังไม่เคยไปเที่ยวก็เตรียมตัวไปกับหมูหิน.คอมได้เลย

วัดพระสิงห์ วรมหาวิหาร ตั้งอยู่บน ถนนสิงหราช จรดกับ ถนนราชดำเนิน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ หรือที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะรู้จักกันในชื่อ ถนนคนเดินอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ หรือ ถนนคนเดินวันอาทิตย์นั่นเอง วัดพระสิงห์ วรมหาวิหารแห่งนี้ เป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขัดสมาธิเพชร และยังเป็นสถาปัตยกรรมล้านนาอันงดงาม ซึ่งเป็นที่รู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดี ตามคติล้านนา และที่สำคัญ คนที่เกิดปีมะโรงต้องมาไหว้พระสิงห์ให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต เพื่อเป็นสิริมงคล

ตามเอกสารทางประวัติศาสตร์ กล่าวว่า พญาผายู โปรดให้สร้างเจดีย์สูง 23 วา เพื่อบรรจุอัฐิพญาคำฟู พระบิดาของพระองค์ เมื่อปี พ.ศ. 1888 ต่อมาในปี พ.ศ. 1890 จึงโปรดให้สร้างบริเวณนี้ขึ้นเป็นวัด และนิมนต์พระเถระอภัยจุฬาพร้อมภิกษุสงฆ์มาจำพรรษา แต่เนื่องจากหน้าวัดเป็นสถานที่ชุมนุม ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าของชาวเมือง วัดนี้จึงให้อีกชื่อว่า "วัดลีเชียง" (ลี แปลว่า ตลาด ) แต่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า "กาดลี"

ตามตำนานกล่าวว่า พระพุทธสิหิงค์ เป็นพระสิงห์สกุลช่างเชียงแสน ศิลปะล้านนา ประดิษฐานอยู่ ณ เมืองเชียงราย ขณะนั้นเชียงรายกับเชียงใหม่เกิดการรบพุ่งกันขึ้น เชียงใหม่เป็นฝ่ายชนะ พระเจ้าแสนเมืองมา ได้เสด็จมานครเมืองเชียงใหม่ จึงโปรดให้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มายังเมืองเชียงใหม่ด้วย โดยการล่องเรือมาตามลำน้ำปิง เรืออัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาเทียบท่าฝั่งนครเชียงใหม่ ที่ท่าวังสิงห์คำ ขณะเชิญขึ้นประดิษฐานบนบุษบก ก็ปรากฏรัศมีจากองค์พระเรืองรองเป็นลำไปทางทิศตะวันออกเ©ียงเหนือไกลถึง 2,000 วา ต่อมาจึงได้มีการสร้างวัดขึ้น ณ ที่นั่นได้ชื่อตามเหตุอัศจรรย์ในครั้งนั้นว่า "วัดฟ้าฮ่าม" ซึ่งหมายถึงฟ้าอร่ามนั่นเอง แต่เดิมนั้นพระเจ้าแสนเมืองตั้งพระทัยจะอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ไปประดิษฐานยังวัดบุปฝาราม (วัดสวนดอก) ซึ่งตั้งอยู่นอกเวียงออกไปทางทิศตะวันตก แต่เมื่อชักลากบุษบกไปถึงวัดลีเชียงพระก็มีอันติดขัดไม่อาจลากต่อไปได้ พระเจ้าแสนเมืองมาจึงถือเป็นศุภมิตรจึงโปรดให้สร้างมณฑปขึ้นที่วัดลีเชียงและประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ไว้ ณ วัดนั้น

ต่อมาชาวบ้านต่างพร้อมใจกันนิยมเรียกวัดนี้ว่า "วัดพระสิงห์" ตามนามของพระพุทธรูป จนกระทั่ง พ.ศ. 2483 จึงได้รับการสถาปนายกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร และได้รับนามใหม่ว่า “วัดพระสิงห์ วรมหาวิหาร” มาจนถึงปัจจุบัน โดยกรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญระดับชาติ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2478 และประกาศกำหนดขอบเขตในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2522 และในเทศกาลสงกรานต์ของทุกปีจะมีการอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ ขึ้นประดิษฐานบนบุษบก แล้วแห่รอบเมืองเชียงใหม่เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมกันสรงน้ำ เพื่อความเป็นสิริมงคลเป็นประจำทุกปี

นอกพระพุทธสิหิงค์ ที่มีความสำคัญแล้ว ภายในวัดพระสิงห์ วรมหาวิหาร ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้แก่ วิหารลายคำ เป็นวิหารทรงพื้นเมืองล้านนาขนาดเล็ก ภายในประดิษฐาน "พระพุทธสิหิงค์" ขนาดหน้าตักกว้าง 31 นิ้ว สูงจากขอบฐานถึงยอดพระเมาลีบัวตูม 51 นิ้ว บนผนังด้านหลังพระประธานมีรูปปราสาทแวดล้อมด้วยมังกรและหงส์ มีความงดงามน่าชมยิ่ง มีเสาหลวง (เสากลม) เสาระเบียง (เสาสี่เหลี่ยม) ที่ผนังวิหารมีภาพจิตรกรรมโดยรอบ ด้านเหนือเขียนเป็นเรื่องสังข์ทอง ด้านใต้เป็นเรื่องสุวรรณหงส์ โดยเ©พาะเรื่องสังข์ทองพบเพียงที่นี่แห่งเดียวเท่านั้น อีกทั้งเป็นวิหารลายคำที่พบที่นี่ได้แห่งเดียวเท่านั้น และลักษณะเด่นของภาพจิตรกรรมที่พบในล้านนา ซึ่งศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี ประติมากร ชาวอิตาเลียน บิดาแห่งวงการศิลปะร่วมสมัยของไทย ได้สรุปไว้ว่า "จิตรกรรมในภาคเหนือนิยมเขียนภาพชีวิตประจำวันเป็นภาพเหมือนชีวิตจริง ถ้ามองดูภาพที่งดงามเรื่องสังข์ทองในวิหารลายคำ วัดพระสิงห์ จังหวัดเชียงใหม่ เราจะรู้สึกคล้ายกับว่า เราเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นจริงตามความเป็นอยู่เมื่อ 100 ปีก่อน"

จากการวิเคราะห์ภาพจิตรกรรมของ สน สีมาตรัง กล่าวว่า สกุลช่างเชียงใหม่ที่เขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังด้านทิศเหนือ ของวิหารลายคำ เป็นลักษณะการเขียนภาพที่เป็นเอกลักษณ์เ©พาะตัวช่าง ซึ่งบ่งบอกถึงความประทับใจของช่างแล้วแสดงออกในภาพ เป็นแบบอิสระตามความชอบและความถนัดของช่างเขียน มากกว่าจะเป็นแบบทำตามระบบกำกับงานของนายช่างใหญ่หรือผู้ปกครอง

ภาพจิตรกรรมฝาผนังในวิหารลายคำ วัดพระสิงห์ มีลักษณะการเขียนของช่างที่สวยงานประณีตเป็นอันมาก แสดงออกซึ่งความชำนาญของช่างเขียนที่ได้ถ่ายทอดออกมา มีลักษณะการเขียนที่ผสมผสานระหว่างศิลปะพม่าและรัตนโกสินทร์ ผนวกกับลักษณะเ©พาะของปราสาทล้านนา และเรือนกาแล ที่นิยมสร้างกันสมัยนั้น ภาพคน คือ ตัวพระ ตัวนาง และภาพตัว กาก (ภาพสามัญชน) มีลักษณะการเขียนที่แสดงถึงลักษณะของคนล้านนาในยุคนั้น เครื่องแต่งกายต่างๆ ก็บอกความเป็นคนล้านนาอีกด้วย

สิ่งที่น่าสนใจอีกสิ่งหนึ่งก็คือ หอไตร สร้างเป็นครึ่งตึกครึ่งไม้ ที่ตัวผนังตึกด้านนอกประดับด้วยทวยเทพปูนปั้น แต่งองค์ทรงเครื่องสวยงาม ทำเป็นรูปเทพพนมยืน บ้างก็เหาะ ประดับอยู่โดยรอบ เป็นฝีมือช่างสมัยพระเมืองแก้ว ต่อมาในสมัยเจ้าแก้วนวรัฐได้มีการซ่อมแซมขึ้นมาใหม่ เมื่อประมาณ พ.ศ. 2467 ที่ฐานหอไตรปั้นเป็นลายลูกฟักลดบัว ภายในประดับด้วยรูปสัตว์หิมพานต์ เช่น นางเงือกมีปีก คชสีห์มีปีก และกิเลน เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมี โบสถ์ เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีมุขโถงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนด้านข้างมองเห็นหน้าต่างขนาดใหญ่ตีเป็นช่องแบบไม้ระแนง แต่ภายในเป็นหน้าต่างจริง มีลายปูนปั้นบริเวณซุ้มประตูทางเข้า หน้าบันมีลักษณะวงโค้งสองอัน เหนือทางเข้าประกบกัน เรียกว่า คิ้วโก่ง เหนือคิ้วโก่งเป็นวงกลมสองวงคล้ายดวงตา ที่เสาและส่วนอื่นๆ มีปูนปั้นนูน ลงรักปั้นปิดทอง ถือเป็นลักษณะอาคารและการตกแต่งเป็นแบบศิลปะล้านนาที่วิจิตรสวยงามโดยแท้

สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่เคยมาเที่ยวเชียงใหม่แล้ว แต่ว่ายังไม่มีโอกาสที่จะเข้าไปกราบขอพรพระพุทธสิหิงค์ ที่วัดพระสิงห์ วรมหาวิหาร ต้องขอบอกว่าท่านได้พลาดโอกาสเข้าไปชมความศักดิ์สิทธิ์ และความงดงามของภาพจิตรกรรมฝาผนังที่สำคัญ และน่าชมอย่างยิ่ง เพราะว่าจะหาชมได้เ©พาะที่ในวิหารลายคำ ภายในวัดพระสิงห์ วรมหาวิหารแห่งเดียวเท่านั้น เพราะ©ะนั้นวันหยุดหน้า ต้องรีบวางแผนเที่ยวเชียงใหม่กันนะค่ะ แต่ถ้าหากเพื่อน ๆ ยังไม่สามารถเดินทางมาเที่ยวเชียงใหม่ได้ในเวลาอันใกล้นี้ ก็สามารถคลิ๊กเข้าดู เข้าไปเที่ยว กันได้ที่ www.moohin.com ค่ะ

Loading the player ...
Loading the player ...
Loading the player ...
Loading the player ...
 
เชิญแนะนำการเดินทาง ที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ความประทับใจ
comment
ชื่อ หรือ E-mail
captcha
  reset

 

ข้อมูลท่องเที่ยวน่าสนใจ
 
HOT LINK
タイ(バンコク)のホテル・サービスアパート
หากไปญี่ปุ่นต้องH.I.S.


 

moohin logo
Copyright © 2010 www.moohin.com. All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form prior permission.
ทางทีมงานหมูหิน.คอม ขอสงวนลิขสิทธิ์ การเผย แพร่ข้อมูล ภาพ เรื่อง และ วีดิโอ โดยไม่ได้รับอนุญาติ
*** ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลและแผนที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ พันธุ์พืช ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลและแผนที่และภาพ ***
หมูหิน.คอม:เว็บท่องเที่ยวอันดับหนึ่งในเมืองไทย :: การท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทย ท่องเที่ยว ไทย สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศ ไทย ท่องเที่ยว สถานที่ท่อง เที่ยว การท่อง เที่ยว