|
ปาฏิหารย์แห่งล้านนา กับ 15 ปี สังขารไม่เน่าเปื่อยของหลวงปู่หล้าตาทิพย์ แห่งวัดป่าตึง เชียงใหม่
หากนึกถึงพระอริยะสงฆ์แห่งล้านนาไทย หลายท่านคงต้องบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า คือครูบาศรีวิชัย ซึ่งเป็นนักบุญแห่งล้านนาที่สร้างวัดดอยสุเทพอันโด่งดัง แต่มีพระอริยะสงฆ์อีกรูปหนึ่ง ที่ไม่ค่อยมีคนกล่าวถึงมากนัก คือองค์หลวงปู่หล้า ตาทิพย์ ซึ่งในสมัยสร้างทางขึ้นวัดดอยสุเทพนั้นท่านก็นำกองบุญต่าง ๆ ไปร่วมกับครูบาศรีวิชัยในการจัดสร้างด้วย หลวงปู่หล้าในสมัยที่มีชีวิตอยู่ ท่านได้รับสมญานามยกย่องว่า หลวงปู่หล้าตาทิพย์ เพราะหลวงปู่ท่านสามารถทราบเหตุการณ์ล่วงหน้าได้ แม้หลวงปู่จะมรณภาพไปแล้วกว่า 15 ปี แต่สรีระร่างกายของหลวงปู่ก็ยังคงอยู่ ตั้งอยู่บนเรือนไม้สักหลังใหญ่ในวัดป่าตึงในเมืองบ่อสร้างแห่งนี้ ที่คอยแผ่บุญบารมีช่วยให้คนที่เข้าไปกราบนมัสการได้ร่มเย็นเป็นสุขครับ
ทริปนี้เรา พาเพื่อน ๆ มานมัสการหลวงปู่หล้าตาทิพย์ กันที่วัดป่าตึงแห่งเมืองบ่อสร้าง ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญอีกแห่งหนึ่งของเชียงใหม่ มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ วัตถุโบราณ และที่สำคัญมีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่เคยจำวัดอยู่ที่นี่คือ หลวงปู่หล้า ซึ่งเป็นพระครูบาเจ้าแห่งล้านนาไทยอีกรูปหนึ่ง ที่พี่น้องชาวล้านนาให้ความเคารพนับถือกันอย่างกว้างขวาง ชาวบ้านมักเรียกท่านว่า หลวงปู่หล้าตาทิพย์ แม้ว่าท่านจะมรณภาพไปแล้ว แต่สรีระร่างกายของท่านยังถูกเก็บไว้บนศาลาการเปรียญภายในวัดป่าตึงแห่งนี้
วัดป่าตึงเป็นวัดเก่าแก่ของล้านนา เดิมเป็นวัดร้าง คู่กับวัดเชียงแสน วัดป่าตึงสร้างขึ้นใหม่เมื่อ พ.ศ.2425 ปัจจุบันอายุ 111 ปี โดยครูบาปินตา ก่อนที่จะสร้างวัดนี้ขึ้นมาใหม่ได้ค้นพบพระบรมสารีริกธาตุ และของมีค่ามากมายหลายอย่าง อาทิ วัตถุโบราณ พระพุทธรูป เครื่องถ้วยชามสังคโลก บริเวณวัดมีโบราณวัตถุอยู่ทั่วไป และมีการพบเจอเตาเผาเครื่องถ้วยชามสังคโลกที่มีการสร้างขึ้นมาในอดีต เป็นร่องรอยทางประวัติศาสตร์ นอกจากบริเวณวัดแล้วตามป่าเขารอบ ๆ ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 10,000 ไร่ ก็จะยังค้นพบเตาเผาสังคโลกอยู่ทั่วไป นับเป็นแหล่งโบราณคดีอีกแห่งหนึ่งครับ
วัดป่าตึงได้รับวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2526 ได้ดำเนินการก่อสร้างพระอุโบสถหลังหนึ่ง และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ พระเสด็จพระราชดำเนิน ยกช่อฟ้า ตัดลูกนิมิต เมื่อ พ.ศ 2532 และพระราชทานพระปรมาภิไธยย่อ ภปร ติดหน้าบันพระอุโบสถด้วย และวัดป่าตึงได้มีการพัฒนาทำนุบำรุง ศาสนสถานเรื่อยมาจนเจริญรุ่งเรืองมาจนทุกวันนี้ เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างอีกแห่งหนึ่งครับ
วัดป่าตึงนอกจากจะเป็นวัดที่มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานแล้ว วัดป่าตึงยังเคยมีพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง คือพระครูจันทสมานคุณ หรือที่ชาวบ้านมักเรียกท่านว่า หลวงปู่หล้าตาทิพย์ หลวงปู่หล้า เกิดวันพฤหัสบดี ขึ้น 7 ค่ำ เดือน 11 (เดือนเกี๋ยงเหนือ) ตรงกับวันที่ 22 กันยายน 2411 ซึ่งเป็นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) มีถิ่นกำเนิดที่บ้านปง ซึ่งอยู่ห่างจากวัดป่าตึงประมาณ 1 กิโลเมตร ครอบครัวมีอาชีพทำนา และเข้าไปเป็นเด็กวัดป่าตึงตั้งแต่ อายุ 8 ขวบได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อ อายุ 11 ขวบได้เล่าเรียนหนังสือกับครูบาปินตาเจ้าอาวาสวัดป่าตึงในสมัยนั้น และคณาจารย์สายล้านนาอีกหลายท่าน พออายุครบบวชก็ได้อุปสมบท ณ อุโบสถน้ำ ได้ศึกษาเล่าเรียนและปฏิบัติในธรรมเรื่อยมา จนในปี 2467 ครูบาปินตา ได้มรณภาพลง จากนั้นหลวงปู่หล้าก็ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสขึ้นแทนในปี พ.ศ 2476
หลวงปู่หล้าท่านเป็นพระนักสร้างที่มีเมตตาธรรมและเป็นพระนักปฏิบัติ ทำให้ประชาชนทั้งในท้องถิ่นและคนทั่วไปต่างให้ความเคารพเลื่อมใสในตัวหลวงปู่เป็นอย่างมาก ซึ่งในสมัยอดีตที่ท่านยังมีชีวิตอยู่
ท่านได้รับสมญานามยกย่องว่า
หลวงปู่หล้าตาทิพย์ เพราะหลวงปู่ท่านสามารถทราบเหตุการณ์ล่วงหน้าได้
มีการกล่าวขวัญกันมาของผู้เฒ่าผู้แก่จนถึงทุกวันนี้ ครับ ในสมัยนั้นเล่ากันว่า มีอยู่วันหนึ่งฝนตั้งเค้าจะตกหนัก หลวงปู่หล้าบอกให้พระเณรรีบออกจากกุฏิ เพราะกุฏิเก่าทรุดโทรมและมีต้นลานใหญ่อยู่ด้านข้าง เดี๋ยวต้นไม้จะหักโค่นลงมาทับกุฏิ เมื่อพระเณรขนของออกมาเสร็จหมดแล้ว ปรากฏว่าวันนั้นฝนตกหนักกิ่งต้นลานก็หักโค่นลงมาทับกุฏิพังทั้งหลัง พระเณรทุกองค์ปลอดภัย และตั้งแต่นั้นมาก็ต่างพากันสรรเสริญกันว่า
หลวงปู่มี ตาทิพย์ และเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป จนเป็นเรื่องที่โจทย์จันเล่าขานกันมาจนถึงปัจจุบัน และยังมีอีกหลายเรื่องราวเกี่ยวกับการรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าของหลวงปู่หล้า หลวงปู่หล้าท่านมีเมตตาบารมีสูงทำให้คนที่เข้ามากราบไหว้ประสพความสำเร็จตามที่ตนปรารถนาเสมอ ท่านมรณภาพลงเมื่อ วันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ 2536 แต่สังขารของท่านกลับไม่เน่าเปื่อย ทางวัดและศิษยานุศิษย์ จึงได้นำสรีระ ร่างกายของหลวงปู่ท่านเก็บรักษาในโลงแก้ว ตั้งไว้ บนศาลาการเปรียญ เพื่อให้คนทั่วไปได้เข้าไปนมัสการกราบไหว้และเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ มาจนถึงปัจจุบัน
ภายในบริเวณวัดป่าตึงบรรยากาศร่มรื่น เต็มไปด้วยต้นไม้และต้นตาลโตนดที่สูงเสียดฟ้า มีสถานที่จอดรถกว้างขวาง วัดป่าตึงเป็นวัดหลวงที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวกันมากเป็นประจำทุกวันโดยเฉพาะในวันหยุด เป็นวัดที่มี สถาปัตยกรรมการก่อสร้างและศิลปะการตกแต่ง ส่วนใหญ่จะเป็นศิลปกรรมแบบล้านนาไทยแทบทั้งหมดมีศาสนสถานที่สำคัญและสวยงามหลายแห่ง อาทิเช่น ซุ้มเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งสร้างด้วยไม้สักฉลุลายแบบล้านนาสวยงามมาก พระอุโบสถทรงไทยประยุกต์สวยงามบานหน้าต่างและซุ้มประตูเป็นไม้แกะสลักลวดลายทางล้านนาที่ละเอียดงดงามมาก ทางขึ้นพระอุโบสถทำเป็นบันไดนาคหกเศียรลงลายละเอียดได้ดีมากเกล็ดที่เคลือบเงาเมื่อต้องกับแสงแดดจะสะท้อนแสงสวยงามเหมือนมีชีวิต
ศาสนสถานที่สำคัญภายในวัดป่าตึงก็คือ กุฏิหลวงปู่หล้าที่ทำเป็นเรือนไม้สักทองทั้งหลังขนาดใหญ่ สวยงามไปด้วยการตกแต่งลวดลายฉลุไม้ต่าง ๆ ตามแบบฉบับของศิลปกรรมแบบล้านนาไทย หลังใหญ่และสวยมาก ๆ ด้านหน้ากุฏิ มีรูปปั้นเหมือนหลวงปู่หล้าลักษณะยืน เพื่อให้คนที่เข้าไปทำบุญที่วัดได้กราบไหว้ขอพร บริเวณด้านหน้าทางขึ้นจะตกแต่งด้วยไม้แกะสลักลายแบบล้านนา บานหน้าต่างแกะสลักเป็นรูปเหล่าทวยเทพต่างๆ พระพิฆเนศ บานประตูแกะสลักเป็นเทวดา ครุฑ และลวดลายไทยที่อ่อนช้อยลงรักปิดทองสวยงาม ด้านในศาลาเป็นห้องโถงโล่งกว้างตามเสาแกะลายไทย มีตู้แสดงพระพุทธรูปโบราณ เครื่องใช้ข้าวของต่างๆนับร้อยชิ้น มีรูปปั้นยืนเหมือนหลวงปู่หล้าในสมัยที่ท่านมีชีวิตอยู่ที่ทำมาจากเรซิน ทำได้เหมือนจริงมากๆ
ด้านหลังหุ่นหลวงปู่หล้าก็จะเป็นร่างของหลวงปู่หล้าที่อยู่ในโลงแก้วฐานทำด้วยไม้แกะลายสวยงาม เพื่อให้ประชาชนได้เข้าไปกราบไหว้บูชาเพื่อเป็นสิริมงคลให้กับตนเองและครอบครัว ภายในวัดป่าตึงเต็มไปด้วยประชาชน แม้จะมาจากหลายสถานที่ แต่ก็มีความศรัทธาในตัวหลวงปู่หล้าและมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือการได้ เข้ามากราบไหว้องค์หลวงปู่ตาทิพย์สักครั้ง เพื่อเป็นสิริมงคล ครับ
ด้านหน้ากุฏิหลวงปู่หล้าและในบริเวณวัดมีร้านค้าขายของฝากของที่ระลึกหลายร้านส่วนมากจะเป็นพวกผ้าพื้นเมืองเป็นงานทำมือสวยงาม และมีศาลาหลังใหญ่คือศาลาหลวงปู่หล้า ด้านนอกตกแต่งด้วยไม้ฉลุลายแบบทางเหนือทาด้วยสีทองตัดกับสีแดงของเพดาน เสาทุกต้นเป็นไม้สักทั้งหมด ด้านในศาลาเต็มไปด้วยภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังทั้งเพดานด้านบนและด้านข้าง เป็นภาพเกี่ยวงานประเพณีต่างๆ ในสิบสองเดือนของวัฒนธรรมล้านนาไทย เช่น ประเพณีแห่ไม้ค้ำ ประเพณีเดือนสิบสองตานก๋วยสลาก ประเพณีบุญปอยหลวง ประเพณีเตียวขึ้นดอยสุเทพ และบานประตูที่แกะสลักลายได้งามวิจิตรลายพระรามรบกับทศกัณฑ์ เรียกว่ามีศิลปกรรมให้ชมกับแบบถึงใจ เดินชมกันจนเหนื่อยไปเลยครับ และถ้าหิว ด้านหน้าวัดมีร้านบริการอาหารพื้นเมืองหลายอย่างให้อิ่มอร่อยกัน โดยเฉพาะ ข้าวซอย ขนมจีนน้ำเงี้ยว อยากชิมเดินไปหน้าวัดเลยไม่ผิดหวัง
วัดป่าตึงนอกจากจะมีสังขารของหลวงปู่หล้าให้เราได้นมัสการกราบไหว้แล้ว เป็นวัดที่ตั้งอยู่ในเส้นทางเที่ยว สายบ่อสร้าง-น้ำพุร้อน ที่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่งให้เราได้เข้าไปท่องเที่ยวพักผ่อน อาทิเช่น น้ำพุร้อนสันกำแพง ,ถ้ำเมืองออน ,ตลาดของฝากสันกำแพง,หมู่บ้านบ่อสร้าง เที่ยวต่อได้สบายตั้งอยู่ไม่ไกลกันมากนักครับ
วัดป่าตึง ตั้งอยู่ที่ หมู่บ้านป่าตึง หมู่ 7 ตำบลออนใต้ อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เช้าจนเย็น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร 053-248604,053-248607 สอบถามข้อมูลก่อนการเดินทางครับ
การเดินทางมายังวัดป่าตึงก็ไม่ยากครับ
ทางเข้าไปสะดวกถึงตัววัด เดินทางโดยรถยนต์
จากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้ทางหลวงเส้น
เชียงใหม่-สันกำแพง - น้ำพุร้อน ผ่านอำเภอสันกำแพง
มุ่งตรงไปยังอำเภอแม่ออน ไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตร จะเห็นทางแยกไปอ.บ้านธิ บริเวณปั๊มน้ำมัน ให้เลี้ยวขวาตรงเข้ายังวัดป่าตึงระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร ไปง่ายมีป้ายบอกตลอดการเดินทางครับ
เป็นไงครับทริปนี้เราพามารู้จักกับพระอริยะสงฆ์แห่งล้านนาอีกรูปหนึ่งคือองค์หลวงปู่หล้าตาทิพย์ พร้อมกับได้กราบนมัสการสังขารที่ไม่เน่าเปื่อยของท่านด้วย หากเพื่อน ๆ มีโอกาสเดินทางมาเมืองเชียงใหม่ นอกจากไปกินข้าว และขึ้นดอยสุเทพแล้ว ต้องไม่ลืมมาที่วัดป่าตึงแห่งนี้ด้วยครับ เพื่อที่จะได้กราบไหว้ขอพรหลวงปู่หล้าตาทิพย์เพื่อเป็นสิริมงคลครับ เอาไว้ทริปหน้าหมูหิน.คอม จะพาไปทำบุญไหว้พระ วัดที่สำคัญแบบนี้กันอีกนะครับ
หมูหิน.คอม คิดจะเที่ยวเว็บเดียวก็พอ...ภาพ เรื่อง และวีดีโอ.....ทีมงานหมูหิน.คอม
|