|
ขี่มอเตอร์ไซต์แอ่วเชียงใหม่
ทริปนี้หมูหิน.คอมร่วมกับพี่ ๆ จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รับหน้าที่อาสาพาเพื่อน ๆ ชาวหมูหินคลับ ขี่มอเตอร์ไซค์แอ่วเชียงใหม่กัน แต่ไม่ใช่ตะลุยทั่วเชียงใหม่นะครับ เป็นเพียงบางสถานที่ก่อน เพราะถ้าจะตะลุยกันแบบทั่วถึงทุกตารางนิ้วแล้วละก็ คงต้องใช้เวลานานพอดูเลย ทริปนี้เหมาะสำหรับเพื่อน ๆ ที่เบื่อกับการนั่งรถเที่ยวแบบสบาย ๆ เปลี่ยนมาเป็นการขี่มอเตอร์ไซค์กันบ้าง เพื่อเพิ่มความตื่นเต้นและท้าทายมากขึ้น
เราเริ่มออกเดินทางกันตั้งแต่เช้าตรู่โดยมีเจ้ามอเตอร์ไซค์ยี่ห้อ D Tracker เป็นเพื่อนร่วมเดินทางของเรา เจ้า D Tracker เนี่ยะ แรงดีไม่มีตกเลยจริง ๆ แถมเวลามีสาว ๆ มอง แหม! มันปลื้มสุด ๆ สำหรับสถานที่แรกที่จะพาเพื่อน ๆ ไปเที่ยวชมกัน นั่นก็คือ โบราณสถานเวียงกุมกาม ที่อำเภอสารภี ขอบอกว่าสองข้างทางระหว่างการเดินทางไปโบราณสถานเวียงกุมกาม เต็มไปด้วยต้นยาง สูงใหญ่ อายุนับร้อย ๆ ปี จนชาวเชียงใหม่เรียกถนนนสายนี้ว่า ถนนต้นยาง ครับ
ในที่สุดก็มาถึงแล้วครับ โบราณสถานเวียงกุมกาม นครใต้พิภพ เป็นที่ทราบกันดีว่านครเวียงกุมกามเป็นชุมชนโบราณที่ล่มสลาย เนื่องจากถูกน้ำท่วม วัดวาอารามจมอยู่ใต้ดิน ทราย จนกลายเป็นเมืองร้างหลายร้อยปี เมื่เวลาแห่งการค้นพบมาถึง เมืองโบราณแห่งนี้ก็กลับกลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่น่าค้นหาและเรียนรู้อย่างยิ่งครับ
ความยิ่งใหญ่ของนครเวียงกุมกามในสมัยนั้นคงยากที่จะหาดินแดนไหนเทียบเท่าไม่ได้ เพราะเท่าที่ปรากฏซากปรักหักพัง และการค้นพบจากกรมศิลปากร พบร่องรอยกำแพงเมือง เครื่องปั้นดินเผา ซากโบราณสถานต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันได้รับการบูรณะจากกรมศิลปากร เช่น วัดอีค่าง วัดปู่เปี้ย วัดธาตุขาว และวัดกานโถม หรือวัดช้างค้ำ ซึ่งเป็นวัดที่เราจะพาเพื่อน ๆ เข้าไปตะลุยกันครับ
วัดกานโถม หรือวัดช้างค้ำ เป็นวัดที่มีโบราณสถานและโบราณวัตถุที่เก่าแก่และสำคัญมากมาย อีกทั้งเป็นจุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวนครเวียงกุมกามอีกด้วย โดยเพื่อน ๆ สามารถนั่งรถม้าเที่ยวชมเวียงกุมกามก็ได้ หรือไม่ก็ขับรถส่วนตัวเที่ยวชมก็ได้ แต่สำหรับทริปนี้ต้องเจ้ามอเตอร์ไซค์คันนี้แน่นนอนครับ โบราณสถานวัดช้างค้ำ ปัจจุบันเหลือเพียงส่วนฐาน อยู่ใกล้ๆ กับหอพญามังราย และต้นศรีมหาโพธิ์ โบราณสถานนี้เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หน้ากว้างไม่มาก แต่ยาวเข้าไปในทางลึก พื้นมีการยกหลายระดับพอมองเห็นส่วนที่เป็นเสาได้ ภายในวัดช้างค้ำ มีรูปปูนปั้นเป็นสัตว์ในวรรณคดี ซึ่งมีหลายแห่ง เช่น รอบโบสถ์โบราณ และทางเดินหน้าหอพญามังราย นอกจากนี้ก็จะมีพระศรีมหาโพธิ์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นแขนงที่เหลืออยู่ของพระศรีมหาโพธิ์ที่พญามังรายทรงโปรดให้หมู่พระมหาเถระไปบูชา และนำพันธุ์มาจากประเทศลังกา นอกจากนี้ก็ยังมีหอพญามังราย ปฐมกษัตริย์ของแคว้นล้านนาและเป็นผู้สร้างเวียงกุมกาม หอหรือศาลพญามังรายนี้เป็นที่สถิตย์ของเทพและเป็นที่เคารพสักการะของประชาชนในละแวกนี้มาแต่โบราณกาลครับ เที่ยวมาก็นานแล้ว พลังงานก็เริ่มหมด เอาเป็นว่าเราออกเดินทางจากเวียงกุมกามสู่สถานที่ต่อไปกันดีกว่า แต่ระหว่างทางขอหาของแบบว่าอร่อยสุดยอดขั้นเทพของเมืองเชียงใหม่ทานเพิ่มพลังงานกันก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวเราเจอกันใหม่
หลังจากที่อิ่มหมีพลีมันกันแบบไม่แคร์สื่อแล้ว เราก็พร้อมออกเดินทางกันต่อเลยโดยมุ่งหน้าสู่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่อำเภอดอยสะเก็ด ซึ่งศูนย์แห่งนี้ถือกำเนิดขึ้นจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อเดือนธันวาคม 2525 โดยมีพระราชประสงค์ที่จะให้เป็นศูนย์กลางในการศึกษา ทดลอง วิจัย เพื่อหารูปแบบการพัฒนาด้านต่างๆ ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ภาคเหนือ และเผยแพร่แก่ประชาชนให้สามารถนำไปปฏิบัติได้ด้วยตนเอง นอกจากนั้นยังมีพระราชประสงค์ให้พัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีการตัดไม้ทำลายป่าทำให้เกิดสภาพแห้งแล้งและมีไฟป่า จึงได้ดำเนินการหาแนวทางการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ โดยทำการศึกษาพัฒนาป่าไม้ ด้วยการปลูกไม้ 3 อย่าง คือ ไม้ใช้สอย ไม้ผล และไม้เชื้อเพลิง ซึ่งนอกจากจะได้รับประโยชน์จากไม้ทั้ง 3 อย่างนี้แล้ว ยังอำนวยประโยชน์ในการอนุรักษ์ดินและน้ำ เพื่อคงความชุ่มชื่นเอาไว้ อันเป็นประโยชน์อย่างที่ 4 โดยเน้นการพัฒนาพื้นที่ต้นน้ำลำธาร ให้ได้ผลอย่างสมบูรณ์เป็นหลัก ในลักษณะต้นทางเป็นการศึกษาสภาพพื้นที่ป่าไม้ต้นน้ำลำธาร ปลายทางเป็นการศึกษาด้านการประมงตามอ่างเก็บน้ำต่างๆ ผสมกับการศึกษา ด้านการเกษตรกรรม ปศุสัตว์ โคนม และเกษตรอุตสาหกรรม เพื่อให้เป็นศูนย์ที่สมบูรณ์แบบ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนที่จะเข้ามาศึกษากิจกรรมต่างๆภายในศูนย์ฯ แล้วนำกลับไปใช้ในพื้นที่ของตนเองอย่างได้ผลต่อไป
หมูหินขอยกตัวอย่างการศึกษาด้านการประมงก็แล้วกันนะครับ อย่างเช่นการเลี้ยงปลาในกระชัง ซึ่งเป็นรูปแบบการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำได้สูงสุด ไม่ว่าจะเป็น อ่างเก็บน้ำ ลำห้วย หรือแม้กระทั่งฝายน้ำล้น ทฤษฎีนี้ช่วยลดปัญหาของชาวบ้านในเรื่องการหาที่ดินในการขุดบ่อ อีกทั้งการดูแลการจัดการก็สะดวกสบาย ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวผลผลิตก็สั้น และที่สำคัญเนื้อปลาที่มาจากการเลี้ยงในกระชังก็มีคุณภาพที่ดี ไม่มีกลิ่นเหม็นสาบ สามารถทำเงินให้ชาวบ้านได้เป็นอย่างดีครับ
หลังจากเที่ยวชมทั่วศูนย์แล้วเราก็มุ่งหน้าสู่จุดหมายในการค้างแรมของเรา โดยใช้เส้นทางดอยสะเก็ด น้ำพุร้อนสันกำแพง ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร จนมาถึงที่หมู่บ้านเล็กในป่าใหญ่ ใช่แล้ว
หมู่บ้านโฮมสเตย์แม่กำปอง นั่นเองครับ นับว่าเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวต่างนิยมชมชอบเข้ามาพัก ทริปนี้เราเข้าพักกันที่ ธารทองลอด์จ รีสอร์ท สถานที่สวยงาม กลมกลืนธรรมชาติเป็นที่สุด พนักงานก็ให้การต้อนรับเราเป็นอย่างดี ประทับใจมาก ๆ ครับ
พอรุ่งเช้าก็พลาดไม่ได้ที่จะไปทำบุญใส่บาตร และเก็บภาพวิถีชีวิตอันน่าประทับใจของชาวแม่กำปองมาฝากเพื่อน ๆ ครับ ภาพของการทำบุญใส่บาตรนี้ หาดูได้อยากในสังคมเมืองครับ คุณยายท่านหนึ่งเล่าให้หมูหินฟังว่า ความสุขของท่านก็คือการได้ลืมตาขึ้นมาในทุก ๆ เช้า เข้าครัวทำอาหารด้วยตัวเองอย่างตั้งใจ เพื่อนำอาหารมาทำบุญใส่บาตรครับ เพื่อน ๆ ฟังแล้วรู้สึกยังไง สำหรับหมูหินรู้สึกว่าคุณยายกำลังจะบอกเราว่า
การทำเพื่อคนอื่นหนึ่งครั้ง นำมาซึ่งความสุข ยิ่งกว่าทำเพื่อตัวเองร้อยครั้ง ใช่มั้ยครับคนไทย
กองประชาสัมพันธ์ในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
1600 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
หมูหิน.คอม คิดจะเที่ยวเว็บเดียวก็พอ...ภาพ เรื่อง และวีดีโอ.....ทีมงานหมูหิน.คอม
|