
ขุนเขา ดอกไม้ และความหนาวที่ดอยหลวงเชียงดาว
อลังการแห่งขุนเขาของเมืองไทย.......
มีขุนดอยทางภาคเหนือที่สูงที่สุดในประเทศไทย
ได้แก่ ดอยอินทนนท์ ที่มีความสูงถึง 2,565 เมตร จากระดับน้ำทะเล
เป็นขุนดอยป่าต้นน้ำที่มีความสมบูรณ์แห่งหนึ่งหนึ่งของภาคเหนือ
และมีศักยภาพทางธรรมชาติที่มีความงดงามสังคมพรรณพืชเฉพาะถิ่นบนดอยสูง
รองลงมาเป็นอันดับ 2 คือ ดอยผ้าห่มปก ที่มีความสูง 2,288 เมตรจากระดับน้ำทะเล และรองเป็นอันดับ 3 ก็ต้องแนะให้รู้จัก ดอยเชียงดาว สูง 2,225 เมตร จากระดับน้ำทะเล
ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ทั้งสิ้น
ด้วยความใฝ่ฝันของนักเดินทางรุ่นใหม่ที่ต้องการศึกษาธรรมชาติในเส้นทางป่าเขาที่ท้าทาย
ในรูปแบบการของการเดินป่าระยะไกลที่มุ่งสู่ยอดดอยสูงของดอยหลวงเชียงดาว
นั่นคือ
ความใฝ่ฝันที่ผสมผสานด้วยด้วยความยากลำบากของสภาพป่าธรรมชาติของป่ากึ่งอัลไพน์
ถ้ามองจากระยะไกลจะเห็นดอยเชียงดาวยืนตระหง่านค้ำผืนฟ้า
มียอดดอยสูง 3 ยอด ประกอบด้วยยอดเขารูปกรวยคว่ำ
ที่เกิดการกัดกร่อนจนปรากฏเป็นยอดแหลม สูงต่ำโดดเด่น
มีระดับความสูงใกล้เคียงกันคือ ดอยหลวงเชียงดาว 2,255 เมตร ดอยกิ่วลม 2,140 เมตร อยู่บริเวณกลางโค้งเกือกม้า ดอยเหนือหรือดอยพีระมิด 2,175 เมตร
มีดอยหนอก ที่สูงประมาณ 2,000 เมตร อยู่ปลายเกือกม้าด้านทิศเหนือและดอยสามพี่น้องมีความสูงอยู่เคียงกัน
คือ สูง 2,150 เมตร, 2,080 เมตร และ 2,060 เมตร และดอยหลวง 2,100 เมตร
อยู่บริเวณปลายเกือกม้าด้านทิศใต้
นี่คือ
สภาพภูมิประเทศอันเป็นภาพรวมของเทือกดอยเชียงใหญ่ที่เป็นกำแพงภูเขาที่สูงใหญ่
เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานของการศึกษา
และเพื่อเตรียมไปสัมผัสของจริงที่จะได้รู้ว่าในอาณาจักรขุนดอยป่ากึ่งอัลไพน์นี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง
ในพื้นที่ดอยเชียงดาวที่ได้จัดประกาศให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเชียงดาว
ที่ถือว่าเป็นผืนป่าอนุรักษ์ที่ควรแก่ศึกษาแห่งนี้
ในอดีตที่เคยพบ ผีเสื้อสมิงเชียงดาว อันเป็นสายพันธุ์ผีเสื้อภูฐานที่พบเพียงแห่งเดียวในเมืองไทย
และปัจจุบันก็สูญพันธุ์ไปแล้ว
นอกจากนี้ป่าดอยเชียงดาว
ยังเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์หายาก ประเภทสัตว์ป่าสงวนที่พบอยู่ 2 ชนิด คือ กวางผา และเลียงผา
ที่อยู่ในสถานะที่ถูกรบกวนทั้งทางตรงโดยการล่า
และทางอ้อมจากการบุกรุกทำไร่เลื่อนลอยจากกลุ่มชาวเขา
บทบันทึกการเดินทางสู่ดอยเชียงดาวอาจเป็นบทเรียนบทที่สองของนักเดินทางรุ่นใหม่ๆ
ที่ได้เริ่มมาจากภูกระดึง ย่อมความแตกต่างกันหลายเรื่อง
โดยเฉพาะในพื้นที่ดอยดอยสูง ที่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นใดๆ
น้ำที่ต้องการใช้สอยก็ต้องจ้างลูกหาบแบกไป
คนหนึ่งก็แบกได้ไม่เกิน 20 ลิตร มีน้ำหนักอยู่ประมาณ 20 กิโลกรัม
เมื่อเราอยู่บนยอดดอยเชียงดาวแล้วทำให้มีความรู้จักคุณค่าของน้ำมากขึ้น
โปรแกรมการเดินทางสู่ยอดดอยเชียงดาวก็ได้ถูกกำหนดขึ้นมาแล้ว
โดยมี แกละ แปดริ้ว หรือ ปรีชา จักษุ คนนำทางป่าดอยเชียงดาวที่มีความช่ำชองและรอบรู้ในพื้นที่มาช้านาน
ทำให้เรามีความมั่นใจต่อการท่องเที่ยวดอยเชียงดาวมากขึ้น
ช่วงหน้าหนาวสภาพอากาศก็แลดูสดใส ท้องฟ้าสีครามเข้ม
มองผ่านแนวป่าสนสามใบที่เรียงรายอยู่ตามแนวสันเขาที่เริ่มออกเดินทางจากหน่วยฯ เด่นหญ้าขัด หรือหน่วยขุนห้วยแม่กอก
สภาพเส้นทางก็เป็นเส้นทางสบายๆ เดินเลียบเลาะตามไปตามไหล่ดอย
ที่ยังสภาพป่าที่สมบูรณ์ของลักษณะป่าเบญจพรรณสลับด้วยป่าสน
มองไปข้างหน้าจะเห็นเหลี่ยมยอดสามพี่น้องตระหง่านเสียดฟ้าอยู่ไม่ไกลนัก
บริเวณเชิงดอยสามพี่น้องจะเป็นพื้นที่หมู่บ้านเก่าของชาวเขาเผ่าลีซอที่ได้อพยพออกไปแล้วจึงเหลือเพียงไร่ร้าง
มีสภาพธรรมชาติประกอบยืนต้นบางประเภทที่ยังเหลืออยู่บ้างคือกล้วย
ต้นท้อ ปัจจุบันก็เป็นที่รู้จักของหมู่นักท่องเที่ยว
ว่าในบริเวณ ดงท้อ เชิงดอยสามพี่น้องเป็นจุดแรมทางของนักเดินทางสู่ยอดเชียงดาว
บริเวณนี้จัดว่าเป็นทำเลที่ดีมองเห็นเทือกดอยสามพี่น้องได้ชัดเจน
เทือกดอยสามพี่น้อง จะมีลักษณะเป็นยอดเขาเรียงรายกันสามยอด
บริเวณยอดบนสุดจะเป็นหุบแอ่งที่ราบ
ยอดเขาสามพี่น้องจะมีความสูงแตกต่างกัน โดยเรียงจากยอดแรกสูง 2,060 เมตร ถัดต่อมาสูง 2,150 เมตร อีกยอดหนึ่งสูง 2,080 เมตร จากระดับน้ำทะเล
และยังมีกลุ่มยอดเขาใกล้ๆ กัน มีชื่อว่า ดอยหลวง มีความสูงถึง 2,100 เมตร จากระดับน้ำทะเล
จึงเป็นความสูงที่เล่นเอาเหนื่อยทีเดียว
ถ้าหากอยากขึ้นไปยังยอดดังกล่าว
การเดินทางสู่ยอดดอยเชียงดาวมีเป้าหมายว่าในวันนี้เราต้องเดินไปให้ถึงอ่างสลุง
แม้ว่าจะต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง
หมายความว่าพวกเราเริ่มเดินทางตั้งแต่เที่ยง กว่าจะถึงก็ 6 โมงเย็น
ถือเอาว่าเราเหนื่อยเพียงแค่วันแรก จากนั้นก็สบายๆ
เพราะอยู่ในบริเวณเป้าหมายแล้ว
แต่จะมีนักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่ไม่เร่งรีบหรือเดินช้า
จะเลือกแวะพักระหว่างทางแถวดงน้อย
ยังมีเส้นทางเดินขึ้นยอดเชียงดาว
เริ่มจากบ้านนาเลา เดินขึ้นเขายาว ร่วม 2 ชม.
จนถึงบริเวณป่ากล้วย
แล้วตัดเข้าเส้นทางหลักที่มาจากเด่นหญ้าขัด
เลี้ยวแยกซ้ายขึ้นดอยเชียงดาวได้
ปัจจุบันนักท่องเที่ยวก็นิยมเส้นทางนี้มากขึ้น
สภาพเส้นทางเดินสู่ดอยเชียงดาวนั้นค่อนจะลาดชันไปทีละน้อย
เส้นทางค่อนข้างแคบและรกด้วยพงหญ้าสองข้างทาง
จนกระทั่งมาถึงดงน้อยจะเป็นจุดพักค้างแรมอีกหนึ่ง
ประกอบด้วยดงป่าไม้ที่หนาตาสักหน่อย
รวมไปถึงต้นนางพญาเสือโคร่ง
หรือซากุระกำลังผลิดอกบานเป็นสีสดใสประดับอยู่ทั่วราวป่า
พร้อมกับเสียงเซ็งแซ่ของหมู่นกหลากที่กำลังกินดอกไม้น้ำหวานจากดอกซากุระ
จนพวกเราอดใจไม่ไหวขอปักหลักส่องดูนกอยู่พักหนึ่ง
นกปรอดเทาหัวขาว เกาะกันกลุ่มใหญ่
มีประมาณ 20-30 ตัว บางตัวก็โผบินไปมาระหว่างต้นที่อยู่ใกล้กัน
บางตัวแสดงท่าห้อยโหนโตงเตงดูดกินน้ำหวานอย่างสบายใจ
ไม่สนใจคนที่เดินผ่านไปมา พร้อมกับเจ้าถิ่นที่มีสีสันต่างไปจากกลุ่มคือ นกแซงแซวหงอนขน มีลำตัวสีดำมันเลื่อม
วางมาดเป็นเจ้าถิ่นที่ไม่ยอมให้นกอื่นเข้ามาใกล้นัก บ้างก็มี นกแซงแซวสีเทา หากินร่วมในบริเวณป่าเดียวกัน
เสียงเจื้อยแจ้วที่ไพเราจนเราต้องสอดสายตามองหาเสียงเล็กของนกกินปลีชนิดหนึ่ง
พร้อมกับเห็นตัวสีแดงๆ คือ นกกินปลีหางยาวคอสีฟ้า เป็นเจ้าตัวเล็กแสนสวยที่ไม่ยอมห่างหายไปจากดอกน้ำหวานชุ่มคอ
และที่เห็นบินโฉบผ่านอยู่ไกลๆ ก็เป็น นกเขียวก้านตองท้องสีส้ม ป้วนเปี้ยนก็อยู่ดอกซากุระเช่นกัน
ในพื้นที่ป่าบริเวณดงน้อย
จึงเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีกิจกรรมเกี่ยวกับดูนก
ก็เหมาะยิ่งนัก เพราะไม่ต้องเดินไปไหนไกล
แค่ยืนเฝ้าต้นซากุระก็สามารถพบเห็นหมู่นกได้มากมาย และยังพบ เทียนนกแก้ว ความงามของดอกเทียนที่มีลักษณะรูปร่างเหมือนนกแก้ว
ในเมื่อความประสงค์ของเราต้องการไปพักที่อ่างสลุง
ทุกอย่างก็เป็นไปตามแผน พวกเรากำลังมุ่งหน้าผ่าน กิ่วป่าคา จะเป็นที่ต้องผ่านเทือกเขาหินขนาดใหญ่ที่มีชื่อว่า ยอดปิระมิด ที่มีความสูงไล่เรี่ยกับยอดดอยเชียงดาว
คือมีความสูง 2,175 เมตร จากระดับน้ำทะเล
ยิ่งสูงยิ่งหนาว ก็เป็นความรู้สึกที่เราสัมผัสได้
อาการเหนื่อยล้าก็ปรากฏให้เห็น
เนื่องจากว่าเราเดินทางกันหลายชั่วโมง
สัมภาระบางส่วนเราก็แบกเอง และในระดับความสูงมากๆ
อากาศก็เริ่มบางเบาลง ออกซิเจนก็น้อยลง
ทำให้มีอาการเหนื่อยง่าย ต้องหยุดพักกันบ่อยครั้ง
ลำแสงพระพระอาทิตย์ได้สาดฉายแสงมาจากด้านหลังยอดดอยสามพี่น้อง
ก่อนที่จะลับเหลี่ยมเขา คงอีกไม่นานนักก็คงจะพลบค่ำ
เราเองคาดหมายว่าต้องไปถึงอ่างสลุงได้ทันก่อนมืดอย่างแน่นอน
ผ่านกิ่วป่าคามาแล้วก็เริ่มเข้าสู่ป่าทึบ
อันเป็นบริเวณที่เรียกว่า ดงเย็น ที่มีสภาพเป็นป่าทึบมีขนาดไม่กว้างใหญ่มากนัก
เพียงแค่ไม่กี่นาที
เราสามารถเดินทะลุป่าทึบออกมายังทุ่งหญ้าโล่งกว้าง
ในบริเวณดงเย็นจะเป็นป่าทึบ
ในบริเวณชายป่าเราได้พบพันธุ์ไม้หลายชนิด อย่างเช่น กุหลาบเชียงดาว พบตามชายป่าทึบและพงหญ้าสูง ชมพูพิมพ์ใจ พบในระดับความสูงประมาณ 2,000 เมตร เป็นช่อดอกสีชมพูสวย แล ะ ชมพูเชียงเชียงดาว มีดอกเป็นสีชมพูขึ้นตามกอหญ้า และไม้พุ่มเตี้ยๆ
จากดงเย็นอีกไม่ไกลก็ถึงเป้าหมายที่อ่างสลุง
กำลังใจได้ฮึดสู้อีกครั้ง เพียงไม่ถึง 10 นาที
เราก็มาถึงเป้าหมายได้สำเร็จ
จึงเป็นช่วงเวลาพอดีที่พระอาทิตย์กำลังจะเคลื่อนคล้อยลงต่ำ
สีสันยามพลบค่ำเหนือดอยสูง
คือภาพความงดงามที่ยิ่งใหญ่
ยอดดอยสูงที่สลับซับซ้อนของดอยสามพี่น้อง ดอยหนอก ดอยปิระมิด
คือเสน่ห์ความงดงามที่เราสามารถสัมผัสเห็นในเย็นวันแรกที่เดินทางมาถึงอ่างสลุงพร้อมกับสายลมหนาวอันเย็นยะเยือก
วัดอุณหภูมิในช่วงตอนพลบค่ำได้ 5 องศาเซลเซียส
แล้วถ้าเป็นตอนกลางคืนหรือตอนดึกจะมีอุณหภูมิลดลงเหลือเท่าไหร่
ดังนั้นเราจึงคว้าอุปกรณ์กันหนาวออกมาสวมใส่อย่างครบครัน
เสื้อผ้ากี่ตัวก็นำมาใส่จนหมด ถุงมือ ถุงเท้า หมวกไอ้โม่งหนาว
ต่างมีประโยชน์ทั้งสิ้น
ยิ่งดึกยิ่งหนาวมาก หลับบ้างตื่นบ้าง
เช้าขึ้นมาเราต้องตื่นตั้งแต่ตี 5 เพื่อขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ยอดดอยเชียงดาวอุณหภูมิในตอนเช้ามืดอย่างนี้นาฬิกาที่วัดอุณหภูมิได้ 0 องศาเซลเซียส โอกาสที่เราจะได้เห็นแม่คะนิ้ง
เป็นน้ำค้างย่อมได้เห็นอย่างแน่นอน
จากยอดสูงสุดของดอยเชียงดาว
เรามองเห็นยอดเขาที่ทะมึนเหยียดเสียดฟ้าของดอยสามพี่น้องที่อยู่ทางด้านซ้ายมือ
และมีดอยปิระมิด อยู่ทางด้านขวามือ
ถัดไปด้านหลังดอยทั้งสองกลุ่มจะมีทะเลหมอกอยู่บางๆ
ยังไม่แน่นหนาถูกใจเท่าที่ควร และเมื่อหันไปทางด้านตะวันออก
ทางด้านหลังเทือกดอยกิ่วลมจะเกิดเป็นกลุ่มทะเลหนาตาพอสมควร
ในโมงยามเช้า ท้องฟ้าเป็นสีคราม
ภาพทิวทัศน์จากยอดสูงสุดของดอยเชียงดาวจะมองเห็นเทือกเขาสลับซับซ้อนอยู่รอบด้าน
ดอยเชียงดาวในวันนี้ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย
แต่เท่าที่สังเกตพบว่าหมู่ดอกไม้จำพวก ชมพูพิมพ์ใจ สีสันสวยที่ขึ้นตามป่าหิน
และถ้าเราสังเกตให้ดีก็จะพบความมหัศจรรย์ของ ฟองหินเหลือง ขึ้นอยู่ตามโขดหิน จัดว่าเป็นพันธุ์ไม้ที่หายาก
พบได้เฉพาะที่ดอยเชียงดาว จะผลิดอกบานในช่วงเดือนพฤศจิกายน
ถึงเดือนมกราคม
ภาพทิวทัศน์อันกว้างใหญ่เหนือยอดดอยเชียงดาว
เราสามารถพบเห็นขุนเขาสลับซ้อน มองไปเห็นหุบเชียงดาว
หุบเมืองคอง มองเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ
ยิ่งในช่วงเช้าจะมีสายหมอกล่องไหลอิงแอบยอดดอยสูงก็เป็นภาพประทับใจที่ได้มาพบเห็น
กลับลงมาที่พักหลังจากอาหารเช้าแล้ว
พวกเราก็ตระเวนเที่ยวชมดูนก ดอกไม้ในบริเวณใกล้กับที่พัก
ก็พบว่าตามบริเวณป่าดิบหรือแถวดงน้อยก็มีนกที่พบก็เป็นนกปรอดธรรมดาๆ
นกแซงแซวสีเทา นกแซงแซวหงอนขน และตรงที่พักก็มี นกยอดหญ้าหลังดำ บินโฉบไปโฉบมาส่งเสียงเรียกหาคู่อยู่จากเราประมาณ 3-4 เมตร
ช่วงกลางวันเราก็เดินไปยังดอยกิ่วลม
เป็นสันดอยอีกหนึ่งที่น่าสนใจ
เพราะเป็นแหล่งศึกษาพรรณไม้ป่าเชียงดาวได้ดีอีกแห่งหนึ่ง
จากอย่างสลุงก็เดินไปไม่ไกล ด้านบนยอดเขาจะเป็นป่าหิน จะพบ เทียนเชียงดาว เป็นดอกไม้หายากที่พบเฉพาะที่เชียงดาวเท่านั้น, หรีดเชียงดาว เป็นพันธุ์ไม้เฉพาะถิ่นเชียงดาวอีกชนิดหนึ่ง มีดอกสีอมม่วง
เมื่อขึ้นไปบนสันดอยกิ่วลมที่มีลักษณะเป็นป่าหินก็จะพบ แสงแดง เป็นพันธุ์ไม้หายาก และยังมี ดอกฟ้าคราม บานกระจายไปทั่วป่าหินและพบเป็นพุ่มใหญ่ก็เป็น ดอกเหยื่อจง
หรือเหยื่อเลียงผา หรือเทียนหมอคาร์ เป็นพืชเฉพาะถิ่นเชียงดาวอีกเช่นกัน ความหลากหลายของพืชพรรณไม้ดอยเชียงดาวมีมากมาย
จนเกินกว่าที่เราจะจำแนกได้หมดสิ้น
ส่วนใหญ่มักพบเห็นในบริเวณทำเลที่เราสามารถเดินไปถึง
ไม่ยากลำบากนัก
แสงสีทองในยามเย็นได้สาดฉายแสงปกคลุมทั่วขุนดอย
ต้นไม้ต้นหญ้าบนดอยเชียงดาวได้ถูกฉาบเป็นสีเหลืองทอง
จนกระทั่งพระอาทิตย์ได้ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว
มองเห็นยอดดอยเป็นเงาดำท่ามกลางฉากหลังของผืนฟ้าที่สวยงาม
พลังแห่งสีสันในช่วงพลบค่ำได้บังเกิดเป็นสีสันที่สวยงามปกคลุมผืนฟ้าด้านตะวันตก
อันเป็นสัญญานสุดท้ายของการสิ้นสุดของวันเวลาไปอีกวันหนึ่ง
วันรุ่งขึ้นเราอาจได้พบแสงตะวันใหม่ที่ดอยเชียงดาว
ถ้าใครขยันขึ้นไปชมทะเลหมอกพระอาทิตย์ที่กิ่วลมก็ยังเวลาเพียงพอ
ต่อจากนั้นก็ต้องเดินทางกลับทางเก่า
มีให้เลือกระหว่างบ้านนาเลา หรือเด่นหญ้าขัด ส่วนทางลงบ้านถ้ำ
เดี๋ยวนี้เขาห้ามลง ไม่รู้ด้วยเหตุผลอันใด
เรื่องราวการเดินทางสู่เส้นทางธรรมชาติของป่าดอยหลวงเชียงดาว
จัดว่าเป็นเส้นทางที่เหมาะต่อการศึกษาธรรมชาติของพืชพันธุ์ไม้
หมู่นกหลากชนิด
และภาพบรรยากาศอันสวยงามที่เกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาว
แม้ว่าจะเป็นหนทางที่ยากลำบาก ไร้สิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ
ทั้งสิ้น
แต่ก็คุ้มค่ากับการเดินทางที่เราได้พบเห็นความยิ่งใหญ่ของขุนเขาที่มีความสูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศ
คู่มือการเดินทาง
เส้นทางการเดินทาง
การเดินทางสู่ยอดดอยเชียงดาวมีหลายเส้นทางให้เลือก
ทว่าในเส้นทางที่สะดวกที่สุดก็มีเพียงเส้นทางเดียวคือ
เส้นทางสายบ้านแม่นะ-เด่นหญ้าขัด
เริ่มจากเส้นทางหลวงหมายเลข 107 เชียงใหม่-ฝาง ประมาณหลัก กม.ที่ 71-72 อยู่ก่อนถึงตัวอำเภอเชียงดาวเล็กน้อย
จากหน่วยฯ เด่นหญ้าขัด
จะเป็นจุดสิ้นสุดทางรถยนต์
จากนั้นจะต้องเดินเท้าไปยังยอดดอยหลวงเชียงดาวที่ต้องใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 5-7 ชม. ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเดินของแต่ละคน
โดยเฉลี่ยแล้วก็ประมาณ 6 ชั่วโมง ก็ถึงที่พักตั้งแค้มป์ที่อ่างสลุง
และเส้นทางเดินกลับ ลงบ้านนาเลา
หรือเดินขึ้นเส้นทางบ้านนาเลา ป่ากล้วย อ่างสลุง ลงเด่นหญ้าขัด หรือเดินขึ้นทางบ้านนาเลา ลงบ้านนาเลา
จุดพักแรม
เส้นทางสู่ยอดเชียงดาว เริ่มจากหน่วยฯ
เด่นหญ้าขัด จนถึงอ่างสลุง จะมีบริเวณที่พักค้างแรมอยู่หลายจุด
เช่น หน่วยฯ เด่นหญ้าขัด, จุดพักดงท้อ, จุดพักดงน้อย, จุดพักดงเย็น, จุดพักอ่างสลุง 1 และจุดพักอ่างสลุง 2 แต่ละจุดแต่ละแห่งนั้นจะไม่มีแหล่งน้ำ ยกเว้นที่หน่วยฯ
เด่นหญ้าขัดที่มีแหล่งน้ำสมบูรณ์ที่สุด
ฉะนั้นจึงต้องเตรียมน้ำดื่มและน้ำสำหรับหุงต้มมาให้เพียงพอ
การเตรียมน้ำ
เนื่องจากเป็นดอยที่มีสภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาหินปูน
พื้นดินจะไม่อุ้มซับน้ำ จึงไม่มีแหล่งน้ำบนยอดดอยเชียงดาว
ดังนั้นเราจึงต้องเตรียมน้ำไปให้เพียงพอกับช่วงเวลาการเดินทางพักค้างแรม
เราควรจ้างลูกหาบแบกน้ำ คนหนึ่งแบกน้ำได้ 20 ลิตร
น้ำเหล่านี้จึงควรใช้อย่างคุ้มค่าคือใช้หุงต้ม ดื่ม
และแปรงฟันเท่านั้น
นักท่องเที่ยวแต่ละคนจะช่วยแบกเพิ่มเติมหรือพกติดตัวไปคงได้คนละ 2-3 ลิตร หรือ 2-3 ขวด
การใช้น้ำก็ประหยัดอย่างเท่าที่จำเป็นและควรเตรียมน้ำไปให้เพียงพอ
อาหาร
ควรจัดเตรียมให้รัดกุม
พิจารณาเลือกอาหารที่มีน้ำหนักน้อย
เป็นอาหารค่อนข้างสำเร็จรูปสามารถทานได้เลย
หรือนำไปปรุงอีกนิดก็ทานได้
หากเป็นอาหารที่ใช้น้ำน้อยก็ยิ่งเหมาะ
เน้นให้เป็นอาหารที่ใช้น้ำไม่เปลือง น้ำที่นำขึ้นไปมาค่ามาก
ใช้ดื่มกิน ปรุงอาหาร และแปรงฟันเท่านั้น
ถ้าจะล้างหน้าก็ใช้ผ้าเย็น
เครื่องกันหนาว
เนื่องจากดอยเชียงดาวมีสภาพอากาศที่หนาวเย็นมาก
เย็นตลอดทั้งปี ยิ่งเป็นช่วงหน้าหนาวอุณหภูมิจะลดต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส
หรือติดลบ เพราะทุกปีจะมีน้ำค้างแข็ง หรือแม่คะนิ้ง
เกาะตามยอดหญ้า
ดังนั้นนักท่องเที่ยวต้องเตรียมอุปกรณ์กันหนาวไปให้เพียงพอ
คือถุงมือ ถุงเท้าใส่นอนอย่างน้อย 2 คู่ เสื้อยืดแขนยาว
เสื้อไหมพรม เสื้อแจ็คเก็ตกันหนาว รวมไปถึงหมวกไหมพรม ถุงนอน
ถือว่าจำเป็นมากๆ ต้องหนาสักหน่อย และควรมีเต็นท์ไปด้วย
ฟืน-ไฟ
เมื่อเข้าป่าก็ต้องมีการเตรียมอุปกรณ์ฟืนไฟไปให้พร้อม
ไฟฉายควรมีไปทุกคนพร้อมทั้งถ่านและหลอดไฟสำรอง
ไฟแช็คควรติดตัวทุกคน
ป่าดอยเชียงดาวนั้นมีต้นไม้น้อยมาก
เราควรมารณรงค์ให้หันมาใช้เตาแก๊ส เตาปิคนิค หรือเตาน้ำมัน
ที่เราสามารถแบกขนขึ้นไป อุปกรณ์เหล่านี้ก็มีขนาดเล็ก
น้ำหนักเบา สามารถพกพาได้สะดวก
และช่วยลดการใช้ทรัพยากรไม้จากป่าได้ไม่น้อย
การติดต่อ
การขึ้นยอดดอยเชียงดาวต้องทำเรื่องขออนุญาตได้ที่
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเชียงดาว อำเภอเชียงดาว
จังหวัดเชียงใหม่ เสียก่อน
โดยทำเรื่องยื่นขอได้ที่ที่ทำการเขตฯ เพื่อนำใบสป.7 ไปยื่นที่ด่านแม่ตะมาน
แล้วนำไปยังหน่วยฯ เด่นหญ้าขัด เพื่อความสะดวกในขณะที่ติดต่อลูกหาบหรือคนนำทาง
ก็วานให้เขาทำเรื่องไว้ล่วงหน้า

แสงสีพระอาทิตย์สวยๆ
ก่อนจะลับขอบฟ้า |

แสงสีพระอาทิตย์สวยๆ
ก่อนจะลับขอบฟ้า |
การติดต่อลูกหาบ-คนนำทาง สามารถติดต่อไปยังคุณแกละ แปดริ้ว หรือ ปรีชา จักษุ เขาจะจัดลูกหาบให้ตามความต้องการ
หรือจะให้เหมาการบริการให้ทั้งหมดเลยก็ได้ ทั้งอาหาร ที่พัก
ลูกหาบ คนนำทาง รถขึ้นดอย
คุณแกละ โทร.0-1993-8397 หรือ โทร.0-5345-6410 (ที่บ้าน)
ราคาลูกหาบ วันละ 350 บาท
คนนำทาง วันละ 400 บาท )
ค่ารถ 4WD จากอำเภอเชียงดาวขึ้นดอยไปยังหน่วยฯ เด่นหญ้าขัด จะต้องใช้รถ 4WD หรือรถท้องถิ่นกำลังเครื่องยนต์ดี มีความชำนาญเส้นทาง
เรื่องและภาพ โดย
ภูฟ้า
|