|

สุดยอดความเป็นส่วนตัวกับ
ปีระกา
ไม่ว่าใครก็คงจะต้องการความเป็นส่วนตัวแน่นอน
ผมเชื่อว่าอย่างนั้น
หลายต่อหลายร้านอาหารที่ผมเดินทางไปเก็บภาพมาฝากทุกๆคน
หลายร้านที่หรูหรา
เต็มไปด้วยการแต่สำหรับร้านอาหารร้านนี้ที่มีชื่อว่า
ปีระกา
ผมติดใจกลิ่นอายเอกลักษณ์ของคนพื้นบ้าน ความเป็นส่วนตัว
ที่ทางร้านแทรกเข้ากับบรรยากาศอันอบอุ่น ผมบอกได้เลยคำเดียวว่า
สำหรับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัว
ที่นี้คืออีกที่หนึ่งที่คุณห้ามพลาดครับ
สืบเนื่องจากที่ผมมีโอกาสได้กลับมาที่จังหวัดจันทบุรี ครับ
คราวก่อนผมได้ไปนอนอิงเอน นวดผ่อนคลาย กับ ริมน้ำ สปา
และนำภาพบรรยากาศมาฝากทุกๆคน ให้ได้อิจฉาตาร้อนกันไปแล้ว
แต่หลังจากนี้ ผมก็มีโอกาสได้ไปเจอร้านอาหารอีกร้านหนึ่ง
ซึ่งตั้งอยู่ก่อนเข้าตัวเมืองจังหวัดจันทบุรี
ญาติของเพื่อนผมเล่ากิตติศัพท์ความฮอต
ฮิต ติดคะแนนนิยมของคนเมืองจันท์ว่า
ร้านนี้ถือเป็นร้านอาหารที่มีชื่อเสียง
และคนเมืองจันท์ส่วนใหญ่จะต้องเคยไปกินอาหารที่นี่แน่นอน
ร้านนี้ชื่อว่า ปีระกา
แค่ชื่อก็น่าสนใจ
ความจริงผมเองก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมากนักหรอกครับ
มันก็คงเหมือนร้านอาหารปกติทั่วไป
แต่ที่ผมอยากไปเยือนนั่นก็คือ ในเมื่อผมมาถึงถิ่นแล้ว
ผมจะไม่เชื่อคนถิ่นเลยเหรอ
อีกอย่าง
มันเกี่ยวอะไรกับไก่หรือเปล่า เค้าถึงตั้งชื่อร้านว่า
ปีระกา
การเดินทางไปร้านลึกลับน่าดูครับ
ด้วยความที่ผมอาจจะไม่ใช่คนเมือง ผมก็แค่ผู้มาเยือน
เพราะฉะนั้นไม่แปลกที่ผมจะงงกับเส้นทางที่ญาติของเพื่อนผมบอกมา
เฉพาะทางเข้าก็งงแล้ว ซึ่งขณะที่ผมเดินทางผมบอกได้เลยว่า
ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า ผมจะเจอร้านดี ร้านเด่น ที่เค้าร่ำลือ
มันจะอยู่อะไรในป่าขนาดนี้
แต่อย่างว่าแหละครับ ของดีมันต้องมีอุปสรรค
ผมหลงทางอยู่สักพัก และในที่สุด ผมก็ได้เจอแล้ว
เพชรในตม
หลังจากที่ผมได้เจอหน้าคร่าตา ร้าน
ปีระกา
ผมก็ประจักษ์ชัดแจ่มแจ้งแล้วว่า
ทำไมจะต้องลึกลับขนาดนี้
เพราอะไรน่ะเหรออย่างที่ผมเกริ่นไปตอนแรกไงครับ
ความเป็นส่วนตัว
ที่นี่ทำให้ผมรู้สึกได้ตั้งแต่แรกเห็น
ก่อนเข้าร้าน ผมมีโอกาสได้เจอคนถิ่นครับ
เค้าชื่อ
คุณป็อบ
ผมเข้าไปพูดคุยและทำความรู้จักกับเค้า
เพื่อหวังว่าผมคงจะมีโอกาสได้ข้อมูลดีๆ ของร้านนี้ไปบ้างไม่มากก็น้อย
เพราะอย่างน้อย คุณป็อบ
ก็น่าจะรู้จัก
ปีระกา
มากกว่าที่ผมรู้จัก ถ้าเทียบกันผมก็เหมือนเพื่อใหม่
ที่เพิ่งจะเข้ามาอยู่ในกลุ่ม บูมบ่ามอะไรมากไม่ได้
เพราะฉะนั้นผมก็ควรจะเข้าทางคนเก่าที่เค้าอยู่มาก่อนดีกว่าครับ
ผมไปถึงร้านตอนพระอาทิตย์ตกเสียแล้ว
เพราะว่ามัวแต่หลงอยู่นั่นแหละครับ แต่ถึงกระนั้น
ก็ยังไม่หมดแสงจนทำให้ผมไม่สามารถเก็บบรรยากาศได้
แต่เรื่องบรรยากาศผมขอเก็บไว้ก่อนแล้วกัน
ตอนท้ายๆผมจะเล่าให้ฟัง แต่ผมจะขอเล่าเรื่องที่
เพื่อนใหม่ของผมเล่าให้ฟัง คุณป็อบ บอกกับผมว่า ร้าน
ปีระกา
เป็นร้านอาหารประจำที่คุณป็อบจะพาครอบครัวมาทาน และใช้สังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน
เพราะที่นี่นอกจากจะเป็นร้านอาหารที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น
ทั้งในการตกแต่งร้านแล้ว
สิ่งหนึ่งที่ไม่ว่าใครที่ได้เข้ามาก็จะต้องติดใจกับความเป็นส่วนตัวทีได้รับกลับไปอย่างแน่นอน
ร้านปีระกา
เป็นร้านที่ผมมากลับครอบครัวและเพื่อนบ่อยมาก แทบจะทุกอาทิตย์
สำหรับร้านนี้ คนที่ชอบความเป็นส่วนตัวจะติดใจแน่นอนครับ
เพราะผมเองก็ติดใจมันมาหลายปีแล้ว
จบประโยคที่ว่านี้
ยอมรับว่าผมเองก็ไม่เข้าใจเท่าไหร่หรอกครับกับที่ คุณป็อบ บอก
เพราะร้านอาหารที่ไหนเค้าก็ต้องให้ความเป็นส่วนตัวกับลูกค้าอยู่แล้ว
แต่ก็ยังไม่ได้เซ้าซี้อะไรมากนัก ขอสั่งอาหารก่อนดีกว่า
คุณป๊อบแนะนำเมนู เด็ดๆ ของร้านให้ผมมาสองอย่างครับ
ไก่ต้มใบกระวาน
และ ยำปูไข่ดอง
ผมไม่รอช้าเชื่ออย่างคำที่คนถิ่นเค้าว่าเลยครับ
แล้วก็สั่งเพิ่มมาอีกสองสามอย่าง เพราะความหิว
ในระหว่างสั่งอาหาร สิ่งหนึ่งที่ผมติดใจมากๆ คือ
เด็กเสิร์ฟ ครับ บอกอย่างนี้แล้วอาจจะงงว่า
ทำไมจะต้องติดใจใช่มั้ย คือน้องเค้าพูดจาเพราะมาก
และยิ้มแย้มตลอดเวลา จนในระหว่างสนทนากัน ผมยังแอบคิดในใจว่า
ทำไมน้องเค้าถึงดูมีความสุขกับอาชีพเด็กเสิร์ฟขนาดนี้
คำตอบที่ได้ ก็มาจากคุณป๊อบ ครับ
เด็กเสิร์ฟ คนนี้ชื่อ
น้องหนูแดง
และไม่ใช่เพียงแต่น้องหนูแ ดง
ที่มีมารยาทดีและพูดจาไพเราะเสนาะหูแค่คนเดียว
ทุกคนในร้านเป็นแบบนี้ทุกคนครับ แต่อย่าเข้าใจผิดคิดว่า
เหมือนกรุงเทพนะ พูดเพราะ บริการครบสูตร
ที่นี่อยู่ไปคำนึงถึงเรื่องบริการมากนัก เพราะ
หลังจากที่คุณสั่งอาหารไปเรียบร้อย คุณก็อาจจะไม่ได้เจอน้อง
หนูแดง อีกเลย
ถ้าไม่พยายามตะโกนเรียก สาเหตุที่เป็นแบบนี้
คุณป๊อบบอกว่า
หนูแดงเหมือนเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่แหละคุณ
ใครมาแรกๆ
จะงงกับเค้าว่าทำไมน้องเค้าดูมีความสุขกับอาชีพขนาดนี้
แต่ในร้านก็เป็นแบบนี้ทุกคนนะครับ
คือทางร้านเค้าจะเลี้ยงดูเด็กๆ เหมือนลูกเหมือนหลาน
อยู่กันเป็นครอบครัว พ่อกับแม่คือคนทำกับข้าว และลูกๆ
ทุกคนก็จะเรียกคุณพ่อ คุณแม่ตลอด
แต่ที่นี่ก็ไม่มีพ่อเชฟมือดีนะเพราะพ่อครัวและแม่ครัวก็เป็นเจ้าของร้านนั่นแหละครับ
แต่มารยาทดีแบบนี้คงไม่ได้หมายความว่าเค้าจะบริการทุกอย่างที่คุณต้องการ
หลังจากสั่งอาหารเสร็จก็จะไม่ค่อยมาดูแลเทคแคร์คุณเท่าไหร่
ต้องคอยเรียก เพราะที่นี่เค้าเน้นความเป็นส่วนตัวมาก
ถ้าใครที่ชอบก็จะติดใจ แต่ถ้าใครที่ชอบการเน้นบริการ
ก็อาจจะขุ่นเคือง แต่อย่างที่บอก
มารยาทและอัธยาศัยของทุกคนในร้านอาจจะทำให้คุณลืมเรื่องนั้นไป
พอคุณป๊อบเล่าให้ฟัง
ผมก็ถึงบางอ้อเลย
เพราะผมก็เริ่มได้สัมผัสกับตัวเองบ้างแล้วครับ
แต่โชคดีที่ผมเป็นคนที่ชอบความเป็นส่วนตัวและไม่รอช้าครับ
อาหารมาแล้ว
รสชาติอร่อย จัดจ้านแทบทุกอย่าง ติดใจ
ไก่ต้มใบกระวาน
เพราะไม่เคยกินที่ไหนมาก่อน รสชาติคล้ายต้มยำลำต้นใบกระวาน
เหมือนตระไคร้เลยครับ แต่ไม่ใช่ มีความหอมจากสมุนไพร
แปลกดีนะ อยากให้มาลอง ส่วน
ยำปูไข่ดอง
ผมติดใจมากๆครับ เผ็ดจัดจ้าน
แนวผมเลยล่ะ
ส่วนเมนูอื่นๆ
เรื่องรสชาติไม่ทำให้ผิดหวังครับ
แต่ที่ทำให้ประทับใจที่สุดเห็นจะเป็นเรื่องของ
บรรยากาศโดยรวมครับ มันใช่เลย
ตกแต่งร้าน แนวศิลปะขอม
มีรูปปั้น ต้นไม้นานา ชนิด นั่งชิวๆ ก็จะได้ยินเสียงริ่งเรไร
เสียงกบ อ๊บ...อ๊บ ได้อารมณ์มากๆ ครับ
ขอทิ้งท้ายด้วย ที่มาของชื่อร้านนี้
ให้ลองเดากันเล่นๆ......................ไม่ได้เกี่ยวกับไก่
แต่เกี่ยวกับคนที่เกิดปีไก่ เจ้าของร้าน พ่อครัว
เค้าเกิดปีระกาครับ
เอ่อ..เกือบลืม ร้านนี้เปิดให้บริการตั้งแต่
11.00-23.00
น. ของทุกวัน ส่วนวันหยุดก็ไม่มีแน่นอน
แล้วแต่อารมณ์ของพ่อกับแม่ เหนื่อยเมื่อไหร่ก็พัก
ถ้าอยากไปกินก็ต้องเสี่ยงดวงเอา นี่แหละ คือความเป็นส่วนตัว
การเดินทาง
ใช้เส้นทางถนนมอเตอร์เวย์
(กลับไปดูที่เรื่อง ริมน้ำสปา) ร้าน
ปีระกา
อาจจะลึกลับเล็กน้อย
แต่ถ้าลองทำความเข้าใจก็จะไม่งงมากเท่าไหร่ครับ เริ่มจาก
ถนนเส้นสุขุมวิท ทางเลี้ยวเข้าตัวเมือง ขับรถมาสักประมาณ
2
กิโลเมตร เลยมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณณี
จะเจอร้านขายวัสดุก่อสร้าง ที่ชื่อว่า
ท่าช้างทองโฮมมาร์ท
เลี้ยวซ้ายเข้าซอยข้างๆ จะมีป้ายร้าน
ปีระกาบอกไว้
หลังจากนั้นขับรถตรงเข้าไปเรื่อยๆ จะเจอสามแยก
ให้เลี้ยวซ้ายอีกครั้ง ขับไปตามทางมีโค้งเลี้ยวขวา
ให้เลี้ยวไปแล้วขับต่อไปเรื่อยๆ อีก ประมาณ
3
กิโลเมตร จะมีป้ายเขียนบอกชื่อร้าน ทางซ้ายมือ
เลี้ยวเข้าไปตามทาง อาจจะเปลี่ยวเล็กน้อย ไม่ต้องตกใจ
|