|
ทริปนี้ หมู่หิน.คอม
จะพาไปท่องเที่ยวที่เข้ากับบรรยากาศช่วงหน้าฝน
ไปชมดอกไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มฤดูฝน
ใช่แล้วครับ
ต้องที่นี้เลย ทุ่งดอกกระเจียว
อุทยานแห่งชาติไทรทอง ที่ จ.
ชัยภูมิ นั้นเอง
ทุ่งดอกกระเจียว
จะขึ้นที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม และ
อุทยานแห่งชาติไทรทอง เหตุที่หมูหิน.คอม
เลือกที่จะไปอุทยานแห่งชาติไทรทอง
เพราะป่าหินงามเราเคยไปมาแล้ว (
โอกาสหน้าจะมาเล่าให้ฟัง )
ไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวทั้งที
ไม่ทำความรู้จักกันก่อน
สถานที่ท่องเที่ยวน้อยใจแย่เลย
เพราะฉะนั้นเรามาทำความรู้จักกันแบบคราวๆเลย
อุทยานแห่งชาติไทรทอง
เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 77
ตั้งอยู่ที่ ต.วังตะเฆ่ อ.
หนองบัวระเหว จ.
ชัยภูมิ มีเนื้อที่ประมาณ 119,375
ไร่
อยู่ในเขตเทือกเขาพระยาฝ่อ
และเทือกเขาพังเหย
มีลักษณะเป็นพื้นที่ภูเขาสูงต่ำสลับกันไป สิ่งที่น่าสนใจ
ของที่นี้ คือ
ทุ่งดอกกระเจียวหรือทุ่งบัวสวรรค์ที่มีถึง 4 ทุ่ง
แนวผาที่เรียงตัวกันยาว
ไม่ว่าจะเป็นแนวผาพ่อเมือง ผาเพลินใจ ผาสวนสววรค์
ผาหำหด น้ำตกไทรทอง
และต้นไม้พันปี ถ้าพอจะรู้จักอุทยานแห่งชาติไทรทอง
กันแล้ว ก็ออกเดินทางกันเลยครับ
..
Lets go!!!
การเดินทางครั้งนี้ หมูหิน.คอม
ตัดสินใจที่จะเดินทางโดยรถทัวร์ สายกรุงเทพฯ-
หนองบัวระเหว
เดินรถวันละ
3
เที่ยว คือ 10.00 น.
, 12.00 น. ,
และ 15.00
น.
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5
ชั่วโมงครึ่ง ก็จะถึง
หนองบัวระเหว จึงตัดสินใจไปรอบ 10
โมงเช้า เพื่อที่จะมีเวลาต่อรถไปยังอุทยาน
แต่แล้วก็มีเหตุ เพื่อนร่วมเดินทางของผม
เดินทางมาถึงหมอชิต
2
ก่อนกำหนด อย่า!
อย่า!
เพิ่งเข้าใจผิดครับ ก่อนกำหนดของเพื่อนผม คือ
ก่อนบ่ายสามโมงเพียง 20
นาทีครับ
แล้วทีนี้จะทำยังไงกันครับ เมื่อหัวใจไปแล้ว
เราก็ต้องพาตัวเราไปซิครับ
เราจึงออกเดินทางตอนบ่ายสามโมง ค่ารถ
239
บาท
หมูหิน.คอม
ไปถึง หนองบัวระเหว ประมาณ สามทุ่ม
ที่นั้นมืดมาก แล้วเราจะทำยังไงกันครับ
ถามคนแถวนั้นเรื่องห้องพัก ก็ไม่มี
แล้วเราจะนอนไหนกันครับ ???
หมูหิน.คอม
อย่างเราฉลาดอยู่แล้ว
จึงคิดสโลแกนบางอย่างออก นั้นก็คือ ตำรวจ
ที่พึ่งของประชาชน
เราจึงตัดสินใจเดินเท้าด้วยระยะทางประมาณ
1 กม.
ไปยัง สถานีตำรวจ อ.
หนองบัวระเหว
แล้วเราก็ให้บัตรประชาชนตำรวจไว้
จึงได้อาบน้ำ นอน ที่นั้น (นอนโต๊ะด้านนอกนะครับไม่ใช่ในกรง)
วันรุ่งขึ้น ตื่นกันมาตอน 6 โมง แต่รถออก
7 โมงครึ่ง
ระหว่างช่วงเวลานี้เราจึงมีเวลาหาข้าวกินกันในตลาดเทศบาลมีข้าวต้มราคาเพียง
10
บาท ได้อิ่ม อร่อยมาก
และทำให้ได้เห็นวิถีชีวิตของคนที่นั้นไป
รวมถึง
วิธีการตักบาตรที่อาจจะแตกต่างกันเล็กน้อยจากที่เคยเจอกันมา
หลังจากนั้นเรานั่งรอรถที่ท่ารถ
ความเป็นจริงท่ารถกับตลาดเทศบาลที่เรานั่งกินข้าวก็คือที่เดียวกันนะคับ
เรานั่งรถระยะทางประมาณ
33 กม.
ใช้เวลาเดินทางประมาณ30
นาที ค่ารถ
35 บาท
ไปถึงป้อมตำรวจบ้านท่าโป่ง
แล้วก็เดินไปที่ทำการอุทยาน อีก 9
กม.
แต่เราได้โบกรถชาวบ้าน เข้าไปยังอุทยาน
เสียค่าเข้าอุทยาน คนละ 40
บาท
ได้ไปสอบถามข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับอุทยาน
ทำให้เราต้องเดินทางอีก 11
กม. เพื่อไปถึง ณ
จุดกางเต้นท์ บนยอดเขา ระยะทางแค่นี้ หมูหิน.คอม
ไม่หวั่นอยู่แล้ววว จึงแวะซื้อน้ำ
ที่ร้านค้าสวัสดิการอุทยาน
จะเดินเท้าและโบกรถชาวบ้านกันขึ้นไป
เราใช้เวลาเดินไปได้ประมาณ 3
ชม.
ระยะทางประมาณ 5 กม.ก็ไม่มีรถแม้แต่คันเดียวเลย
ด้วยจากการที่เราหมดแรง จึงหาที่ร่มๆข้างทาง
นอนพัก กันได้ประมาณครึ่งชั่วโมง
แล้วก็เหมือนสวรรค์ช่วยเรา
มีรถนักท่องเที่ยวขึ้นมาคับ พอไปถึงด้านบน
สิ่งแรกที่เราทำเลยคือ นอนพักครับผม
หลังจากนอนพักผ่อนเต็มที่ เราจึงมานั่งคุยกับ
ลุงกับป้า
เจ้าของร้านอาหารบนยอดเขา ลุงเป็นคนที่คุยเก่ง
คุยสนุกมาก ให้ข้อมูลต่างๆได้ดีมาก
และยังเป็นคนขับรถรับส่งนักท่องเที่ยว
ค่าบริการ ไป-
กลับ 500
บาท นั่งได้ 6-7
คน
สิ่งที่สำคัญ
ร้านอาหารของลุงกับป้าจะมีแม่ครัวมาทำอาหารเฉพาะ
วันศุกร์-
อาทิตย์ หรือถ้าเป็นกรุ๊ปทัวร์
สามารถโทรไปบอกแกก่อนได้
และไฟฟ้าจะเป็นเครื่องปั่นไฟนะคับเปิด
โมงเย็น ถึง สองทุ่ม
แต่ถ้าอยากให้เปิดไฟนานๆก็ซื้อน้ำมันเบนซินไปเติมให้แกเลยนะครับ
ผมเลยต้องรีบชาร์ตแบตกล้องถ่ายรูปให้พร้อมครับ
รุ่งเช้าตื่นนอนตีห้า
เพราะท้องฟ้าที่นี้สว่างเร็วมาก
จึงเดินไปชมดอกกระเจียว ทะเลหมอกและหน้าผา
จะมีป้ายบอกเส้นทางตลอด
ลืมบอกไปการเดินทางครั้งนี้หมูหิน.คอมตั้งใจที่จะไปชมดอกกระเจียวดอกแรกของทุ่งบัวสวรรค์
ทำให้อาจจะไม่เห็นดอกกระเจียวอย่างเต็มที่นะครับ
ปีนี้ดอกกระเจียวดอกแรกขึ้นที่ทุ่ง
2 นะครับ
ระหว่างเดินทางชมทุ่งบัวสรรค์ จะเจอดอกกระเจียวที่มีกลีบดอกที่ใหญ่มากชูช่อรับแสง
และจะได้เห็นหยดน้ำค้างบนยอดหญ้า
บนใยแมลงมุม ที่สวยงามน่าดูเชียว
เมื่อเดินชมทุ่งบัวสวรรค์กันแบบอิ่มเอมแล้ว
จึงเดินไปสูดอากาศ
สัมผัสทะเลหมอกกันแบบเต็มๆที่หน้าผาเพลินใจ
ผาเพลินใจจะมีหมอกที่หนาแน่น
หมอกจะพัดเข้าหาตัว เราตลอกเวลา
ยืนนานๆคงเปียกกันแน่ๆ ไปต่อกันที่ผาหำหด
จะมีลักษณะของผาที่ยื่นออกไปด้านนอกเป็นจุดที่สูงที่สุดของแนวผา
ยืนชมวิวทิวทัศน์ของทะเลหมอกบนพื้นที่ อ.ภักดีชุมพล
ทำให้หวาดเสียวไปอีกแบบ
อุทยานแห่งชาติไทรทองสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
แต่ควรเตรียมเสบียงอาหาร เต้นท์
และอุปกรณ์ดำรงชีพมาเอง
หรือจะนอนบ้านพักของอุทยาน
ต้องโทรไปติดต่อก่อนนะครับ
|