|

มอหินขาว
เรื่อง
..Unseen
แห่งใหม่ที่มอหินขาว
ตามกระแสการท่องเที่ยวในบ้านเราได้เกิดประเด็นที่ต้องการสร้างหัวข้อการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ขึ้นมา
เพื่อเป็นการจุดประกายและส่งเสริมการท่องเที่ยวขึ้นมาใหม่
โดยมีการค้นหาแหล่งท่องเที่ยวแบบมุมมองใหม่ๆ ในหัวข้อ
Unseen Thailand
มากขึ้น
วันนี้เป็นยุคการท่องเที่ยวแห่งการค้นหามุมมองแบบใหม่ๆ แนว
Unseen
ซึ่งเป็นการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวให้มีเนื้อหาที่แน่นขึ้น
ความประทับใจในรูปแบบที่แปลก มหัศจรรย์ สิ่งที่เหลือเชื่อว่า
มันสามารถเกิดขึ้นได้อย่างไร
มอหินขาว
เป็นสวนหินธรรมชาติที่ค้นพบในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติภูแลนคา
จังหวัดชัยภูมิ ที่มีการกล่าวขานกันว่า
เป็นสวนหินมีลักษณะเป็นแท่งที่วางเรียงรายคล้ายกับสวนหินสโตนเฮ้นจ์ในประเทศอังกฤษ
ซึ่งตัวเราเองก็ไม่รู้ว่าในประเทศเมืองนอกนั้นมีหน้าตาอย่างไร
เอาเป็นว่าเราไปดูกันในเมืองไทยบ้านเราดีกว่า
เส้นทางการค้นหาสวนหินธรรมชาติที่มีรูปทรงแปลกตานี้
ก็ยังไม่เป็นที่รู้จักของผู้คนทั่วไป
จัดว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่
แต่อาจรู้จักเฉพาะในท้องถิ่นเท่านั้น
ดูได้จากสภาพถนนหนทางที่เข้าไป ยังยากลำบาก
ถ้าเป็นหน้าฝนต้องใช้รถ 4WD
แต่ถ้าเป็นหน้าแล้งเป็นรถปิกอัพก็สามารถขึ้นไปได้
จากตัวเมืองชัยภูมิมุ่งหน้าไปยังน้ำตกตาดโตน
ก่อนจะถึงด่านเก็บเงินของอุทยานแห่งชาติตาดโตน
จะมีทางแยกซ้ายไปยังบ้านแจ้งเจริญ บ้านวังน้ำเขียว
จนไปถึงบ้านวังคำแคน
ต่อจากนั้นก็เป็นเส้นทางที่ยากลำบากมากขึ้น
จะเป็นเส้นทางที่ค่อยๆ ขึ้นเนินเขา
เป็นทางดินเป็นหลุมเป็นร่องตามแนวร่องน้ำเซาะ
เรากำลังเดินทางขึ้นสู่แนวเทือกเขาภูแลนคาที่มีแนวสันเขาสูงขึ้นไปทางด้านตะวันตก
ซึ่งสภาพสองข้างทางก็เป็นทุ่งโล่ง มีไร่มันสำปะหลัง
ไม่มีเหลือสภาพป่าให้เห็นอีกแม้แต่น้อย
เนื่องจากได้ผ่านกระบวนการทำลายป่าเพื่อเอาที่ดินเหล่านั้นเป็นพื้นที่เกษตรกรรม
ใช้เวลาขับรถมาไม่นานเราก็มองเห็นแนวสวนหินตั้งโดดเด่นในบริเวณทุ่งหญ้า
สามารถมองเห็นได้แต่ไกล
มอหินขาว
ที่ปรากฏเห็นอยู่บ้างหน้าจะมีลักษณะเป็นแท่งสูงประมาณ
6-7 เมตร ปักตั้งเด่นบนพื้นดิน วางเรียงอยู่
4
ต้น
เป็นแนวขนานกับแสงตะวัน มีขนาดและรูปทรงที่แตกต่างกัน
ซึ่งจัดว่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่แปลกมหัศจรรย์จริงๆ
ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร
ทุกคนต้องแปลกใจว่าทำไมแท่งหินเหล่านี้มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร
ผุดตั้งขึ้นมาจากพื้นดิน ราวกับว่าเป็นดอกเห็ด
อีกทั้งในบริเวณเดียวกันนั้นก็ไม่ได้มีสภาพภูมิประเทศเป็นลานหินแต่อย่างใด
พื้นล่างเป็นดินทรายล้วนๆ มีทุ่งหญ้าปกคลุมอยู่ด้านล่าง
ประกอบกับแนวแท่งหินที่วางเรียงบนพื้นที่โล่ง
ด้านหลังจะเป็นทิศตะวันตก
เราจึงเลือกถ่ายกลุ่มมอหินขาวกลุ่มที่
1
ในช่วงยามพระอาทิตย์จะตก เราจึงได้แสงสีทองที่สาดลงบนยอดหญ้า
ประกอบกับมุมที่เลือกถ่ายจะเป็นภาพย้อนแสง
จึงได้เห็นยอดหญ้าระยิบระยับ
สร้างความโดดเด่นของกุ่มมอหินขาวให้เกิดเป็นภาพที่สวยงามขึ้นมาได้
เส้นทางถนนดินตัดผ่านแนวด้านหน้าของมอหินขาว
ฝั่งทางด้านตะวันออกยังมีแท่งหินขนาดใหญ่อีกแท่งหนึ่งวางอวดทรงท้าลมท้าแดดท้าฝน
อยู่เคียงคู่กับกลุ่มหินหินขาวกลุ่มแรก
ที่แสดงพลังมหัศจรรย์ในมุมมองไม่ที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน
หากว่าเราไม่คิดทำการสำรวจในครั้งนี้ก็คงไม่ได้เห็นความมหัศจรรย์ของมอหินขาว
เลยจากมอหินขาวกลุ่มแรกขึ้นไปก็เป็นที่ราบ
มีแค้มป์ปลูกป่า
ที่มีทิวทัศน์ของเห็นแนวเทือกภูแลนคาได้กว้างขวาง
สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้ทั้งยามเช้าและยามเย็น
จากหน่วยปลูกป่าขึ้นไปอีกประมาณ
400 เมตร
ก็จะพบกลุ่มหินอีกกลุ่มหนึ่ง
เป็นกลุ่มใหญ่พอประมาณสามารถมองเห็นได้แต่ไกลทีเดียว
เนื่องจากเป็นพื้นที่แห่งใหม่
ยังไม่ได้จัดระบบให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัด
ดังนั้นการจะพักค้างแรมกันสักคืนก็ต้องอาศัยเพิงพักของแค้มป์ปลูกป่า
ต้องการเต็นท์กันเอง สะดวกหน่อยก็มีห้องน้ำห้องสุขา
ถ้าหากจะอาบน้ำก็ไปลงลำธารที่อยู่ในหุบด้านหลังแค้มป์
ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจของมอหินขาว
เราก็ทราบจากเจ้าหน้าที่ของแค้มป์ปลูกป่าว่า ยังมีกลุ่มหินอีก
2 กลุ่ม
โดยกลุ่มที่ 2
นั้นเราจะเห็นถัดไปจากแค้มป์ที่พักไปประมาณ 500
เมตร
เนื่องจากเป็นทุ่งโล่งจึงสามารถมองเห็นได้ชัดเจน
ส่วนกลุ่มหินที่ 3
นั้นจะอยู่สุดแนวเขตสันเขา
ในพื้นที่ส่วนนั้นจะเป็นป่าหินและมีหมู่ดอกไม้กล้วยไม้ที่ขึ้นกันหนาตาพอสมควร
และยังมีจุดชมวิว ที่เรียกว่า สุดแผ่นดิน
เช่นเดียวกับที่ป่าหินงาม
ก่อนที่พระอาทิตย์จะลับแสง
เราได้ขับรถขึ้นไปยังมอหินขาวกลุ่มที่
2
ซึ่งจะเป็นเส้นทางลำลองสำหรับปลูกป่า
ทางรถก็ผ่านกลุ่มสวนหินที่วางระเกะระกะมากมาย
รูปทรงของหินก็มีรูปแบบต่างๆ
ขึ้นอยู่ว่าจะจินตนาการมองเห็นเป็นรูปใด
แสงสียามเย็นที่สาดกระทบตามหมู่โขดหิน
ได้บังเกิดเป็นภาพที่ดูเด่นกว่าสภาพแสงตอนกลางวัน
ยิ่งเราได้ขึ้นไปยืนอยู่มุมสูง
และจึงมองเห็นทิวทัศน์ได้รอบด้าน
ลักษณะกลุ่มหินจะมีจำนวนมากกว่ากลุ่มแรก
แต่ระดับความสูงน้อยกว่า เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของ
มอหินขาว
ก็ต้องเป็นกลุ่มหินกลุ่มแรกที่อยู่ทางด้านล่าง
สำหรับบรรยากาศของป่าเทือกภูแลนคานี้ค่อนข้างสบาย
เพราะมีสภาพโปร่งโล่ง ถ้าเป็นหน้าแล้งก็จะร้อนน่าดู
เราเชื่อว่าอีกไม่นาน
แหล่งท่องเที่ยวมอหินขาวแห่งนี้จะมีการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวในแนว
Unseen
จนกลายเป็นที่นิยมอย่างเช่น ทุ่งกระเจียวที่ป่าหินงาม
หรือทุ่งกระเจียวที่น้ำตกไทรทอง
ซึ่งอยู่ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ เช่นกัน
เช้าวันรุ่งขึ้นเราได้ย้อนลงมาถ่ายภาพมอหินขาวกลุ่มแรกอีกครั้ง
ก็พบว่าสภาพบรรยากาศก็แตกต่าง มีสายหมอกลอยมาจากด้านตะวันออก
แม้ว่าพระอาทิตย์ไม่ได้โผล่แสงออกมาตามที่ต้องการ
แต่ก็ให้บรรยากาศของภาพที่สวยงามไม่น้อย
หลังจากอาหารเช้าแล้วทางเจ้าหน้าที่ของแค้มป์ปลูกป่าได้พาเราเข้าไปยังกลุ่มหินกลุ่มที่
3
ที่รถเข้าไปส่งได้จุดหนึ่งแล้วต้องเดินเท้าเข้าไปยังป่าหินที่รกและซับซ้อน
ทว่าในความซับซ้อนเหล่านั้นก็แฝงไปด้วยหมู่กล้วยไม้จำนวนมากมาย
สิงโตสมอหิน
ที่เกาะขึ้นตามโขดหินมากมาย พร้อมกับผลิดอกบาน
ซึ่งเราจะเลือกถ่ายเฉพาะดอกที่สวยและสมบูรณ์ที่สุด
ตามลานหินที่ชุ่มน้ำแฉะๆ
เราได้พบกับดอกไม้สีเหลืองสดใสขึ้นเป็นกลุ่มหนาตา เป็นจำพวกสร้อยสุวรรณา
ที่สวยเพริศแพร้วอยู่ตามลานหิน แม้กระทั่งเอื้องม้าวิ่ง
ต่างก็ชูช่อล้อเล่นลม
นอกจากนี้ก็ยังมีดอกไม้อีกหลายชนิดที่ผลิบานรองรับในช่วงฤดูกาลนี้
ซึ่งเราก็พบว่ามันก็มีความหลากหลายอยู่หลายชนิด
อีกทั้งยังมีจุดชมวิวที่ริมผา เหมือนกับจุดชมวิว
สุดแผ่นดิน
โดยมีเทือกด้านหนึ่งเป็นแนวเทือกเขาพญาฝ่อ
ถึงวันนี้
มอหินขาว
คือ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มีรูปทรงแปลกตา
สามารถจัดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในรูปแบบของมุมมองแปลกใหม่ที่เราได้ค้นนำมาให้ชมกันว่า
ในเมืองไทยของเรานั้นมีอะไรดีๆ อีกมากมาย เราเชื่อว่า
มอหินขาว
แห่งนี้
ต่อไปคงได้รับการพัฒนาให้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนต่อไป
จากตัวเมืองชัยภูมิมุ่งหน้าไปยังน้ำตกตาดโตน
ก่อนจะถึงด่านเก็บเงินของอุทยานแห่งชาติตาดโตน
จะมีทางแยกซ้ายไปยังบ้านแจ้งเจริญ บ้านวังน้ำเขียว
จนไปถึงบ้านวังคำแคน
หากไม่แน่ใจก็ให้สอบถามเส้นทางจากชาวบ้านแถวนั้นได้เลย
ทุกคนรู้จักดี ออกจากหมู่บ้านไป
ก็เป็นเส้นทางที่ยากลำบากมากขึ้น จะเป็นเส้นทางที่ค่อยๆ
ขึ้นเนินเขา เป็นทางดินเป็นหลุมเป็นร่องตามแนวร่องน้ำเซาะ
รถปิ๊กอัพธรรมดาสามารถขึ้นไปได้
เรื่องและภาพดดยภูฟ้า |
สูงเสียดฟ้า น่านอน มองดูดาว
อากาศเย็นหนาวเหน็บน้ำค้างพราว
หมอกสีขาวล่องลอยผ่านม่านดวงตา... ครูตุ๊ก ชวนมาเที่ยวมอหินขาว ค่ะ