|

วันวานของอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิที่เปลี่ยนไป
ถ้าเป็นคนรุ่นเก่ารุ่นแก่
เห็นอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิตอนนี้ก็ต้องบอกได้เลยคำเดียวว่า เปลี่ยนไปอย่างแรง
เพราะจากอดีตที่เคยเป็นอนุสาวรีย์ที่คนเดินทางไปชมแล้วก็กลับ
ตอนนี้ ที่นี่เค้าถือเป็นสถานที่นัดพบ สถานที่แหล่งโดยสารสำคัญ
จะไปไหนทีก็ต้องมาเริ่มที่อนุสาวรีย์ประมาณนี้
และที่สำคัญตอนนี้ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิของคนไทยกำลังกลายเป็นแหล่งช้อปปิ้งแหล่งใหญ่ของคนเมืองกรุงไปแล้วด้วย
และวันนี้ นายหมูหิน จะพาทุกๆ
ท่านไปย้อนวันวานของ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พร้อมทั้ง
พาลุยสภาพการณ์ปัจจุบันของสถานที่สำคัญแห่งนี้ด้วยครับ
สาเหตุที่ผมได้มาที่อนุสาวรีย์นั่นก็เป็นเพราะว่า
วันนี้เพื่อนของผมที่มาจากต่างจังหวัดเค้ามาลงรถตู้โดยสารที่นี่
ผมซึ่งมาก่อนเวลาก็เลยถือโอกาสเก็บบรรยากาศยามค่ำคืนของอนุสาวรีย์มาฝากกัน
อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถือเป็นอนุสรณ์สถานสำคัญแด่ เกียรติประวัติและวีรกรรมของบรรดาวีรชนผู้สละชีพเพื่อชาติ
ในกรณีพิพาทอินโดจีน
สงครามมหาเอเชียบูรพา
(สงครามโลกครั้งที่ ๒) และสงครามเกาหลี เป็น อนุสาวรีย์กลางเพื่อเทิดทูนวีรชนผู้สละชีพเพื่อชาติทั้งปวง
และเพื่อเตือนใจชาวไทย ให้ระลึกว่า
ชาติไทยนั้นดำรงเอกราชและรักษาความมั่นคงของชาติอยู่ได้ด้วยบรรดา
วีรชนนักรบไทย
ผู้ซึ่งได้เสียสละชีพเพื่อชาติตลอดมา
การก่อสร้างอนุสาวรีย์นี้สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์กรณีพิพาทระหว่างไทยกับ อินโดจีนของฝรั่งเศส
ในปี พ.ศ. 2483
อนุสาวรีย์นี้สูงจากพื้นดิน ๕๐ เมตร เป็นรูป ดาบปลายปืน
๕ เล่ม ที่ฐานดาบปลายปืนมีรูปปั้นทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ
ตำรวจ และพลเรือน
บริเวณฐานอนุสาวรีย์ใต้รูปปั้นจารึกชื่อผู้สละชีพเพื่อชาติจากสงครามต่าง
ๆ ตั้งแต่ พ.ศ. 2483 - 2497
โดยมี จอมพลบ
ป.พิบูลสงคราม
นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ประกอบพิธีเปิด อนุสาวรีย์
เมื่อวันที่ ๒๔
มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๕
ได้รู้ถึงประวัติอนุสาวรีย์กันไปแล้ว
ว่าอดีตเค้าก่อตั้งกันอย่างไร
เพราะอะไรถึงมีอนุสาวรีย์แห่งนี้ขึ้นมา แต่ ณ ตอนนี้
ผมกำลังจะพาทุกท่านไปสัมผัสกับสิ่งปัจจุบันของ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
ซึ่งวันที่ผมเดินทางไปที่ ถือว่านานมากแล้ว
จำได้ครั้งล่าสุดก็ตอนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ผ่านไปหลายปี
ที่นี่เปลี่ยนไปเยอะพอสมควร
จากสถานที่ที่ผมเคยถือเป็นแหล่งนัดพบ
เพราะอยู่ใจตกลางเมืองและมี รถเมล์หลายสาย ผ่าน ตอนนี้
สถานที่แห่งนี้ได้กลายเป็นสถานที่จำหน่าย ขายของ
ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ,ขนม,อาหาร,เครื่องใช้
และห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ
บอกตามตรงว่าตกใจมากไม่ใช่น้อย
เพราะภาพเก่าที่กลับมามันย้อนให้ผมคิดว่า
ผมอยากให้มันกลับไปเป็นแบบนั้นอีก
ถึงแม้ว่ามันเป็นเรื่องยากก็ตาม สมัยก่อน
อย่างน้อยเราก็แค่มานั่งรอรถเมล์เพื่อจะต่อกลับบ้าน,แวะหาอะไรรองท้องบ้าง
แต่ตอนี้ เอาเถอะอยากได้อะไรหาได้ที่นี่ ของขายเต็มไปหมดเลย
ผู้คนหนาแน่น การจราจรที่นี่ถือว่าติดขัดมากครับยิ่งช่วง
เย็นตอนคนเลิกงานล่ะก็อย่าให้พูดถึง เพราะรถจะติดมาก
ผมยังไม่นึกไม่ออกเลยว่า
ตอนผมเจอเพื่อนแล้วผมจะไปรอรถเมล์ตรงไหน มันงงทิศงงทางไปหมด
สิ่งหนึ่งที่ถือว่าอำนวยความสะดวกและช่วยคนกรุงเทพฯได้มากนั่นก็คือ
รถไฟฟ้า บีทีเอส นั่นเอง
คนส่วนใหญ่ที่มาที่นี่พอจะกลับบ้านก็นั่งรถไฟฟ้าไม่ติดด้วยครับ
และก็คงจะเป็นเหตุผลนี้ด้วยล่ะมั้งที่ทำให้
ผู้คนในย่านนี้เยอะมากมายมหาศาลขนาดนี้
ผมรอเพื่อนอยู่สักประมาณสองชั่วโมง
ผมเริ่มชินกับสถานที่แห่งนี้แล้วครับ ผมเริ่มรู้ว่าผมจะทำอะไร
และไปอยู่ตรงไหน เพราะด้วยความที่เป็นแหล่งของผู้คนสัญจร
ที่นี่ก็เลยมีสถานที่อำนวยความสะดวกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น
ร้านหนังสือ,ร้านอาหาร,หรือร้านกาแฟ
ผมก็เลยเลือกไปนั่งร้านกาแฟเล็กนั่งรอเพื่อนดีกว่า ชิวๆ
ดูผู้คนผ่านไปเพราะ ไอครั้นจะให้ไปเดินช้อปปิ้งก็คงจะไม่ไหว
เพราลุงแก่แล้ว ฮ่ะ ฮ่ะ
การเดินทางมา
จะมาที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
ผมแนะนำได้คำเดียวครับว่า มารถเมล์ดีกว่า
หรือไม่ก็รถตู้ประจำทาง เพราะที่นี่เค้ามีรถผ่านหลายสายเลยครับ
อาทิ สาย
12,14,17,18,24,36,54,63,74,77,97,140,166,204,502,510,513,515,536
ฯลฯ หรืออีกเส้นทางที่สะดวกก็คือ
รถไฟฟ้าบีทีเอส ลงสถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
|