|
หลังจากที่ใจจดใจจ่อ
และแอบดอดไปดูการซ้อมของเหล่าฝีพายที่เมืองน่าน
ก่อนการแข่งขันนัดเปิดสนามของงานแข่งเรือเมืองน่านเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน
วันนี้หมูหินดอทคอมได้ฤกษ์พาท่านๆมาชมการแข่งเรือนัดเปิดสนามจริงๆกันซะที
งานนี้ขอบอกว่าอลังการงานประเพณีเลยล่ะครับ
หมูหินได้เข้ามาร่วมอยู่ในงานประเพณีของชาวน่านเค้าแล้วขนลุกเลยทีเดียว..นี่แค่นัดเปิดสนามนะ..ยิ่งใหญ่จริงๆ
ครับ ...เป็นยังไงนั้น ตามมาเลยครับ หมูหินพาลุยเอง
|
เช้าตรู่ของวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา ในลำน้ำน่านบริเวณสะพานพัฒนาภาคเหนือ จ.น่าน หมูหินมาปักหลักจับจองที่ตั้งกล้อง และรอชมงานประเพณีแข่งเรือของชาวเมืองน่าน ซึ่งบรรยากาศยาวเช้าที่บริเวณนี้ก็เริ่มคึกคักตั้งแต่6 โมงเช้ากันเลยทีเดียว บรรดาเหล่าฝีพายของแต่ละหมู่บ้านต่างก็ลงเรือเพื่อซ้อม และเพื่อเป็นการวอร์มร่างกายกันก่อนจะแข่งขันกัน จำนวนหลายสิบลำ เหล่าแม่บ้าน-พ่อบ้านที่ไม่ได้ลงเรือเป็นฝีพาย ก็ช่วยกันตระเตรียมข้าวปลาอาหาร น้ำดื่ม รวมไปถึงเครื่องดื่มชูกำลังต่างๆ ใว้ให้เหล่าฝีพายของหมู่บ้านตัวเอง ส่วนพ่อค้าแม่ค้าตามร้านค้าต่างๆก็เริ่มเปิดร้านและจัดหน้าร้านกันอย่างขมักเขม่น
|
 |
 |
 |
วันนี้อากาศไม่ร้อนมาก และแดดไม่แรงอย่างที่คิด บนฟ้ามีเมฆมากแบบประมาณว่า..ครึ้มฟ้าครึ้มฝนจนบดบังแสงแดดใว้ได้มากทีเดียว ถือว่าวันนี้อากาศเป็นใจ พอช่วงราวๆ 8 โมง กองเชียร์ของเรือต่างๆเริ่มทะยอยมาประจำซุ้มเชียร์ของตัวเองที่จัดเตรียมใว้แล้วอย่างหนาตา บ้างก็มาเป็นครอบครัวที่พ่อแม่จูงมือลูกๆหลานๆมาชม บ้างก็มาเป็นคู่หนุ่ม-สาว ไม่เว้นแม้แต่ผู้เฒ่าผู้แก่ ก็ออกจากบ้านมาร่วมวงเชียร์กันด้วยครับ ดูๆแล้วบรรยากาศอบอุ่นครับ ประมาณว่างานๆนี้เป็นที่ที่ชาวเมืองน่าน ทั้งผู้เฒ่าผู้แก่และเด็กๆวัยรุ่นได้มาร่วมมือร่วมใจทำกิจกรรมเพื่อสืบสานและอนุรักษ์งานประเพณีแข่งเรือที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง และมีมายาวนานกว่า800ปี
|
แข่งเรือที่เมืองน่านในปีนี้เป็นปีแรกที่มีการรณรงค์ให้ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งหมูหินเห็นดีด้วยครับ การรณรงค์และจัดระเบียบอย่างนี้ทำให้บรรยากาศงานแข่งเรือดีมากเลยครับ ผู้คนต่างหน้าตาสดชื่นและยิ้มแย้มแจ่มใส บรรยากาศไม่น่ากลัวต่ออาคันตุกะผู้มาเยือนจากต่างถิ่นเลยสักนิด ทำให้การมาเยือนของหมูหินในครั้งนี้ไม่ต้องคอยระแวดระวังว่าจะไปขัดหูขัดตาพวกนักดื่มทั้งหลาย เดินเที่ยวได้แบบสบายๆครับ
|
9 โมงกว่าๆได้มีพิธีเปิดการแข่งขัน เรือต่างๆได้เข้ามารวมกันที่บริเวณหน้าประลำพิธี นับคร่าวๆเกือบๆร้อยลำเลยทีเดียว แต่รายงานจากพีธีกรบอกว่านัดเปิดสนามปีนี้มีเรือที่เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ถึง 104 ลำน่ะครับ ทั้งหมดเป็นเรือของ จ.น่าน ทั้งสิ้น แต่เท่าที่ทราบมา..จำนวนของเรือเมืองน่าน น่าจะมีถึง 200กว่าลำ เยอะมากเลยครับ
พอเริ่มเข้าสู่การแข่งขัน บรรดาซุ้มกองเชียร์ต่างๆ ต่างพากันส่งเสียง ร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสาน ยิ่งรอบใหนเป็นเรือของหมู่บ้านตัวเอง สังเกตุเสียงเชียร์ และลีลาของแต่ละซุ้มได้เลย ว่า.อ่อ..นี่เรือของหมู่บ้านนี้ ยิ่งกองเชียร์ส่งเสียงเชียร์ดังเท่าใหร่ เหล่าฝีพายยิ่งฮึกเหิม จ้ำ จ้วง กันอย่างไม่คิดชีวิต น้ำถึงกับกระจายเป็นสายหมอกกันเลย มันส์มาก
|
 |
 |
การแข่งขันแบ่งสายน้ำเป็น 2ฝั่ง คือสายน้ำฝั่งตะวันออก และสายน้ำฝั่งตะวันตก ในแต่ละคู่จะแข่งกันสองรอบ โดยแต่ละรอบจะมีการเปลี่ยนสายน้ำกัน เพื่อไม่ให้มีข้อครหาว่าเพราะสายน้ำฝั่งนี้แรงกว่าเลยทำให้ชนะ ซึ่งถือว่ายุติธรรมดีครับ เรือที่สร้างสีสันได้ดีอีกลำก็คือ เรือที่ชื่อ พญาฆึ ซึ่งเป็นเรือสีเขียวทั้งลำและมีลวดลายสวยงาม หมูหินมองเห็นเรือลำนี้ได้แต่ไกล เพราะมีขนาดใหญ่กว่าเรือทั่วไป เรือลำนี้ยาวถึง18วา ซึ่งยาวกว่าเรือประเภทเรือใหญ่ทั่วไป 4-5วา ใช้ฝีพายเต็มที่ได้ 78คน นับได้ว่าเป็นเรือที่ใหญ่ที่สุดที่มีในจ.น่านเลยทีเดียวครับ และเรือลำนี้เคยได้รับรางวัลมาด้วยนะครับ สุดยอดจริงๆ
|
 |
 |
 |
 |
สรุปผลการแข่งเรือ"นัดเปิดสนาม " ประจำปี2550 วันที่ 29 - 30 กันยายน 2550
|
ประเภทเรือเล็ก
รางวัลที่ 1 เงินสด 4,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศ
ได้แก่เรือ ศรีสุนทร บ้าน ต้นฮ่าง
รางวัลที่ 2 เงินสด 3,500 บาท พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศ
ได้แก่เรือ แม่คนงาม บ้านน้ำล้อม
รางวัลที่ 3 เงินสด 3,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศ
ได้แก่เรือ ช่อฟ้าหาดผาขน บ้านหาดผาขน
รางวัลที่ 4 เงินสด 2,500 บาท พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศ
ได้แก่เรือ เทพเจดีย์ทอง 1 บ้านเจดีย์ |
|
|
ประเภทเรือกลาง
รางวัลที่ 1 เงินสด 5,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศ
ได้แก่เรือ เทพศิริพร 2 หมู่ 4 ,10 บ้านน้ำครกใหม่
รางวัลที่ 2 เงินสด 4,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศ
ได้แก่เรือ เนตรมงคลทอง 2 ศูนย์กีฬา ตำบลส้าน
รางวัลที่ 3 เงินสด 3,500 บาท พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศ
ได้แก่เรือ เทพเทียนทอง บ้าน สบสาย
รางวัลที่ 4 เงินสด 3,000 บาท พร้อมถ้วยราวัลเกียรติยศ
ได้แก่เรือ เพชรพระบาท บ้าน ดอนไชยพระบาท |
|
|
ประเภทเรือใหญ่
รางวัลที่ 1 เงินสด 6,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศ
ได้แก่ เรือ ขวัญน่าน วังว้า บ้านวังว้า
รางวัลที่ 2 เงินสด 5,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศ
ได้แก่เรือ เทพทองทิพย์ 3 ,5,6 ศูนย์กีฬาขึ่ง บ้านขึ่ง
รางวัลที่ 3 เงินสด 4,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศ
ได้แก่เรือ ขวัญประชาดอนตัน บ้านดอนตัน
รางวัลที่4 เงินสด 3,000 บา พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศ
ได้แก่เรือ เจ้าแม่พรพิมลหัวเวียงเหนือ บ้าน หัวเวียงเหนือ |
|
"อย่าลืมนะครับ...วันที่ 2 4 พฤศจิกายน 2550 ณ บริเวณแม่น้ำน่าน อ.เมือง จ.น่าน จะมีการแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทาน นัดปิดสนาม ว่ากันว่า วันนั้นจะยิ่งใหญ่ และอลังการกว่านัดเปิดสนามเสียอีก อย่าลืมไปเที่ยวชมกันให้ได้นะครับ หมูหินขอแนะนำ"
กิจกรรมหลักในงานประเพณีแข่งเรือฯ ประกอบด้วย
|
- การแข่งเรือใหญ่ เรือกลาง เรือเล็ก
- การประกวดกองเชียร์
- ขบวนตีฆ้องล่องน่าน-ตีปานแข่งเรือ
- การจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์
- กิจกรรมการละเล่นต่างๆ
- การทำบุญตานก๋วยสลากในช่วงเทศกาลแข่งเรือนัดเปิดสนามอีกด้วย |
|
|

พอดีว่าหมูหินได้ไปอ่านเจอบทความตำนานแข่งเรือเมืองน่านอีกตำนานหนึ่งที่น่าสนใจ ในเว็บนครน่านดอทคอม เลยอยากจะเอาบอกเล่าให้ได้ทราบกันครับ
|
เรือที่ยิ่งใหญ่ถือกำเนิดในสายน้ำน่านและค่อย ๆ แผ่ขยายไปจนถึงพิจิตร พิษณุโลก เมืองที่มีสายน้ำน่านและสายน้ำใจร่วมกัน ประเพณีแข่งเรือเป็นประเพณีที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตที่งดงามเรียบง่ายของผู้คนที่อาศัยอยู่ตอนต้นแม่น้ำน่านซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยมิตรภาพ และความเอื้ออาทรเกื้อกูลอุดหนุนซึ่งกันและกัน และหล่อหลอมให้เกิดจิตสำนึกสาธารณะที่ดีของชุมชนของเมืองน่าน ทั้งหมดจิตสำนึกนั้นก็คือพระคุณของสายน้ำน่าน ที่ได้หล่อเลี้ยงทุกสรรพชีวิตให้ดำรงอยู่อย่างมีความสุขเกี่ยวพันกับประวัติการสร้างอาณาจักรโยนกนาคบุรีศรีช้างแสน (เชียงแสน) เกี่ยวพันกับสายน้ำขรนที หรือแม่น้ำโขงตำนานการสร้างเมืองศรีสัตตนาคนหุตล้านช้าง และตำนานการสร้างเมืองวรนครของเมืองน่าน นั่นคือความเชื่อ ความผูกพันของคนที่มีวิถีชีวิตกับการเกษตรกรรมที่ต้องอาศัยสายน้ำหล่อเลี้ยงสายอารยธรรมของชุมชน มีความเชื่อมั่นว่าบรรพบุรุษของตนเองมาจากสายน้ำเป็นเทพหรือสัตว์ที่ยิ่งใหญ่ทรงมหิทรานุภาพ ก็คือพญามังกรจากลุ่มน้ำโขง
ในแดนทิเบตเมื่อผ่านมาถึงอินเดีย พุกาม สิบสองปันนา และล้านนาพญามังกรจึงเปลี่ยนเป็นนาคี หรือนาคา หมายถึงพญานาคราชนั่นเอง
ประเพณีแข่งเรือของเมืองน่านจึงเป็นประเพณีของการคารวะสายน้ำน่าน และบูชาบรรพบุรุษโดยแท้ พญานาคคือสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดิน ของพืชพันธุ์ธัญญาหาร แลฝนฟ้าที่ตกต้องตามฤดูกาล
ยามเสียงฆ้อง กลอง ฉิ่งฉาบ และพับพาง (ม้าล่อ) ประสานดังกันเป็นจังหวะเร้าใจโขนเรือที่จำลองเป็นรูปพญานาคจึงพุ่งทะยานไปเบื้องหน้าอย่างสง่างามกลางสายน้ำน่านด้วยกำลังฝีพายของแต่ละคุ้งน้ำของแต่ละศรัทธาหัววัด หรือของแต่ละหมู่บ้านเป็นภาพที่น่าตื่นเต้นและเร้าใจยิ่งของบรรดาผู้ชมที่จ้องมองด้วยใจจดใจจ่ออยู่สองฝั่งแม่น้ำน่าน
นี่คือบรรยากาศยามเมื่อเทศกาลแข่งเรือแวะเวียนมาถึงอีกครั้งหนึ่ง
ในอดีตกว่าที่จะได้เรือแต่ละลำมาเพื่อประโยชน์ใช้สอยหรือใช้ประชันฝีพายแข่งขันกันนั้นล้วนได้มาด้วยความยากลำบากและเพียรพยายามอย่างยิ่ง เพราะทุกขั้นตอนของการขุดเรือยาวนั้นต้องอาศัยสามัคคีธรรมของแต่ละ
ชุมชนแต่ละหมู่บ้านเป็นเบื้องต้น เป็นการระดมสรรพกำลังต่างๆ ทั้งภูมิปัญญาอันสูงส่งและฝีมือทางเชิงช่างของสล่าผู้ขุดเรือ บ่งบอกถึงความเชื่อมั่น ความศรัทธาต่อสิ่งที่ตนเคารพบูชาอันก่อให้เกิดกำลังใจในการสรรค์สร้างความดี ความงาม และประกอบสัมมาชีพ
ปฐมบทและตำนานการแข่งเรือแข่งเมืองน่านจะแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ
-ประเภทเรือเล็กมีฝีพาย 30 คน
-ประเภทเรือกลางมีฝีพายไม่เกิน 40 คน และต้องไม่ต่ำกว่า 31 คน
-ประเภทเรือใหญ่มีฝีพายไม่เกิน 58 คน และไม่ต่ำกว่า 41 คน
สมัยโบราณการแข่งเรือเมืองน่านมักจะนิยมนำไปแข่งประชันกันยามเมื่อหมู่บ้านใดวัดใดถวายตานก๋วยสลาก หรือทำบุญสลากภัต ชุมชนที่มีเรือแข่งอยู่ก็จะนำเรือไปประชันแข่งเป็นกิริยาบุญประการหนึ่ง และสนุกสนานเชื่อมความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันระหว่างหมู่บ้านประการหนึ่ง
เนื่องจากความยิ่งใหญ่และรูปลักษณ์ที่แปลกตาของเรือแข่งเมืองน่านที่มีโขนเรือเป็นรูปพญานาคเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย ดังนั้นในปี พ.ศ. 2498 องค์การดุริยางนาฎศิลป์ กรมศิลปากร ได้มาถ่ายทำเป็นภาพยนตร์สารคดีไว้ เท่าที่มีหลักฐานยืนยันสืบค้นได้ว่าประเพณีแข่งเรือของเมืองน่านมีมาตั้งแต่พ.ศ. 2460 เมื่อครั้นกรมสมเด็จพระนครสวรรค์พินิจ เสด็จตรวจราชการเมืองน่าน ครั้นนั้นจังหวัดน่านได้จัดแข่งขันเรือยาวให้ทอดพระเนตรด้วย และเจ้ามหาพรหมสุรธาดา เจ้าผู้ครองนครน่าน ได้ลงไปฟ้อนในเรือลำที่ชนะเลิศด้วย
หมูหินขอขอบคุณข้อมูล จากเว็บนครน่านดอทคอม ( www.nakornnan.com ) |
|