พิธีตักบาตรเทโวโรหณะในสมัยปัจจุบัน
ตอนรุ่งอรุณของวันตักบาตรเทโว
พระภิกษุสามเณรลงทำวัตรในพระอุโบสถ
พอพระอาทิตย์ขึ้นก็สมมติว่า
พระลงมาจากบันใดสวรรค์
บางที่ก็มีดนตรีบรรเลงเพลงไทยเดิม
สมมุติว่าเป็นพวกเทวดาบรรเลง
ขับกล่อมตามส่งพระพุทธเจ้า
ยังมีพวกแฟนตาซีอีก
แต่งเป็นพวกยักษ์
เทวดา
พระอินทร์ พรหม
นางเทพธิดา
นำหน้าขบวนพระภิกษุสามเณร
ชาวบ้านก็จะใส่บาตรด้วยอาหารหวาน
อาหารคาว
ข้าวต้มลูกโยน
ข้าวต้มมัดจึงเป็นสัญลักษณ์ของพิธีนี้
ภาคกลาง
จังหวัดนครปฐม
ที่พระปฐมเจดีย์
พระภิกษุสามเณรจะมารวมกันที่องค์พระปฐมเจดีย์
แล้วก็เดินลงมาจากบันใดนาคหน้าวิหารพระร่วง
สมมติว่าพระเดินลงมาจากบันใดสวรรค์ชาวบ้านก็คอยใส่บาตร
จังหวัดอุทัยธานีซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาสูง
ณ วัดสะแกกรัง
พระภิกษุจะเดินลงมาจากเขารับบิณฑบาตรจากชาวบ้าน
อนึ่ง
ขบวนพระภิกษุสงฆ์นั้นที่ลงมาจากบันใดนั้นนิยมให้มีพระพุทธรูป
นำหน้าสมมติว่าเป็นพระพุทธเจ้าจะใช้พระปางอุ้มบาตร
ห้ามมาร
ห้ามสมุทร
รำพึง
ถวายเนตรหรือปางลีลา
โดยตั้งบนรถ
หรือตั้งบนคานหาม
มีที่ตั้งบาตรสำหรับอาหารบิณฑบาตร
สำหรับบางที่ไม่นิยมตักบาตรเทโว
แต่นิยมตักบาตรตอนเช้าถวายอาหารพระภิกษุแล้ว
ฟังเทศน์รักษา
อุโบสถศีล
สำหรับที่นิยมตักบาตรเทโว
จะทำบุญเป็น ๒
วันคือวันออกพรรษากับวันเทโว
ในวันแรม 1
ค่ำเดือน ๑๑
ในวันออกพรรษานั้น
ขึ้น ๑๕ ค่ำ
เดือน ๑๑
ก็มีการฟังเทศน์ตอนสาย
และรักษาอุโบสถศีล
ภาคใต้
ประเพณีชักพระ
(พระพุทธรูป)
ทางภาคใต้เรียกว่า
พิธีลากพระมีสองกรณี
คือ
ชักพระทางบก
และชักพระทางน้ำ
ถึงแม้ภาคนี้จะมีความแตกต่างไปจากภาคอื่น
ภาคใต้
ก็มีจุดประสงค์ปรารภเหตุ
การเสด็จลงมาของพระพุทธเจ้าจากเทวโลกมาถึงพื้นโลก
ในวันปวารณาออกพรรษาเช่นเดียวกัน
ก็จัดให้มีประเพณีแห่พระพุทธรูป
ในวันแรม 1
ค่ำเดือน ๑๑
จึงนำมากล่าวในที่นี้ด้วยประเพณีชักพระ
มี ๒ ประเภท คือ
ชักพระทางบก
กับชักพระทางน้ำ
พิธีชักพระทางบก
จังหวัดนครศรีธรรมราช
ก่อนวันชักพระ
๒
วันจะมีพิธีใส่บาตรหน้าล้อ
นอกจากอาหารคาวหวาน
ยังมีสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของงาน
" ปัด"
คือข้าวต้มผัด
น้ำกะทิห่อด้วยใบมะพร้าว
บางที่ห่อด้วยใบกะพ้อ
(ปาล์มชนิดหนึ่ง)
ในภาคกลางเขาเรียกว่า
ข้าวต้มลูกโยน
ก่อนจะถึงวันออกพรรษา
๑ - ๒
สัปดาห์ทางวัดจะทำเรือบก
คือเอาท่อนไม้ขนาดใหญ่
๒
ท่อนมาทำเป็นพญานาค
๒ ตัว
เป็นแม่เรือที่ถูกยึดไว้อย่างแข็งแรง
แล้วปูกระดาน
วางบุษบก (ร้านม้า)บนบุษบกจะนำพระพุทธรูปยืนรอบบุษบกก็วางเครื่องดนตรี
ไว้บรรเลงเวลาเคลื่อนพระไปสู่บริเวณงานพอเช้าวัน
๑ ค่ำ เดือน ๑๑
ชาวบ้านจะช่วยกันชักพระ
โดยถือเชือกขนาดใหญ่
๒
เส้นที่ผูกไว้กับพญานาคทั้ง
๒
ตัวเมื่อถึงบริเวณงานจะมีการสมโภช
และมีการเล่นกีฬาพื้นเมืองต่าง
ๆ
กลางคืนมีงานฉลองอย่างมโหฬาร
การชักพระที่ปัตตานี
มีอิสลามร่วมด้วย
พิธีชักพระทางน้ำ
ก่อนถึงวันแรม
๑ ค่ำเดือน ๑๑
ทางวัดที่อยู่ริมน้ำ
ก็จะเตรียมการต่าง
ๆ ก็จะนำเรือมา
๒ - ๓ ลำ
มาปูด้วยไม้กระดานเพื่อตั้งบุษบก
หรือพนมพระประดับประดาด้วยธงทิว
ในบุษบกก็ตั้งพระพุทธรูปในเรือบางที่
ก็มีเครื่องดนตรีประโคมตลอดทางที่เรือเคลื่อนที่ไปสู่จุดกำหนด
คือบริเวณงานท่าน้ำที่เป็นบริเวณงานจะมีเรือพระหลาย
ๆ วัดมาร่วมงาน
ปัจจุบันจะนิยมใช้เรือยนต์จูง
แทนการพาย
เมื่อชักพระถึงบริเวณงานทั้งหมดทุกวัดที่มาร่วม
จะมีการฉลองสมโภชพระ
มีการเล่นต่าง
ๆ
อย่างสนุกสนาน
เช่นแข่งเรือปาโคลน
ซัดข้าวต้ม
เป็นต้น
เมื่อฉลองเสร็จ
ก็จะชักพระกลับวัด
บางทีก็จะแย่งเรือกัน
ฝ่ายใดชนะก็ยึดเรือ
ฝ่ายใดแพ้ต้องเสียค่าไถ่ให้ฝ่ายชนะ
จึงจะได้เรือคืน
พิธีรับพระภาคกลาง
พิธีรับพระเป็นพิธีบูชาพระพุทธเจ้า
ในโอกาสที่พระพุทธเจ้าเสด็จจากการจำพรรษา
ณ ดาวดึงส์เทวโลก
พิธีนี้มักจะปรากฏในภาคกลางที่อยู่ติดกับแม่น้ำ
ลำคลอง
ที่เป็นคมนาคมทางน้ำ
เช่น
อำเภอบางบ่อ
บางพลี
จังหวัดสมุทรปราการ
ทางวัดจะอัญเชิญพระพุทธรูปยืนลงบุษบกในตัวเรือแล้วแห่ไปตามลำคลอง
ชาวบ้านก็จะโยนดอกบัวจากฝั่งให้ตกในเรือหน้าพระ-พุทธรูป
แล้วโยนข้าวต้ม
ยังมีการแข่งขันเรือชิงรางวัลอีกด้วย
ประเพณีตักบาตรพระร้อย
"ประเพณีตักบาตรพระร้อย"
หรือ
ใส่บาตรพระร้อยรูป
เป็นบุญประเพณีของชาวประเพณีโดยเฉพาะ
ส่วนมากจัดพิธีขึ้นทางน้ำเนื่องด้วยแต่เดิมบ้านอยู่ติดริมน้ำลำคลอง
จึงใช้เรือสัญจร
พระส่วนมากจึงใช้เรือบิณฑบาต
เนื่องมาแต่ความเชื่อเดิมว่าหลังวันเสด็จลงจากเทวโลก
คือวันแรม ๑
ค่ำเดือน ๑๑
หรือวันตักบาตรเทโว
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ได้ทรงนำพระภิกษุสงฆ์จำนวนเป็นร้อยออกบิณฑบาต
ชาวประชาจึงหลั่งไหลมาถวายสักการะต้อนรับด้วยดอกไม้และบิณฑบาตทาน
จึงมีพิธีตักบาตรเทโวขึ้น
แต่ชาวปทุมธานีนิยมกำหนดเอาพระบิณฑบาตจำนวนร้อยรูป
จึงเรียกว่า
ตักบาตพระร้อยสืบมา
ประโยชน์ของพิธีออกพรรษา
๑.
เมื่อวันออกพรรษามาถึงเป็นการเตือนใจชาวพุทธว่า
เวลาที่ผ่านไป
ชีวิตก็ใกล้ตายเข้าไปทุกขณะแล้ว
ควรเร่งทำกุศล
และยังได้ถึงความปีติ
ที่ได้บำเพ็ญกิจมาตลอดพรรษาและเป็นการเตือนสติอย่าให้จิตของตนละเลิกการทำกุศลไม่ให้ตกไปสู่ทางอบายมากเกินไป
๒.
ประโยชน์ที่โดดเด่น
คือประโยชน์ของการปวารณาที่สงฆ์การกระทำกันในวันออกพรรษาเพื่อ
ให้สงฆ์ดำรงค์ความเป็นปึกแผ่นแน่นเหนียวยากแก่การทำลาย
ถ้าคนในชาติเราทุกฝ่ายหันมา
ปวารณากัน
คือเปิดใจกัน
เปิดเผยซึ่งกันและกัน
หันหน้ามารวมพลังกันพัฒนาประเทศความทุกข์ก็จะบรรเทาเบาบางลง
จากพิธีออกพรรษา
๑.
เตือนสติว่าเวลาที่ผ่านพ้นไปอีกพรรษาหนึ่งแล้วได้คร่าชีวิตมนุษย์
ให้ผู้คนนั้นดำรงค์อยู่ในความไม่ประมาทและหันมาสร้างกุศล
๒.
การทำบุญออกพรรษาเปิดโอกาสให้ผู้อื่นชำระความผิดของตนได้
คือหลักปวารณา
ปกติคนเราคบกันนาน
ๆ ก็จะเผย "สันดาน"
ที่แท้ออกมาอาจจะไม่ดีนักแต่ตนเองไม่รู้ตัวแล้วมองไม่เห็น
แต่ผู้อยู่ข้าง
ๆ
มองเห็นแต่ไม่กล้าเตือน
ดังนั้นตนเองต้องปวารณาตัวให้ผู้อื่นชี้แนะได้
ความสัมพันธ์ก็จะดีขึ้นและยั่งยืน
๓.
ได้ข้อคิดที่ว่า
คนเราส่วนใหญ่มักจะลำเอียงเข้าข้างตนเองเป็นฝ่ายถูก
ความผิดของคนอื่นเห็นง่ายส่วนตนเองนั้นความผิดนั้นเห็นยาก
นี่แหละสัญชาติญาณของคนเรา
๔.
เป็นการให้รู้ถึงการมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีในการเปิดใจซึ่งกันและกันโดยไม่มีเล่ห์เหลี่ยมลับลมคมในใด
ๆ
ต่อในการคบหาหรืออยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
บรรณานุกรม
๑. จ. เปรียญ.
ประเพณีและพิธีมงคลไทย.
ธรรมบรรณาคาร.
๒๕๑๘ กรุงเทพ ฯ.
๒. สมปราชญ์
อัมมะพันธ์.
ประเพณีและพิธีกรรมในวรรณคดี.
โอ. เอส. พริ้นติ้ง
เฮ้า.๒๕๓๖
กรุงเทพ ฯ.
๓. สุเมธ เมธาวิทยกุล.
สังกัปพิธีกรรม.
พริ้นติ้ง เฮ้า.
๒๕๓๒ . กรุงเทพ ฯ.
๔. แสงฉาย อนงคาราม.
อานิสงค์จากพระไตรปิฎก.
ส. ธรรมภักดี.
กรุงเทพ ฯ.
๕. ประพันธ์
กุลวินิจฉัย
เทศกาลและพิธีกรรมทางพุทธศาสนา
คณะมนุษยศาสตร์
ม.มจร กรุงเทพ ฯ.
............................
ข้อมูล
และภาพจาก
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
http://www.onab.moe.go.th
|