Google
 
Web moohin.com

     

 

บอร์ดท่องเที่ยว
สมาชิก+ส่งรูป
หมูหินชิมเอง
รีสอร์ทรีวิว

หมูหินคลิปวีดีโอ
ชลบุรี
ระยอง
จันทบุรี
ตราด
แม่ฮ่องสอน
เชียงใหม่
เชียงราย
พะเยา
น่าน
ลำปาง
ลำพูน
กำแพงเพชร
พิษณุโลก
สุโขทัย
เพชรบูรณ์
ตาก
พิจิตร
อุตรดิตถ์
แพร่
อุทัยธานี
นครสวรรค์
กรุงเทพฯ
กาญจนบุรี
ฉะเชิงเทรา
ชัยนาท
นครนายก
นครปฐม
นนทบุรี
ปทุมธานี
ประจวบคีรีขันธ์
ปราจีนบุรี
อยุธยา
เพชรบุรี
ราชบุรี
ลพบุรี
สมุทรสาคร
สมุทรสงคราม
สมุทรปราการ
สระบุรี
สิงห์บุรี
อ่างทอง
สุพรรณบุรี
สระแก้ว
กาฬสินธุ
ชัยภูมิ
ขอนแก่น
นครราชสีมา
นครพนม
บุรีรัมย์
มหาสารคาม
ยโสธร
ร้อยเอ็ด
เลย
ศรีสะเกษ
สกลนคร
สุรินทร์
หนองคาย
อุดรธานี
หนองบัวลำภู
อุบลราชธานี
มุกดาหาร
อำนาจเจริญ
ชุมพร
ระนอง
สุราษฏร์ธานี
พังงา
ภูเก็ต
กระบี่
นครศรีธรรมราช
สตูล
ตรัง
พัทลุง
สงขลา
ปัตตานี
นราธิวาส
ยะลา
  ประเทศทั่วโลก
  ทัวร์มาเก๊า
  ทัวร์ฮ่องกง
  ทัวร์สิงคโปร์
  ทัวร์เกาหลี
ทัวร์ลาว
ทัวร์กัมพูชา

พม่า



    ภาษาไทย
English



www.MooHin.com > จังหวัดตราด > อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง / Mu Ko Chang National Park 

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง/ Mu Ko Chang National Park

 

ข้อมูลทั่วไป
... เกาะสวรรค์ทะเลตะวันออก
หมู่เกาะช้างเป็นอุทยานแห่งชาติที่ประกอบด้วยเกาะใหญ่น้อยมากกว่า 40 เกาะ ทั้งยังมีเกาะที่เป็นโขดหินกลางทะเลอีกจำนวนมาก โดยมีเกาะช้างเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงของจังหวัดตราด ตั้งอยู่ในท้องที่กิ่งอำเภอเกาะช้างและกิ่งอำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด เกาะหลายแห่งมีทิวทัศน์สวยงาม หาดทรายขาว และน้ำทะเลใสสะอาด เช่น เกาะง่าม บางแห่งมีปะการังใต้น้ำที่คงความสมบูรณ์ตามธรรมชาติ เช่น เกาะหวาย และหมู่เกาะรัง

 ในปี พ.ศ. 2510 จังหวัดตราดได้ให้ นายสมศักดิ์ เผื่อนด้วง ไปทำการสำรวจบริเวณน้ำตกธารมะยม และได้ส่งรายงานการสำรวจเบื้องต้นของน้ำตกธารมะยม ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะช้าง อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด ให้กรมป่าไม้พิจารณาจัดตั้งเป็นวนอุทยาน ซึ่งในปี 2516 กรมป่าไม้ได้ให้ความเห็นชอบในหลักการให้จัดตั้ง " วนอุทยานน้ำตกธารมะยม " และกรมป่าไม้ได้มีหนังสือให้จังหวัดตราดรับงานจัดตั้งวนอุทยานน้ำตกธารมะยมไปดำเนินการในปี 2517 ซึ่งในปี 2518 จังหวัดตราดได้ให้ นายทนง โหตรภวานนท์ พนักงานป่าไม้ตรี ไปดำเนินการจัดตั้งวนอุทยานน้ำตกธารมะยม

ต่อมาคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 2/2524 เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2524 ให้ดำเนินการจัดบริเวณเกาะช้างและเกาะกูด จังหวัดตราด เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลอีกแห่งหนึ่ง กรมป่าไม้จึงมีคำสั่งให้นายเรืองศิลป์ ประกรศรี นักวิชาการป่าไม้ 4 ไปทำการสำรวจหาข้อมูลรายละเอียด ทั้งดำเนินการปรับปรุงวนอุทยานน้ำตกธารมะยม เพื่อยกฐานะเป็นอุทยานแห่งชาติต่อไป จากรายงานข้อมูลการสำรวจตามหนังสือวนอุทยานน้ำตกธารมะยมพบว่า เกาะช้างและเกาะบริวารสภาพทั่วไปมีทิวทัศน์สวยงาม มีน้ำตก และสัตว์ป่าหลายชนิดอาศัยอยู่ ตลอดจนในอดีตน่านน้ำบริเวณทิศตะวันออกของเกาะช้างได้เกิดเหตุการณ์ขึ้นในสมัยอินโดจีน กล่าวคือ เรือรบหลวงสงขลา เรือรบหลวงชลบุรี และเรือรบหลวงธนบุรีได้ทำการยุทธนาวีกับเรือรบฝรั่งเศสจำนวน 7 ลำ อย่างห้าวหาญ เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2484 วีรกรรมครั้งนี้ได้รับการจารึก ไว้ในประวัติศาสตร์ของกองทัพเรือ

 เพื่ออนุรักษ์น่านน้ำประวัติศาสตร์และสภาพธรรมชาติของหมู่เกาะในทะเล กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ ได้นำเสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ซึ่งมีมติในการประชุม ครั้งที่ 1/2525 เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2525 เห็นควรจัดตั้งหมู่เกาะช้างเป็นอุทยานแห่งชาติ โดยมีพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินเกาะช้างและเกาะใกล้เคียงในท้องที่ตำบลเกาะช้าง และตำบลเกาะหมาก อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด ครอบคลุมพื้นที่ 406,250 ไร่ หรือ 650 ตารางกิโลเมตร โดยเป็นพื้นน้ำประมาณ 458 ตารางกิโลเมตร หรือ 70 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ เป็นอุทยายแห่งชาติ ซึ่งประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา เเล่ม 99 ตอนที่ 197 ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2525 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 45 ของประเทศไทย

ลักษณะภูมิประเทศ
 ในจำนวนกว่า 40 เกาะ ของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง มีเกาะช้างเป็นเกาะที่ใหญ่ ที่สุดห่างจากแหลมงอบประมาณ 8 กิโลเมตร พื้นที่ทอดยาวจากเหนือลงมาทิศตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ 30 กิโลเมตร กว้างประมาณ 14 กิโลเมตร เกาะช้างเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับสามประเทศไทยรองจากเกาะภูเก็ตและเกาะสมุย แต่พื้นที่อุทยานแห่งชาติไม่ได้ครอบคลุมเกาะช้างทั้งหมด มีบางส่วนที่เป็นส่วนของกิ่งอำเภอเกาะช้าง มีราษฎรอาศัยอยู่ ส่วนในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ส่วนที่เป็นพื้นดินส่วนใหญ่ของเกาะช้างมีลักษณะภูมิประเทศเป็น ภูเขาเกือบตลอดทั้งเกาะ เช่น เขาล้าน เขาจอมปราสาท เขาคลองมะยม เขาสลักเพชร ยอดเขาใหญ่เป็นยอดเขาที่สูง ที่สุดมีความสูง 743 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง

โครงสร้างทางธรณีส่วนใหญ่ในพื้นที่เป็นหินอัคนีในยุคไทรแอสซิกมีช่วงอายุ 195-230 ล้านปีมาแล้ว มีที่ราบตามชายฝั่งทะเลในบริเวณหมู่บ้านสลักเพชร หมู่บ้านสลักคอก หมู่บ้านคลองสน และอ่าวคลอง พร้าว แม่น้ำลำธารในเกาะช้างเป็นคลองสายสั้นๆ ที่น้ำทะเลเข้าถึง ต้นคลองเป็นห้วยน้ำจืดไหลมาจากน้ำตก ซึ่งเป็นสภาพหุบเขาหลังอ่าวต่างๆ ไหลแทรกไปตามบริเวณป่าชายเลนแล้วไหลลงสู่ทะเลรอบๆ คลองที่สำคัญได้แก่ คลองสน คลองมะยม คลองค้างคาว คลองบางเบ้า คลองพร้าว คลองนนทรี เป็นต้น ลำน้ำเหล่านี้ยังก่อให้เกิดน้ำตกที่สวยงามหลายแห่ง เช่น น้ำตกธารมะยม น้ำตกคลองพลู น้ำตกคลองนนทรี น้ำตกคีรีเพชร และน้ำตกคลองหนึ่ง นอกจากนี้ชายฝั่งตะวันออกของเกาะ จะมีหาดโคลนและหินเป็นหาดหน้าแคบ ส่วนหาดทางด้านตะวันตก จะเป็นหาดทรายและหิน

 

ลักษณะภูมิอากาศ
ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่ เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคมของทุกปี เป็นช่วงเวลาที่ได้รับอิทธิพลจาก มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยรายปีประมาณ 4,700 มิลลิเมตร ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่ เดือนพฤศจิกายน ถึง กุมภาพันธ์ ในระยะนี้มีมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมพื้นที่ ทำให้อุณหภูมิลดลงอากาศหนาวเย็น ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือน มีนาคมถึงเดือนเมษายน ในระยะนี้ดวงอาทิตย์กำลังเคลื่อนผ่านเส้นศูนย์สูตรไปทางซีกโลกเหนือ ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือมีกำลังอ่อนค่อนข้างจะแปรปรวน มีฝนตกน้อยทำให้อากาศร้อนอบอ้าว โดยเฉพาะในเดือนเมษายน มีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 27 องศาเซลเซียส

พืชพรรณและสัตว์ป่า
 อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง มีความหลากหลายของพืชพรรณมาก ส่วนใหญ่เป็น ป่าดงดิบชื้น เป็นป่าที่ค่อนข้างห่างจากชายฝั่ง พืชพรรณธรรมชาติส่วนใหญ่เป็นไม้สกุลพลอง สารภีป่า และไม้ในสกุลหว้า ขึ้นปนอยู่ประปราย พันธุ์ไม้ที่สำคัญได้แก่ ยางนา กระบาก ตะเคียนทอง ทะโล้ พญาไม้ เปล้า หลาวชะโอน เต่าร้าง หวาย เตยย่าน กล้วยไม้ ไผ่ เร่ว กระวาน ฯลฯ มีที่ราบตามชายฝั่งทะเลในบริเวณหมู่บ้านสลักเพชร หมู่บ้านสลักคอก หมู่บ้านคลองสน และอ่าวคลองพร้าว พืชพรรณธรรมชาติที่พบเป็น ป่าชายหาด ลักษณะเป็นป่าโปร่งมีพรรณไม้ขึ้นอยู่ไม่กี่ชนิด เช่น หูกวาง สารภีทะเล เมา เสม็ด เตยทะเล เป็นต้น ตามชายฝั่งที่เป็นดินเลนบริเวณอ่าวและปากคลองลำธารต่างๆ จะพบ ป่าชายเลน พันธุ์ไม้ที่สำคัญได้แก่ โกงกางใบใหญ่ โกงกางใบเล็ก โปรงขาว แสม พังกาหัวสุม ถั่วดำ แสม ตะบูน ปอทะเล และตีนเป็ดทะเล และ ป่าพรุ เป็นสังคมพืชที่เกิดขึ้นบริเวณที่มีน้ำขังตลอดปี บริเวณอ่าวสลักคอกและอ่าวสลักเพชร พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ เหงือกปลาหมอ และกก เป็นต้น

หมู่เกาะช้าง ไม่มีการทับถมของตะกอนโคลนเลนจากแม่น้ำ จึงทำให้หมู่เกาะเหล่านี้มีหาดทรายที่ ขาวสะอาด น้ำทะเลใสสวย และอุดมสมบูรณ์ด้วยสรรพชีวิตใต้ท้องทะเล โดยเฉพาะสิ่งมีชีวิตในแนวปะการัง เช่น ปะการังก้อน ปะการังเขากวาง ปะการังพุ่ม ปะการังแผ่น หอยมือเสือ ดอกไม้ทะเล ปลาสวยงามในแนวปะการัง กัลปังหา สาหร่าย พบได้ในบริเวณเกาะช้างน้อย ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะช้าง เกาะหยวก เกาะมันนอก เกาะคลุ้ม เกาะหวาย เกาะเหลายา เกาะง่าม เกาะรัง เกาะกระ และบริเวณเรือรบหลวงชลบุรี และเรือรบหลวงสงขลาที่จมอยู่ใกล้บริเวณอ่าวสลักเพชร

 จากการสำรวจประชากรสัตว์ป่า เมื่อปี 2535 พบว่า อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้างมี สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 29 ชนิด ได้แก่ หมูป่า เก้ง ลิงเสน ค่างหงอก ชะมะเช็ด พังพอนธรรมดา ค้างคาว กระรอก และหนู เป็นต้น มี นก ทั้งหมด 74 ชนิด เป็นนกที่มีถิ่นถาวรในประเทศไทยและไม่อพยพย้ายถิ่น 61 ชนิด ได้แก่ นกยางทะเล นกปรอดหน้านวล นกตบยุง นกนางแอ่นแปซิฟิก นกกวัก และนกแก๊ก เป็นต้น เป็นนกอพยพเข้ามาในประเทศไทยในช่วงฤดูหนาว 8 ชนิดได้แก่ นกยางเขียว นกหัวโตทรายใหญ่ นกนางนวลแกลบดำปีกขาว นกน็อตตี้ นกขมิ้นท้ายทอยดำ นกกระจี๊ดขาสีเนื้อ นกกระจี๊ดขั้วโลกเหนือ และนกนางแอ่นบ้าน เป็นนกอพยพเพื่อผสมพันธุ์ 2 ชนิด คือ นกแต้วแล้วอกเขียว และนกแต้วแล้วธรรมดา ส่วนนกอพยพผ่านในฤดูกาลอื่นๆ 3 ชนิด คือ นกจับแมลงสีฟ้าท้องขาว นกจับแมลงคอสีน้ำเงินเข้ม และนกกระจี๊ดหัวมงกุฎ นอกจากนี้ยังมี สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกและสัตว์เลื้อยคลาน 42 ชนิด ได้แก่ ตะพาบน้ำ ตะกวด เหี้ย งูเหลือม งูสิง งูจงอาง และกบเกาะช้าง (เป็นสัตว์ประจำถิ่นใน ป่าดงดิบชื้นบริเวณเกาะช้างและเกาะใกล้เคียง)

แหล่งท่องเที่ยวด้านประวัติศาสตร์
 

น้ำตกธารมะยม
อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กช.1 (ธารมะยม) ไปประมาณ 400 เมตร ปากทางเข้าอยู่ฝั่งตรงข้ามกับที่ทำการหน่วยฯ ทางเดินเข้าเป็นทางปูน ผ่านสวนผลไม้ของชาวบ้าน น้ำตกเป็นน้ำตกขนาดกลาง มี 4 ชั้น ลักษณะเป็นธารน้ำไหลผ่านมาเป็นชั้นๆ ตามร่องหินแกรนิตสีดำ มีหน้าผาสูงชันจนเกือบตั้งฉากบริเวณโดยรอบเป็นป่าดงดิบ อากาศร่มเย็นสบาย เหมาะแก่การตั้งแค็มป์และเล่นน้ำตก

เส้นทางเดินไปน้ำตกเดินง่าย ไม่ลำบาก บริเวณชั้นที่ 1 น้ำตกไม่สูงนักมีแอ่งน้ำด้านหน้า ที่สำคัญคือมีแผ่นหินจารึกพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ตั้งอยู่ทางด้านซ้าย น้ำตกชั้นที่ 2 อยู่เลยขึ้นไปเล็กน้อย สำหรับน้ำตกชั้นที่ 3 และ 4 ระยะทางค่อนข้างไกลและทางเดินลำบาก ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง และทางอุทยานแห่งชาติได้จัดทำเส้นทางเดินป่าระยะไกลน้ำตกธารมะยม-น้ำตกคลองพลู ระยะทางมากกว่า 8 กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่ค่อนข้างรก ตัดข้ามเทือกเขาสลักเพชร ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก มีเพียงเจ้าหน้าที่นำทาง หากสนใจติดต่อสอบถามได้ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กช.1 (ธารมะยม) นอกจากนี้ในบริเวณใกล้เคียงยังมีหมู่บ้านชาวประมงที่มีสภาพป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์และเป็นป่าชายเลนที่ใหญ่ที่สุดของเกาะช้าง คือ หมู่บ้านสลักคอก ซึ่งเป็นชุมชนที่มีวิถีชีวิตดั้งเดิมที่น่าสนใจ

 หาดทรายยาว
อยู่ทางตอนใต้ของเกาะช้างใกล้กับอ่าวสลักเพชร มีลักษณะเป็นอ่าวและหาดทรายยาว ลงเล่น้ำในบริเวณนี้ได้ สามารถเดินป่าชมทัศนียภาพของหมู่เกาะใกล้เคียง เช่น เกาะเหลายา อ่าวสลักเพชร เกาะหวาย และชมจุดยุทธนาวีที่เกาะช้าง ซึ่งมีความเป็นมาโดยสังเขปดังนี้

ในช่วงปี พ.ศ. 2483-2484 ไทยกับฝรั่งเศสเกิดกรณีพิพาทเกี่ยวกับเขตแดนทางด้านตะวันออกในสมัยสงครามอินโดจีน ในวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2484 ฝรั่งเศสได้ส่งเครื่องบินลาดตระเวนเข้ามาในน่านฟ้าไทย บริเวณเกาะช้าง เกาะกูด เกาะเสม็ด และสัตหีบ กองบินจันทบุรีจึงได้ส่งเครื่องบินขึ้นสกัดและยิงขับไล่

ต่อมาในวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2484 ฝรั่งเศสเครื่องบินเข้ามาลาดตระเวนแถบเกาะช้างซ้ำอีก แล้วทิ้งระเบิดบริเวณเกาะง่าม เรือรบหลวงสงขลาและเรือรบหลวงชลบุรี ใช้ปืนต่อสู้อากาสยานยิงตอบโต้จนถูกเครื่องบินข้าศึกตกทะเลไปทางด้านใต้ของเกาะหวาย เรือรบของข้าศึก 7 ลำ นำโดยเรือลาดตระเวนลามอตต์ปิเกต์รุกล้ำเข้ามาทางด้านใต้ของเกาะช้าง โจมตีเรือรบของฝ่ายไทยอย่างหนัก ไทยสามารถขับไล่ข้าศึกที่มีกำลังเหนือกว่าให้ล่าถอยไปได้แต่ฝ่ายไทยต้องสูญเสียทหารและเรือรบหลวง 3 ลำ คือ เรือรบหลวงสงขลา เรือรบหลวงชลบุรี และเรือรบหลวงธนบุรี

ทุกปีในวันที่ 17 มกราคม กองทัพเรือจะถือเป็นวันทำบุญประจำปี เพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่ทหารเรือไทยที่ได้สละชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อป้องกันแผ่นดินไทย จุดที่เกิดยุทธนาวีนี้อยู่บริเวณเกาะง่าม ทางตอนใต้ของเกาะช้างใกล้อ่าวสลักเพชร

ด้านธรรมชาติที่สวยงาม

 น้ำตกคลองพลู

อยู่ห่างจากชุมชนอ่าวคลองพร้าวประมาณ 3 กิโลเมตร ไปตามถนนที่จะไปหาดไก่แบ้ เลี้ยวเข้าไปอีก 2 กิโเมตร จะถึงที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กช.4 (คลองพลู) จากนั้นเดินเท้าเข้าสู่น้ำตกประมาณ 500 เมตร น้ำตกคลองพลูเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ที่มีน้ำตลอดปี ตกจากหน้าผาสูงลงมาเป็นเส้นสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง มีอยู่ 3 ชั้น ชั้นแรกสุดสูงประมาณ 40 เมตร ชั้นต่อไปอยู่ติดกัน สูงกว่าชั้นแรกมาก สภาพป่ารอบๆ สมบูรณ์ดีมาก มีธารน้ำแยกจากคลองพลูหลายสาย มีแอ่งน้ำให้เล่นประมาณ 2–3 จุด มีน้ำไหลตลอดปี

นอกจากนี้สภาพโดยทั่วไปยังปกคลุมไปด้วยป่าดิบซึ่งเป็นป่าดั้งเดิมของพื้นที่ มีสภาพร่มรื่น อากาศเย็นสบาย เล่าต่อๆ กันมาว่า น้ำตกคลองพลู แต่เดิมน่าจะเรียกว่า "คลองภู" เพราะมาจากชื่อ "ภูผาเมฆสวรรค์" ซึ่งเป็นชื่อของยอดเขาในบริเวณนี้ และยังกล่าวกันอีกว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ทรงเคยเสด็จประพาสถึง 2 ครั้ง

น้ำตกคลองนนทรี
ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะช้าง เป็นน้ำตกที่มีชั้นเล็กๆ คล้ายน้ำตกแม่กลาง มีทางเดินเท้าจากบ้านด่านใหม่เข้าไปประมาณ 3 กิโลเมตร หรือ จากที่ทำหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กช.1 (ธารมะยม) ไปเป็นระยะทาง ประมาณ 4 กิโลเมตร

น้ำตกคีรีเพชร
เป็นน้ำตกชั้นเดียว อยู่ลึกเข้าไปจากชุมชนบ้านสลักเพชร ก่อนถึงหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กช.3 (สลักเพชร) ประมาณ 4 กิโลเมตรจะมีป้ายบอกทางไปน้ำตกคีรีเพชรทางขวามือ ผ่านสวนยางพาราเป็นระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร น้ำตกมีความสูงมาก สามารถมองเห็นได้จากบางจุดของหมู่บ้านสลักเพชร ประชาชนในหมู่บ้านใช้น้ำจากน้ำตกนี้เพื่อการอุปโภคบริโภค

 น้ำตกคลองหนึ่ง
เป็นน้ำตกขนาดกลาง อยู่ลึกเข้าไปจากชุมชนบ้านสลักเพชร ใกล้กับน้ำตกคีรีเพชร

หาดคลองพร้าว-แหลมไชยเชษฐ์
อยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะช้างมีลักษณะเป็นหาดทรายขาวละเอียดที่มีความยาวมาก ร่มรื่นด้วยทิวมะพร้าว น้ำทะเลใสสะอาด บรรยากาศเงียบสงบ หาดทรายบริเวณนี้มีความลาดมากสามารถเล่นน้ำได้ ตอนเหนือสุดของอ่าวคลองพร้าวติดต่อกับอ่าวไชยเชษฐ์และแหลมไชยเชษฐ์ ซึ่งเป็นแหลมหินที่มีทัศนียภาพสวยงามแต่ไม่สามารถเล่นน้ำได้

หาดไก่แบ้
เป็นหาดทรายที่ติดต่อกับหาดคลองพร้าว อยู่ก่อนถึงที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กช.6 (บางเบ้า) ประมาณ 5 กิโลเมตร หาดไก่แบ้เป็นหาดทรายสั้นๆ และขนาดเล็กกว่าหาดทรายขาวและหาดคลองพร้าว ชายหาดเต็มไปด้วยเศษหินและซากปะการัง มีความลาดพอสมควร สามารถเล่นน้ำได้โดยไม่เป็นอันตราย หน้าหาดมองเห็นเกาะหยวก เกาะมันนอก และเกาะมันใน หาดไก่แบ้เงียบสงบกว่าหาดทรายขาวและหาดคลองพร้าว เพราะอยู่ค่อนข้างไกล บริเวณใกล้เคียงมีชุมชนอยู่ แต่ไม่หนาแน่นนัก

 หมู่เกาะเหลายา
อยู่ทางตอนใต้ของเกาะช้าง เป็นเกาะเล็กๆ 3 เกาะ ตั้งเรียงกันอยู่ใกล้กับเกาะช้าง อยู่กลางอ่าวสลักเพชร ประกอบด้วยเกาะเหลายาใน เกาะเหลายากลาง และเกาะเหลายานอก เป็นเกาะที่มีหาดทรายขาว น้ำทะเลใส และแมกไม้เขียวครึ้ม ที่นี่ยังมีจุดดำน้ำที่สมบูรณ์ไปด้วยปะการังสวยงามมาก เป็นที่พักผ่อนตากอากาศที่มีธรรมชาติสวยงามอีกแห่งหนึ่ง มีสะพานเชื่อมระหว่างเกาะเหลายาในและเกาะเหลายากลาง

เกาะหวาย
เป็นเกาะขนาดใหญ่เกาะหนึ่ง มีแนวชายหาดที่สวยงามแต่ไม่ยาวมากนัก รอบเกาะส่วนใหญ่เป็นแนวหิน ประกอบด้วยอ่าวใหญ่ๆ มีแนวปะการังที่สวยงามสมบูรณ์ อยู่ในอ่าวด้านเหนือของเกาะ ซึ่งความยาวถึง 2 กิโลเมตร จึงนับได้ว่าเป็นจุดดำน้ำตื้นที่สมบูรณ์อีกแห่งหนึ่ง

หมู่เกาะรัง
เป็นเกาะขนาดเล็กตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะหมาก ประกอบด้วย เกาะมะปริง เกาะทองหลาง เกาะกระ เกาะเทียน เกาะรัง เกาะกลาง และเกาะตุ้น เป็นเกาะเล็กๆ ที่มีสีสันของท้องทะเลอันสวยงาม น้ำทะเลใสๆ ทำให้มองเห็นสีสันของแนวปะการังและโขดหินใต้น้ำตัดกับสีสันของหาดทรายอันขาวละเอียด ที่เกาะรังบริเวณอ่าวบ่อเป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กช.5 (เกาะรัง)

เกาะรังประกอบไปด้วยอ่าวและหาดสวยงาม มีแหล่งน้ำจืดสำหรับใช้ จึงสามารถกางเต็นท์พักค้างแรมได้ ด้านหน้าของหน่วยพิทักษ์ฯ จะมีสะพานหิน อันเกิดจากนำก้อนหินทีละก้อนถมลงในทะเล จนเกิดเป็นโครงสร้างของสะพานที่ยื่นออกไป เพราะว่าในอดีตนั้น เกาะรังเคยเป็นสถานที่กักกันผู้อพยพชาวเวียดนาม สะพานนี้จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้สำหรับขนถ่ายสัมภาระ ของหน่วยกาชาดสากล

นอกจากนี้ยังมีเกาะที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น เกาะหยวก อยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะช้าง เกาะมันใน และเกาะมันนอก อยู่ใกล้กับเกาะหยวก

 แหล่งดำน้ำ

ด้านเหนือของเกาะช้าง บริเวณอ่าวคลองสน มีแนวปะการังกว้างประมาณ 40 เมตร อยู่ห่างจากชายฝั่ง 40 เมตร แนวปะการังมีความลาดเอียงน้อยมาก ปะการังที่พบได้แก่ ปะการังโขด ปะการังกาแล็กซี่ ปะการังลายดอกไม้ ด้านนอกของแนวปะการังออกไปประมาณ 200 เมตร มีหญ้าทะเล ซึ่งมีขนาดกว้างพอสมควร

ด้านใต้ของเกาะช้าง บริเวณปากอ่าวสลักเพชรและเกาะง่าม มีแนวปะการังซึ่งเกิดตรงกับหาด ที่เชื่อมเกาะสองเกาะเข้าด้วยกัน แนวปะการังกว้างประมาณ 50 เมตร มีปะการังชนิดก้อนมากที่สุด

ด้านเหนือของเกาะช้างน้อยและด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะช้าง มีแนวปะการังแคบๆ ทอดขนานไปกับแนวชายฝั่งไปจนถึงหัวแหลมสับปะรด และมีปะการังอยู่เล็กน้อยรอบๆ หินขี้ช้าง มีปะการังโขด อยู่มากกว่าชนิดอื่นๆ แต่มีความหนาแน่นต่ำ

ด้านทิศใต้ของเกาะช้างน้อย เป็นแนวปะการังชนิดก้อนและชนิดกิ่งกว้างประมาณ 110 เมตร นอกจากนี้ยังมีปะการังดอกเห็ด ปะการังบูมเมอแรง ปะการังบูมเมอแรง

บริเวณเกาะรัง มีแนวปะการังกว้างประมาณ 120-170 เมตร และอยู่ห่างจากชายฝั่ง 25-80 เมตร จะพบปะการังเขากวางมากที่สุด รองลงมาเป็นปะการังโขด ปะการังก้อน และยังมีปะการัง Leptoseris scraba ซึ่งเป็นปะการังที่หายากในอ่าวไทย แนวปะการังบริเวณเกาะรังนี้จัดว่ามีความสมบูรณ์และสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของชายทะเลฝั่งตะวันออก

สำหรับบริเวณอื่นที่สามารถดำน้ำดูปะการัง ได้แก่ บริเวณเกาะหวาย เกาะเหลายา เกาะกระ เกาะหยวก เกาะมันนอก เกาะคลุ้ม และบริเวณเรือรบหลวงชลบุรีและเรือรบหลวงสงขลาที่จมอยู่ใกล้บริเวณอ่าวสลักเพชร ส่วนใหญ่เป็นปะการังก้อนและปะการังเขากวาง และสิ่งที่จะพบจากกิจกรรมดำน้ำ คือ สัตว์น้ำ ได้แก่ ปลากระดี่ทะเล ปลาผีเสื้อแปดเส้น ปลาผีเสื้อปากยาว ปลาสินสมุทร ปลากะรังจุดขาว ปลากระเบนทอง ปลาแป้น ปลาทู ปลาแมว หอยชักตีน หอยมือเสือ ดอกไม้ทะเล ดาวทะเล และกัลปังหา เป็นต้น

แหลมช้างน้อย

เป็นแหลมด้านเหนือสุดของเกาะช้าง เป็นแหลมหินเกือบไม่มีต้นไม้อยู่เลย ท้องน้ำระหว่างแหลมช้างน้อย และเกาะช้างน้อยนี้เป็นแนวปะการัง

อ่าวคลองสน
อยู่ทางเหนือสุดของเกาะช้าง เป็นที่ตั้งของชุมชนบ้านคลองสน ชายหาดจะอยู่ก่อนถึงที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ กช.2 (คลองสน) เล็กน้อย เป็นอ่าวขนาดใหญ่มีหาดทรายขาวละเอียดทอดขนานไปกับป่าสนเขียวครึ้ม นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปถึงบริเวณนี้ได้โดยทางเรือ ใช้เวลาประมาณชั่วโมงเศษ บริเวณใกล้ๆ อ่าวคลองสนจะมีแนวปะการังใต้น้ำอยู่ไม่ไกลจากฝั่งนัก

นอกจากนี้อุทยานแห่งชาติได้จัดทำเส้นทางเดินป่าคลองสน– คลองพลู ใช้เวลาเดินประมาณ 4 ชั่วโมง ลักษณะการเดินเป็นการเดินแบบไม่พักค้าง

เดินป่าศึกษาธรรมชาติ

เกาะพร้าว
เป็นเกาะขนาดเล็กอยู่ในบริเวณอ่าวสลักเพชร เป็นเกาะที่มีหาดทรายสะอาดและร่มรื่นไปด้วยต้นมะพร้าว มีหาดเล็กๆ รอบเกาะ และมีทางเดินคอนกรีตเลาะเรียบไปตามโขดหินรอบเกาะ ชายฝั่งทะเลขาวสะอาดเหมาะแก่การเล่นน้ำทะเล ส่วนอีกด้านหนึ่งของเกาะ มีสะพานคอนกรีตยื่นออกไปในทะเลเป็นท่าเทียบเรือ และยังเหมาะที่จะเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ในท้องทะเลได้อีก

เกาะง่าม
มีจุดเด่นอยู่ที่แนวสันทรายกว้างประมาณ 50 เมตร ยาวประมาณ 100 เมตร เชื่อมระหว่างเกาะเล็กๆ 2 เกาะ คล้ายสะพานธรรมชาติกลางทะเล

เกาะคลุ้ม
เป็นเกาะประวัติศาสตร์จากยุทธนาวีที่เกาะช้าง เป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่เหมาะสำหรับชมทัศนียภาพของลานหิน คือ หินลูกบาต และหินลาดหลังคุ้ม

สถานที่ติดต่อและ การเดินทาง

สถานที่ติดต่อ
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง 23/7 ม.3 ต.เกาะช้าง อ. กิ่งอำเภอเกาะช้าง จ. ตราด 23170
โทรศัพท์ 0 3955 5080 โทรสาร 0 3955 5080 อีเมล reserve@dnp.go.th

การเดินทาง
รถยนต์
ใช้เส้นทางถนนสายบางนา-ตราด (ทางหลวงหมายเลข 3) ระยะทางประมาณ 312 กิโลเมตร ถึงตัวเมือง จังหวัดตราด แล้วเดินทางต่อไปที่ท่าเรือแหลมงอบ ระยะทางประมาณ 17 กิโลเมตร เพื่อเดินทางต่อโดยเรือที่ท่าเรือเฟอร์รี่ ซึ่งมีให้บริการอยู่หลายท่าด้วยกัน เช่น ท่าเรือเซ็นเตอร์พ้อยต์และท่าเรือเฟอร์รี่อ่าวธรรมชาติ ไปขึ้นที่ท่าเรือธารมะยม ท่าเรือด่านเก่าหรือท่าเรืออ่าวสับปะรด ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที เรือโดยสารจะมีออกจากท่าทุกชั่วโมง จากนั้นเดินทางต่อไปยังจุดหมายที่ต้องการ

 


  

การเดินทางด้วยเรือเฟอร์รี่ 
ท่าเรือ center point (039-538196)
ไป 06.00 - 19.00 น. ทุกชั่วโมง
กลับ 07.00 - 20.00 น. ทุกชั่วโมง
อัตราค่าโดยสาร รถยนต์ 4 ล้อ ไป-กลับฟรี คนขับรถและผู้โดยสารไป-กลับคนละ 60 บาท
รถยนต์ 6 ล้อ ไป-กลับ 100 บาท คนขับรถและผู้โดยสารฟรี 2 ท่าน
รถยนต์ 10 ล้อ ไป-กลับ 500 บาท คนขับรถและผู้โดยสารฟรี 2 ท่าน
ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ขึ้นเกาะที่ท่าเรือด่านใหม่

ท่าเรืออนุสรณ์สถานยุทธนาวีเกาะช้าง (เรือไม้)
ไป 07.00 - 17.00 น. ทุกชั่วโมง
กลับ 07.00 - 17.00 น. ทุกชั่วโมง
ค่าโดยสาร ไป-กลับคนละ 100 บาท

ท่าเรือเซ็นเตอร์พ้อย ไป 06.00 - 17.00 น. ทุกชั่วโมง
กลับ 07.00 - 20.00 น. ทุก 2 ชั่วโมง

ท่าเรือเกาะช้างเฟอร์รี่ (อ่าวธรรมชาติ) (039-528288-9)
ไป 07.00 - 19.00 น. ทุกชั่วโมง
กลับ 07.00 - 19.00 น. ทุกชั่วโมง
อัตราค่าโดยสาร
รถยนต์ 4 ล้อ ไป-กลับ 150 บาท ฟรีคนขับรถ ผู้โดยสารไป-กลับคนละ 60 บาท
รถยนต์ 6 ล้อ ไป-กลับ 300 บาท ฟรีคนขับรถ ผู้โดยสารไป-กลับคนละ 60 บาท
รถยนต์ 10 ล้อ ไป-กลับ 1,000 บาท ฟรีคนขับรถ ผู้โดยสารไป-กลับคนละ 60 บาท
ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ขึ้นเกาะที่ท่าเรือเกาะช้างเฟอร์รี่

 

ท่าเรือเฟอร์รี่เกาะช้าง (อ่าวธรรมชาติ) (039-597143, 597434, 01-9435872)
ไป 07.00 - 19.00 น. ทุกชั่วโมง
กลับ 07.00 - 19.00 น. ทุกชั่วโมง
อัตราค่าโดยสาร
รถยนต์ 4 ล้อ ไป-กลับ 150 บาท ฟรีคนขับรถ ผู้โดยสารไป-กลับฟรี
รถยนต์ 6 ล้อ ไป-กลับ 250 บาท ฟรีคนขับรถ ผู้โดยสารไป-กลับฟรี
รถยนต์ 10 ล้อ ไป-กลับ 500 บาท ฟรีคนขับรถ ผู้โดยสารไป-กลับฟรี

ใช้เวลาประมาณ 25 นาที ขึ้นเกาะที่ท่าเรืออ่าวสับปะรด


แผนที่เดินทางไปท่าเรือเกาะช้างเฟอร์รี่ (อ่าวธรรมชาติ)

เที่ยวอย่างนกที่เกาะช้าง

            เกาะช้าง จัดว่าเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับรองจากเกาะภูเก็ต ยังเป็นเกาะที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์อยู่มาก เนื่องได้ประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้างมาช้านานแล้ว จึงยังคงเหลือให้เห็นภาพความงดงามของหมู่เกาะ ผืนทะเล ป่าเขา สายน้ำ ยังอุดมสมบูรณ์อยู่มาก

    มาถึงปัจจุบันนี้กระแสการท่องเที่ยวได้รุกข้ามยังหมู่เกาะมากขึ้น กลุ่มทุนใหญ่ได้รุกคืบเข้ามาซื้อที่ดินเพื่อสร้างที่พักโรงแรมและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย หากเดินทางไปตามรอบเกาะช้างจะเห็นการประกาศขายที่ดินกันมากมาย ดังนั้นที่ดินของชาวบ้านดั้งเดิมได้ถูกเปลี่ยนมือไปเป็นกลุ่มทุนใหญ่ที่มีกำลังเงินในลงทุนบนผืนเกาะแห่งนี้

สิ่งที่สำคัญที่ตอบสนองกลุ่มทุนและการท่องเที่ยว คือ ถนนรอบเกาะช้าง ที่ถูกตัดไปตามผืนป่าอุทยานแห่งชาติด้วย คาดว่าอีกไม่นานถนนรอบเกาะคงเสร็จสมบูรณ์ มันคงไม่ต่างไปจากเกาะสมุย เกาะภูเก็ต เกาะลันตา และสิ่งที่ตามมาคือ สิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบสนองกระแสการท่องเที่ยวจะมีมากขึ้น ที่ดินราคาสูงขึ้น การบุกรุกพื้นที่ป่ามีมากขึ้น แหล่งน้ำเหือดแห้ง ผู้คนมากมาย

ถึงวันนี้ เกาะช้างได้ก้าวสู่เส้นทางการเติบโตในด้านการท่องเที่ยว เมื่อมีถนนบนตัวเกาะแล้ว ดังนั้นย่อมมีเรือเฟอร์รี่นำพาผู้คนและยานยนต์ข้ามไปยังเกาะช้าง ทำให้การท่องเที่ยวสะดวกสบายมากขึ้น จึงกลายเป็นเส้นทางขับขี่รถยนต์ท่องเที่ยวบนเกาะช้างที่น่าสนใจอีกเส้นทางหนึ่ง


เห็นกันชัดๆ อะไรต่ออะไรที่เกาะช้าง

ไมโครไลท์ กำลังจะขึ้นบิน

 

                แทบไม่น่าเชื่อว่ากิจกรรมท่องเที่ยวบนเกาะช้างไดขยายตัวและเติบโตอย่างมาก นอกเหนือแหล่งท่องเที่ยวบนเกาะทั่วไปแล้ว ที่เกาะช้างแห่งนี้ ยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวผจญภัย เช่น Canopy Walkway คือเส้นทางเดินบนเรือนยอดไม้ นับว่าเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นบนเกาะช้าง นอกจากนี้ยังกิจกรรมขับรถ ATV การนั่งช้าง การพายคายัก

                ความเจริญเติบโตของการท่องเที่ยวบนเกาะช้าง ได้ขยายตัวไปทุกรูปแบบ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สมบูรณ์ครบถ้วนทุกอย่าง และที่พิเศษคือ กิจกรรมชมวิวทางอากาศของเกาะช้าง เป็นเครื่องไมโครไลท์ หรืออากาศยานเบา ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ดำเนินการโดยศูนย์ปฏิบัติการบินอาสาอนุรักษ์และกู้ภัยสิริภาจุฑาภรณ์ (สาขาเกาะช้าง) ตั้งอยู่ที่สนามบินอนุรักษ์และพัฒนาอากาศยานไทย บริเวณปากทางเข้าน้ำตกคลองพลู


หมู่บ้านและท่าเทียบเรือที่บางเบ้า

มุมด้านข้างของอ่าวบางเบ้า

                หากท่านใดที่สนใจก็สมัครเป็นสมาชิกชมรมก็สามารถลองไปสัมผัสศึกษาดูก่อนว่า กิจกรรมแบบนี้เหมาะกับเราอย่างไรบ้าง อย่างน้อยๆ ลองนั่งบินเที่ยวชมทิวทัศน์เกาะช้างทางอากาศกันสักรอบ หากท่านใดสนใจก็ไปสมัครเรียนและฝึกบินตามกำลังความสามารถของตนเอง

                ไมโครไลท์ หรืออากาศยานเบา ประกอบด้วยเครื่องยนต์ ตัวที่นั่ง และปีกคันบังคับแบบเครื่องร่อนแฮงค์ไกลเดอร์ ที่นำมาประยุกต์เป็นอากาศเบาที่คล่องตัว แม้ว่าเครื่องยนต์จะดับ แต่ก็สามารถร่อนลงพื้นราบได้อย่างปลอดภัย


เมื่อถนนเข้าถึง ความเจริญก็ตามมา

แหลมไชยเชษฐ์

                เราได้ลองนั่งดู ซึ่งนักบินได้พาสู่ท้องทะเล ทางด้านหน้าหาดคลองพร้าว  แล้วบินจะขนานชายหาดไปยังแหลมไชยเชษฐ์ ซึ่งจะเห็นภูมิทัศน์ด้านล่างอย่างมีมิติ ชายหาดโค้งสวย มีแนวหาดทรายสีขาวคั่นระหว่างผืนน้ำทะเลสีคราม กับส่วนที่เป็นพื้นดินที่ประกอบไปด้วยรีสอร์ท โรงแรม บังกะโล มากมาย

                จากนั้นก็วนกลับทางปากคลองพร้าว จะเป็นจุดที่สวยงาม เห็นระดับผืนทรายอย่างมีมิติ เห็นคลองพร้าวรีสอร์ทวางภูมิทัศน์ได้อย่างสวยงามมาก เมื่อเลยปากคลองพร้าวขึ้นไปจะเป็นแนวทิวมะพร้าวไปจรดแนวโขดเขา ข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งซึ่งจะเป็นแนวหาดไก่แบ้ จะพบเกาะมันอยู่ตรงข้าม และยังมีเกาะเล็กๆ อีกหลายเกาะ


บริเวณอ่าวท่าเรือเฟอร์รี่

หมู่เกาะบริวารของเกาะช้าง

ใกล้กับเกาะมันอนกจะเป็นแนวโขดหินปะการังใต้น้ำเป็นบริเวณกว้าง ทำให้เกิดเป็นภาพที่มีมิติสวยงามน่าสนใจทีเดียว

                เลยหาดไก่แบ้ ก็เป็นอ่าวใบลาน ตลอดแนวชายทะเลที่นั่งบินผ่านมา จะมีรีสอร์ทที่พักมากมาย จนมาถึงอ่าวบางเบ้า พบว่ามีบ้านเรือนที่ปลูกสร้างอยู่กลางทะเล คล้ายกับหมู่บ้านที่เกาะปันหยี เป็นภาพที่น่าชมไม่เลย

                ต่อจากนั้นไปถึงปลายเกาะ ฝั่งตรงข้าม คือ เกาะง่าม จะมีสั้นทรายเล็กๆ คล้ายกับเกาะพีพีด้วย


ถนนที่มุ่งหน้าไปยังหาดยุทธนาวี

แนวป่าเขาของเกาะช้าง

                หากมองไปยังตัวเกาะที่มีลักษณะเป็นป่าเขา เป็นผืนป่าที่สมบูรณ์ เนื่องจากพื้นที่ป่าอนุรักษ์ของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ถ้าหากไม่ได้เป็นป่าอุทยานฯ รับรองว่าทุกพื้นที่ต้องเป็นรีสอร์ท หรือสนามกอล์ฟอย่างแน่นอน

                ด้วยเวลาที่จำกัด ทำให้เราต้องตักตวงความสวยงามเหล่านั้นเก็บไว้ให้มากที่สุด ซึ่งถือว่าเป็นมุมมองที่น่าสนใจเป็นพิเศษเลยครับ

 หมายเหตุ......สนใจเรื่องไมโครไลท์ ติดต่อสอบถามคุณนิมิต โทร.08-9866-1517


โค้งอ่าวของหาดคลองพร้าว

เกาะมันนอกหน้าหาดไก่แบ้

เช็กความพร้อมก่อนบิน

กำลังออกตัว

หมู่เกาะเล็กๆ รอบเกาะช้าง

เกาะมันนอก หน้าหาดไก่แบ้

เกาะมันนอก

เกาะหยวก เกาะปลี

อ่าวบางเบ้า

หมู่บ้านชาวประมงที่บางเบ้า

บินเข้าหาหมู่บ้านที่บางเบ้า

บ้านพักรีสอร์ทบนเกาะช้างมีมากมาย

คลองพร้าวรีสอร์ท ตั้งอยู่ในทำเลที่สวยงามมากๆ

แนวสวนมะพร้าวริมคลองพร้าว

หาดเล็กๆ ก็มีบังกาโล

บนโขดเขาก็มีบังกาโล

แหลมไชยเชษฐ์

ปากคลองพร้าว มีสันทรายที่สวยงามมาก


 

การเดินทางภายในเกาะช้าง

รถโดยสาร
สาย 1 บ้านสลักเพชร-ด่านเก่า

            เที่ยวที่ 1 เวลา 05.40 น.
            เที่ยวที่ 2 เวลา 07.40 น.
            เที่ยวที่ 3 เวลา 13.40 น.
        
            ด่านเก่า-บ้านสลักเพชร
            เที่ยวที่ 1 เวลา 10.00 น.
            เที่ยวที่ 2 เวลา 14.00 น.
            เที่ยวที่ 3 เวลา 16.00 น.

จำนวนรถโดยสาร 3 คัน

สาย 2 บ้านบางเบ้า-บ้านด่านเก่า
            รถออกทุกชั่วโมง เวลา 06.00-16.00 น.
           
            บ้านด่านเก่า-บ้านบางเบ้า
            รถออกทุกชั่วโมง เวลา 07.00-18.00 น.

 จำนวนรถโดยสาร 70 คัน

ขอขอบคุณที่มาของข้อมูลการเดินทางจาก http://www.kohchang.or.th 

แผนที่จังหวัดอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง/map of Mu Ko Chang National Park
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง
แผนที่ท่องเที่ยว
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง

โรงแรมในเกาะช้าง ที่พักและรีสอร์ทที่เกาะช้าง

ร่วมใจส่งรูปท่องเที่ยวแห่งนี้เพื่อ อวดเมืองไทยไปทั่วโลก

เกาะช้าง เกาะช้าง เกาะช้าง เกาะช้าง เกาะช้าง เกาะช้าง เกาะช้าง เกาะช้าง เกาะช้าง เกาะช้าง เกาะช้าง เกาะช้าง

ภาพจากการค้นหา www.google.com

"โครงการอวดภาพไทยไปทั่วโลก || เราทำเว็บเพื่อสนับสนุนท่องเที่ยวไทยอวดเมืองไทยไปทั่วโลก"

ภาพที่ต้องการส่ง ภาพที่ 1
ภาพที่ต้องการส่ง ภาพที่ 2 (Option)
ภาพที่ต้องการส่ง ภาพที่ 3 (Option)
ภาพที่ต้องการส่ง ภาพที่ 4 (Option)
ภาพที่ต้องการส่ง ภาพที่ 5 (Option)
คำอธิบายภาพและสถานที่ 
(เราจะลงไว้ใต้ภาพ)

 
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง/ Mu Ko Chang National Park

 

Mu Ko Chang National Park

General Information

Mu Ko Chang National Park is a collection of over 40 large and small islands. The island chain is situated in the Gulf of Thailand approximately 8 km. from the coast of Trat province. The main island Ko Chang is the third largest island in Thailand after Phuket and Samui and measures nearly 30km long and almost 14 km wide. The other main islands in the group are; Ko Chang Noi, Ko Khlum, Ko Wai, Ko Lao Ya, Ko Mai Si and Ko Rang. The park received status as a national park on 31st December 1982 to become the 45th national park in Thailand. The park covers a total area of 650 km.2 of which about 458 km.2 or 70 % is marine.

Topography

Mu Ko Chang National Park is located in the southeastern region of Thailand close to the border with Cambodia. The island runs parallel to the coast and appears very mountainous from the shore due to the mountain ridge which runs the length of the island. The ridge is composed of several summits the tallest of which are Khao Lan, Khao Chom Prasat, Khao Khlong Mayom, Khao Salak Phet and Khao Yai, which is the highest peak reaching 743m above sea level. The rock of the island is mainly Granitic and dates from approximately around 200 million years ago. The geology produces a very mountainous island, but with rounded slopes rather than sheer cliffs.

The island of Ko Chang has many streams and rivers which are fed by the rainfall collected on the mountainous slopes of the island. Due to the great amount of rainfall here these streams are very clean and supply water all year round. The principle streams on the island are Khlong Son, Khlong Mayom, Khlong Khangkhao, Khlong Bang Bao, Khlong Phrao, Khlong Nonsi and Khlong Chaiyachet. This mix of mountains and streams produces some very beautiful waterfalls the most notable of which are Than Mayom, Khlong Phlu, Khlong Nonsi, Khiri Phet and Khlong Nung Waterfalls.

Climate

Rainy season starts from May to October. It’s the time of the southwest monsoon while dry season starts from November to February. Dry season is the time of northwest monsoon that cools the temperature down. Summer starts from March to April. In this season, the sun passes the equator above the wind. The weather is hot, especially in April.

Flora and Fauna

The mountain slopes are covered by dense Tropical Evergreen Forest which due to the historically low level of habitation on the island is largely undisturbed (until recently when more people move here) The principle tree species present include Dipterocarpus alatus, D. turbinatus, Anisoptera costata, Hopea odorata, Irvingia malayana, Podocarpus neriifolius, Diospyrosspp., Castanopsis spp., Croton spp., Oncosperma horrida, Caryota mitis., Daemonorops spp., Korthalsia grandis, Bauhinia bracteata, Freycinetia sumatrana, Platycerium coronarium, Amomum spp., Boesenbergia pandurata and Kaempferia pulchra. Around the villages of Salak Phet, Salak Khok, Khlong Son and Khlong Phrao Bay are areas of Beach Forest. The dominant tree species here are Terminalia catappa, Calophyllum inophyllum, Melaleuca leucadendra, Eugenia grandis, E. spicata, and Pandanus odoratissimus. In the more sheltered spots, especially where freshwater enters the sea to produce brackish water, fairly large areas of Mangrove Forest exist. These mangrove forests consists of a combination of tree species including Rhizophora mucronata, R. apiculata, Ceriops decandra, C. tagal, Bruguiera gymnorrhiza, B. parviflora, Avicennia alba, Xylocarpus granatum, X. moluccensis, Hibiscus tiliaceus and Cerbera odollum.

Wildlife surveys undertaken in 1992 recorded 29 species present within the national park. Animals seen included; Wild pig, Barking deer, Slow loris, Stump-tailed macaque, Silvered langur, Eastern mole, Small Indian civet, Javan mongoose plus several species of Bats, Squirrels, Rats and Mice. The bird list for the park currently numbers 74 species of which 61 are resident. More common sightings include Pacific reef-egret, Yellow-vented bulbul, Nightjar, Pacific swallow, White-breasted waterhen, Green imperial pigeon and Oriental pied hornbill. Migratory visitors to the islands include Little heron, Greater sand-plover, White-winged tern, Brown noddy, Black-naped oriole, Pale-legged leaf warbler, Artic warbler and Barn swallow. Two common breeding visitors to the islands are the Blue-winged pitta and the Hooded pitta, both of which have very distinctive whistling calls often heard early in the morning and in the evening. Commonly seen passage migrants include Blue-throated flycatcher, Blue-and-white flycatcher and the Eastern-crowned warbler. The survey team discovered 42 species of reptiles and amphibians. More commonly seen of which are; Malayan mud turtle, Indian monitor lizard, Water monitor lizard, White-face blue garden lizard, Tokay gecko, East indian brown sided grass skink, Python, Racer, Rat snake, King cobra, Common asiatic toad, Green ricefield frog, Common tree frog, Bulter’s chorus frog and Rugosed frog. An endemic species found here and nowhere else is the aptly named Kohchang frog ( Rana kohchangae).

Ko Chang islands are situated a long way away from any mainland rivers and thus th