Member Login
username
password
สมัครสมาชิก

ท่องเที่ยวภาคตะวันออก

ท่องเที่ยวภาคเหนือ

ท่องเที่ยวภาคกลาง

ท่องเที่ยวภาคอิสาน

ท่องเที่ยวภาคใต้

ท่องเที่ยวต่างประเทศ

ท่องเที่ยว จันทบุรี
ท่องเที่ยว จันทบุรี
ท่องเที่ยว จันทบุรี
www.MooHin.com > จันทบุรี >อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ(เขาคิชกูฎ)/Khao Khitchakut National Park 

อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ(เขาคิชกูฎ)/Khao Khitchakut National Park

 

ข้อมูลทั่วไป
อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ อยู่ในบริเวณพื้นที่ป่าเขาคิชฌกูฏหรือเขาพระบาท ท้องที่อำเภอมะขาม และกิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ประกอบด้วยภูเขา ทิวทัศน์ที่งดงาม มียอดเขาสูงสุดอยู่ในระดับความสูง 1,000 เมตร มีสภาพธรรมชาติที่สวยงาม เช่น น้ำตกกระทิง และปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่เกี่ยวเนื่องกับตำนานทางพุทธศาสนา โดยเฉพาะในด้านความเชื่อถือทางศาสนาเกี่ยวกับรอยพระพุทธบาทบนยอดเขาคิชฌกูฏ มีเนื้อที่ประมาณ 58.31 ตารางกิโลเมตร หรือ 36,444.05 ไร่

เมื่อปี พ.ศ. 2501 นายกนิยมไพรสมาคม ได้มีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร เสนอให้รักษาป่าเขาคิชฌกูฏ ท้องที่จังหวัดจันทบุรี ไว้เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์และจัดให้เป็นอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้จึงให้ป่าไม้เขตศรีราชาประสานงานกับป่าไม้จังหวัดจันทบุรีดำเนินการ และได้มีคำสั่ง ที่ 852/2517 ลงวันที่ 30 กรกฎาคม 2517 ให้นายสมพล วรรณกุล นักวิชาการป่าไม้เอก ไปดำเนินการสำรวจหาข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งผลการสำรวจ ตามรายงานการสำรวจลงวันที่ 16 มิถุนายน 2518 พบว่า สภาพพื้นที่เป็นภูเขาสลับซับซ้อน มีสภาพทางธรรมชาติสวยงาม ประกอบด้วย ถ้ำ น้ำตก และมีสัตว์ป่าชุกชุม เหมาะกับการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ

กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ จึงได้เสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ซึ่งได้มีมติการประชุมครั้งที่ 2/2518 เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2518 เห็นสมควรให้ออกพระราชกฤษฎีกากำหนดพื้นที่ป่าเขาคิชฌกูฏให้เป็นอุทยานแห่งชาติ

กรมป่าไม้จึงได้ดำเนินการขอเพิกถอนป่าเขาคิชฌกูฏ ซึ่งมีสถานภาพเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 49 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 82 ตอนที่ 39 ลงวันที่ 11 พฤษภาคม 2508 ออกจากการเป็นป่าสงวนแห่งชาติก่อน โดยมีประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 93 ตอนที่ 108 ลงวันที่ 7 กันยายน 2519

ต่อมาดำเนินการจัดตั้งป่าเขาคิชฌกูฏเป็นอุทยานแห่งชาติ โดยได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าเขาคิชฌกูฏ ในท้องที่ตำบลตะเคียนทอง ตำบลฉมัน ตำบลพลวง และตำบลวังแซ้ม อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี เนื้อที่ 36,687 ไร่ หรือ 58.70 ตารางกิโลเมตร ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ โดยประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 94 ตอนที่ 38 ลงวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2520 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 14 ของประเทศไทย

ต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกาเพิกถอนเนื้อที่บางส่วน จำนวน 242.95 ไร่ โดยประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 115 ตอนที่ 64 ก ลงวันที่ 24 ก.ย.2541 จึงคงเหลือพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ 36,444.05 ไร่ หรือ 58.31 ตารางกิโลเมตร

ลักษณะภูมิประเทศ
ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นภูเขาสูงชัน เนื่องจากการดันตัวของเปลือกโลก หินฐานเป็นหินอัคนีพวกหินแกรนิต ยุคจูแรสสิค มีอายุประมาณ 135-180 ล้านปี ทางด้านทิศตะวันออกจะมีความลาดชันมาก แนวสันเขาวางตัวไปในแนวตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ เชิงเขาด้านตะวันออกเฉียงใต้มีความลาดชันน้อย มียอดเขาพระบาทเป็นภูเขาสูงสุด สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,085 เมตร มีที่ราบอยู่ทางทิศตะวันตกเพียงเล็กน้อย บนเขาพระบาทมีหินก้อนใหญ่ลักษณะกลมเกลี้ยงกระจายอยู่ทั่วไป โดยเฉพาะบริเวณรอยพระพุทธบาทมีหินก้อนใหญ่มาก สามารถมองเห็นได้จากพื้นราบนอกเขตอุทยานแห่งชาติ เทือกเขาสูงในอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของลำห้วยที่สำคัญ เช่น คลองกระทิง คลองตะเคียน คลองทุ่งเพล คลองพลวง เป็นต้น ลำน้ำเหล่านี้เป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของแม่น้ำจันทบุรี

ลักษณะภูมิอากาศ

ลักษณะภูมิอากาศบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎอยู่ภายใต้อิทธิพลของลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ และลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ โดยช่วงตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์อากาศหนาวเย็น ท้องฟ้าโปร่ง ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคมจะมีความชื้นในอากาศสูง เกิดเมฆและฝนตกหนัก ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยปีละ 2,900 มิลลิเมตร ช่วงฤดูร้อนระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เดือนเมษายน เป็นช่วงเวลาที่เปลี่ยนอิทธิพลจากลมตะวันออกเฉียงเหนือเป็นลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปี 27 องศาเซลเซียส

พืชพรรณและสัตว์ป่า

ระบบนิเวศในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎสามารถแบ่งออกได้หลักๆ 2 ประเภท คือ ป่าดิบชื้น ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานแห่งชาติ พันธุ์ไม้ที่ขึ้นอยู่ได้แก่ ยางแดง กระบาก หย่อง มะก่อ บุนนาค ลูกดิ่ง สารภี เนียนดำ มะไฟ จิกดง มะซาง ดีหมี เลือดควาย สำรอง กระบกกรัง ฯลฯ และป่าดิบเขา จะอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลมากกว่า 800 เมตรขึ้นไป หรือจะพบเฉพาะบริเวณยอดเขา เช่น เขาพระบาทพลวง พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ มะก่อ กระบกกรัง สารภี บุนนาค ทำมัง พิมเสนป่า พลอง คอเหี้ย ชันใบใหญ่ รง พลับ อบเชย และดีหมี เป็นต้น

ในส่วนของสัตว์ป่า เนื่องจากสภาพป่าอยู่ในเขตเทือกเขาสูงชัน และประกอบกับราษฎรที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับอุทยานแห่งชาติไม่ลักลอบล่าสัตว์ เพราะมีอาชีพที่เป็นหลักแหล่งและทำรายได้ดีอยู่แล้ว คือ การทำสวนผลไม้ สัตว์ป่าจึงยังมีชุกชุม ได้แก่ ช้าง กระทิง เสือปลา หมีควาย กวางป่า เก้ง เลียงผา หมูป่า ชะนีมงกุฎ เม่นใหญ่ อีเห็นข้างลาย พังพอนเล็ก กระต่ายป่า กระแต กระรอกหลากสี ค้างคาวแม่ไก่ภาคกลาง นกกระทาทุ่ง ไก่ฟ้าหลังขาวจันทบูรณ์ ไก่ป่า นกกวัก นกเขาเปล้า นกกระปูดใหญ่ นกตะขาบทุ่ง นกกก นกปรอดเหลืองหัวจุก นกแซงแซวหางปลา นกกางเขนดง นกกินปลีอกเหลือง เต่าเหลือง จิ้งจกหางหนาม ตุ๊แกบ้าน กิ้งก่าหัวแดง แย้ ตะกวด จิ้งเหลนบ้าน งูหลาม งูเขียวหางไหมท้องเหลือง คางคกบ้าน กบบัว ปาดบ้าน อึ่งอ่าง ฯลฯ ตามลำห้วยลำธารต่างจะพบปลาตะเพียนทราย ปลาซิวหางแดง ปลาสร้อยนกเขา ปลาชอนทราย ปลาติดหิน ปลากดเหลือง ปลาแป้น ปลาหมอไทย ปลาบู่ ปลากระทิง และปลากระทุงเหว เป็นต้น

 ยอดเขาพระบาท
อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 16.5 กิโลเมตร สามารถเดินทางโดยรถยนต์ 10 กิโลเมตร และเดินเท้าขึ้นเขาอีกประมาณ 6.5 กิโลเมตร บริเวณยอดเขามีปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่สอดคล้องกับตำนานทางพระพุทธศาสนาได้แก่รอยพระพุทธบาท ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของชาวจันทบุรีและจังหวัดใกล้เคียง

สภาพพื้นที่บนยอดเขาพระบาทมีหินรูปร่างแปลกๆ ที่มีตำนานเกี่ยวข้องกัน เช่น หินบาตรคว่ำ ศิลาเจดีย์ ถ้ำฤาษี ลานแข่งรถพระอินทร์ หินรูปเต่าและรูปช้าง ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมของทุกปี ประชาชนหลายหมื่นคนจะเดินทางขึ้นไปนมัสการพระพุทธบาทบนยอดเขาแห่งนี้จนเป็นงานประเพณีที่สำคัญของจังหวัดจันทบุรี

นอกจากนี้ยอดเขาพระบาทยังมีอากาศเย็นสบายและเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงาม มองเห็นไกลไปถึงชายฝั่งอ่าวไทย ซึ่งในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ฝรั่งเศสซึ่งยึดครองเมืองจันทบุรี ได้ใช้ยอดเขานี้เป็นฐานเพื่อใช้ส่องกล้องดูข้าศึกทางทะเล และทำแผนที่ จึงทำให้ยอดเขานี้มีชื่อเรียกว่า ห้างฝรั่ง หรือเขาส่องกล้อง

 น้ำตกกระทิง
ต้นน้ำเกิดจากเทือกเขาคิชฌกูฎ มีความสูงถึง 13 ชั้น แต่ละชั้นมีความสวยงามแบบต่างๆ กัน และมีแอ่งน้ำใสสะอาดลงเล่นน้ำได้ แต่ละชั้นมีพืชจำพวก มอส เฟิน ขึ้นปกคลุมเต็มทั้งสองข้างลำธาร เขียวชะอุ่ม ชั้นน้ำตกที่สวยงามที่สุด คือ ชั้นที่ 8 และชั้นที่ 9 ซึ่งสายน้ำไหลตกลงมาจากผาสูงชัน ส่งละอองน้ำฟุ้งกระจาย น้ำตกชั้นที่ 10 มีน้ำไหลแรงมากและไม่มีแอ่งน้ำ แต่เป็นจุดชมทิวทัศน์ที่มองเห็นอ่างเก็บน้ำทุ่งเพลและผืนป่าดิบชื้นที่ปกคลุมพื้นที่อย่างหนาแน่น น้ำตกกระทิง อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติเพียง 500 เมตร สามารถพายเรือแคนูชมธรรมชาติรอบอ่างเก็บน้ำหาดกระทิงและน้ำตกกระทิง

น้ำตกคลองช้างเซ
อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 12.5 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่มีหน้าผาสูงชัน มีชั้นน้ำตก 3 ชั้น แต่ละชั้นสูงประมาณ 10 เมตร และมีน้ำไหลตลอดปี บริเวณใกล้ธารน้ำตกมีสถานที่กางเต็นท์พักแรมและเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทางและดูแลความปลอดภัย น้ำตกตั้งอยู่ในหุบเขาบนเส้นทางขึ้นสู่ยอดเขาพระบาท เดินเท้าจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ คก.1 (เขาพระบาท) ระยะทางประมาณ 2.5 กิโลเมตร ช่วงต้นของเส้นทางจะมองเห็นทิวทัศน์ของอ่างเก็บน้ำเขื่อนทุ่งเพล เส้นทางนี้เหมาะสำหรับผู้รักธรรมชาติและการดูนก

 น้ำตกคลองกระสือ
เป็นธารน้ำตกขนาดใหญ่เหมาะแก่การลงเล่นน้ำและพักผ่อน บรรยากาศสงบร่มรื่น อยู่บริเวณที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ คก.2 (คลองไพบูลย์) ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 8 กิโลเมตร

 เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ
มีอยู่หลายเส้นทางซึ่งมีจุดที่น่าสนใจแตกต่างกันออกไป เช่น ในบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติไปน้ำตกกระทิง มีทางเดินศึกษาธรรมชาติ ระยะทาง 800 เมตร และ 4 กิโลเมตร บริเวณน้ำตกคลองช้างเซ ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ

สถานที่ติดต่อ
อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ
ต.พลวง อ. กิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ จ. จันทบุรี 22210
โทรศัพท์ 0 3945 2074 โทรสาร 0 3930 9129 

การเดินทาง
รถยนต์
จากกรุงเทพฯ เดินทางโดยรถยนต์ไปตามทางถนนสายบางนา-ตราด เมื่อถึงสี่แยกเขาไร่ยา ตรงหลักกิโลเมตร 248 แล้วเลี้ยวซ้าย เข้าถนนบำราศนราดูร เป็นระยะทาง 21 กิโลเมตร จะมีป้ายบอกทางเข้าอุทยานแห่งชาติ ซึ่งอยู่ใกล้กับสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตจันทบุรี ให้เลี้ยวขวาไปอีก 1.5 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานฯ ตำบลพลวง กิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี


 

รูปภาพถ่ายสถานที่ท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ(เขาคิชกูฎ)

                                                                                                                                                                    

แผนที่อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ(เขาคิชกูฎ) จากmaps.google.com

แผนที่ของอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ(เขาคิชกูฎ)

"โครงการอวดภาพไทยไปทั่วโลก || เราทำเว็บเพื่อสนับสนุนท่องเที่ยวไทยอวดเมืองไทยไปทั่วโลก"

ภาพที่ต้องการส่ง ภาพที่ 1
ภาพที่ต้องการส่ง ภาพที่ 2 (Option)
ภาพที่ต้องการส่ง ภาพที่ 3 (Option)
ภาพที่ต้องการส่ง ภาพที่ 4 (Option)
ภาพที่ต้องการส่ง ภาพที่ 5 (Option)
คำอธิบายภาพและสถานที่ 
(เราจะลงไว้ใต้ภาพ)

 
จันทบุรี/Information of chanthaburi

ข้อมูลทั่วไป
อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ อยู่ในบริเวณพื้นที่ป่าเขาคิชฌกูฏหรือเขาพระบาท ท้องที่อำเภอมะขาม และกิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ประกอบด้วยภูเขา ทิวทัศน์ที่งดงาม มียอดเขาสูงสุดอยู่ในระดับความสูง 1,000 เมตร มีสภาพธรรมชาติที่สวยงาม เช่น น้ำตกกระทิง และปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่เกี่ยวเนื่องกับตำนานทางพุทธศาสนา โดยเฉพาะในด้านความเชื่อถือทางศาสนาเกี่ยวกับรอยพระพุทธบาทบนยอดเขาคิชฌกูฏ มีเนื้อที่ประมาณ 58.31 ตารางกิโลเมตร หรือ 36,444.05 ไร่

เมื่อปี พ.ศ. 2501 นายกนิยมไพรสมาคม ได้มีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร เสนอให้รักษาป่าเขาคิชฌกูฏ ท้องที่จังหวัดจันทบุรี ไว้เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์และจัดให้เป็นอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้จึงให้ป่าไม้เขตศรีราชาประสานงานกับป่าไม้จังหวัดจันทบุรีดำเนินการ และได้มีคำสั่ง ที่ 852/2517 ลงวันที่ 30 กรกฎาคม 2517 ให้นายสมพล วรรณกุล นักวิชาการป่าไม้เอก ไปดำเนินการสำรวจหาข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งผลการสำรวจ ตามรายงานการสำรวจลงวันที่ 16 มิถุนายน 2518 พบว่า สภาพพื้นที่เป็นภูเขาสลับซับซ้อน มีสภาพทางธรรมชาติสวยงาม ประกอบด้วย ถ้ำ น้ำตก และมีสัตว์ป่าชุกชุม เหมาะกับการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ

กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ จึงได้เสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ซึ่งได้มีมติการประชุมครั้งที่ 2/2518 เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2518 เห็นสมควรให้ออกพระราชกฤษฎีกากำหนดพื้นที่ป่าเขาคิชฌกูฏให้เป็นอุทยานแห่งชาติ

กรมป่าไม้จึงได้ดำเนินการขอเพิกถอนป่าเขาคิชฌกูฏ ซึ่งมีสถานภาพเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 49 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 82 ตอนที่ 39 ลงวันที่ 11 พฤษภาคม 2508 ออกจากการเป็นป่าสงวนแห่งชาติก่อน โดยมีประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 93 ตอนที่ 108 ลงวันที่ 7 กันยายน 2519

ต่อมาดำเนินการจัดตั้งป่าเขาคิชฌกูฏเป็นอุทยานแห่งชาติ โดยได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าเขาคิชฌกูฏ ในท้องที่ตำบลตะเคียนทอง ตำบลฉมัน ตำบลพลวง และตำบลวังแซ้ม อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี เนื้อที่ 36,687 ไร่ หรือ 58.70 ตารางกิโลเมตร ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ โดยประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 94 ตอนที่ 38 ลงวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2520 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 14 ของประเทศไทย

ต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกาเพิกถอนเนื้อที่บางส่วน จำนวน 242.95 ไร่ โดยประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 115 ตอนที่ 64 ก ลงวันที่ 24 ก.ย.2541 จึงคงเหลือพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ 36,444.05 ไร่ หรือ 58.31 ตารางกิโลเมตร

ลักษณะภูมิประเทศ
ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นภูเขาสูงชัน เนื่องจากการดันตัวของเปลือกโลก หินฐานเป็นหินอัคนีพวกหินแกรนิต ยุคจูแรสสิค มีอายุประมาณ 135-180 ล้านปี ทางด้านทิศตะวันออกจะมีความลาดชันมาก แนวสันเขาวางตัวไปในแนวตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ เชิงเขาด้านตะวันออกเฉียงใต้มีความลาดชันน้อย มียอดเขาพระบาทเป็นภูเขาสูงสุด สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,085 เมตร มีที่ราบอยู่ทางทิศตะวันตกเพียงเล็กน้อย บนเขาพระบาทมีหินก้อนใหญ่ลักษณะกลมเกลี้ยงกระจายอยู่ทั่วไป โดยเฉพาะบริเวณรอยพระพุทธบาทมีหินก้อนใหญ่มาก สามารถมองเห็นได้จากพื้นราบนอกเขตอุทยานแห่งชาติ เทือกเขาสูงในอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของลำห้วยที่สำคัญ เช่น คลองกระทิง คลองตะเคียน คลองทุ่งเพล คลองพลวง เป็นต้น ลำน้ำเหล่านี้เป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของแม่น้ำจันทบุรี

ลักษณะภูมิอากาศ

ลักษณะภูมิอากาศบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎอยู่ภายใต้อิทธิพลของลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ และลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ โดยช่วงตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์อากาศหนาวเย็น ท้องฟ้าโปร่ง ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคมจะมีความชื้นในอากาศสูง เกิดเมฆและฝนตกหนัก ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยปีละ 2,900 มิลลิเมตร ช่วงฤดูร้อนระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เดือนเมษายน เป็นช่วงเวลาที่เปลี่ยนอิทธิพลจากลมตะวันออกเฉียงเหนือเป็นลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปี 27 องศาเซลเซียส

พืชพรรณและสัตว์ป่า

ระบบนิเวศในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎสามารถแบ่งออกได้หลักๆ 2 ประเภท คือ ป่าดิบชื้น ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานแห่งชาติ พันธุ์ไม้ที่ขึ้นอยู่ได้แก่ ยางแดง กระบาก หย่อง มะก่อ บุนนาค ลูกดิ่ง สารภี เนียนดำ มะไฟ จิกดง มะซาง ดีหมี เลือดควาย สำรอง กระบกกรัง ฯลฯ และป่าดิบเขา จะอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลมากกว่า 800 เมตรขึ้นไป หรือจะพบเฉพาะบริเวณยอดเขา เช่น เขาพระบาทพลวง พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ มะก่อ กระบกกรัง สารภี บุนนาค ทำมัง พิมเสนป่า พลอง คอเหี้ย ชันใบใหญ่ รง พลับ อบเชย และดีหมี เป็นต้น

ในส่วนของสัตว์ป่า เนื่องจากสภาพป่าอยู่ในเขตเทือกเขาสูงชัน และประกอบกับราษฎรที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับอุทยานแห่งชาติไม่ลักลอบล่าสัตว์ เพราะมีอาชีพที่เป็นหลักแหล่งและทำรายได้ดีอยู่แล้ว คือ การทำสวนผลไม้ สัตว์ป่าจึงยังมีชุกชุม ได้แก่ ช้าง กระทิง เสือปลา หมีควาย กวางป่า เก้ง เลียงผา หมูป่า ชะนีมงกุฎ เม่นใหญ่ อีเห็นข้างลาย พังพอนเล็ก กระต่ายป่า กระแต กระรอกหลากสี ค้างคาวแม่ไก่ภาคกลาง นกกระทาทุ่ง ไก่ฟ้าหลังขาวจันทบูรณ์ ไก่ป่า นกกวัก นกเขาเปล้า นกกระปูดใหญ่ นกตะขาบทุ่ง นกกก นกปรอดเหลืองหัวจุก นกแซงแซวหางปลา นกกางเขนดง นกกินปลีอกเหลือง เต่าเหลือง จิ้งจกหางหนาม ตุ๊แกบ้าน กิ้งก่าหัวแดง แย้ ตะกวด จิ้งเหลนบ้าน งูหลาม งูเขียวหางไหมท้องเหลือง คางคกบ้าน กบบัว ปาดบ้าน อึ่งอ่าง ฯลฯ ตามลำห้วยลำธารต่างจะพบปลาตะเพียนทราย ปลาซิวหางแดง ปลาสร้อยนกเขา ปลาชอนทราย ปลาติดหิน ปลากดเหลือง ปลาแป้น ปลาหมอไทย ปลาบู่ ปลากระทิง และปลากระทุงเหว เป็นต้น

 ยอดเขาพระบาท
อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 16.5 กิโลเมตร สามารถเดินทางโดยรถยนต์ 10 กิโลเมตร และเดินเท้าขึ้นเขาอีกประมาณ 6.5 กิโลเมตร บริเวณยอดเขามีปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่สอดคล้องกับตำนานทางพระพุทธศาสนาได้แก่รอยพระพุทธบาท ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของชาวจันทบุรีและจังหวัดใกล้เคียง

สภาพพื้นที่บนยอดเขาพระบาทมีหินรูปร่างแปลกๆ ที่มีตำนานเกี่ยวข้องกัน เช่น หินบาตรคว่ำ ศิลาเจดีย์ ถ้ำฤาษี ลานแข่งรถพระอินทร์ หินรูปเต่าและรูปช้าง ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมของทุกปี ประชาชนหลายหมื่นคนจะเดินทางขึ้นไปนมัสการพระพุทธบาทบนยอดเขาแห่งนี้จนเป็นงานประเพณีที่สำคัญของจังหวัดจันทบุรี

นอกจากนี้ยอดเขาพระบาทยังมีอากาศเย็นสบายและเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงาม มองเห็นไกลไปถึงชายฝั่งอ่าวไทย ซึ่งในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ฝรั่งเศสซึ่งยึดครองเมืองจันทบุรี ได้ใช้ยอดเขานี้เป็นฐานเพื่อใช้ส่องกล้องดูข้าศึกทางทะเล และทำแผนที่ จึงทำให้ยอดเขานี้มีชื่อเรียกว่า ห้างฝรั่ง หรือเขาส่องกล้อง

 น้ำตกกระทิง
ต้นน้ำเกิดจากเทือกเขาคิชฌกูฎ มีความสูงถึง 13 ชั้น แต่ละชั้นมีความสวยงามแบบต่างๆ กัน และมีแอ่งน้ำใสสะอาดลงเล่นน้ำได้ แต่ละชั้นมีพืชจำพวก มอส เฟิน ขึ้นปกคลุมเต็มทั้งสองข้างลำธาร เขียวชะอุ่ม ชั้นน้ำตกที่สวยงามที่สุด คือ ชั้นที่ 8 และชั้นที่ 9 ซึ่งสายน้ำไหลตกลงมาจากผาสูงชัน ส่งละอองน้ำฟุ้งกระจาย น้ำตกชั้นที่ 10 มีน้ำไหลแรงมากและไม่มีแอ่งน้ำ แต่เป็นจุดชมทิวทัศน์ที่มองเห็นอ่างเก็บน้ำทุ่งเพลและผืนป่าดิบชื้นที่ปกคลุมพื้นที่อย่างหนาแน่น น้ำตกกระทิง อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติเพียง 500 เมตร สามารถพายเรือแคนูชมธรรมชาติรอบอ่างเก็บน้ำหาดกระทิงและน้ำตกกระทิง

น้ำตกคลองช้างเซ
อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 12.5 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่มีหน้าผาสูงชัน มีชั้นน้ำตก 3 ชั้น แต่ละชั้นสูงประมาณ 10 เมตร และมีน้ำไหลตลอดปี บริเวณใกล้ธารน้ำตกมีสถานที่กางเต็นท์พักแรมและเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทางและดูแลความปลอดภัย น้ำตกตั้งอยู่ในหุบเขาบนเส้นทางขึ้นสู่ยอดเขาพระบาท เดินเท้าจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ คก.1 (เขาพระบาท) ระยะทางประมาณ 2.5 กิโลเมตร ช่วงต้นของเส้นทางจะมองเห็นทิวทัศน์ของอ่างเก็บน้ำเขื่อนทุ่งเพล เส้นทางนี้เหมาะสำหรับผู้รักธรรมชาติและการดูนก

 น้ำตกคลองกระสือ
เป็นธารน้ำตกขนาดใหญ่เหมาะแก่การลงเล่นน้ำและพักผ่อน บรรยากาศสงบร่มรื่น อยู่บริเวณที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ คก.2 (คลองไพบูลย์) ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 8 กิโลเมตร

 เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ
มีอยู่หลายเส้นทางซึ่งมีจุดที่น่าสนใจแตกต่างกันออกไป เช่น ในบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติไปน้ำตกกระทิง มีทางเดินศึกษาธรรมชาติ ระยะทาง 800 เมตร และ 4 กิโลเมตร บริเวณน้ำตกคลองช้างเซ ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ

สถานที่ติดต่อ
อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ
ต.พลวง อ. กิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ จ. จันทบุรี 22210
โทรศัพท์ 0 3945 2074 โทรสาร 0 3930 9129 

การเดินทาง
รถยนต์
จากกรุงเทพฯ เดินทางโดยรถยนต์ไปตามทางถนนสายบางนา-ตราด เมื่อถึงสี่แยกเขาไร่ยา ตรงหลักกิโลเมตร 248 แล้วเลี้ยวซ้าย เข้าถนนบำราศนราดูร เป็นระยะทาง 21 กิโลเมตร จะมีป้ายบอกทางเข้าอุทยานแห่งชาติ ซึ่งอยู่ใกล้กับสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตจันทบุรี ให้เลี้ยวขวาไปอีก 1.5 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานฯ ตำบลพลวง กิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี

 
#25 : Comment
18 ม.ค 2012 07:47:08

nattawut.srichaiya@gmail.com
รับผู้แสวงบุญทุกท่านที่ต้องการเดินทาง http://byearth.myreadyweb.com

#24 : Comment
16 ม.ค 2012 20:05:36

นู๋กิ๊ก
อยากทราบว่า เขาเปิดวานที่เท่าไรค่ะ ใช่วันที่24 ม.ค.นี้เปล่า

#23 : Comment
22 พ.ย 2011 10:07:31

สหายพันเมา
สนุกมากเลย

#22 : Comment
23 มิ.ย 2011 12:08:49

cinkao_love@hotmail.com
บรรยายม่ะถูก ดีสุดสุดเท่าที่เคยรู้จักทุกที่

#21 : Comment
29 พ.ค 2011 14:50:33

ข้าวนิจังจร้าอิอิ
ชอบที่สุดสวยมากๆๆเลย สนุกมากๆๆ ขึ้นกระบะสุดๆๆ อยากไปอีกปีหน้านะ

#20 : Comment
19 มี.ค 2011 18:50:04

we
ยังไม่เคยไปอยากไปจังเลย

#19 : Comment
15 มี.ค 2011 13:16:17

BloveuasA
ที่รักไป ฮือๆๆ เราไม่ได้ไป

#18 : Comment
14 มี.ค 2011 13:34:49

Gapp
อยากทราบรายละเอียดของทัวร์ กรุงเทพ ไปที่ เขาคิชกุฏ มีไครที่สามารถให้ข้อมูลบ้างไหมคะ ..?

#17 : Comment
28 ก.พ 2011 13:14:23

fahfon

อยากไปอีกง่ะ

#16 : Comment
25 ก.พ 2011 21:31:57

aub
ขอถามคนที่ไปมาแล้วหน่อยได้มั้ยคะ ว่าควรจะเดินขึ้นเขาช่วงเวลาไหนดี กลางวันหรือกลางคืน อันไหนโอเคกว่ากันค่ะ

#15 : Comment
22 ก.พ 2011 15:45:03

nisa.tall@hotmail.com
ไปมาแล้วเหมือนกัน แนะนำ ให้ไปวันธรรมดา อย่าไปวันหยุดเพราะคนจะเยอะมากๆ แล้วคุณจะไม่สามารถเข้าไปกราบขอพร รอยพระพุทธบาทได้ อย่างเราไปคืนวันอาทิตย์ ออกประมาณ 4 ทุ่ม ไปถึงก็ ประมาณ ตี 2 ขึ้นเข้าประมาณ ตี 3 ไปถึงยอดเขา ประมาณ ตี 5 พอดีเลย ได้วสวดมนต์ทำวัตรเช้าตรงหน้ารอยพระพุทธบาท มีความสุขดีมากเลยค่ะ ถ้ามีโอกาศ ก็อยากให้ไปกันนะ เราไปมา 2 ปีแล้ว สนุกดี ได้บุญมาก แถมข้างบนเขาสวยมากอากาศดี เดินชนก้อนเมฆเลยนะจ๊ะ

#14 : Comment
18 ก.พ 2011 22:17:43

katoon
ไปกราบรอยพระพุทธบาทแล้วต้องพักที่นี่เลย โฮมสเตย์ เคเอสบี บรรยากาศดีสุดๆๆๆๆเราไปมาแล้ว สอบถามได้ที่ www.ksb-homestay.com

#13 : Comment
17 ก.พ 2011 17:52:48

อุ้มเดกช่างขอ
เราก้อจาดั้ยปัยเเร้ว
ตื่นเต้นๆๆๆ

#12 : Comment
16 ก.พ 2011 23:20:12

cool
เราก็จะได้ไปเเล้วเนี่ย..ตื่มเต้นมากมาย

#11 : Comment
11 ก.พ 2011 20:23:41

fa_2ne1
ฟ้า อยากไปจัง

#10 : Comment
25 ม.ค 2011 17:36:31

ยยย
ไปมาแล้วและอยากจะไปอีก

#9 : Comment
25 ม.ค 2011 17:34:30

อี๊ด
ไปขอพรกัน

#8 : Comment
25 ม.ค 2011 17:32:44

บีบี
ดี้ด้า...จาไป

#7 : Comment
25 ม.ค 2011 17:29:05

23
อยากไป

#6 : Comment
27 ธ.ค 2010 20:04:15

///
ไปกับต่อมา

#5 : Comment
27 ธ.ค 2010 14:38:59

น้อง...ดำ
เพื่อนต่อ..ปีนี้พาชั้นไปอีกได้ป่ะ

#4 : Comment
29 ต.ค 2010 12:37:50

แมทตี้
ฉันไปมาแล้ว

#3 : Comment
18 ต.ค 2010 21:29:10

ดีทู

#2 : Comment
27 ส.ค 2010 15:04:25

เมย์
ไปมาแล้วศักดิสิตมาก


หวังไวว่าปีหน้าคงจะได้ไปอีก

#1 : Comment
02 ก.ย 2006 09:28:00

อ๊อด
นั่งรถขึ้นเขาสนุกมาก มีสลับเลนวิ่งตอนเข้าโค้ง ใครได้ไปสักการะรอยพระบาทแล้วจะรู้เองว่า ทำไมคนถึงชอบไป

เชิญแนะนำการเดินทาง ที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ความประทับใจ
comment
ชื่อ หรือ E-mail
captcha
  reset

 

ข้อมูลท่องเที่ยวน่าสนใจ
 
HOT LINK
タイ(バンコク)のホテル・サービスアパート



 

moohin logo
Copyright © 2010 www.moohin.com. All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form prior permission.
ทางทีมงานหมูหิน.คอม ขอสงวนลิขสิทธิ์ การเผย แพร่ข้อมูล ภาพ เรื่อง และ วีดิโอ โดยไม่ได้รับอนุญาติ
*** ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลและแผนที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ พันธุ์พืช ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลและแผนที่และภาพ ***
หมูหิน.คอม:เว็บท่องเที่ยวอันดับหนึ่งในเมืองไทย :: การท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทย ท่องเที่ยว ไทย สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศ ไทย ท่องเที่ยว สถานที่ท่อง เที่ยว การท่อง เที่ยว
X