ประวัติความเป็นมา
การสำรวจพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาพระวิหาร ป่าฝั่งลำโดมใหญ่ ท้องที่อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ และอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เป็นพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 และกองอำนวยการรักษาความมั่งคงภายในภาค 2 ค่ายสุรนารี นครราชสีมา ทำความตกลงกับกรมป่าไม้ กำหนดพื้นที่ป่าไม้ชายแดนให้เป็นพื้นที่เพื่อการอนุรักษ์ ห้ามเข้าไปและอาศัยอยู่โดยเด็ดขาด เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวยังคงความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้ และเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร มีสัตว์ป่านานาชนิดอาศัยอยู่มาก มีทัศนียภาพที่สวยงาม ตลอดจนโบราณสถานที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพื่อขอให้กรมป่าไม้กำหนด และประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติต่อไป
พื้นที่ที่สำรวจเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของเทือกเขาพนมดงรัก ลาดเอียงไปทางทิศเหนือกั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาประชาธิปไตย อยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 14ํ 22 44 ถึง 14ํ 28 05 เหนือกับเส้นแวงที่ 104ํ 40 12 ถึง 104ํ 59 35 ตะวันออก มีเนื้อที่ประมาณ 150 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 93,750 ไร่ สภาพป่าเป็นป่าเบญจพรรณ อยู่ในป่าโครงการไม้กระยาเลยป่าเขาพระวิหาร(ศก.7) ผ่านการทำไม้แล้ว กับอีกส่วนหนึ่งอยู่ในป่าโครงการไม้กระยาเลยป่าฝั่งซ้ายลำโดมใหญ่ (อบ.2) พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง และเนินเขามีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 200-500 เมตร มีทัศนียภาพและทิวทัศน์ที่สวยงามอยู่หลายแห่ง อาทิเช่น จุดชมวิวผามออีแดง จุดชมวิวหน้าผาช่องโพย บริเวณป่าและสวนหินรอบสระตราว ถ้ำฤาษี แหล่งตัดหิน สถูปดู่ ภาพสลักนูนต่ำใต้ผามออีแดง น้ำตกผาช่องโพย จุดชมวิว ภูเซี่ยงหม้อ ปราสาทโดนตาล
และที่สำคัญอีกจุดหนึ่งคือปราสาทเขาพระวิหาร โบราณสถานสำคัญเก่าแก่ที่เคยเป็นกรณีพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชาประชาธิปไตย เมื่อ พ.ศ.2505 ซึ่งศาลยุติธรรมระหว่างประเทศได้ตัดสินให้ตกเป็นสมบัติ ของประเทศกัมพูชาประชาธิปไตยแล้วโดยเด็ดขาดก็ตาม แต่ถนนและบันไดทางขึ้นสู่ปราสาทเขาพระวิหารนั้นอยู่ด้านพื้นที่ของประเทศไทย จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องผ่านและอาศัยพื้นที่ทางขึ้นด้านบริเวณผามออีแดง ท้องที่ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ จัดว่าสะดวกที่สุด เพราะฉะนั้นการที่ชาวไทยหรือชนชาติต่างๆที่ต้องการเดินทางไปศึกษาหาความรู้และพักผ่อนหย่อนใจ บนปราสาทเขาพระวิหารจึงไม่เป็นปัญหาสำหรับประเทศไทยแต่อย่างใด ซึ่งตอนนี้ประเทศไทยโดยจังหวัดศรีสะเกษได้ประสานงานตกลงกับจังหวัดพระวิหาร ประเทศกัมพูชาประชาธิปไตยเรียบร้อยแล้ว ในเรื่องการขอใช้ประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวของสถานที่บริเวณส่วนบนปราสาทเขาพระวิหารแห่งนี้ร่วมกัน
ปัจจุบันอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารได้ประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 โดยได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 115 ตอนที่ 14 ก ลงวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ.2541 นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 83 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเนื้อที่ 81,250 ไร่
การเปิด-ปิดเขาพระวิหารเป็นตำนานไม่รู้จบนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2505 ปราสาทเขาพระวิหาร มรดกอันล้ำค่า สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของกัมพูชาตามคำพิพากษา ของศาลโลกเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน2505 นับถึงวันนี้เป็นเวลา 41 ปีแล้วแต่ความพยายามของประชาชนชาวไทยยังฝังใจ และอยากขึ้นชมความงดงามดินแดนแห่งนี้มิเสื่อมคลาย กลายมาเป็นมิตรภาพสัมพันธ์ตามแนวชายแดน และนำไปสู่การ เปิดประตูสู่เขาพระวิหารมาเป็นระยะ ๆ ซึ่งต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2513 รัฐบาลภายใต้การนำของนายพลลอนนอล เริ่มสร้างความสัมพันธ์กับประเทศไทย ทำให้มีการเปิดเขาพระวิหารให้ประชาชนทั้งสองประเทศเดินทางเข้าชมได ้เวลาผ่านไปประมาณปีพ.ศ.2518 รัฐบาลของนายพลลอนนอลก็ถูกยึดอำนาจโดยทหารเขมรแดง แผ่นดินของกัมพูชาเริ่มร้อนระอุไปด้วยภัยสงคราม เกิดสงครามล้างเผ่าพันธุ์โหดร้ายที่ชาวโลกต้องจดจำ ชาวเขมรเข่น ฆ่ากันเอง ปัญญาชนถูกฆ่าตายนับล้านๆ คน เขาพระวิหารถูกปิดลงอย่างสิ้นเชิงตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา และในที่สุด พอล พต หรือที่ทั่วโลกรู้จักในนามสล็อต ชาร์ นายกรัฐมนตรี ก็สูญเสียอำนาจลงในปี พ.ศ.2522
ความพยายามของทั้งสองประเทศที่จะเชื่อมความสัมพันธ์ เพื่อความมั่นคงระดับพื้นที่และระดับชาติก็เป็นจริงอีกครั้ง เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2535 มิตรภาพไทย-กัมพูชา ก็ชัดเจนขึ้น โดยฝ่ายไทยมี นายอนันต์ อนันตกูล ปลัดกระทรวงมหาดไทยสมัยนั้น พร้อมด้วย ร.ต.สมจิตร จุลพงษ์ ผวจ.ศรีสะเกษ และ นายซุก ซัมเฮง ผวจ.พระวิหาร ฝ่ายกัมพูชา ได้ลงนามข้อตกลงเปิดพรมแดนบริเวณเขาพระวิหาร และเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เข้าชมตามปกติ





































































