หมูหิน.คอม

  Web Moohin.com
 
 
บอร์ดท่องเที่ยว
หมูหินกินเที่ยว
หมูหินชิมเอง
รีสอร์ทรีวิว
หมูหินคลิปวีดีโอ
QR code www.moohin.com
ชลบุรี
ระยอง
จันทบุรี
ตราด
แม่ฮ่องสอน
เชียงใหม่
เชียงราย
พะเยา
น่าน
ลำปาง
ลำพูน
กำแพงเพชร
พิษณุโลก
สุโขทัย
เพชรบูรณ์
ตาก
พิจิตร
อุตรดิตถ์
แพร่
อุทัยธานี
นครสวรรค์
กรุงเทพฯ
กาญจนบุรี
ฉะเชิงเทรา
ชัยนาท
นครนายก
นครปฐม
นนทบุรี
ปทุมธานี
ประจวบคีรีขันธ์
ปราจีนบุรี
อยุธยา
เพชรบุรี
ราชบุรี
ลพบุรี
สมุทรสาคร
สมุทรสงคราม
สมุทรปราการ
สระบุรี
สิงห์บุรี
อ่างทอง
สุพรรณบุรี
สระแก้ว
กาฬสินธุ
ชัยภูมิ
ขอนแก่น
นครราชสีมา
นครพนม
บุรีรัมย์
มหาสารคาม
ยโสธร
ร้อยเอ็ด
เลย
ศรีสะเกษ
สกลนคร
สุรินทร์
หนองคาย
อุดรธานี
หนองบัวลำภู
อุบลราชธานี
มุกดาหาร
อำนาจเจริญ
ชุมพร
ระนอง
สุราษฏร์ธานี
พังงา
ภูเก็ต
กระบี่
นครศรีธรรมราช
สตูล
ตรัง
พัทลุง
สงขลา
ปัตตานี
นราธิวาส
ยะลา
  ประเทศทั่ว โลก
  ทัวร์ญี่ปุ่น
  ทัวร์มาเก๊า
  ทัวร์ฮ่องกง
  ทัวร์ สิงคโปร์
  ทัวร์มัล ดีฟส์
  ทัวร์เกาหลี
ทัวร์ลาว

ทัวร์พม่า

 ข้อมูลท่องเที่ยวลาว
ข้อมูลท่องเที่ยว กัมพูชา
ข้อมูลท่องเที่ยวเวียดนาม





www.MooHin.com > จังหวัดน่าน/NAN
.
ทริปของหมูหิน
 





 

รวมทริปทั้งหมด
 


ส่งเสริมวิถีชีวิตบนความพอดี ISUZU ชวนคนไทยทำดีตอบแทนแผ่นดิน

จังหวัดน่านเป็นจังหวัดเงียบๆที่ไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจมากนัก การไปก็ต้องข้ามภูเขาเทือกเขาไปยากๆพอๆกับไปอำเภอปาย และยังไม่ใช่เมืองผ่านไปยังจังหวัดอื่นๆได้โดยง่าย ทำให้นักท่องเที่ยวไม่ให้ความสนใจจังหวัดนี้มากนัก กลายเป็นเมืองลับแลน้อยคนจะรู้จักและเคยไปเที่ยวจังหวัดนี้

ในความเงียบและสงบกลับกลายมาเป็นจุดเด่นที่ทำให้เมืองน่านมีเสน่ย์ที่ใครหากได้ไปเที่ยวสักครั้งจะมีความสุข ณ.ตัวจังหวัดน่านกลางเมืองตกกลางคืนดึกหน่อยก็ไม่มีรถวิ่งแล้วเงียบเหมือนอยู่ตำบนปลายทางของจังหวัดใหญ่ๆ

ที่น่านชาวบ้านก็ยังคงรักษาความเป็นอยู่ของเขาได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นตลาดเช้ากลางเมืองน่านบริเวณตรงข้าโรงแรมเทวราช ที่ทุกวันนี้ถึงแม้จะมีบิ๊กซีเป็นทางเลือกแต่คนเมืองน่านก็ยังนิยมใช้ตลาดเช้าและตลาดเย็นเป็นที่ซื้อของสด ผัดสด จากภูเขาที่ชาวเขานำมาขายกัน

เมืองน่าเป็นเมืองสงบมีวัดหลายวัดในเขตตัวเมือง วัดจะอยู่ติดๆกัน เหมาะสำหรับท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอย่างมาก โดยเฉพาะวัดภูมินทร์มีจิตกรรมฝาผนังที่ดังไปทั่วโลก รูปดังกล่าวคือรูปที่ภูชายกำลังกระซิบให้ผู้หญิงฟัง ว่ากันว่าเป็นเสียงกระซิบที่ดังไปทั่วโลก

จังหวัดน่านมีแม่น้ำน่านไหลผ่านจังหวัดเหนือจากแม่น้ำน่านนี้ขึ้นไปทางเหนือไม่มีเขื่อนอยู่เลยทำให้น้ำแม่น้ำน่านช่วงหน้าแล้งแห้งเดินข้ามไปมาได้ หน้าฝนน้ำหลากน้ำแรงพัดบ้านทั้งหลังหายไปได้เลย บริเวณตัวเมืองน่านมีการสร้างเขื่อนไว้กันตลิ่งทรุดตัว กลับกลายเป็นที่ท่องเที่ยวที่นิยมไปกินลมชมวิวกันริมแม่น้ำน่าน ในช่วงน้ำหลากชาวเมืองน่านก็ยังไปลุ้นว่าจะท่วมตัวเมืองหรือไม่ แม่น้ำน่านไหลลงทางใต้และจะไปลงเขื่อนเขื่อนสิริกิต์ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ 

เนื่องจากจังหวัดน่านเงียบสงบยังคงวัฒนธรรมต่างๆไว้ได้อย่างดี ตลาดจนสิ่งปลูกสร้างก็ไม่มากมายยังคงรักษาบ้านเก่าๆ ทรงล้านนาโบราณไว้ได้มาก หากใครได้ไปหลวงพระบางก็คงนึกภาพออกมาคล้ายๆกัน ในวันที่หลวงพระบางได้เป็นมรดกโลก ขอให้คนไทยได้ภูมิใจในเมืองน่านของเรา เพราะถึงแม้ยังไม่ได้เป็นมรดกโลกในวันนี้ ความงดงามด้านต่างๆของน่านก็มีคุณค่ามากพอในใจเราโดยที่ไม่ต้องประกาศเป็นมรดกโลกก็ได้

จังหวัดน่าน มีพื้นที่ 11,472,076 ตารางกิโลเมตร หรือ ประมาณ 7 ล้านไร่เศษ อาณาเขตทิศเหนือและทิศตะวันออกจดสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ทิศใต้จดจังหวัดอุตรดิตถ์ ทิศตะวันตกจดจังหวัดแพร่ พะเยา และเชียงราย

ความที่เป็นเมืองชายแดนแห่งล้านนาตะวันออกอันอุดมไปด้วยวัฒนธรรมที่หลอมรวมจากเทือกเขาสูงถึงพื้นราบทำให้เสน่ห์ของเมืองน่านยั่งยืนมาจนถึงทุกวันนี้ ประกอบกับลักษณะภูมิประเทศที่เป็นท้องทะเลแห่งขุนเขา อีกทั้งสายลมหนาวและสายหมอกที่พัดผ่าน ทุ่งข้าวสีเขียวฉ่ำฝน หรือ เหลืองทองพร้อมจะเก็บเกี่ยว ยังทำให้ผู้มาเยือนเก็บความประทับใจกลับไปด้วย ป้อมปราการธรรมชาติที่บดบังเมืองน่านจากคนต่างถิ่นก็คือเทือกเขาผีปันน้ำและหลวงพระบาง
พื้นที่ป่าของเมืองน่านมีประมาณ 5 ล้านไร่ เมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่ทั้งจังหวัดประมาณ 7 ล้านไร่ ถือว่ามีความอุดมสมบูรณ์มาก ชาวบ้านเชื่อว่ามนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติจึงไม่สามารถฝืนกฎของธรรมชาติได้ พวกเขาจะไม่ตัดไม้ หรือถางป่าทำไร่ในพื้นที่ลุ่มน้ำ พวกเขาดูแลรักษาภูเขาและป่าไม้ด้วยความเคารพ ชาวเขาเผ่าต่างๆ เช่น ขมุ ลัวะ และเมี่ยน เชื่อว่ามีดวงวิญญาณที่รักษาป่า

พื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำของจังหวัดน่านมีเพียง ร้อยละ 14 เท่านั้น จะกระจัดกระจายอยู่ตามหุบเขาในอำเภอต่างๆ ชุมชนตามที่ราบลุ่มเหล่านี้จะใช้ระบบการทดน้ำท้องถิ่น ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านในการจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อการเกษตร ทุกปีเครือข่ายชุมชนที่ใช้ระบบการประปาร่วมกัน โดยเฉพาะ ไทลื้อ ลาวพวน จะร่วมกันจัดงานสักการะดวงวิญญาณที่เฝ้าดูแลรักษาป่า
แม่น้ำที่เป็นเสมือนเส้นเลือดของชาวน่าน คือ แม่น้ำน่าน มีต้นกำเนิดจากดอยขุนน้ำน่าน ตำบลขุนน่าน อำเภอบ่อเกลือ ซึ่งจะไหลขึ้นเหนือไปทางอำเภอทุ่งช้าง ก่อนจะไหลลงใต้ ไปยังอำเภอปัว, ท่าวังผา, เมืองน่าน, เวียงสา หลังจากนั้นจะไหลลงไปยังจังหวัดอื่น คือ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และ พิจิตร จึงไปรวมกับแม่น้ำยมที่อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ และแม่น้ำเจ้าพระยาที่ปากน้ำโพ นครสวรรค์ ร้อยละ 40 ของลำน้ำน่านนั้นหล่อเลี้ยงลำน้ำเจ้าพระยา

ความเกี่ยวดองกันด้วยศรัทธาในพุทธศาสนา วัฒนธรรมประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และความหวงแหนในทรัพยากรธรรมชาติที่มีร่วมกัน ทำให้ชาวน่านมีเครือข่ายชุมชนที่เข้มแข็งเรียนรู้ที่จะยู่กับความเปลี่ยนแปลง แต่ยังคงตระหนักถึงความเป็นตัวเองอยู่เสมอ อันจะนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

ประวัติศาสตร์เมืองน่าน
หลักฐานสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่พบในบริเวณจังหวัดน่าน เช่น เครื่องมือหิน กลองสัมฤทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีศพสำหรับชาวเอเชียตะวันออกเฉียงไต้ เป็นเครื่องยืนยันว่าดินแดนนี้มีมนุษย์มาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ก่อนสมัยประวัติศาสตร์

ในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 18 ขุนน่านและขุนฟองได้นำผู้คนอพยพจากตอนบนของแม่น้ำโขงมาตั้งถิ่นฐานยังที่ราบลุ่มตอนบนของแม่น้ำน่าน ใกล้กับเทือกเขาดอยภูคา
และในปี พ.ศ. 1902 เจ้าพระยาการเมืองย้ายเมืองไปยังเวียงภูเพียงแช่แห้งฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่านซึ่งไม่ได้ใหญ่กว่าหรืออุดมสมบูรณ์กว่าเมืองปัวแต่ใกล้กับเมืองสุโขทัยมากขึ้น ในปี พ.ศ. 1911 เจ้าพระยาผากองบุตรของเจ้าพระยาการเมืองได้ย้ายเมืองมายังฝั่งตะวันตกของแม่น้ำน่านซึ่งเป็นเมืองน่านในปัจจุบัน ตามศิลาจารึกหลักที่ 45 และ 46 ในปี พ.ศ. 1935 ปู่พระยา (เจ้าพระยาผากอง) และพระราชนัดดา (พระมหาธรรมราชาที่ 2 แห่งสุโขทัย)ได้ให้คำสาบานที่จะช่วยเหลือกันและกันในยามสงคราม ความสัมพันธ์ระหว่างน่านและสุโขทัยได้ดำเนินมาจนกระทั่งสุโขทัยผนวกเข้ากับอยุธยาในปี พ.ศ. 1981

เมืองน่านมีความสัมพันธ์ติดต่อค้าขายกับนครรัฐเล็กๆ รอบบ้าน เช่น หลวงพระบาง ล้านช้าง และสิบสองปันนา รัฐเหล่านี้มีความร่วมมือทางการเมืองอย่างเข้มแข็ง ทำการค้าขายกันตามเส้นทางแม่น้ำโขงด้วยคาราวานเกวียน

ก่อนหน้าที่น่านจะถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งชองล้านนาทั้งสองดินแดนมีความสัมพันธ์กันผ่านการค้าวัวต่าง และเมื่อเชียงใหม่ตกเป็นประเทศราชของพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองแห่งพม่า ในระหว่างปี พ.ศ.2096-2101 เจ้าพระยาพลเทพรือชัย เจ้าเมืองน่านได้หลบหนีไปยังเมืองหลวงพระบาง และน่านตกอยู่ภายใต้การปกครองของพม่าจนกระทั่งสิ้นกรุงศรีอยุธยาในปี พ.ศ. 2310 ระหว่างปีพ.ศ. 2101 - 2317 น่านพยายามต่อสู้เพื่ออิสรภาพจากพม่าหลายครั้ง ในปี พ.ศ. 2246 ถือว่าเป็นช่วงเวลาทุกข์เข็ญ ผู้คนต้องหลบหนีสงครามเข้าป่า บางคนถูกจับเป็นเชลยในพม่า ทั้งเมืองและวัดถูกเผาทำลายลง

ในปี พ.ศ. 2331 เจ้าอัตถวรปัญโญ เจ้าหลวงเมืองน่าน หันมาสวามิภักดิ์กรุงเทพฯ (ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 1) เมื่อ พ.ศ.2333 น่านเริ่มนโยบาย "เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง" มีการอพยพ ชาวไทลื้อจำนวนมากกลับสู่เมืองน่าน ในสมัยรัชกาลที่ 5 กรุงเทพฯถูกคุกคามจากลัทธิล่าอาณานิคมของอังกฤษและฝรั่งเศสได้ก่อให้เกิดการปฏิรูปการปกครองหัวเมืองล้านนา เพื่อรวมศูนย์อำนาจที่ส่วนกลาง ตั้งแต่ พ.ศ.2435 รัฐบาลกลางกรุงเทพฯได้แต่งตั้งข้าหลวงเข้ามาแทนคณะขุนนางผู้ช่วยเจ้าผุ้ครองนครในการบริหารกิจการบ้านเมือง

หลังจากเหตุการณ์ร.ศ.112 (พ.ศ.2436) ไทยต้องยอมเสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงแก่ฝรั่งเศส เมืองน่านจึงเพิ่มความสำคัญมากขึ้นในฐานะเมืองหน้าด่านติดกับเมืองหลวงพระบางในลาว ซึ่งเป็นของฝรั่งเศส ความสัมพันธ์ระหว่าง เจ้าเมืองน่านกับกรุงเทพฯดำเนินไปด้วยดี รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯให้แต่งตั้งเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช เป็นพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช พื่อตอบแทนคุณงามความดีที่น่าน ช่วยกรุงเทพฯในสงครามปราบกบฏที่เชียงตุง

นครเมืองน่านกลายเป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศไทยอย่างสมบูรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 7 หลังจากเจ้ามหาพรหมสุรธาดาเจ้าเมืองน่านองค์สุดท้ายถึงแก่กรรมในปีพ.ศ. 2474 จึงยกเลิกระบบการปกครองโดยเจ้าผู้ครองนครนับแต่นั้นเป็นต้นมา

รู้จักคน รู้จักชุมชน น่านมีจำนวนประชากร 514,688 คน ประกอบด้วยหลายชนเผ่าได้แก่
ไทยวน เป็นคนกลุ่มใหญ่ของเมืองน่าน ตั้งบ้านเรือนบนที่ราบลุ่มริมแม่น้ำน่าน ประกอบอาชีพเกษตรกรรม นักวิชาการบางท่านสันนิษฐานว่าเป็นบรรพบุรุษ ของคนเมืองน่านที่อพยพมาจากล้านช้างฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง
ไทลื้อ มีถิ่นฐานเดิมอยู่บริเวณชายแดนพื้นที่รอยต่อระหว่างสิบสองปันนาเชียงตุง ลาว และล้านนา อพยพเข้ามาในประเทศไทยหลายครั้ง ทั้งจากเหตุผลทางการดำรงชีพ การถูกกดขี่จากจีน และพม่า หรือหนีภัยสงครามช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครองในจีน บ้างก็อพยพตามสายเครือญาติ และการค้าขาย วัฒนะธรรมไทลื้อกับไทยวนมีความคล้ายคลึงกันทั้งภาษา ศาสนา การแต่งกาย อาหาร งานหัตถกรรม โดยเฉพาะวิถีการผลิตแบบ "เอ็ดนาเมืองลุ่ม" หรือทำนาดำ เอกลักษ์ทางวัฒนธรรมของชาวไทลื้อคือ ผ้าทอลายน้ำไหลและลายลื้อ โดยใช้เทคนิควิธีที่เรียกว่า "เกา" หรือ "ล้วง"
ลัวะ/ถิ่น เป็นกลุ่มที่ตั้งถิ่นฐานมาดั้งเดิม รวมทั้งที่อพยพมาจากเมืองไชยบุรี สปป.ลาว ส่วนคำว่า "ถิ่น" เป็นชื่อที่ทางการไทยเรียกกลุ่มชนดั้งเดิมกลุ่มนี้ในจังหวัดน่าน ลัวะมักตั้งบ้านเรือนบนพื้นที่สูงระหว่าง 2,500-3,000 ฟุต จากระดับน้ำทะเลปานกลาง บริเวณลำน้ำสาขาแม่น้ำน่าน เช่น น้ำวาง น้ำว้า และน้ำมาง ดำรงชีพด้วยการปลูกข้าวไร่ และหาของป่า มีฝีมือในการจักสานหญ้าสามเหลี่ยมเป็นภาชนะต่างๆ หลายๆหมู่บ้านยังคงความเชื่อดั้งเดิมที่ผีสัมพันธ์กับธรรมชาติ เช่น ผีป่า ผีน้ำ ผีไร่ และผีบรรพบุรุษ งานพิธีใหญ่ที่สุดในรอบปีได้แก่ พิธี "โสลด" (อ่าน สะโหลด) หรือพิธี "กิ๋นดอกแดง" เพื่อเฉลิมฉลองผลผลิต และเพื่อเตรียมต้อนรับฤดูการผลิตใหม่ ปัจจุบันลัวะตั้งถิ่นฐานมากที่สุดในอำเภอเฉลิมพระเกียรติ รองลงมาคือ ที่อำเภอบ่อเกลือ ปัว ทุ่งช้าง และเชียงกลาง
ขมุ สันนิฐานว่าตั้งถิ่นฐานอยู่ตามหมู่บ้านชายแดนเมืองน่านและลาว เมื่อประมาณเกือบ 200 ปีก่อน สันนิษฐานว่าในปี พ.ศ.2373 ขมุถูกกวาดต้อนเพื่อเป็นกำลังในการสร้างกำแพงเมืองเก่าน่าน เจมส์ เอฟ แม็คคาธีร์ได้สำรวจเพื่อทำแผนที่ทางภาคเหนือช่วงปี พ.ศ.2433-2436 กล่าวถึงขมุตามชายแดนเมืองน่านว่ามี 2 กลุ่ม คือ ขมุ (ลาว เรียกว่า ข่า) หรือ "ข่าลาว" อยู่ใต้อำนาจหลวงพระบางและขมุที่อยู่ใต้อำนาจของน่าน เรียก "ข่าแคว้น"ชาวขมุได้ชื่อว่ามีฝีมือในการตีเหล็กเพื่อเป็นเครื่องมือ เช่น มีด ดาบ จอบ เสียม
ม้ง (แม้ว) ตำนานของชนเผ่ากล่าวว่า อพยพมาจากที่ราบสูงทิเบต ไซบีเรีย และมองโกเลียสู่ประเทศจีน ลาว และไทย เชื่อว่าม้งอพยพมาเมืองน่านราว พ.ศ. 2433-2442 มีความสามารถในด้านการค้า เลี้ยงสัตว์ ปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่น ลิ้นจี่ ลำไย และทำเครื่องเงิน ชาวม้งมีความเชื่อว่าโลหะเงินเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง และมงคลแก่ชีวิต
เย้า (เมี่ยน) ถิ่นเดิมอยู่แถบมณฑลยูนนาน ฮุนหนำ กวางสี กวางเจา และทางตะวันออกของประเทศจีน ตั้งบ้านเรือนอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 1,000 เมตร วัฒนธรรมของเมี่ยนจึงได้รับอิทธิพลจากจีน เช่น ภาษา การสืบสกุลทางฝ่ายสามี การใช้แซ่ ประเพณีปีใหม่ (ตรงกับเทศกาลตรุษจีน) สาวเมี่ยนมีฝีมือในการปักผ้า ปัจจุบันมีเมี่ยนอยู่มากที่สุดที่อำเภอเมือง
มลาบรี (ผีตองเหลือง) สันนิษฐานว่าเป็นเผ่าผสมชนชาติละว้าที่หนีร่นกลุ่มชนไทไปอยู่ตามป่าเขา ในแขวงไชยบุรี สปป.ลาว เมื่อประมาณ 800 กว่าปีมาแล้ว เดิมดำรงชีพด้วยการเก็บของป่าล่าสัตว์ไม่ตั้งถิ่นฐานเป็นหลักแหล่ง สร้างเพียงเพิงมุงใบตอง และจะย้ายถิ่นเมื่อใบตองเริ่มแห้งคือเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ปัจจุบันมลาบรีตั้งถิ่นฐานอยู่ที่อำเภอเวียงสา วัฒนธรรมถูกกลืนกลายไปหมดแล้ว

 

หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ

ท่าอากาศยานจังหวัดน่าน ถ.วรวิชัย โทร. 0 5471 0270
บริษัทการบินไทย จำกัด ถ.มหาพรหม โทร. 0 5471 0377
โรงพยาบาลจังหวัดน่าน ถ.วรวิชัย โทร. 0 5471 0138
สถานีตำรวจภูธร ถ.สุริยะพงษ์ โทร. 0 5475 1681
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ถ.น่าน-ทุ่งช้าง อ.ทุ่งช้าง โทร. 0 5479 5009
สำนักงานจังหวัดน่าน ถ.สุริยะพงษ์ โทร. 0 5471 0341
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด ถ.สุริยพงษ์ โทร. 0 5477 3047
หอการค้าจังหวัดน่าน โทร. 0 5477 4499
เว็บใซต์แนะนำ ประจำจังหวัดน่าน

Nan Guest House  น่านเกสท์เฮาส์
Nan Guest House น่านเกสท์เฮาส์

ภูอิงฟ้าดอทคอม
ภูอิงฟ้าดอทคอม

           
แหล่งท่องเที่ยวอำเภอเมือง

วัดพญาภู
น่าน
วัดพระธาตุเขาน้อย
Wat Phrathat Khao Noi
น่าน
วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร
Wat Chang Kham

คุ้มเจ้าเมืองน่าน
น่าน
พระบรมธาตุแช่แห้ง
Phrathat Chae Haeng

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน

Nan National Museum
น่าน
วนอุทยานถ้ำผาตูบ
Tham Pha Tup Forest Park

วัดมิ่งเมือง
น่าน
วัดภูมินทร์
Wat Phumin

วัดสวนตาล

Wat Suan Tan
 

หมูหินแนะนำ
น่าน
ล่องแก่งน้ำว้า
อุทยานแห่งชาติแม่จริม
น่าน
น้ำตกศิลาเพชร
Sila Phet Waterfall
(จังหวัดน่าน)
น่าน
วัดหนองบัว
Wat Nong Bua
(จังหวัดน่าน)
อนุสาวรย์วีรกรรมทุ่งช้าง
The Heroes of Thung Chang Monument
(จังหวัดน่าน)
น่าน
 อุทยานแห่งชาติขุนน่าน
Khun Nan National Park
(จังหวัดน่าน)
น่าน
หมู่บ้านไทยลื้อหนองบัว
Thai Lu Tribe Village
(จังหวัดน่าน)
น่าน
อุทยานแห่งชาตินันทบุรี
Nunthaburi National Park
(จังหวัดน่าน)
น่าน
อุทยานแห่งชาติขุนสถาน
(จังหวัดน่าน)
อุทยานแห่งชาติถ้ำสะเกิน
(จังหวัดน่าน)
     



 

การเดินทางไปจังหวัดน่าน

รถยนต์
จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 32 มาจนถึงจังหวัดนครสวรรค์ จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 117 มาจนถึงจังหวัดพิษณุโลกและใช้ทางหลวงหมายเลข 11 โดยจะผ่านจังหวัดอุตรดิตถ์ และอำเภอเด่นชัย (จังหวัดแพร่) จากเด่นชัยใช้ทางหลวงหมายเลข 101 ผ่านจังหวัดแพร่ไปจนถึงตัวจังหวัดน่าน รวมระยะทางประมาณ 668 กิโลเมตร 

รถโดยสารประจำทาง 
สถานีขนส่งสายเหนือ ถนนกำแพงเพชร 2 (หมอชิต 2) มีรถโดยสารประจำทางทั้งรถโดยสารธรรมดา และรถโดยสารปรับอากาศไปจังหวัดน่านทุกวัน ติดต่อ บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร. 0 2936 2852-66 www.transport.co.th  และมีบริษัทเอกชนหลายแห่งที่บริการเดินรถไปจังหวัดน่าน ติดต่อ แพร่ทัวร์ โทร. 0 2245 2369, 0 2245 1697 และ 0 2936 3720 สมบัติทัวร์ โทร. 0 2936 2495-6 และ 0 5471 0122 เชิดชัยทัวร์ โทร. 0 5471 0362, 0 2936 0199 

รถไฟ
จากสถานีรถไฟกรุงเทพฯ(หัวลำโพง) ไปลงที่อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ แล้วจึงต่อรถโดยสารประจำทางมาที่จังหวัดน่าน ระยะทาง 142 กิโลเมตร รายละเอียดติดต่อหน่วยบริการเดินทาง การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 0 2223 7010, 0 2223 7020, 1690 www.railway.co.th  

เครื่องบิน 
บริษัท แอร์อันดามัน บริการเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-แพร่-น่าน สำรองที่นั่ง โทร. 0 2229 9500 www.airandaman.com  

   
 

 
น่าน/Information of NAN

 

General Information
A quiet and tranquil province, Nan nestles in a verdant valley in northern Thailand. About 668 kilometres from Bangkok, it covers an area of 11,472 square kilometres and is made up of the following districts: Mueang, Wiang Sa, Na Noi, Pua, Chiang Klang, Tha Wang Pha, Thung Chang, Mae Charim, Ban Luang, Na Mun, Santi Suk, Bo Kluea, Chaloem Phra Kiat, Song Khwae, and Phu Phiang.

The people of Nan descend from the Lan Changs (Laotians). Their forebears moved to settle around present-day Pua district which is rich in rock salt deposits, about 700 years ago at the time when Sukhothai was becoming the kingdom of the Thais. They subsequently moved south to the fertile Nan River basin which is much more extensive.

Nan's history is deeply involved with its neighbours, in particular Sukhothai which played an important role in both political and religious terms before Nan became a part of Lanna, Burma and Thailand in that order. Today Nan is still the home of numerous Thai Lue and other hilltribes who retain highly interesting customs and traditions.

How to get there
Car
From Bangkok, take Highway No. 32 to Nakhon Sawan and use Highway No. 117 to Phitsanulok, Highway No. 11 to Amphoe Den Chai, then take Highway No. 101 to Nan via Phrae, a total distance of 668 kilometres.

Bus
Transport Co. Ltd. operates bus services from Bangkok’s Mochit 2 Bus Terminal to Nan every day. Call 0 2936 2852-66 or visit www.transport.co.th for more information. Other private companies are such as Phrae Tour Tel: 0 2245 2369, Sombat Tour Tel: 0 2936 2495-6 and Choetchai Tour Tel: 0 5471 0362 (Nan Office).

Air
Thai Airways flies from Bangkok to Nan every day. Call 1566 or visit www.thaiairways.com for more information.

Festivals
Traditional Boat Race
The Traditional Boat Race is held in October or November each year when the Nan River flows swiftly past the province. It is incorporated with the celebrations of the Black Ivory and the local Kathin ceremony. Boats are dugouts made from large logs ad beautifully decorated. Manned by well-trained oarsmen, the racing boats are lustily cheered on by spectators lining both banks of the river.



จองโรงแรมในประเทศไทย เมือง น่าน
Nan Valley Hotel & Resort Nan Valley Hotel & Resort
Nan Valley Hotel & Resort ทุกๆ สิ่งที่ทางโรงแรมจัดหาให้จะให้ความสำคัญกับความรู้สึกของผู้เข้าพักเป็นหลัก เพื่อรับประกันถึงความส ะดวกสบายและผ่อนคลายของผู้เข้าพักสามารถจองห้องพักที่ Nan Valley Hotel & Resort ได้ง่ายๆ ด้วยแบบฟอร์มก ารจองทางออนไลน์ที่เชื่อถือได้ของเรา เพียงแค่ใส่วันที่ท
เพิ่มเติม

City Park Hotel City Park Hotel
City Park Hotel ด้วยระยะ ใกล้กับ จากใจกลางของ น่าน ทำให้ City Park Hotel เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการเข้าพักสำหรับท่ านห้องทั้งหมด 129 ห้องในโรงแรมระดับ 3-ดาว แห่งนี้ได้รับการตกแต่งให้ตอบสนองความต้องการของผู้เข้าพักมี เครื่องเป่าผม, วิทยุพร้อมนาฬิกาปลุกในตัว, โทรทัศน์ ,
เพิ่มเติม

Dhevaraj Hotel Dhevaraj Hotel
Dhevaraj Hotel ห้องทั้งหมด 160 ห้องในโรงแรมระดับ 3-ดาว แห่งนี้ได้รับการตกแต่งให้ตอบสนองความต้องการของผู้เข้าพักห้อง พักทุกห้องจะประกอบไปด้วย วิทยุพร้อมนาฬิกาปลุกในตัว, โทรศัพท์, โทรทัศน์ , เครื่องปรับอากาศ, มินิบาร์ เช่นเดียวกับสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆตู้นิรภัย, ห้องประช
เพิ่มเติม

แนะนำที่พักและร้านอาหาร
#19 : Comment
29 ส.ค 2010 : 17:33

g
ผมมาเที่ยวที่ น่าน พักที่เทวราช พนักงานทุกคนใจดี เป็นกันเอง แต่ผมสะดุดกับผู้หญิงคนนี้ ที่ทำให้ผมอารมย์เสียคือพนักงานแคชเชียร์ อายุมากนิดหน่อย แอบรู้ชื่อมาว่าชื่อพิมลวรรณ นี้แหละ วันนั้นแขกเช็คเอ้าทเยอะมาก พี่คนนี้เอาแต่คุยโทรศัพท์มือถือ จนไม่ช่วยน้องอีกคนทำงานเลย คนรอก็รอจ่ายเงิน อีกคนก็เก็บเงินและออกบิล ยังไม่พอน่ะ คุยโทรศัพท์เสร็จ ก็มาช่วยเก็บเงินแขกแต่แขกคนนั้น สงสัยคงจะรู้จักกัน พูดกับแขกคนนั้นตั้งนาน โอ้ย ผมเจอเข้าไม่ไหวน่ะ คนรอจ่ายเงินก็รอ ผมมารอจ่ายเงินน่ะครับไม่ได้มารอให้คุณคุยกับแขกน่ะครับ โรงแรมนี้อะไรก็ดีน่ะครับผมยอมรับแต่ ขอเถอะถ้าแขกเยอะแบบนี้เอาคนอื่นมาทำหน้าที่แทนป้าคนนี้ดีกว่า
#18 : Comment
22 ส.ค 2010 : 15:52

คนเเพร่
รรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร้กน่านเป็นเมืองนนนน่าอยู่มมากกกกก

#17 : Comment
19 ส.ค 2010 : 20:44

konnahuug
ขอบคุณนะค่ะ เพราะหนูได้คะเเนนเต็ม ก็เพราะเว็บนี้ เเละ ขอ ขอบ คุณ ค่ะ THaNK YOU ค่ะ

#16 : Comment
17 ส.ค 2010 : 10:40

AMMY
อำเภอบ่อเกลืออากาศดี๊ดีคะ

#15 : Comment
15 ส.ค 2010 : 16:43

เด็กน่าน
รักน่าน บ้านเกิด

#14 : Comment
8 ส.ค 2010 : 08:09

boyqwe006@hotmail.com
ฮักเมืองน่าน..ครับ

#13 : Comment
5 ส.ค 2010 : 02:37

lamyaitour@hotmail.com
บริการนำเที่ยวจังหวัดน่าน ด้วยรถเก๋ง รถตู้ ระดับวีไอพี และบริการรถตู้ทัวร์ ทั่วประเทศ สนใจติดต่อได้ที่ 089-9532083, 089-9532084, 054-755079 www.lamyaitour.com

#12 : Comment
4 ส.ค 2010 : 13:09

amon.sri@windowslive.com
น่าน คือบ้านที่อบอุ่น ฮักเมืองน่านเจ้า

#11 : Comment
4 ส.ค 2010 : 11:45

คนน่าน
มีซิศูนย์จำหน่ายของฝาก อยู่ตรงสะพานพัฒนาภาคเหนือ

#10 : Comment
4 ส.ค 2010 : 11:04

dsjgh@as fghlui.com

#9 : Comment
29 ก.ค 2010 : 18:59

12356
ก็ดีค่ะ ขอบคุณนะค่ะ เพราะหนูได้คะเเนนเต็ม ก็เพราะเว็บนี้ เเละ ขอ ขอบ คุณ ค่ะ THaNK YOU ค่ะ

#8 : Comment
28 ก.ค 2010 : 12:53

uttapon_piree@hotmail.com
เมืองน่านน่าอยู่ผมรักเมืองน่านครับ

#7 : Comment
25 ก.ค 2010 : 10:20

boyqwe006@hotmail.com
อยากฟังซอลุงคำผายฟังที่ใหนได้

#6 : Comment
23 ก.ค 2010 : 19:31

annoy_9@hotmail.com
http://www.wansintrang.com/default.php ฝากจักรรีดยางซักตัวนะ

#5 : Comment
22 ก.ค 2010 : 08:33

จันทร์ระวี
หยุด 4 วัน เข้าพรรษา มาแอ่วน่านเน้อ บ้านเปิ้ลยินดีต้อนฮับเจ้า

#4 : Comment
21 ก.ค 2010 : 15:53

toononline1215@gmail.com
น่าน เป็นจังหวัดที่น่าอยู่มาก ขนาดไม่ใช่บ้านเกิดแท้ๆ ไปแล้วไม่อยากกลับเลย อิอิ

#3 : Comment
20 ก.ค 2010 : 16:51

iamalone_29@hotmail.com
มาสิคะมาเที่ยวน่านกันสาวน่านสวยๆเยอะๆเลยค่ะอิอิอิเราจากน่านมาอยู่กรุงเทพได้9ปีละคิดถึงบ้านจาง

#2 : Comment
19 ก.ค 2010 : 16:15

เอก
เมืองน่านน่าเที่ยยวจริงๆคับ ไปมาแล้ว เสียอย่างนึง หาองฝากยากเหมือนกัน เพราะว่า ไม่มีศูนย์จำหน่ายเหมือจังหวัดอื่นๆเขา ของฝากส่วนใหญ่เป็นผ้า ของกินที่เป็นของฝาก มีน้อย ( แต่ข้าวหลามอร่อยๆๆๆ ) สียดายเอากลับ กทม ไม่ได้ มันบูดอ่ะ ฝาก กกท. น่าน ช่วยส่งเสริมเรืองของฝากบ้างนะคับ

#1 : Comment
16 ก.ค 2010 : 16:08

อำนาจ เร่บ้านเกาะ
ไป ไป น่านกัน บรรยากาศแบบนี้ต้องไปสัมผัสให้ได้ ข้ามเขาสักกี่ลูกก็จะไปให้ได้คอยดูนะ

ชื่อ หรือ E-mail
 

เชิญแนะนำการเดินทาง ที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ความประทับใจน่าน

ชื่อ / Email
ข้อความ
  

 
ติดต่อลงโฆษณา หมูหิน.คอม:
เว็บท่องเที่ยวอันดับหนึ่งเมืองไทย

บริการข้อมูล การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ท่องเที่ยวไทย
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว
การท่องเที่ยว

ข้อมูลท่องเที่ยวน่าสนใจ
ทัวร์แนะนำ
ทัวร์ต่างประเทศ ทัวร์พม่า ทัวร์ลาว ทัวร์กัมพูชา ทัวร์เวียดนาม ทัวร์อินโดนีเซีย ทัวร์อียิปต์ ทัวร์หลวงพระบาง
เมืองไทยของเรา
คู่มือเที่ยวไทย กินเที่ยวเมืองเหนือ ประวัติศาสตร์ชาติไทย 108 เส้นทางออมบุญ บินไปกลับขับรถเที่ยว เส้นทางความสุข อร่อยดีที่เชียงใหม่ อาหารไทย พระธาตุ เที่ยวคลอง-ล่องแม่น้ำ เที่ยวในเขตทหาร ขี่จักรยานเที่ยว เดินป่า เที่ยวน้ำตก ดูนก ดูดาว ดำน้ำ ล่องแก่ง- แคนู-คยัค ปีนหน้าผา ท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ Home Stay(โฮมสเตย์) นกในประเทศไทย มวยไทย 102 เที่ยวออกรส 12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน
 
 


Follow www.moohin.com on Twitter

Watch videos at Vodpod and sports videos and more of my videos
 


Copyright © 2010 www.moohin.com. All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form prior permission.

*** ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลและแผนที่  กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลและแผนที่และภาพ ***
 หมูหิน.คอม:เว็บท่องเที่ยวอันดับหนึ่งในเมืองไทย :: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ท่องเที่ยวไทย สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว การท่องเที่ยว