| ณ
ดินแดนแห่งเขาสูง
ชายป่าผืนสุดท้ายของห้วยขาแข้ง
ดินแดนแห่งความหนาวเย็น
เถื่อนถ้ำที่รอการค้นหา
ป่าไม้เบญจพรรณที่ทรงคุณค่า ความชุ่มฉ่ำของลำธารน้ำใสที่ใหลรวม
ก่อเกิดเป็นน้ำตกที่งดงาม
นาม ตะเพินคี่
และเรื่องราวของคนกับป่า
กับวิถีชีวิตคนภูเขาชาวกระเหรี่ยงแห่ง
หมู่บ้านตะเพินคี่
9
กันยายน 16.00 น.เราเดินทางจากกรุงเทพ
นัดเจอกับพวกพี่ๆที่ด่านช้างใช้เวลาเดินทางประมาณ
2 ชั่วโมง แวะทานอาหารค่ำกันที่ด่านช้างแคมป์ปิ้งเฮ้าส์
อาหารอร่อยบรรยากาศดี
ออกจากด่านช้างก็สามทุ่มกว่า
คืนนี้เรานัดไปนอนกันที่ทำการอุทยานฯพุเตย(ฝั่งบ้านห้วยหินดำ)
ใช้เวลาเดินทางประมาณ
1 ชั่วโมง เช้าวันที่
10 อากาศเย็นสบาย
พวกเราก็มุ่งหน้าสู่หมู่บ้านกระเหรี่ยงตะเพินคี่
ถึงบ้านกล้วยซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดถนนลาดยาง
จากแยกบ้านกล้วยขึ้นตะเพินคี่
จะเป็นเส้นทางลูกรังขึ้นเขา
ระยะทาง 14 ก.ม.
สภาพถนนลูกรังเรียบถ้าฝนไม่ตกรถกระบะธรรมดาวิ่งได้
จุดแรกที่เราแวะเป็นจุดชมวิวที่มองเห็นทิวเขาทอดยาวไกล
ความรู้สึกต่างจากจังหวัดสุพรรณที่เราเคยเห็น
ในช่วงปลายฝนหรือถ้าก่อนหน้ามีฝนตกทิวเขาแห่งนี้ก็จะเต็มไปด้วย
สายทะเลหมอกในตอนเช้าๆ
ให้เราได้ชม จากจุดชมวิวไม่ไกลนักก็จะถึงหมู่บ้านกระเหรี่ยงตะเพินคี่
ที่มีฉากหลังเป็นยอดเขาเทวดา
ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของสุพรรณ
จากความสูงเหนือระดับน้ำทะเลกว่า
1000 เมตร เคยมีการแข่งขันวิ่งขึ้นยอดเขา ผู้ชนะที่นำธงขึ้นไปปักบนยอดเขาเป็นคนแรกใช้เวลา
26 นาที เลยจากหมู่บ้านขึ้นไปประมาณ
2 ก.ม.
จะเป็นเนินสูงเส้นทางเดินเต็มไปด้วยไม้นานาพรรณที่สวยงามและมีคุณค่า ก่อนถึงจุดแบ่งเขตรอยต่อของ
3 จังหวัด คือ
สุพรรณบุรี -กาญจนบุรี -อุทัยธานี
ต่อไปคงมีการปรับปรุงเพื่อให้เห็นทิวทัศน์ของทั้ง
3
จังหวัด
ซึ่งจะเป็นจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง
ย้อนกลับเข้ามาในหมู่บ้าน
ที่สภาพบ้านเรือนเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง
มีอุปกรณ์ความสะดวกเพิ่มมากขึ้น แต่โดยรวมก็ยังคงวิถีชีวิตของชาว
กระเหรี่ยงเด็กๆยังแต่งชุดชาวเขาไปโรงเรียน
ประเพณีสำคัญของที่นี่จะมีในช่วงเวลา
15 ค่ำเดือน 5 มีการชุมนุมใหว้จุฬามณี
ซึ่งจะมีชาวกระเหรี่ยงจาก
ราชบุรี กาญจนบุรี
อุทัยธานี มารวมกันกว่า
1500 คน โดยจะแต่งกายด้วยชุดชาวเขา
และที่หมู่บ้านนี้ยังเป็นเขตปลอดอบายมุข
ห้ามกินเหล้า
ห้ามเลี้ยงหมู และไก่
รอบๆหมู่บ้าน
มีลำธารและตาน้ำผุดตลอดทั้งปี
และป่าไม้ที่สมบูรณ์
และมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี
หน้าหนาวอุณหภูประมาณ 5-6
องศา ช่วงที่เราไปตอนเที่ยงอากาศก็ยังเย็นสบาย
ห่างจากตัวหมู่บ้านเพียงเล็กน้อยจะพบน้ำตกตะเพินคี่น้อย
เป็นสถานที่ร่มรื่น
สวยงาม เส้นทางสู่น้ำตกผ่านลำธารน้ำเล็กๆ
ที่คงความเป็นธรรมชาติก่อนสัมพัสความงามของ
สายน้ำตกที่ใหลลงจากด้านบนสู่เบื้องล่าง
อาหารกลางวันกระเพราไข่ต้มริมน้ำตก
อยากบอกว่าอร่อยจริงๆ

็ลำธารเล็กๆ
ก่อนจะใหลรวมเป็นน้ำตก
ตะเพินคี่น้อย
จากตะเพินคี่น้อยเรากลับลงมามุ่งหน้าสู่น้ำตกตะเพินคี่ใหญ่
ช่วงนั้นมีฝนตกลงมาสภาพถนนบางช่วงจะเละสักหน่อย
แต่ก็เป็นช่วงสั้นๆ ราว
10 เมตร
รถกระบะธรรมดาพอผ่านได้
เพียงสายฝนที่ปรอยลงมาสภาพป่าก็เปลี่ยนไป
ไอหมอกสีขาวนวลลอยเคลียคลอกับยอดเขา
เป็นบรรยากาศแห่งป่าโดยแท้จริง
มีเพื่อนคนหนึ่งแซวว่าเป็นโปรแกรมที่ป่าจัดไว้ให้เรา
ไม่รู้ว่าถ้าไปหน้าอื่นจะมีให้อีกหรือเปล่านะ
เส้นทางเดินสู่ตะเพินคี่ใหญ่ประมาณ
600 เมตร
คู่ไปกับลำธารเล็กๆที่ยังคงธรรมชาติ
สู่ตัวน้ำตกที่ถึงแม้จะไม่ใหญ่โต
แต่ได้ความรู้สึกส่วนตัว
ร่มเย็น

น้ำตกตะเพินคี่ใหญ่
ผ่านต้นเตย
ที่เราไม่เคยเห็นที่อุทยานฯพุเตย
แต่มีมากมายที่ตะเพินคี่
มีลำต้นสูงใบยาว
2-4 เมตร ดูแปลกตาดี น้ำตกตะเพินคี่ใหญ่
วันนี้ยังสวยงาม จากตะเพินคี่ใหญ่
สู่น้ำตกพุกระทิงที่แสนเศร้า
ซึ่งวันนี้มีเพียงน้ำที่ใหลรินเล็กน้อย
ถ้าช่วงน้ำมากก็คงสวยงามทีเดียว
แต่ก็ยังได้ชมความงดงามของอ่างเก็บน้ำลำตะเพินที่อยู่ใกล้ๆกัน
กลับมาอำเภอด่านช้างแวะที่แพกระเสียวรีสอร์ท
ติดริมเขื่อนกระเสียวที่ปรับปรุงบริเวณ
โดยเฉพาะลานกางเต็นท์
ทำได้น่าไปแคมป์สักคืน
แต่วันนี้ต้องกลับกรุงเทพ
เพราะมีงานรออยู่
ปลายฝนนี้เราจะกลับไปตามหาสายหมอก
สัมผัสความหนาวเย็น
และฟังเรื่องราววิถีชีวิตของคนภูเขา
ตะเพินคี่อีกครั้ง
|